ผู้ถือหุ้นใหญ่ ‘Luckin Coffee’ เดินเกมซื้อ ‘Blue Bottle Coffee’ รุกตลาดกาแฟพรีเมียม
.
ไม่นานนี้ สื่อจีน LatePost รายงานว่า Centurium Capital (大钲资本) กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากจีนที่ก่อตั้งโดย David Li หรือ หลีฮุย ชนะการประมูลกิจการของ Blue Bottle Coffee (蓝瓶咖啡) จากเนสท์เล่ (Nestlé) โดยจะเข้าถือครองสิทธิ์หน้าร้านสาขาทั่วโลกทั้งหมดของ Blue Bottle Coffee ขณะที่เนสท์เล่จะยังคงดำเนินธุรกิจเครื่องชงกาแฟและกาแฟแคปซูลต่อไป
.
Blue Bottle Coffee ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 และได้รับการยกย่องว่าเป็น "Apple แห่งวงการกาแฟ" ด้วยปรัชญาการทำธุรกิจที่เน้นความพิถีพิถัน สร้างชื่อเสียงจากการขายเฉพาะเมล็ดกาแฟที่คั่วเสร็จไม่เกิน 48 ชั่วโมง และชูจุดเด่นเรื่องการคั่วเมล็ดที่สดใหม่และการดริปกาแฟ ทำให้มีราคาขายที่ค่อนข้างสูง โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 46 หยวน (ราว 207 บาท)
.
ในปี 2017 เนสท์เล่เคยทุ่มเงินกว่า 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) เพื่อเข้าถือหุ้น 68% ของ Blue Bottle Coffee ที่น่าสนใจคือในปีเดียวกันนี้ David Li ได้ก่อตั้ง Centurium Capital ขึ้นและในปีต่อมาเขาได้เป็นผู้ถือหุ้นกลุ่มแรกของ Luckin Coffee นอกจากนี้เขายังเป็นผู้นำในการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ทั้งหมดหลังจากเกิดกรณีอื้อฉาวเรื่องการปลอมแปลงงบการเงินของ Luckin Coffee ในปี 2020 ทำให้ Luckin Coffee รอดวิกฤตมาได้หวุดหวิด
.
ล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2025 ที่ผ่านมา David Li ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทของ Luckin Coffee อย่างเต็มตัว การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Luckin Coffee ในการเข้าชิงส่วนแบ่งในตลาดกาแฟพรีเมียม
.
ปัจจุบัน Luckin Coffee ภายใต้การถือหุ้นของ Centurium Capital ได้ขยายสาขาไปแล้วกว่า 30,000 แห่งทั่วโลก ซึ่งสวนทางกับ Blue Bottle Coffee ที่ยังคงเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยขยับจาก 55 แห่งในช่วงที่ถูกซื้อกิจการ มาเป็นเพียงร้อยกว่าแห่งในปัจจุบัน
.
แม้การเข้าซื้อกิจการ Blue Bottle Coffee ในครั้งนี้จะเป็นการดำเนินการโดย Centurium Capital โดยตรง แต่เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นจะพบว่า Centurium และ David Li ถือหุ้นใน Luckin Coffee อยู่ 23.28% และกุมอำนาจการโหวตสูงถึง 53% ซึ่งถือเป็นสถานะผู้มีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จ ทุกการเคลื่อนไหวของ Centurium จึงถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและสะท้อนถึงทิศทางการเติบโตของ Luckin Coffee อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
แม้รายงานผลประกอบการปี 2025 ของ Luckin Coffee จะระบุว่าบริษัทมีรายได้สุทธิรวม 4.9 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.2 แสนล้านบาท) และมีสาขามากที่สุดในบรรดาเชนร้านกาแฟ แต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ยังคงยึดโยงอยู่กับตลาดมวลชน (Mass Market) ด้วยระดับราคาที่จับต้องง่ายในช่วง 10.9 - 14.9 หยวน (ประมาณ 49 - 67 บาท) อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่กลางปี 2025 เป็นต้นมา Luckin Coffee ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ ทั้งจากสงครามราคาที่ทวีความรุนแรงและต้นทุนการจัดส่งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรและศักยภาพในการเติบโตของแบรนด์
.
ขณะนี้ Luckin Coffee ไม่ต้องการเป็นเพียงกาแฟราคาประหยัดสำหรับพนักงานออฟฟิศเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังที่จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ทั้งในด้านคุณภาพเมล็ดกาแฟและฝีมือการชง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แบรนด์คู่แข่งในระดับพรีเมียมอย่าง Starbucks หรือแบรนด์กาแฟชื่อดังสัญชาติจีนอย่าง M Stand ต่างให้ความสำคัญเช่นกัน
.
