สวัสดีค่ะ วันนี้จขกมีสถานที่ท่องเที่ยวสุดพิเศษแห่งหนึง ที่เจ้าของกระทู้ได้มีโอกาศได้ไปเที่ยวพักผ่อนมา ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ณ หมู่บ้านแม่แจ๋ม อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่คุ้นหูไม่เคยได้ยินชื่อสถานที่ท่องเที่ยวนี้แน่นอนค่ะเพราะว่าเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่มากๆ เราเห็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ครั้งแรกถึงกับตกใจเลยค่ะ เพราะว่ายังมีความเป็นธรรมชาติสุดๆเงียบสงบดูแปลกใหม่กว่าที่อื่น และ หมู่บ้านแห่งนี้ยังอณุรักษณ์วิถีชนบท อีกอย่างก็คือที่หมู่บ้านแห่งนี้มีการปลูกกาแฟ และ แมคคาเดเมียทั้งหมู่บ้านด้วยค่ะะ
เริ่มแรกเราได้หาข้อมูลที่พักอยู่หลายที่แล้วก็เจอที่นี่ค่ะ ถูกใจปุ๊บเราก็ทำการจองที่พักผ่านเพจของทางไร่ทันทีค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ดอยแม่แจ๋ม ไร่สุวรรณ
การเดินทางเจ้าของกระทู้เลือกเดินทางกับสายการบินแห่งหนึ่ง จากสนามบินดอนเมืองมาลง ที่สนามบินเชียงใหม่ แล้วก็รอให้คุณเพื่อนมารับแล้วพาไปค่ะ
เอาหล่ะตามมาดูกันเลยค่ะกับชีวิตSlow life 3วัน2 คืน "ณ ไร่สุวรรณ"

เย้ๆๆ ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาถึงแล้วจุดสังเกตุของไร่สุวรรณจะมีหลักกิโลยักษ์อยู่โดดเด่นหน้าร้านเลยค่ะ เอาหล่ะพอมาถึงเราก็ต้องไปเช็คอินห้องพักอันดับแรกค่ะะ ตามมาเล้ยยย

นี่ไงหล่ะบรรยากาศที่พักของเราเงียบสงบมั้ยหล่ะะ อยากจะบอกว่าอากาศดีมว๊ากกกก

และนี่ก็คือห้องพักที่เราได้ทำการจองไว้ค่ะ ถือว่าสะอาดโอเคเลยยยที่นี่ห้องพักจะไม่มีแอร์และพัดลมนะคะเพราะว่าแค่อากาศก็เย็นมากอยู่แล้ววว เปิดแอร์อีกหนาวตายแน่เลยยย แต่เครื่องทำความสะดวกอย่างอื่นมีค่อนข้างครบค่ะ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น ไวไฟ และ ทีวี
เอาหล่ะเอาสัมภาระเก็บไว้เรียบร้อย ต่อไปก็ไปถึงเวลาเดินชมสำรวจแล้วหล่ะค่ะะ
มาถึงที่นี่ทั้งทีอันดับต่อไปเจ้าของกระทู้ก็ได้สอบถามเกี่ยวกับการขอชมไร่กาแฟที่ขึ้นชื่อของที่นี่ เจ้าของไร่ใจดีมากเลยค่ะพาเดินชมด้วยตัวเองเล้ยยยยังไม่พอนะคะไม่การเก็บค่าบริการเข้าชมอีกด้วย ชมฟรีค่ะ ย้ำค่ะว่าชมฟรี หูยยยเริ่ดมากกคนเหนือน่ารักสมคำล่ำลือจริงๆๆค่ะ

สัมผัสเมล็ดกาแฟครั้งแรกในชีวิตเลยค่ะ ปกติดื่มอย่างเดียวพึ่งจะเห็นว่าต้นกาแฟเป็นแบบนี้นี่เอง
นี่คือเมล็ดกาแฟที่สุกแล้ว พี่เจ้าของไร่คนสวยบอกว่าคนที่นี่จะเรียกว่าเมล็ดกาแฟเชอรี่ และยังบอกให้เราลองชิมด้วยค่ะ
เจ้าของไร่เชิญให้ชิมขนาดนี้ มีหรือจะพลาดดด!รีบเก็บมาชิมเลยทีเดียวค่ะ ความรู้สึกหลังจากที่ชิมรสชาติของเมล็ดกาแฟที่สุกจะออกหอมหวานนนนไม่แพ้กลิ่นเลยค่ะ
ต่อไปเจ้าของไร่ได้พามาดูต้นแมคคาเดเมียค่ะ มาครั้งนี้คุ้มจริงๆได้ชมฟรีเห็นทั้งต้นกาแฟและต้นแมคคาเดเมียครั้งแรก

