JJNY : ว่างงานพ.ย.4.29แสน เลิกจ้างพุ่ง251%/ปิยบุตรเตรียมแถลงเปิดญัตติ/ตู่เครียดเงินเหลือน้อย งบยังไม่ผ่าน/ปาล์มปทุมฯแล้ง

ว่างงานพ.ย.แตะ 4.29 แสนคน ถูกเลิกจ้างพุ่ง 251%
https://www.tnnthailand.com/content/23651
 
 
    สำนักงานสถิติเผยจำนวนผู้ว่างงานในเดือนพ.ย.62 พุ่งแตะระดับ 4.29 แสนคน สูงสุดในรอบ 4 เดือน พบว่างงานเพราะถูก "เลิกจ้าง" กว่า  4.75 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 251% เมื่อเทียบกับปีก่อน 
 
วันนี้ (10 ธ.ค.62) สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากรล่าสุด พบว่า ในเดือนพ.ย.62 จำนวนผู้มีงานทำอยู่ที่ 37.71 ล้านคน ลดลง 5.5 แสนคน เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผู้มีงานทำ 38.26 ล้านคน 
 
ทั้งนี้ จำนวนผู้มีงานทำในภาคเกษตรกรรมลดลงสูงถึง 4.7 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นการลดลงในสาขาปลูกข้าวเหนียว กิจกรรมอื่นๆที่สนับสนุนการผลิตพืชผล และการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 
 
ส่วนผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรกรรมนั้น แม้ว่าในภาพรวมจะลดลง 8 หมื่นคน แต่หากพิจารณาเป็นรายสาขาจะพบว่าผู้มีงานทำสาขาการผลิตลดลง 2.1 แสนคน สาขาที่พักแรมฯลดลง 1.4 แสนคน และสาขาขายส่งขายปลีกฯ ลดลง 1.1 แสนคน ขณะที่สาขาที่ผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น ได้แก่ สาขากิจกรรมด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น 7 หมื่นคน และสาขาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 6 หมื่นคน เป็นต้น 
 
สำหรับจำนวนผู้ว่างงานในเดือนพ.ย.62 พบว่าอยู่ที่ 4.29 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราว่างงาน 1.1% โดยจำนวนผู้ว่างงานดังกล่าวเพิ่มขึ้น 6 หมื่นคน หรือเพิ่มขึ้น 16.2% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.61 ที่มีผู้ว่างงาน 3.69 แสนคน (อัตราว่างงาน 1.0%) 
 
และหากเทียบกับเดือนก่อน (ต.ค.62) ที่มีผู้ว่างงาน 3.55 แสนคน (อัตราว่างงาน 0.9%) พบว่าจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 7.4 หมื่นคน หรือเพิ่มขึ้น 20% 
 
ทั้งนี้ จำนวนผู้ว่างงานที่เพิ่มขึ้นเป็น 4.29 แสนคนในเดือนพ.ย.62 ดังกล่าว ถือว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 4 เดือน นับตั้งแต่เดือนก.ค.62 ที่มีจำนวนผู้ว่างงาน 4.36 แสนคน 
 
ขณะที่เหตุผลที่ทำให้แรงงานว่างงาน พบว่าแรงงานจำนวน 4.75 หมื่นคน ระบุว่า ถูกนายจ้างเลิกจ้าง หยุด ปิดกิจการ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเพียง 1.89 หมื่นคน หรือเพิ่มขึ้น 251% และแรงงาน 3.85 หมื่นคน ระบุว่า ว่างงานเพราะหมดสัญญาจ้างงาน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเพียง 6,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 641% 
 
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาระดับการศึกษาของผู้ว่างงานพบว่า ผู้ว่างงานที่มีระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษามีมากที่สุด คือ 1.32 แสนคน รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 1.07 แสนคน และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 9.1 หมื่นคน   
 

 
'ปิยบุตร' เตรียมแถลงเปิดญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไข รธน.
https://voicetv.co.th/read/xmRr1wNyr
 
"ปิยบุตร" เตรียมแถลงเปิดญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไข รธน. ยอมรับไม่น่าตั้งคณะกรรมาธิการทันสัปดาห์นี้ ยืนยัน "ธนาธร" ไม่เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ ขอทุกฝ่ายหยุดกระบวนการนิติสงคราม ด้าน "ชวน" อนุญาตให้อภิปรายได้เฉพาะประเด็นวิธีการแก้ไข
 
นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางและวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรอบเวลาการอภิปรายญัตติ ว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะนัดหมายหารือกับผู้เสนอญัตติถึงกรอบเวลา โดยตนเองจะใช้เวลาอภิปรายเปิดญัตติ 30 นาที ส่วนนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่านค้าน ในฐานะผู้ร่วมเสนอญัตติ จะเป็นผู้อภิปรายปิดญัตติ
 