◾ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
.
หลินเย่ว์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Lingyan Management Consulting ให้ความเห็นผ่านสื่อจีนว่า แม้ที่ผ่านมา Luckin Coffee จะพยายามขยับภาพลักษณ์ให้ดูพรีขึ้นเพียงใด แต่ภาพจำเรื่อง "ความคุ้มค่า" ที่ฝังรากลึกในใจผู้บริโภคก็ทำให้การสร้างแบรนด์ระดับพรีเมียม เป็นเรื่องที่ยากและใช้เวลานานเกินไป
.
การเข้าซื้อ Blue Bottle ครั้งนี้จึงเป็นกลยุทธ์การใช้เงินซื้อเวลาเพื่อเติมเต็มจิ๊กซอว์ชิ้นบนสุดที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์ โดยอาศัยบารมีของแบรนด์ระดับโลกเข้ามาช่วยให้กลุ่มแบรนด์ในเครือสามารถตีตลาดได้ครบทุกระดับ ตั้งแต่กาแฟคุณภาพสูงสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับบน ไปจนถึงกาแฟราคาเป็นมิตรสำหรับตลาดมวลชน
.
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จึงถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ เนื่องจากโมเดลธุรกิจของทั้งคู่ต่างกันอย่างสุดขั้ว Luckin Coffee โดดเด่นด้านระบบดิจิทัลและการขยายสาขาที่เน้นประสิทธิภาพและความเร็ว ขณะที่ Blue Bottle Coffee ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และบรรยากาศภายในร้านเป็นหัวใจหลัก
.
หลินเย่ว์เตือนว่า หากมีการนำระบบบริหารที่เน้นการขยายสาขามาใช้กับ Blue Bottle มากเกินไปเพียวเพื่อหวังเพียงผลกำไร ก็อาจเป็นการทำลายเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ลงอย่างน่าเสียดาย
.
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้งสองแบรนด์ Blue Bottle Coffee ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่าจะสามารถต่อยอดความสำเร็จในสเกลที่ใหญ่ขึ้นได้หรือไม่ และจะช่วยให้ Luckin Coffee ยกระดับสู่ตลาดพรีเมียมได้จริงไหม
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#LuckinCoffee #BlueBottleCoffee #ร้านกาแฟจีน
https://www.facebook.com/share/p/1CV27Mp4eZ/
☕ ผู้ถือหุ้นใหญ่ ‘Luckin Coffee’ เดินเกมซื้อ ‘Blue Bottle Coffee’ รุกตลาดกาแฟพรีเมียม
.
ไม่นานนี้ สื่อจีน LatePost รายงานว่า Centurium Capital (大钲资本) กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากจีนที่ก่อตั้งโดย David Li หรือ หลีฮุย ชนะการประมูลกิจการของ Blue Bottle Coffee (蓝瓶咖啡) จากเนสท์เล่ (Nestlé) โดยจะเข้าถือครองสิทธิ์หน้าร้านสาขาทั่วโลกทั้งหมดของ Blue Bottle Coffee ขณะที่เนสท์เล่จะยังคงดำเนินธุรกิจเครื่องชงกาแฟและกาแฟแคปซูลต่อไป
.
Blue Bottle Coffee ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 และได้รับการยกย่องว่าเป็น "Apple แห่งวงการกาแฟ" ด้วยปรัชญาการทำธุรกิจที่เน้นความพิถีพิถัน สร้างชื่อเสียงจากการขายเฉพาะเมล็ดกาแฟที่คั่วเสร็จไม่เกิน 48 ชั่วโมง และชูจุดเด่นเรื่องการคั่วเมล็ดที่สดใหม่และการดริปกาแฟ ทำให้มีราคาขายที่ค่อนข้างสูง โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 46 หยวน (ราว 207 บาท)
.
ในปี 2017 เนสท์เล่เคยทุ่มเงินกว่า 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) เพื่อเข้าถือหุ้น 68% ของ Blue Bottle Coffee ที่น่าสนใจคือในปีเดียวกันนี้ David Li ได้ก่อตั้ง Centurium Capital ขึ้นและในปีต่อมาเขาได้เป็นผู้ถือหุ้นกลุ่มแรกของ Luckin Coffee นอกจากนี้เขายังเป็นผู้นำในการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ทั้งหมดหลังจากเกิดกรณีอื้อฉาวเรื่องการปลอมแปลงงบการเงินของ Luckin Coffee ในปี 2020 ทำให้ Luckin Coffee รอดวิกฤตมาได้หวุดหวิด
.
ล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2025 ที่ผ่านมา David Li ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทของ Luckin Coffee อย่างเต็มตัว การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Luckin Coffee ในการเข้าชิงส่วนแบ่งในตลาดกาแฟพรีเมียม
.
