ก่อนอื่นเราต้องขอเล่าก่อนว่าเราเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้เถียงแม่บ่อยนัก ส่วนมากเราจะบ่นๆมากกว่าแต่เราก็ทำตามที่แม่สั่งตลอด ด้วยความที่เราเป็นลูกคนที่สองทำให้เวลามีปัญหากับแม่ทีไรพี่สาวก็จะมาผสมโรงช่วยให้เรื่องมันแย่ขึ้นไปอีกตลอดด้วยการว่าเรา และหาเรื่องมากวนจนเราอารมณ์เสียและชักสีหน้า แต่ไม่ได้เถียงหรือพูดอะไรออกไป จนพี่จะเอาเรื่องนี้มาอ้างในทุกๆครั้ง ว่าเรามันพูดไม่ได้สอนไม่ได้เตือนไม่ได้ ขี้งอนขี้โมโหเอาแต่ใจตัวเอง ด้วยน้ำเสียงที่ดังมากได้ยินไปถึงนอกบ้าน แล้วก็ทำหน้าสะใจก่อนจะเดินจากไป ส่วนแม่นอกจะไม่ห้ามมี่พี่เข้ามาสอดแล้วยังดุเราหนักกว่าเก่าไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม และนั้นเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เราทะเลาะกับแม่มากกว่าปกติด้วยค่ะ
แต่เนื้อหาการทะเลาะกันกับแม่ในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพี่สาว เราแค่อยากจะเล่าประกอบให้เห็นภาพว่าทุกๆครั้งจะมีแค่เราที่โดนว่า และแม่จะเห็นดีเห็นงามกับพี่เสมอ
ด้วยความที่เราเป็นลูกสาวคนเล็กที่คนอื่นมันจะมาเป่าหูพี่เราบ่อยๆว่าที่บ้านต้องรักเรามากกว่าแน่ๆ พี่โตจนทำงานแล้วดังนั้นน้องยังเรียนอยู่ต้องใส่ใจให้มากๆ ซึ่งพอพี่เราถูกพูดแบบนั้นใส่บ่อยเข้าก็จะเอามาลงที่เราด้วยการทำอารมณ์ไม่ดีใส่ และพูดแย่ๆกับเราบ่อยครั้ง แต่ไม่ใช่ว่าพี่สาวเราไม่มีข้อดีนะคะ เพราะบางครั้งพี่ก็อารมณ์ดีซื้อขนมหรือของมาฝากเราบ้าง แต่ก็จะใช้ตรงนั้นอ้างว่าให้ของแล้วหัดสำนึกบุญคุณเสียงมั่ง ถึงมันจะดูหวังผลไปหน่อยแต่ที่บ้านก็จะพูดกับเราเสมอว่าพี่มีน้ำใจ
แต่เรื่องในคราวนี้พี่เราไม่อยู่บ้าน และวันนั้นเป็นวันที่อากาศร้อนมาก เราทั้งง่วงทั้งปวดหัวเลยอยากจะนอนกลางวันเสียหย่อย จึงมานอนหลับที่โซฟาแถวๆที่แม่นั่งอยู่ ซึ่งตอนแรกแม่แค่นั่งเล่นโทรศัพท์เงียบๆไม่ได้เปิดพัดลม แต่เราเป็นคนขี้ร้อนถ้าเหงื่อท่วมๆเรานอนไม่ได้ เราจึงเดินไปเปิดพัดลมและถามแม่ว่าจะเอาด้วยไหมหนูจะนอน แม่พยักหน้าเงียบๆเราจึงเปิดพัดลมและจ่อให้พัดโดนทั้งแม่และเรา ก่อนเราจะเดินไปล้มตัวลงนอน และเหตุการณ์ก็เริ่มขึ้นตรงนั้น
แม่เริ่มเปิดโทรศัพท์เสียงดังมากและเอามาเล่นใกล้ๆหูเราจนเรานอนไม่ได้ เราจึงหันไปบอกให้แม่เบาเสียงลงหน่อยเพราะเราง่วงมากๆอยากนอน แม่ก็ฮึดฮัดไปทีหนึ่วก่อนจะเบาเสียงลง หลังจากนั้นไม่ถึงนาทีก็เอาตัวมาบังพัดลมเราจนมิด เราพยายามข่มตานอนแต่นอนไม่หลับ เหงื่อท่วมทั้งตัวจนต้องหันไปหาแม่และบอกให้แม่ขยับ แต่แม่ไม่ฟังที่เราพูดเลย ตอนนั้นเรายังหันหลัฃให้แม่อยู่ ด้วยความที่บอกหลายทีแล้วแต่แม่ไม่ฟังเราจึงเอี้ยวตัวหันไปมองก่อนจะพูดอย่างอารมณ์เสียว่า หนูว่าแล้ว บังซะขนาดนี้จะไปโดนลมได้ไง เท่านั้นแหละค่ะ แม่เราฟิวขาดเลย หาว่าเราไปพูดคำว่ากูกับเขา เรานี่งงเลยค่ะตอนนั้น เราเลยถามว่าพูดตอนไหน แต่พอเราถามแม่ก็เงียบ เราเลยลุกขึ้นมานั่งแล้วถามดีๆว่า แม่ได้ยินว่าหนูพูดกูหรอ? แล้วแม่ก็บอกว่า ไม่ได้พูดก็ไม่ได้พูดสิ จะถามให้มากทำไม ด้วยน้ำเสียงที่รำคาญเรามากๆ
ตอนนั้นเรารู้สึกแย่มากค่ะ ทั้งง่วงทั้งปวดหัว แต่ไม่อยากทะเลาะเลยล้มตัวลงนอนอีกรอบ ทีนี้แม่ก็แกล้งลุกๆนั่งๆโซฟาจนมันโยกแล้วเรานอนไม่ได้ เปิดโทรศัพท์เสียงดังมากๆ เราหันไปมองก็แล้วพูดก็แล้ว แต่สิ่งที่แม่ทำคือทำหน้าสะใจแล้วทำต่อไป เราที่ทนไม่ไหวเลยลุกออกมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรแล้วก็โทรไปชวนเพื่อนเล่นเกมเพราะไม่อยากหงุดหงิดแม่แล้วก็อยากระบายอารมณ์ด้วย แต่เราก็เล่นไม่ได้นานเพราะปวดหัวแล้วก็เริ่มอยากจะอวกเลยปิดคอมไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน
คืนนั้นทั้งคืนเรานอนร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องทำแบบนั้น เพราะเรื่องคล้ายๆกับเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเราค่อนข้างบ่อย มันเป็นเรื่องเล็กๆที่ใครได้รู้ก็คงบอกว่า แค่นี้เอง จะอะไรนักหนา แต่ด้วยความที่เราโตมาจนอายุ 22 ปี ซึ่งก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว ถูกเลี้ยงดูมาอย่างลำเอียงและความไม่เข้าใจ มีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยมัธยมที่ครูให้เกรดเราผิดเพราะทำงานเราหาย เราได้ 0 ใช่ค่ะ ศูนย์ เลยค่ะ ไม่ติด i หรือติด ร อะไรทั้งนั้น แล้วพอเกรดออก เราที่ยังไม่ทันดูแต่ดันส่งให้แม่ดูก่อนเพราะคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ที่ผ่านๆมาถึง้ราจะเรียนไม่เก่ง แต่เกรดก็ไม่เคยตกจาก 3 วันนั้นตอนหลังเลิกเรียนที่แม่ดูเกรดเรา แม่โกรธหนักมากค่ะ โกรธที่ทำไมได้เกรดแบบนี้ ทำไมเราถึงเหลวแหลก ไม่มีความรับผิดชอบ เขาว่าเราตลอดทางกลับบ้าน ทุกคำพูดของเขาทำให้เรารู้สึกเสียฝจอย่างมาก เราพยายามอธิบายยังไงเขาก็ไม่ฟัง เขาไม่เชื่อว่ามีการลงเกรดผิด เขาเชื่อแต่ว่าเราทำได้ไม่ดีเอง เราร้อวไห้ก้มหน้าฟังเขาดุเราไปตลอดทาง แต่วันนี้เราไม่ได้กลับบ้านทันที แต่แม่แวะร้านตัดผมก่อน แม่โกรธเรามากจึงไปตัดผมจนสั้นแล้วให้เราไปนั่งเฝ้า เรารอได้ 5 นาทีแม่ก็สั่งเราเสียงแข็งๆว่าให้กลับบ้านไปเอางานทุกอย่างที่เคยส่งไปของวิชานี้มาให้เขาดูทั้งหมด เราจึงจ้องเดินกลับบ้านทั้งน้ำตาไปเอางานมาให้เขาดู