Pruek Cruise Most luxury dinner cruise in Bangkok
มื้ออาหารในคราวนี้นั้นพิเศษมากเเม้เเต่สำหรับเรา เนื่องจากในค่ำคืนนี้ไม่เพียงเเต่ได้รับประทานอาหารไฟน์ไดน์นิ่งเลิศรส เเต่เรายังได้รับชมวิวเเสนสวยของเเม่น้ำเจ้าพระยาบนเรือยอร์ชสุดอลังการอีกด้วย
ใช่เเล้ว ผมได้รับเชิญให้ไปรีวิว Pruek Cruise โดยเราเริ่มการเดินทางของเราด้วยการต้อนรับจากผู้ประสานงานจากPruek Crusine ที่นัดหมายเรากันที่ท่าเรือของห้างสุดหรูอย่าง ICONSIAM ก่อนจะมอบบัตรขึ้นเรือที่กำหนดโต๊ะที่นั่งของเราให้เสร็จสรรพ
ผมเเนะนำให้เราไปถึงก่อนเวลาขึ้นเรือสักครึ่งชั่วโมงครับ เพื่อที่จะได้ชมพระอาทิตย์ตกริมเเม่น้ำเจ้าพระยา เเล้วตามด้วยการเเสดงน้ำพุประกอบเเสงสีเสียงของไอค่อนสยาม เป็นการวอร์มอัพสักเล็กน้อยก่อนเริ่มต้นมื้ออาหาร
เมื่อถึงเวลาเรือก็ปรากฏตัวขึ้น Pruek Crusine เรียกตัวเองว่า “Most luxury dinner cruise in Chao praya” หรือดินเนอร์ล่องนาวาที่หรูหราที่สุดในเเม่น้ำเจ้าพระยา
คำนี้ผมว่าไม่ผิดนัก นอกจากFine Dineจากเชฟ Michelin Star เเล้วตัวเรือยอร์ชสามชั้นลำสวยตบเเต่งด้วยไม้สักนั้นยังให้ความรู้สึกอบอุ่น เเต่ทว่าหรูหราเเละมั่นคงอย่างน่าประหลาดใจ

ในส่วนของอาหารนั้น Pruek Crusine มีเมนูสองเเบบคือเมนูอาหารตะวันตกที่ได้รับการออกเเบบเมนูโดย เชฟ เมนูสองเเบบคืออาหารไทยเเละอาหารตะวันตก ซึ่งได้รับการออกเเบบโดย เชฟ Aom Sujira เเห่งร้าน Saawaan (1* 2020) เชฟArnaud จากห้องอาหาร Le normandie(2* 2020) เเละเชฟคนดังอย่าง Francesco Lenzi โดยทั้งสองเมนูนั้นรวม Freeflow wine และCocktail อีกด้วย
รสไทยในเซ็ทที่เราได้ทานกันนี้ มีเมนูที่ค่อนข้างกลางๆ เข้าถึงไม่ยากทั้งตัวเมนูเเละรสชาติ ไม่เผ็ดมากนักฟรั่งทานได้ ทำให้เหมาะเเก่การใช้ต้อนรับเเขกชาวต่างชาติ หรือจะมาเดทกับคนรู้ใจก็ไม่ผิดอะไร ทุกท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการ์ณที่ได้รับ เเม้จะไม่ใช่ผู้ที่เป็นฟู้ดดี้สายลึก
สำหรับใครที่สนใจ Pruek Cruise นั้นจะมีในทุกคืนวันเสาร์ ประสบการณ์ของผมในค่ำคืนนี้จะเป็นยังไง เราไปล่องเรือกันเถอะครับ
https://www.pruekcruise.com/

เมื่อเราเริ่มขึ้นเรือ ผมได้รับการต้อนรับจากบริกรบริเวณหน้าบาร์เเละ จิบเเชมเปญเย็นเจี๊ยบ หรือใครที่อยากได้cocktailก็สามารถรีเควสกับบาร์เทนเดอร์ได้เลยครับ