และนี่คือดอกของแมคคาเดเมียค่ะ

พอเยี่ยมชมไร่เสร็จเห็นสีของเมล็ดกาแฟและได้ลองชิมผลเมล็ดกาแฟที่สุกแล้วต่อไปเราก็ต้องไปเยี่ยมชมร้านและลองชิมกาแฟของที่นี่ต่อสิคะ
มาถึงปุบโอ้โห นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวค่ะเนื่องตรงกับวันหยุดยาวด้วย เราก็ได้สั่ง ผัดคะน้าน้ำมันหอย และซิกเนเจอร์ของทางไร่อีกอย่างก็คือน้ำพริกแมคคาเดเมีย ส่วนกาแฟเจ้าของไร่ได้แนะนำซิกเนเจอร์ของทางร้านอีกเช่นกันค่ะ คือ กาแฟแมคคาเดเมีย
เมนูน้ำพริกมาเสิร์ฟก่อนค่ะ เนื่องจากคิวกาแฟค่อนข้างยาวววขออนุญาติทานอาหารก่อนนะคะะ เราถือคติกองทัพต้องเดินด้วยท้องค่ะ

พอทานแล้วก็อยากรีวิวรสชาติเลยค่ะ รสชาติจะออกมันๆนัวๆกลมกล่อมและมีความเผ็ดแบบน้ำพริกเลยค่ะ แต่มีความพืเศษคือน้ำพริกนี้ใช้ถั่วแม็คคาเดเมียในการทำ