พอเรากลับไปถึงร้านตัดผมอีกครั้งและยื่นงานให้แม่ แม่ไม่แม้แต่จะมองหน้าเราด้วยซ้ำำ แม่ทำเพียงแค่สั่งเพิ่มว่าให้กลับไปทำความสะอาดบ้านทั้งหลังให้เรียบร้อย และห้ามกินข้าวเย็น ไม่งั้นโดนดีแน่ ก่อนจะเงียบและไม่พูดอะไรกับเราอีก วันนั้นเราจำไม่ได้ด้วยซ้ไว่าเราหลับไปตอนไหนเพราะเราร้องไห้จนเหนื่อย และโชคไม่ค่อยดีนักที่วันต่อมาเรามีเรียน เราก็ไปเรียนมันทั้งตาบวมๆนั้นแหละ และเราก็ไปคุยกับครูประจำวิชาที่ให้เกรดเราแบบนั้นมาก่อนที่เขาจะบอกให้เราเอาผู้ปกครองมาพูดเขาถึงจะยอมคิดเรื่องเกรดอีกที เย็นวันนั้นเราจึงกลับบ้านไปบอกแม่ตามที่เรากับครูคุยกัน แล้วก็เหมือนทุกครั้งที่แม่ทำโทษเราค่ะ แม่จะทำเหมือนเราเป็นธาตุอากาศ ไม่ว่าเราจะพูดอะไรหรือทำอเไร เขาก็ไม่สนใจ ไม่พูดด้วย แต่ทำตัวปกติพูดคุยหยอกล้อกับคนอื่นๆในครอบครัวทั้งต่อหน้าและลับหลังเรา มีแค่เราที่เหมือนไม่มีตัวตนตรวนั้นอยู่คนเดียว และเป็นแบบนั้นนานกว่าสองอาทิตย์จนถึงวันที่เกรดเราแก้แล้วเขาถึงเริ่มกลับมาใช้งานให้เราทำนู่นทำนี่โดยที่ไม่พูดถึงเรื่องนั้นอีก
และนั้นเป็นเรื่องที่ฝังใจเรามากๆค่ะ เพราะเรารู้สึกเหมือนแม่เลี้ยงเราแบบเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว ที่อยากจะสนใจตอนไหนก็ค่อยเรียกหา ถ้าไม่มีอะไรอยากใช้งานก็เมินเฉย เลี้ยงเราแค่ตามหน้าที่แม่ ถึงแม้เราจะไม่ได้ขัดสนเรื่องการกินอยู่ แต่เรื่องด้านจิตใจเราไม่รับรู้ถึงความอบอุ่นเลยค่ะ แต่เรารักแม่ของเรานะคะ และเรื่องที่เรากับแม่ทะเลาะกันครั้งที่ แม่ไม่คุยกับเรามาสองวันแล้วค่ะ เราจึงอยากรู้ว่าเราควรทำยังไงต่อไปดี เราควรพยายามชวนแม่คุยต่อไปเหมือนทุกๆครั้ง หรือเราควรเงียบไปเลยดีคะ ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ
ทำไงดี ทะเลาะกับแม่ทีไรแม่ไม่คุยด้วยตลอดเลย
แต่เนื้อหาการทะเลาะกันกับแม่ในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพี่สาว เราแค่อยากจะเล่าประกอบให้เห็นภาพว่าทุกๆครั้งจะมีแค่เราที่โดนว่า และแม่จะเห็นดีเห็นงามกับพี่เสมอ
ด้วยความที่เราเป็นลูกสาวคนเล็กที่คนอื่นมันจะมาเป่าหูพี่เราบ่อยๆว่าที่บ้านต้องรักเรามากกว่าแน่ๆ พี่โตจนทำงานแล้วดังนั้นน้องยังเรียนอยู่ต้องใส่ใจให้มากๆ ซึ่งพอพี่เราถูกพูดแบบนั้นใส่บ่อยเข้าก็จะเอามาลงที่เราด้วยการทำอารมณ์ไม่ดีใส่ และพูดแย่ๆกับเราบ่อยครั้ง แต่ไม่ใช่ว่าพี่สาวเราไม่มีข้อดีนะคะ เพราะบางครั้งพี่ก็อารมณ์ดีซื้อขนมหรือของมาฝากเราบ้าง แต่ก็จะใช้ตรงนั้นอ้างว่าให้ของแล้วหัดสำนึกบุญคุณเสียงมั่ง ถึงมันจะดูหวังผลไปหน่อยแต่ที่บ้านก็จะพูดกับเราเสมอว่าพี่มีน้ำใจ