Cocktail และ Mocktail ที่เขย่ากันสดๆ
พอจิบเครื่องดื่มไปสักครู่ Canape คำเเรกก็เสริฟ์มาถึงเรา เป็น Cornetบีทรูท ปลาทูน่า ซาวด์ครีมเเละผิวเลม่อน คำนี้มีรสเปรี้ยวนำตามด้วยเค็มอ่อนๆเเฝงด้วยรสขมนิดๆไม่ให้หนักไป สดชื่นดีทีเดียวครับ
โคล่อนหล่นปู เป็น Canape คำต่อมา คำนี้รสติดหวานหอมกลิ่นพริกจางๆเผ็ดเล็กๆครับ โดยหากใครชอบคำไหนเป็นพิเศษ สามารถรีเควสกับบริกรได้เลยนะครับ
คำที่สาม เป็น คอร์เนตกับครีมเเซลม่อนรมควัน คำนี้รสเค็มนำออกครีมมี่หอมกลิ่นเเซลม่อนรมควัน ตัวคานาเป้ทั้งสามถือว่าทำมาได้น่าสนใจทีเดียวครับ มีรสเปรี้ยว,หวานเค็ม, สามรส สามเเบบ นับว่าน่าสนุกทีเดียวครับ
เราสามารถขอโต๊ะบริเวณout door

หรือจะรับประทานอาหารกันในห้องแอร์ก็ได้

เริ่มต้นมื้ออาหารกันครับ

ลาบปลาฮามาจิ จานนี้เท็กเจอร์เวลาเข้าปากค่อนข้างเนียนเป็นเนื้อเดียว มีกลิ่นพริกคั่วอ่อนๆเเต่รสไม่เผ็ดมากบาลานซรสได้ดีทีเดียว มีกลิ่นครบถ้วนอย่างที่ลาบควรเป็นเเต่ไม่หนักไปจนกลบความหวานมันของปลา กินเเล้วผมนึกถึงก้อยปลาที่เคยไปกินที่ร้านSaawaanเลยครับ
แสร้งว่ากุ้ง จานนี้รสไม่จัดมากครับ ใช้กุ้งเเม่น้ำอยุธยาเนื้อหวานเด้งสดใหม่ หอมกลิ่นมันกุ้งจางๆมีกลิ่นควันเผากุ้งเเม่น้ำเเสนมีเอกลักษณ์ มีกลิ่นขิงจางๆตามด้วยตะไคร้ รสเปรี้ยวเค็มนิดๆตามด้วยเผ็ด ทำได้ดีทีเดียวครับ หากใครอยากเพิ่มความจิ๊ดจ๊าดกินกับมะม่วงที่เคียงมาก็เข้ากันได้ดีทีเดียวครับ

