แชร์ประสบการ์ณลดความอ้วนด้วยตัวเอง 2 เดือน 10 โล ในวัย 35 ไม่อด ไม่เหนื่อย ใจล้วนๆๆๆๆๆ

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ
หลังจากเป็นผู้อ่านในพันทิพมานานมากกกกก
วันนี้อยากจะแชร์ประสบการการลดความอ้วนกับทุกคนค่ะ กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของจอมมี่ พลีชีพมากค่ะ หากมีตรงไหนผิดพลาดขออภัยไว้ก่อนล่วงหน้านะคะ

ก่อนที่จะแชร์วิธีการลดความอ้วนขออธิบายรูปร่างตัวเองให้ฟังก่อนนะคะ อายุ 35 ส่วนสูง 161 ค่ะ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยน้ำหนักจะอยู่ราวๆ 47-49 ไม่เกินนี้ค่ะ ตอนเด็กๆนี่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนเลยค่ะ น้ำหนักขึ้นแล้วลงมาง่ายมากค่ะ ปกติไม่ได้เป็นคนออกกำลังกายนะคะ แต่ตอนเด็กถูกบังคับต้องเดินไปนู้นนี่แล้วก็เรียนหนักไม่ค่อยได้หลับได้นอนต้องทำงานส่งน้ำหนักเลยไม่ค่อยขึ้นค่ะ ถ้าอ้วนก็จะอ้วนลงขากับก้นมากๆค่ะ หน้าจอมไม่ค่อยออกเท่าไหร่เลยทำให้เราชะล่าใจค่ะ คิดว่าเราไม่มีทางอ้วนได้หรอก จนเมื่อไปเรียนต่อค่ะ อาหารการกินมีแต่ชีส นม เนย แล้วก็บางครั้งอาหาศหนาว ร่างกายก็คงเก็บสะสมไขมันค่ะ น้ำหนักเริ่มขึ้นมาประมาณ 53-54 ค่ะ เรียนจบออกมาทำงานค่ะ เริ่มนั่งเยอะขึ้นเพราะทำงานออฟฟิศ บวกกับกินๆๆๆและตัวเองก็ไม่ออกกำลังกายเลยค่ะ ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 55 ช่วงอายุ 26-30 ค่ะ 

ดูๆก็เหมือนจะไม่เป็นไรใช่ไหมคะ แต่จริงๆก็มีช่วงน้ำหนักลดลงไปแตะ 50 เหมือนกันค่ะ พอดีมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันในครอบครัว ตอนนั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับไปสามเดือนน้ำหนักเลยลดลงไปเองเหลือ 49-50 ค่ะ ทุกอย่างก็ดูเหมือนโอเคแล้วใช่ไหมคะ จริงๆแล้วไม่ใช่เลยค่ะ พอได้เจอกับสามีค่า ตอนนั้นเป็นช่วงคบกันใหม่ๆ ไม่รู้จะไปเดทไหนก็ชวนกันกินค่ะ แบบตามรอยร้านอาหารอร่อย แล้วก็มีเช็คลิสเลยให้ดาวด้วย 5555555 ว่าร้านนี้อร่อยให้กี่ดาว และแล้วน้ำหนักค่อยๆพุ่งค่ะ จาก 50 ไป 51 52 53 54 55...... จนมาถึง 57 KG ตอนนั้นเวลาเราถ่ายรูปกันเรามักจะถ่ายครึ่งตัวไม่เห็นขาแล้วก็หลอกตัวเองไปวันๆว่าไม่อ้วนหรอก น้ำหนักนี่ไม่ชั่งเลยค่ะ ของจอมแฟนเองก็น้ำหนักขึ้นนะคะ ขึ้นพอๆกัน555 เราก็ชิล จนจะแต่งงานค่ะ ถ้าเป็นคนอื่นก็คงลดความอ้วนกันอย่างหนักหน่วง จอมเองก็พยายามนะคะ ตอนนั้นมีถึงขนาดเพื่อนมาถามว่าท้องรึเปล่าถึงแต่ง 555555 ไม่ใช่คนเดียวนะคะ หลายคนมากกกกก แต่งงานต้องจัดงานแต่งเองเครียดก็กินอีกค่ะ แทนที่จะลดน้ำหนักกลายเป็นว่าพุ่งไป 60 KG เลยค่าาาา แต่พูดตรงๆนะคะ ตอนนั้นคือไม่ได้คิดว่าเราเริ่มอ้วนหรือกังวลอะไรเลยค่ะ ชิลมากกกกก ใส่ชุดที่มีเก่าๆเริ่มไม่ได้แล้วค่ะ ต้องซื้อชุดใหม่ขยายไซส์ขึ้นค่ะ ชุดแต่งงานก็เลือกที่พองๆปิดสะโพกไปค่ะ 

ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังลดความอ้วนค่ะ 
65 KG vs 53-54 KG 

ภาพนี้ก่อนที่จะเริ่มกินแหลก น้ำหนักประมาณ 49 KG 

น้ำหนัก 64 KG ก่อนเริ่มลดความอ้วน T T หน้าคือกลมมากกกก
หารูปเต็มตัวยากมากเลยค่ะ เพราะจะไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองอ้วนและเลี่ยงที่จะถ่ายเต็มตัว



เสื้อผ้าก็จะใส่แบบปล่อยไม่รัดรูปค่ะ เพราะใส่รัดรูปแล้วจะเห็นเนื้อปลิ้นออกมา (มีคนถามเยอะมากว่าท้องรึเปล่า T T)

แขนคือล้นออกมากกกกก แต่ก็ชิลไปค่ะ กินต่อ T T


หลังแต่งงาน คิดว่าจะหยุดไหม ไม่ค่ะ กินอีกค่ะ เพิ่มมาอีก 2 KG สรุปแล้วว่าก่อนที่จะเริ่มลดความอ้วน น้ำหนักพุ่งไปที่ 65 ค่ะ จุดหักเหที่ทำให้เริ่มลดความอ้วนคือไปตรวจสุขภาพค่ะ คุณหมอบอกว่าไขมันเกินแล้วนะ ควรจะลดนะเพราะถ้าปล่อยให้ไหลไปมากกว่านี้ถึงเวลาจะมีลูกจะต้องแบกน้ำหนักเพิ่มไปอีก 10-20 กิโล แล้วอีกอย่างจะมีปัญหาเรื่องไขมันพอกตับ โรคอ้วนเป็นจุดเริ่มต้นอีกหลายๆโรค ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดัน และอื่นๆ กลับมาบ้านก็เริ่มกลัวละ และบอกตัวเองว่าเราคงต้องเริ่มจริงจังกับการลดน้ำหนักแล้วค่ะ จริงๆแล้วก่อนหน้านี้จอมลองทำมาหลายวิธีมากๆๆๆๆเลยค่ะ ไม่ว่าจะสมัครฟิตเนส ฟาสติง อดอาหาร กินคลีน แต่เราอาจจะสุดโต่งเกินไป ไม่ใช่ตัวเราจริงๆ เราไม่ได้อิน สุดท้ายเราก็ล้มเลิกค่ะ การลดน้ำหนักของจอมครั้งนี้เป็นแบบของจอมเองนะคะ ได้ motivation มาจากวิดีโอของน้องสไมล์  ต้องขอบคุณน้องมากๆค่ะ ถ้าไม่ได้วิดีโอน้องจอมอาจจะไม่ได้ลดความอ้วนได้ 55555 (จอมไม่ได้เป็น ฟค น้องนะคะ แต่ลดได้ต้องให้เครดิตวิดีโออันนี้จริงๆค่ะ) 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
และอีกวิดีโอคือวิดีโออันนี้ค่ะ 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
จอมเอาทั้งสองวิดีโอมาปรับใช้ในรูปแบบของตัวเองค่ะ จอมโฟกัสเรื่องอาหาร 70% และ 30% เป็นเรื่องออกกำลังกายค่ะ แต่จุดสำคัญที่สำคัญมากๆๆๆๆๆคือ “เอาจริงค่ะ” ทุกครั้งที่จอมลดความอ้วนที่พ่ายแพ้จอมว่าส่วนหลักใหญ่ๆคือเรื่องใจค่ะ เราไม่เอาจริงมากพอ เราต้องมีวินัยมากๆค่ะ ร่ายมาซะยาวขอเข้าเรื่องว่าจอมลดความอ้วนยังไงบ้างนะคะ จอมขอแบ่งเป็น 2 phases ถ้าได้ฟังน้องสไมล์จะรู้ว่าเราต้องมีไม้ตายค่ะ คือไม่ควรเอาไม้ตายเรามาใช้ทั้งหมดในการลดความอ้วนในเดือนแรก จอมเชื่อมากๆค่ะว่าร่างกายเราฉลาดมากค่ะ ร่ายกายเค้าจะคอยปรับตัวตามพฤติกรรมเราตลอดค่ะ จอมเคยสุดโต่งแบบ fasting กินคลีน ออกกำลังกายหนักๆพร้อมกัน สุดท้ายเป็นลมแล้วก็เลิกไปค่ะ คราวนี้จอมแบ่งการใช้ไม้ตายของเรา