ปัจจุบัน Luckin Coffee ภายใต้การถือหุ้นของ Centurium Capital ได้ขยายสาขาไปแล้วกว่า 30,000 แห่งทั่วโลก ซึ่งสวนทางกับ Blue Bottle Coffee ที่ยังคงเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยขยับจาก 55 แห่งในช่วงที่ถูกซื้อกิจการ มาเป็นเพียงร้อยกว่าแห่งในปัจจุบัน
.
แม้การเข้าซื้อกิจการ Blue Bottle Coffee ในครั้งนี้จะเป็นการดำเนินการโดย Centurium Capital โดยตรง แต่เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นจะพบว่า Centurium และ David Li ถือหุ้นใน Luckin Coffee อยู่ 23.28% และกุมอำนาจการโหวตสูงถึง 53% ซึ่งถือเป็นสถานะผู้มีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จ ทุกการเคลื่อนไหวของ Centurium จึงถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและสะท้อนถึงทิศทางการเติบโตของ Luckin Coffee อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
แม้รายงานผลประกอบการปี 2025 ของ Luckin Coffee จะระบุว่าบริษัทมีรายได้สุทธิรวม 4.9 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.2 แสนล้านบาท) และมีสาขามากที่สุดในบรรดาเชนร้านกาแฟ แต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ยังคงยึดโยงอยู่กับตลาดมวลชน (Mass Market) ด้วยระดับราคาที่จับต้องง่ายในช่วง 10.9 - 14.9 หยวน (ประมาณ 49 - 67 บาท) อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่กลางปี 2025 เป็นต้นมา Luckin Coffee ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ ทั้งจากสงครามราคาที่ทวีความรุนแรงและต้นทุนการจัดส่งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรและศักยภาพในการเติบโตของแบรนด์
.
ขณะนี้ Luckin Coffee ไม่ต้องการเป็นเพียงกาแฟราคาประหยัดสำหรับพนักงานออฟฟิศเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังที่จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ทั้งในด้านคุณภาพเมล็ดกาแฟและฝีมือการชง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แบรนด์คู่แข่งในระดับพรีเมียมอย่าง Starbucks หรือแบรนด์กาแฟชื่อดังสัญชาติจีนอย่าง M Stand ต่างให้ความสำคัญเช่นกัน
.
◾ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
.
หลินเย่ว์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Lingyan Management Consulting ให้ความเห็นผ่านสื่อจีนว่า แม้ที่ผ่านมา Luckin Coffee จะพยายามขยับภาพลักษณ์ให้ดูพรีขึ้นเพียงใด แต่ภาพจำเรื่อง "ความคุ้มค่า" ที่ฝังรากลึกในใจผู้บริโภคก็ทำให้การสร้างแบรนด์ระดับพรีเมียม เป็นเรื่องที่ยากและใช้เวลานานเกินไป
.
การเข้าซื้อ Blue Bottle ครั้งนี้จึงเป็นกลยุทธ์การใช้เงินซื้อเวลาเพื่อเติมเต็มจิ๊กซอว์ชิ้นบนสุดที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์ โดยอาศัยบารมีของแบรนด์ระดับโลกเข้ามาช่วยให้กลุ่มแบรนด์ในเครือสามารถตีตลาดได้ครบทุกระดับ ตั้งแต่กาแฟคุณภาพสูงสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับบน ไปจนถึงกาแฟราคาเป็นมิตรสำหรับตลาดมวลชน
.
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จึงถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ เนื่องจากโมเดลธุรกิจของทั้งคู่ต่างกันอย่างสุดขั้ว Luckin Coffee โดดเด่นด้านระบบดิจิทัลและการขยายสาขาที่เน้นประสิทธิภาพและความเร็ว ขณะที่ Blue Bottle Coffee ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และบรรยากาศภายในร้านเป็นหัวใจหลัก
.
หลินเย่ว์เตือนว่า หากมีการนำระบบบริหารที่เน้นการขยายสาขามาใช้กับ Blue Bottle มากเกินไปเพียวเพื่อหวังเพียงผลกำไร ก็อาจเป็นการทำลายเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ลงอย่างน่าเสียดาย
.
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้งสองแบรนด์ Blue Bottle Coffee ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่าจะสามารถต่อยอดความสำเร็จในสเกลที่ใหญ่ขึ้นได้หรือไม่ และจะช่วยให้ Luckin Coffee ยกระดับสู่ตลาดพรีเมียมได้จริงไหม
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#LuckinCoffee #BlueBottleCoffee #ร้านกาแฟจีน
https://www.facebook.com/share/p/1CV27Mp4eZ/