เเกงเขียวเซอร์ไพรส์ผมพอสมควร มันเสริฟ์มาในเเบบดีคอนสตรัคชั่น ตัวไก่ออเกนิคที่นำไปซูวี่ก่อนนั้นสุกในระดับพอดีเนื้อนุ่มมากๆครับ ตัวเเกงนั้นรสกลางๆออกไปทางครีมมี่มีความร้อนเเรงเเต่ไม่เผ็ด ชาวต่างชาติสามารถทานได้
เเต่ที่ประทับใจเลยคือข้าวหอมมะลิออกเกนิคที่หอมกลิ่นใบเตยนั้นทำมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ เเละยำมะเขือย่างที่ทำได้ดีมากๆเช่นกันครับ ตัวความเปรี้ยวสดชื่นจากยำมะเขื่อตัดกับตัวเเกงที่รสหวานครี่มมี่ ซึ่งทำให้อาหารจานนี้ไม่หนักมากนัก
ขนมหวานของเราเป็นพานาคอตต้ามะม่วงเเละข้าวเหนียวมูน ตัวพานาคอตต้าเนื้อเนียนรสหวานนำตัดกับมะม่วงเต๋ารสเปรี้ยวอมหวานได้อย่างอร่อย ข้าวเหนียวมูลเเสนนุ่มให้รสที่มันหอมกระทิ เป็นจานที่ลงตัวดีทีเดียวครับ
Petit four ปิดท้ายมื้อของเราเป็น
มาการองมะขาม ผมชอบที่ไส้ที่รสเปรี้ยวนำตัดกับความหวานของเเป้งมาการอง
เค้กชาไทยมีกลิ่นชาจางๆอันนี้อร่อยดีครับ มีกลิ่นชาไทยจางๆรสไม่หวานมาก
สุดท้ายคือเมเดลีนมะพร้าว มันๆเค็มๆไม่หวาน
[SR] Pruek Crusine ไฟน์ไดน์นิ่งกลางเเม่น้ำเจ้าพระยา
มื้ออาหารในคราวนี้นั้นพิเศษมากเเม้เเต่สำหรับเรา เนื่องจากในค่ำคืนนี้ไม่เพียงเเต่ได้รับประทานอาหารไฟน์ไดน์นิ่งเลิศรส เเต่เรายังได้รับชมวิวเเสนสวยของเเม่น้ำเจ้าพระยาบนเรือยอร์ชสุดอลังการอีกด้วย
ใช่เเล้ว ผมได้รับเชิญให้ไปรีวิว Pruek Cruise โดยเราเริ่มการเดินทางของเราด้วยการต้อนรับจากผู้ประสานงานจากPruek Crusine ที่นัดหมายเรากันที่ท่าเรือของห้างสุดหรูอย่าง ICONSIAM ก่อนจะมอบบัตรขึ้นเรือที่กำหนดโต๊ะที่นั่งของเราให้เสร็จสรรพ
ผมเเนะนำให้เราไปถึงก่อนเวลาขึ้นเรือสักครึ่งชั่วโมงครับ เพื่อที่จะได้ชมพระอาทิตย์ตกริมเเม่น้ำเจ้าพระยา เเล้วตามด้วยการเเสดงน้ำพุประกอบเเสงสีเสียงของไอค่อนสยาม เป็นการวอร์มอัพสักเล็กน้อยก่อนเริ่มต้นมื้ออาหาร
เมื่อถึงเวลาเรือก็ปรากฏตัวขึ้น Pruek Crusine เรียกตัวเองว่า “Most luxury dinner cruise in Chao praya” หรือดินเนอร์ล่องนาวาที่หรูหราที่สุดในเเม่น้ำเจ้าพระยา
คำนี้ผมว่าไม่ผิดนัก นอกจากFine Dineจากเชฟ Michelin Star เเล้วตัวเรือยอร์ชสามชั้นลำสวยตบเเต่งด้วยไม้สักนั้นยังให้ความรู้สึกอบอุ่น เเต่ทว่าหรูหราเเละมั่นคงอย่างน่าประหลาดใจ
ในส่วนของอาหารนั้น Pruek Crusine มีเมนูสองเเบบคือเมนูอาหารตะวันตกที่ได้รับการออกเเบบเมนูโดย เชฟ เมนูสองเเบบคืออาหารไทยเเละอาหารตะวันตก ซึ่งได้รับการออกเเบบโดย เชฟ Aom Sujira เเห่งร้าน Saawaan (1* 2020) เชฟArnaud จากห้องอาหาร Le normandie(2* 2020) เเละเชฟคนดังอย่าง Francesco Lenzi โดยทั้งสองเมนูนั้นรวม Freeflow wine และCocktail อีกด้วย
รสไทยในเซ็ทที่เราได้ทานกันนี้ มีเมนูที่ค่อนข้างกลางๆ เข้าถึงไม่ยากทั้งตัวเมนูเเละรสชาติ ไม่เผ็ดมากนักฟรั่งทานได้ ทำให้เหมาะเเก่การใช้ต้อนรับเเขกชาวต่างชาติ หรือจะมาเดทกับคนรู้ใจก็ไม่ผิดอะไร ทุกท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการ์ณที่ได้รับ เเม้จะไม่ใช่ผู้ที่เป็นฟู้ดดี้สายลึก