ส่วนเมนูที่สองก็คือ ผัดผักคะน้าน้ำมันหอยยยย ผักที่นี่สดและกรอบมากเลยค่ะแอบไปถามเจ้าของไร่วถึงความสดกรอบของผักพี่เจ้าของไร่ได้ให้คำตอบว่าหมู่บ้านที่นี่มีการปลูกผักคะน้าเองและ มาส่งที่ร้านวันต่อวันเรียกได้ว่าสดใหม่จริงๆค่ะ แนะนำสองเมนูนี้เลยยยย เราให้ 10/10 ไปเลยค่ะ
เอาหล่ะค่ะทานกับข้าวเสร็จแล้วก็ต้องตบท้ายด้วย"กาแฟแมคคาเดเมีย"ซิกเนเจอร์ของทางร้านกันค่ะ
เป็นการชิมรสชาติของกาแฟแมคคาเดเมียครั้งแรกเลย
สามวันสองคืน ณ ไร่สุวรรณ
เริ่มแรกเราได้หาข้อมูลที่พักอยู่หลายที่แล้วก็เจอที่นี่ค่ะ ถูกใจปุ๊บเราก็ทำการจองที่พักผ่านเพจของทางไร่ทันทีค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
การเดินทางเจ้าของกระทู้เลือกเดินทางกับสายการบินแห่งหนึ่ง จากสนามบินดอนเมืองมาลง ที่สนามบินเชียงใหม่ แล้วก็รอให้คุณเพื่อนมารับแล้วพาไปค่ะ
เอาหล่ะตามมาดูกันเลยค่ะกับชีวิตSlow life 3วัน2 คืน "ณ ไร่สุวรรณ"
เย้ๆๆ ตอนนี้เราก็ได้เดินทางมาถึงแล้วจุดสังเกตุของไร่สุวรรณจะมีหลักกิโลยักษ์อยู่โดดเด่นหน้าร้านเลยค่ะ เอาหล่ะพอมาถึงเราก็ต้องไปเช็คอินห้องพักอันดับแรกค่ะะ ตามมาเล้ยยย
นี่ไงหล่ะบรรยากาศที่พักของเราเงียบสงบมั้ยหล่ะะ อยากจะบอกว่าอากาศดีมว๊ากกกก
และนี่ก็คือห้องพักที่เราได้ทำการจองไว้ค่ะ ถือว่าสะอาดโอเคเลยยยที่นี่ห้องพักจะไม่มีแอร์และพัดลมนะคะเพราะว่าแค่อากาศก็เย็นมากอยู่แล้ววว เปิดแอร์อีกหนาวตายแน่เลยยย แต่เครื่องทำความสะดวกอย่างอื่นมีค่อนข้างครบค่ะ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น ไวไฟ และ ทีวี
เอาหล่ะเอาสัมภาระเก็บไว้เรียบร้อย ต่อไปก็ไปถึงเวลาเดินชมสำรวจแล้วหล่ะค่ะะ
มาถึงที่นี่ทั้งทีอันดับต่อไปเจ้าของกระทู้ก็ได้สอบถามเกี่ยวกับการขอชมไร่กาแฟที่ขึ้นชื่อของที่นี่ เจ้าของไร่ใจดีมากเลยค่ะพาเดินชมด้วยตัวเองเล้ยยยยังไม่พอนะคะไม่การเก็บค่าบริการเข้าชมอีกด้วย ชมฟรีค่ะ ย้ำค่ะว่าชมฟรี หูยยยเริ่ดมากกคนเหนือน่ารักสมคำล่ำลือจริงๆๆค่ะ
สัมผัสเมล็ดกาแฟครั้งแรกในชีวิตเลยค่ะ ปกติดื่มอย่างเดียวพึ่งจะเห็นว่าต้นกาแฟเป็นแบบนี้นี่เอง
นี่คือเมล็ดกาแฟที่สุกแล้ว พี่เจ้าของไร่คนสวยบอกว่าคนที่นี่จะเรียกว่าเมล็ดกาแฟเชอรี่ และยังบอกให้เราลองชิมด้วยค่ะ
เจ้าของไร่เชิญให้ชิมขนาดนี้ มีหรือจะพลาดดด!รีบเก็บมาชิมเลยทีเดียวค่ะ ความรู้สึกหลังจากที่ชิมรสชาติของเมล็ดกาแฟที่สุกจะออกหอมหวานนนนไม่แพ้กลิ่นเลยค่ะ
ต่อไปเจ้าของไร่ได้พามาดูต้นแมคคาเดเมียค่ะ มาครั้งนี้คุ้มจริงๆได้ชมฟรีเห็นทั้งต้นกาแฟและต้นแมคคาเดเมียครั้งแรก
และนี่คือดอกของแมคคาเดเมียค่ะ
พอเยี่ยมชมไร่เสร็จเห็นสีของเมล็ดกาแฟและได้ลองชิมผลเมล็ดกาแฟที่สุกแล้วต่อไปเราก็ต้องไปเยี่ยมชมร้านและลองชิมกาแฟของที่นี่ต่อสิคะ
มาถึงปุบโอ้โห นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวค่ะเนื่องตรงกับวันหยุดยาวด้วย เราก็ได้สั่ง ผัดคะน้าน้ำมันหอย และซิกเนเจอร์ของทางไร่อีกอย่างก็คือน้ำพริกแมคคาเดเมีย ส่วนกาแฟเจ้าของไร่ได้แนะนำซิกเนเจอร์ของทางร้านอีกเช่นกันค่ะ คือ กาแฟแมคคาเดเมีย
เมนูน้ำพริกมาเสิร์ฟก่อนค่ะ เนื่องจากคิวกาแฟค่อนข้างยาวววขออนุญาติทานอาหารก่อนนะคะะ เราถือคติกองทัพต้องเดินด้วยท้องค่ะ
พอทานแล้วก็อยากรีวิวรสชาติเลยค่ะ รสชาติจะออกมันๆนัวๆกลมกล่อมและมีความเผ็ดแบบน้ำพริกเลยค่ะ แต่มีความพืเศษคือน้ำพริกนี้ใช้ถั่วแม็คคาเดเมียในการทำ
ส่วนเมนูที่สองก็คือ ผัดผักคะน้าน้ำมันหอยยยย ผักที่นี่สดและกรอบมากเลยค่ะแอบไปถามเจ้าของไร่วถึงความสดกรอบของผักพี่เจ้าของไร่ได้ให้คำตอบว่าหมู่บ้านที่นี่มีการปลูกผักคะน้าเองและ มาส่งที่ร้านวันต่อวันเรียกได้ว่าสดใหม่จริงๆค่ะ แนะนำสองเมนูนี้เลยยยย เราให้ 10/10 ไปเลยค่ะ
เอาหล่ะค่ะทานกับข้าวเสร็จแล้วก็ต้องตบท้ายด้วย"กาแฟแมคคาเดเมีย"ซิกเนเจอร์ของทางร้านกันค่ะ
เป็นการชิมรสชาติของกาแฟแมคคาเดเมียครั้งแรกเลย