แต่เรื่องในคราวนี้พี่เราไม่อยู่บ้าน และวันนั้นเป็นวันที่อากาศร้อนมาก เราทั้งง่วงทั้งปวดหัวเลยอยากจะนอนกลางวันเสียหย่อย จึงมานอนหลับที่โซฟาแถวๆที่แม่นั่งอยู่ ซึ่งตอนแรกแม่แค่นั่งเล่นโทรศัพท์เงียบๆไม่ได้เปิดพัดลม แต่เราเป็นคนขี้ร้อนถ้าเหงื่อท่วมๆเรานอนไม่ได้ เราจึงเดินไปเปิดพัดลมและถามแม่ว่าจะเอาด้วยไหมหนูจะนอน แม่พยักหน้าเงียบๆเราจึงเปิดพัดลมและจ่อให้พัดโดนทั้งแม่และเรา ก่อนเราจะเดินไปล้มตัวลงนอน และเหตุการณ์ก็เริ่มขึ้นตรงนั้น
แม่เริ่มเปิดโทรศัพท์เสียงดังมากและเอามาเล่นใกล้ๆหูเราจนเรานอนไม่ได้ เราจึงหันไปบอกให้แม่เบาเสียงลงหน่อยเพราะเราง่วงมากๆอยากนอน แม่ก็ฮึดฮัดไปทีหนึ่วก่อนจะเบาเสียงลง หลังจากนั้นไม่ถึงนาทีก็เอาตัวมาบังพัดลมเราจนมิด เราพยายามข่มตานอนแต่นอนไม่หลับ เหงื่อท่วมทั้งตัวจนต้องหันไปหาแม่และบอกให้แม่ขยับ แต่แม่ไม่ฟังที่เราพูดเลย ตอนนั้นเรายังหันหลัฃให้แม่อยู่ ด้วยความที่บอกหลายทีแล้วแต่แม่ไม่ฟังเราจึงเอี้ยวตัวหันไปมองก่อนจะพูดอย่างอารมณ์เสียว่า หนูว่าแล้ว บังซะขนาดนี้จะไปโดนลมได้ไง เท่านั้นแหละค่ะ แม่เราฟิวขาดเลย หาว่าเราไปพูดคำว่ากูกับเขา เรานี่งงเลยค่ะตอนนั้น เราเลยถามว่าพูดตอนไหน แต่พอเราถามแม่ก็เงียบ เราเลยลุกขึ้นมานั่งแล้วถามดีๆว่า แม่ได้ยินว่าหนูพูดกูหรอ? แล้วแม่ก็บอกว่า ไม่ได้พูดก็ไม่ได้พูดสิ จะถามให้มากทำไม ด้วยน้ำเสียงที่รำคาญเรามากๆ
ตอนนั้นเรารู้สึกแย่มากค่ะ ทั้งง่วงทั้งปวดหัว แต่ไม่อยากทะเลาะเลยล้มตัวลงนอนอีกรอบ ทีนี้แม่ก็แกล้งลุกๆนั่งๆโซฟาจนมันโยกแล้วเรานอนไม่ได้ เปิดโทรศัพท์เสียงดังมากๆ เราหันไปมองก็แล้วพูดก็แล้ว แต่สิ่งที่แม่ทำคือทำหน้าสะใจแล้วทำต่อไป เราที่ทนไม่ไหวเลยลุกออกมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรแล้วก็โทรไปชวนเพื่อนเล่นเกมเพราะไม่อยากหงุดหงิดแม่แล้วก็อยากระบายอารมณ์ด้วย แต่เราก็เล่นไม่ได้นานเพราะปวดหัวแล้วก็เริ่มอยากจะอวกเลยปิดคอมไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน
คืนนั้นทั้งคืนเรานอนร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องทำแบบนั้น เพราะเรื่องคล้ายๆกับเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเราค่อนข้างบ่อย มันเป็นเรื่องเล็กๆที่ใครได้รู้ก็คงบอกว่า แค่นี้เอง จะอะไรนักหนา แต่ด้วยความที่เราโตมาจนอายุ 22 ปี ซึ่งก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว ถูกเลี้ยงดูมาอย่างลำเอียงและความไม่เข้าใจ มีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยมัธยมที่ครูให้เกรดเราผิดเพราะทำงานเราหาย เราได้ 0 ใช่ค่ะ ศูนย์ เลยค่ะ ไม่ติด i หรือติด ร อะไรทั้งนั้น แล้วพอเกรดออก