สำหรับใครที่สนใจ Pruek Cruise นั้นจะมีในทุกคืนวันเสาร์ ประสบการณ์ของผมในค่ำคืนนี้จะเป็นยังไง เราไปล่องเรือกันเถอะครับ
https://www.pruekcruise.com/
เมื่อเราเริ่มขึ้นเรือ ผมได้รับการต้อนรับจากบริกรบริเวณหน้าบาร์เเละ จิบเเชมเปญเย็นเจี๊ยบ หรือใครที่อยากได้cocktailก็สามารถรีเควสกับบาร์เทนเดอร์ได้เลยครับ
Cocktail และ Mocktail ที่เขย่ากันสดๆ
พอจิบเครื่องดื่มไปสักครู่ Canape คำเเรกก็เสริฟ์มาถึงเรา เป็น Cornetบีทรูท ปลาทูน่า ซาวด์ครีมเเละผิวเลม่อน คำนี้มีรสเปรี้ยวนำตามด้วยเค็มอ่อนๆเเฝงด้วยรสขมนิดๆไม่ให้หนักไป สดชื่นดีทีเดียวครับ
โคล่อนหล่นปู เป็น Canape คำต่อมา คำนี้รสติดหวานหอมกลิ่นพริกจางๆเผ็ดเล็กๆครับ โดยหากใครชอบคำไหนเป็นพิเศษ สามารถรีเควสกับบริกรได้เลยนะครับ
คำที่สาม เป็น คอร์เนตกับครีมเเซลม่อนรมควัน คำนี้รสเค็มนำออกครีมมี่หอมกลิ่นเเซลม่อนรมควัน ตัวคานาเป้ทั้งสามถือว่าทำมาได้น่าสนใจทีเดียวครับ มีรสเปรี้ยว,หวานเค็ม, สามรส สามเเบบ นับว่าน่าสนุกทีเดียวครับ
เราสามารถขอโต๊ะบริเวณout door
หรือจะรับประทานอาหารกันในห้องแอร์ก็ได้
เริ่มต้นมื้ออาหารกันครับ
ลาบปลาฮามาจิ จานนี้เท็กเจอร์เวลาเข้าปากค่อนข้างเนียนเป็นเนื้อเดียว มีกลิ่นพริกคั่วอ่อนๆเเต่รสไม่เผ็ดมากบาลานซรสได้ดีทีเดียว มีกลิ่นครบถ้วนอย่างที่ลาบควรเป็นเเต่ไม่หนักไปจนกลบความหวานมันของปลา กินเเล้วผมนึกถึงก้อยปลาที่เคยไปกินที่ร้านSaawaanเลยครับ
แสร้งว่ากุ้ง จานนี้รสไม่จัดมากครับ ใช้กุ้งเเม่น้ำอยุธยาเนื้อหวานเด้งสดใหม่ หอมกลิ่นมันกุ้งจางๆมีกลิ่นควันเผากุ้งเเม่น้ำเเสนมีเอกลักษณ์ มีกลิ่นขิงจางๆตามด้วยตะไคร้ รสเปรี้ยวเค็มนิดๆตามด้วยเผ็ด ทำได้ดีทีเดียวครับ หากใครอยากเพิ่มความจิ๊ดจ๊าดกินกับมะม่วงที่เคียงมาก็เข้ากันได้ดีทีเดียวครับ
เเกงเขียวเซอร์ไพรส์ผมพอสมควร มันเสริฟ์มาในเเบบดีคอนสตรัคชั่น ตัวไก่ออเกนิคที่นำไปซูวี่ก่อนนั้นสุกในระดับพอดีเนื้อนุ่มมากๆครับ ตัวเเกงนั้นรสกลางๆออกไปทางครีมมี่มีความร้อนเเรงเเต่ไม่เผ็ด ชาวต่างชาติสามารถทานได้
เเต่ที่ประทับใจเลยคือข้าวหอมมะลิออกเกนิคที่หอมกลิ่นใบเตยนั้นทำมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ เเละยำมะเขือย่างที่ทำได้ดีมากๆเช่นกันครับ ตัวความเปรี้ยวสดชื่นจากยำมะเขื่อตัดกับตัวเเกงที่รสหวานครี่มมี่ ซึ่งทำให้อาหารจานนี้ไม่หนักมากนัก
ขนมหวานของเราเป็นพานาคอตต้ามะม่วงเเละข้าวเหนียวมูน ตัวพานาคอตต้าเนื้อเนียนรสหวานนำตัดกับมะม่วงเต๋ารสเปรี้ยวอมหวานได้อย่างอร่อย ข้าวเหนียวมูลเเสนนุ่มให้รสที่มันหอมกระทิ เป็นจานที่ลงตัวดีทีเดียวครับ
Petit four ปิดท้ายมื้อของเราเป็น
มาการองมะขาม ผมชอบที่ไส้ที่รสเปรี้ยวนำตัดกับความหวานของเเป้งมาการอง
เค้กชาไทยมีกลิ่นชาจางๆอันนี้อร่อยดีครับ มีกลิ่นชาไทยจางๆรสไม่หวานมาก
สุดท้ายคือเมเดลีนมะพร้าว มันๆเค็มๆไม่หวาน
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้