Phase 1 
- เดินวันละ 5 กิโล
- ทานอาหารคลีน
จอมเป็นคนไม่ออกกำลังกายสม่ำเสมอค่ะ นานๆทีไปตีแบต ไม่ชอบวิ่งเพราะรู้สึกเหนื่อยค่ะ แต่พอมาดูวิดีโอเดินลดความอ้วนเลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับเรา เลยคิดว่าวิธีนี้น่าจะเหมาะกับเราที่สุดค่ะ จอมเดินจริงๆนะคะ เลิกงานดึกแค่ไหนก็เดินค่ะวันละ 5 กิโลค่ะ เดินรอบคอนโด 10 รอบ แต่จอมจะใช้วิธีเดินเร็วต่อเนื่องนะคะประมาณ 45-50 นาทีค่ะ จอมก็ฟัง podcast จบพอดีค่ะเหงือจะซึมๆ ส่วนอาหารช่วงแรกๆของการลดน้ำหนักจอมสั่งมากินที่บ้านค่ะ ส่วนเวลาไปทำงานจอมไม่ได้ห่อไปนะคะ แต่จะเลือกกินแทนค่ะ เช่นไปร้านอาหารตามสั่งตอนเที่ยงจอมก็จะสั่งอาหารเน้นไก่ หรือพวกสุกี้แห้งไก่ไม่ใส่เส้นขอผักเยอะๆ คือจอมจะไม่ได้สุดโต่งแบบห้ามใส่น้ำตาลน้ำมัน ที่สำคัญหลังจากลดได้ 2 อาทิตย์จอมก็เริ่มมี cheat day ค่ะ cheat day 1 วันต่ออาทิตย์ของจอม จอมจัดเต็มเลยค่ะ กินปิ้งย่างซีฟู้ดเลยค่ะ แต่จอมกินแค่ผัก ไก่ และซีฟู้ดนะคะ จะหลีกเลี่ยงไขมันจ๋าๆ ส่วนพวกน้ำหวานชานมไขมุกจอมก็งดค่ะ แต่จอมเปลี่ยนมากินชานมสูตรหวานน้อย 1 ศูนย์ 2 ต่ำของชาตรามือ คือชอบกินชานมมากกกกกค่ะ หรือไม่จอมก็จะกินชานมของ กาละแมค่ะ คืออยากกินอร่อยอยู่แต่เราก็เลือกที่คลีนๆหน่อย จอมแบบกินชานมทุกวันนะคะแต่น้ำหนักไม่ขึ้นเลย จอมพยายามสบายๆให้มันเป็น lifestyle ของเราเองค่ะ จอมเริ่มลดน้ำหนักปลายเดือนตุลาคมวันที่ 25 ครบ 1 เดือนน้ำหนักลงมาแตะที่ 59-60 KG กว่าๆค่ะ กำลังใจเริ่มมาค่ะ

น้ำหนักเริ่มลดลงค่ะ เหลือประมาณ 59 KG 
เริ่มอยากใส่ขาสั้น เริ่มใส่เสื้อผ้าได้บางตัวค่ะ 


Phase 2 
- Fasting 8/16 
- ซาวน่า
หลังจากลดมาได้สักพักร่างกายจะเริ่มปรับตัวได้และจะเริ่มไม่ลดค่ะ จอมยังเดินวันละ 5 กิโลอยู่นะคะ แต่ได้เริ่มมีการทำ fasting ค่ะ คือกินได้ 8 ชั่วโมงและอด 16 ชั่วโมง คือจริงๆแล้วจอมมองว่าเป็นการกลับไปใช้ชีวิตเหมือนกับคนสมัยพ่อแม่เราค่ะ ซึ่ง 8/16 จอมเริ่มกินเลทเพราะจอมเลิกงานเย็นค่ะ อาหารจอมก็ยังกินควบคุมอยู่นะคะแต่จอมไม่ได้เป๊ะแบบนับแคลค่ะ อีกอย่างที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือซาวน่าค่ะ จอมเดินแล้วเหงือออกน้อย อยากจะขับสารพิษออกจากร่างกายบวกกับซาวน่าทำให้ร่างกายเบิร์นได้ดีขึ้นค่ะ จอมเข้าอบแค่ 15 นาทีนะคะ อาทิตย์ละ 2-3 วัน แต่สิ่งที่ได้ตามมาคือฝ้าค่าาาาาา จอมเลยไปซื้อเครื่องอบแบบที่โผล่หัวมาแทนค่ะ จอมชอบซาวน่ามากโดยเฉพาะเวลาออกมาเจอออกกาศข้างนอกค่ะ มันฟินมากๆๆๆๆๆ หลังจากทำตามนี้ไปอีก 1 เดือนน้ำหนักลดลงไปเหลือ 55 ค่ะ เย้ๆๆๆๆๆ เสื้อผ้าที่เคยพับไว้ในตู้เก็บของเริ่มเอามาใส่ได้แล้วค่าาาาา ตอนนี้คือจิตใจมุ่งมั่นมากค่ะ มันจะมีจังหวะที่เราท้อนะคะ เพราะมันจะมีอาทิตย์ที่น้ำหนักขึ้นๆลงๆแล้วรู้สึกเซ็งไม่อยากออกไปเดินแล้ว เคล็ดลับของจอมคือฟังวิดีโอของคนลดความอ้วนค่ะ เราต้องทำให้เหมือนอยู่ท่ามกลางคนที่ลดความอ้วนด้วยกัน เหมือนเป็นเรื่องจิตวิทยา โดยเฉพาะน้องสไมล์ค่ะ น้องบอกว่าเราต้องไม่ท้อ เราต้องไปต่อค่ะ เราอุตส่าห์ทำมาเป็นเดือนเราจะมาพังตอนนี้ไม่ได้!!! ฟังแล้วก็หยิบรองเท้าออกไปเดินทันทีค่ะ 55555555 อ้อ อีกอย่างคือจอมชั่งน้ำหนักทุกวันและจดบันทึกทุกวันค่ะ เพื่อเอาไว้วิเคราห์ว่าน้ำหนักขึ้นลงเพราะอะไรกินอะไรไป ออกกำลังกายอะไรไป ผลเป็นไงค่ะ 