เราที่ยังไม่ทันดูแต่ดันส่งให้แม่ดูก่อนเพราะคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ที่ผ่านๆมาถึง้ราจะเรียนไม่เก่ง แต่เกรดก็ไม่เคยตกจาก 3 วันนั้นตอนหลังเลิกเรียนที่แม่ดูเกรดเรา แม่โกรธหนักมากค่ะ โกรธที่ทำไมได้เกรดแบบนี้ ทำไมเราถึงเหลวแหลก ไม่มีความรับผิดชอบ เขาว่าเราตลอดทางกลับบ้าน ทุกคำพูดของเขาทำให้เรารู้สึกเสียฝจอย่างมาก เราพยายามอธิบายยังไงเขาก็ไม่ฟัง เขาไม่เชื่อว่ามีการลงเกรดผิด เขาเชื่อแต่ว่าเราทำได้ไม่ดีเอง เราร้อวไห้ก้มหน้าฟังเขาดุเราไปตลอดทาง แต่วันนี้เราไม่ได้กลับบ้านทันที แต่แม่แวะร้านตัดผมก่อน แม่โกรธเรามากจึงไปตัดผมจนสั้นแล้วให้เราไปนั่งเฝ้า เรารอได้ 5 นาทีแม่ก็สั่งเราเสียงแข็งๆว่าให้กลับบ้านไปเอางานทุกอย่างที่เคยส่งไปของวิชานี้มาให้เขาดูทั้งหมด เราจึงจ้องเดินกลับบ้านทั้งน้ำตาไปเอางานมาให้เขาดู พอเรากลับไปถึงร้านตัดผมอีกครั้งและยื่นงานให้แม่ แม่ไม่แม้แต่จะมองหน้าเราด้วยซ้ำำ แม่ทำเพียงแค่สั่งเพิ่มว่าให้กลับไปทำความสะอาดบ้านทั้งหลังให้เรียบร้อย และห้ามกินข้าวเย็น ไม่งั้นโดนดีแน่ ก่อนจะเงียบและไม่พูดอะไรกับเราอีก วันนั้นเราจำไม่ได้ด้วยซ้ไว่าเราหลับไปตอนไหนเพราะเราร้องไห้จนเหนื่อย และโชคไม่ค่อยดีนักที่วันต่อมาเรามีเรียน เราก็ไปเรียนมันทั้งตาบวมๆนั้นแหละ และเราก็ไปคุยกับครูประจำวิชาที่ให้เกรดเราแบบนั้นมาก่อนที่เขาจะบอกให้เราเอาผู้ปกครองมาพูดเขาถึงจะยอมคิดเรื่องเกรดอีกที เย็นวันนั้นเราจึงกลับบ้านไปบอกแม่ตามที่เรากับครูคุยกัน แล้วก็เหมือนทุกครั้งที่แม่ทำโทษเราค่ะ แม่จะทำเหมือนเราเป็นธาตุอากาศ ไม่ว่าเราจะพูดอะไรหรือทำอเไร เขาก็ไม่สนใจ ไม่พูดด้วย แต่ทำตัวปกติพูดคุยหยอกล้อกับคนอื่นๆในครอบครัวทั้งต่อหน้าและลับหลังเรา มีแค่เราที่เหมือนไม่มีตัวตนตรวนั้นอยู่คนเดียว และเป็นแบบนั้นนานกว่าสองอาทิตย์จนถึงวันที่เกรดเราแก้แล้วเขาถึงเริ่มกลับมาใช้งานให้เราทำนู่นทำนี่โดยที่ไม่พูดถึงเรื่องนั้นอีก
และนั้นเป็นเรื่องที่ฝังใจเรามากๆค่ะ เพราะเรารู้สึกเหมือนแม่เลี้ยงเราแบบเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว ที่อยากจะสนใจตอนไหนก็ค่อยเรียกหา ถ้าไม่มีอะไรอยากใช้งานก็เมินเฉย เลี้ยงเราแค่ตามหน้าที่แม่ ถึงแม้เราจะไม่ได้ขัดสนเรื่องการกินอยู่ แต่เรื่องด้านจิตใจเราไม่รับรู้ถึงความอบอุ่นเลยค่ะ แต่เรารักแม่ของเรานะคะ และเรื่องที่เรากับแม่ทะเลาะกันครั้งที่ แม่ไม่คุยกับเรามาสองวันแล้วค่ะ เราจึงอยากรู้ว่าเราควรทำยังไงต่อไปดี เราควรพยายามชวนแม่คุยต่อไปเหมือนทุกๆครั้ง หรือเราควรเงียบไปเลยดีคะ ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