ส่วนจะสามารถตั้งคณะกรรมาธิการได้ภายในวันนี้หรือไม่นั้น นายปิยบุตร กล่าวว่า การประชุมวันนี้มีการหารือเรื่องทั่วไป การตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา และกระทู้ถามทั่วไป กว่าจะเข้าสู่การพิจารณาญัตติก็น่าจะเป็นช่วงเย็น และยังมีผู้เสนอญัตติคนอื่นๆ ร่วมอภิปรายอีก ประกอบกับวันพรุ่งนี้ (12 ธ.ค.) งดประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงคาดว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการได้ภายในวันพุธหน้า (18 ธ.ค.) และคาดว่าจะไม่มีการลงมติล้มการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ เพราะคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่มีเดิมพันสูง เหมือนที่ล้มการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการกระทำของ คสช. และมาตรา 44 จึงน่าจะไม่มีฝ่ายใดขัดข้อง ประกอบกับรัฐบาลก็เตรียมรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว
 
สำหรับสัดส่วนคณะกรรมาธิการจากพรรคอนาคตใหม่ทั้ง 6 คน นายปิยบุตร กล่าวว่าอยู่ระหว่างการพิจารณากันอยู่ โดยจะมีครึ่งหนึ่งมาจากคนนอก โดยการเชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ พร้อมยืนยันว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะไม่เข้าทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ เนื่องจากมีภารกิจเดินสายรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญทั่วประเทศ
 
ทั้งนี้ นายปิยบุตร ยังชี้แจงกรณีส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ 191 ล้านบาทให้ กกต. ไม่ทันกรอบวันที่ 2 ธ.ค. ว่า พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองที่เพิ่งก่อตั้ง มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ทั้งการตั้งสาขาและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ซึ่งเมื่อเดือน ต.ค.ปี 2561 คสช. ยังไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมทางการเมือง จึงทำให้พรรคการเมืองรับบริจาคเงินหรือลงทุนไม่ได้ แต่พรรคการเมืองจำเป็นต้องใช้เงิน จึงใช้ช่องทางกู้เงินเพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ ซึ่งเป็นสิทธิของพรรคการเมืองในฐานะนิติบุคคลเอกชน ประกอบกับไม่ต้องการให้พรรคอนาคตใหม่เป็นของนายธนาธรเพียงคนเดียว จึงเห็นควรให้กู้เงินและใช้คืนในภายหลัง
 
นายปิยบุตร ยืนยันว่า การกู้เงินไม่ได้ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมือง ตามมาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ส่วนข้อสังเกตเรื่องนิติกรรมอำพราง เพราะต้องการบริจาคเงินเกินกว่า 10 ล้านนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการบริจาค มีหลักฐานการทยอยใช้เงินคืน ส่วนการอ้างถึงมาตรา 72 ก็มีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันการเอาเงินจากกระบวนการผิดกฎหมายดำเนินกิจกรรมทางการเมือง พร้อมย้ำถึงการตีความกฎหมาย ต้องตีความอย่างเคร่งครัด จะขยายความโดยอ้างเจตนารมณ์ไม่ได้ เพราะเป็นคดีกล่าวหาที่มีโทษทางอาญาให้จำคุก หากต้องการไม่ให้พรรคการเมืองกู้เงิน ก็ควรแก้กฎหมายพรรคการเมืองให้ชัดเจน
 
นายปิยบุตร ย้ำว่า พรรคอนาคตใหม่พร้อมแจกแจงข้อมูลอย่างโปร่งใส และประสงค์ไม่ให้บุคคลผู้ใดเข้ามาครอบงำพรรค แต่กลับกลายเป็นว่าโดนคดีความ สุดท้ายคนโปร่งใสโดนจับผิด คนไม่อยากโดนคดีความก็ไปซุกทรัพย์สิน กระบวนการซ้ำไปซ้ำมา ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ ติดคุก และอยากให้มองว่ากระบวนการนิติสงครามที่ใช้กันอยู่ มีแต่ทำให้ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น
 
"ชวน" อนุญาตให้อภิปรายได้บางเรื่อง ชี้ยังไม่ถึงเวลาวิจารณ์รายละเอียด
 
ด้าน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการอภิปรายเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ โดยคาดว่าญัตติดังกล่าว จะเข้าสู่การพิจารณาได้ในช่วงเย็นวันนี้ หลังวาระหารือ และตั้งกระทู้ถามแล้ว ซึ่งกรอบระยะเวลาในการอภิปรายจะมีการหารือกับผู้เสนอญัตติก่อน ว่าจะใช้เวลากี่ชั่วโมง จะให้ไปบริหารจัดการแบ่งเวลากันเอง ลดปัญหาการจัดสรรเวลาที่ไม่เท่ากัน ว่าพรรคนั้นได้กี่นาทีพรรคนี้ได้กี่นาที
 
ส่วนเนื้อหาในการอภิปรายจะสามารถวิจารณ์รัฐธรรมนูญได้หรือไม่นั้น ประธานสภาฯ ยืนยันว่า ในขั้นตอนนี้ควรอภิปรายเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะแก้ไขกันอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญนี้กำหนดเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ยากมาก ยังไม่ถึงเวลาจะลงลึกไปสาระของรัฐธรรมนูญรายมาตรา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่