ก่อนปีใหม่จอมลดได้ 10 โลค่ะ ได้ใส่ชุดสวยไปเที่ยวตอนปีใหม่คือดีใจมากๆๆค่ะ แต่จอมยังไม่หยุดแค่นั้นค่ะเพราะเป้าหมายจอมคือ 52 เหลืออีก 3 โล ซึ่งตอนนี้จอมลงเหลือ 52 แล้วค่ะ ไม้สุดท้ายที่จอมใช้คือเปลี่ยนการกินน้ำตาลมาใช้ซูคราโลสแทน จอมเคยกินหญ้าหวานแต่รสชาติมันแปล่งๆเลยมาใช้ซูคราโลสแทนค่ะ ใช้น้ำมันมะพร้าวแทนน้ำมันพืช แล้วก็หันมากินนมถั่วเหลือแทนนมวัวค่ะ โดยเฉพาะช่วงกักตัวต้องทำอาหารเองที่บ้านคนอื่นน้ำหนักขึ้น จอมน้ำหนักไม่ขึ้นเลยค่ะ ทั้งๆที่ออกไปเดินไม่ได้ค่ะ 
 
น้ำหนัก 56 KG  หน้าเริ่มลดลง กางเกงเริ่มหลวมขึ้น

น้ำหนักเหลือ 54 KG ตอนปีใหม่

กางเกงตัวเดิมใส่ได้แล้วคือดีใจมากกกกกก

ภาพปัจจุบันเหลือ 52 KG ช่วงโควิดค่ะ จอมทำกับข้าวกินเองช่วงแรกน้ำหนักเลยไม่ค่อยพุ่ง

ตอนนี้จอมคงไม่ลดแล้วค่ะ แต่จะใช้วิธีคุมไม่ให้ขึ้นหรือลงมากเกินไป มันก็มีบางจังหวะที่เรากินตามใจปากมากเกินไปน้ำหนักก็ขึ้นค่ะ ก็ต้องนึกถึงช่วงที่ลดความอ้วนเราจะไม่กลับไปอยู่จุดนั้นอีกเพื่อสุขภาพของเราเอง ควบคุมให้เป็นนิสัยให้ได้ค่ะ ผอมได้ก็อ้วนได้ อ้วนได้ก็ผอมได้ สำคัญที่สุดคือสุขภาพร่างกายต้องแข็งแรงค่ะ ก็ต้องควบคุมกันไป ตอนนี้พอใจกับตัวเองมากๆค่ะ

สุดท้ายอยากจะให้กำลังใจทุกคนที่กำลังลดความอ้วนอยู่ว่าเราลดได้แน่นอน ขนาดจอมผู้เคยเฟลมาเป็นสิบรอบกับการลดความอ้วน ยังทำได้ คุณก็ทำได้จ้าาาาาา พอลดความอ้วนได้แล้วเราจะมีความรู้สึกว่าอะไรเราก็ทำได้เพียงแต่ต้องจริงจังและเชื่อมั่นค่ะ ฝากส่งต่อพลังบวกในการลดความอ้วนให้ทุกคนนะคะ สู้ๆค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่