จากกรณีที่ ส.ส. คนหนึ่งที่ถูกศาลชั้นต้นจังหวัดขอนแก่นพิพากษาให้ #ประหารชีวิต ซึ่งทีมกฎหมาย 15 คน มีความเห็นแตกแยก

#มีข้อสงสัยครับ

จากกรณีที่ ส.ส. คนหนึ่งที่ถูกศาลชั้นต้นจังหวัดขอนแก่นพิพากษาให้ #ประหารชีวิต
ซึ่งทีมกฎหมาย 15 คน มีความเห็นแตกแยก

ฝ่ายเสียงข้างมาก 11 เสียง เห็นว่า ส.ส.ท่านนั้นสิ้นสภาพ #โดยอ้างอิง รธน. ม. ๙๘ (๖)

มาตรา ๙๘ บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(๖) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

ฝ่ายเสียงข้างน้อย 4 เสียง เห็นว่า ส.ส.ท่านนั้นยังไม่สิ้นสภาพจนกว่าคดีถึงที่สุด #โดยไม่ได้อ้างอิงมาตรา

#คำถามคือ

#ข้อที่1 มาตรา ๙๘ (๖) มันเรื่องบุคคลนั้นต้องห้ามใช้สิทธิ ไม่ใช่หรอครับ ทำไมเสียงข้างมากถึงอ้างอิงมาตรานี้ ?

ก่อนจะถามคำถามข้อที่ 2 #โดยส่วนตัวผมค่อนเห็นด้วยกับฝ่ายเสียงข้างน้อย แม้ไม่ทราบว่าฝ่ายเสียงข้างน้อยนั้น ยกมาตราใดมาอ้างอิง #แต่ผมคาดว่าคงหมายถึงมาตรา ๑๐๑ (๑๓)

มาตรา ๑๐๑ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ
(๑๓) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท

#ข้อที่2 ไม่ว่าฝ่ายเสียงข้างมากที่อ้างอิงมาตรา ๙๘ (๖) ก็ดี หรือฝ่ายเสียงข้างน้อย #ที่ผมคาดว่าคงหมายถึงมาตรา ๑๐๑ (๑๓) ก็ดี ในมาตราทั้งสองมาตราดังกล่าวนั้น มีแค่คำว่า จำคุก กับ คุมขัง ไม่มีคำว่า ประหารชีวิต ดังนั้น ในกรณีนี้แสดงว่า เป็นการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญแบบเทียบเคียง เหมือนเช่น ป.พ.พ. กับ กฎหมายมหาชน ?

#ข้อที่3 เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จากการศึกษากฎหมาย คิดว่าตนอยู่ฝ่ายไหนครับ

ผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
1. มาตรา ๙๘ (๖) มันเรื่องบุคคลนั้นต้องห้ามใช้สิทธิ ไม่ใช่หรอครับ ทำไมเสียงข้างมากถึงอ้างอิงมาตรานี้ ?
    ก่อนจะถามคำถามข้อที่ 2 #โดยส่วนตัวผมค่อนเห็นด้วยกับฝ่ายเสียงข้างน้อย แม้ไม่ทราบว่าฝ่ายเสียงข้างน้อยนั้น
    ยกมาตราใดมาอ้างอิง #แต่ผมคาดว่าคงหมายถึงมาตรา ๑๐๑ (๑๓)
    - คุณเข้าใจถูกแล้วครับ
     มาตรา 98 เป็นลักษณะของบุคคลที่ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
     แปลว่าบุคคลที่มีลักษณะเช่นว่า จะไม่มีสิทธิสมัครฯ
     โดยคำว่า ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และ ถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
     กฎหมายใช้คำว่า "และ" เป็นตัวเชื่อม แปลว่าต้องประกอบด้วยเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อข้างต้นนั้น
     และกฎหมายใช้คำว่า "ต้องคำพิพากษาให้จำคุก" แปลว่า แม้คดีไม่ถึงที่สุด ก็เข้าเงื่อนไขนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ คุณลองดู มาตรา 101 อีกทีนะครับ
     มาตรา 101 สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ
     (6) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98
     (13) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
     .....
นั่นแปลว่า ถ้า ส.ส. มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 98 ก็มีผลทำให้สิ้นสภาพ ส.ส. เช่นกัน
โดยไม่ต้องไปดู มาตรา 101 (13)

2. ไม่ว่าฝ่ายเสียงข้างมากที่อ้างอิงมาตรา ๙๘ (๖) ก็ดี หรือฝ่ายเสียงข้างน้อย
    #ที่ผมคาดว่าคงหมายถึงมาตรา ๑๐๑ (๑๓) ก็ดี ในมาตราทั้งสองมาตราดังกล่าวนั้น
    มีแค่คำว่า จำคุก กับ คุมขัง ไม่มีคำว่า ประหารชีวิต
    ดังนั้น ในกรณีนี้แสดงว่า เป็นการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญแบบเทียบเคียง
    เหมือนเช่น ป.พ.พ. กับ กฎหมายมหาชน ?
    - กรณีนี้ผมมองว่าเข้า มาตรา 101 (6) ประกอบ มาตรา 98 (6) ครับ
     แต่อย่างที่ผมบอก มาตรา 98 (6) จะต้องเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 เงื่อนไข คือ
     1. ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และ
     2. ถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
     เมื่อ ส.ส. ผู้นั้นต้องโทษประหารชีวิต ซึ่งไม่ได้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก
     แม้ ส.ส. ผู้นั้น จะถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
     ก็ไม่ทำให้พ้นสมาชิกภาพ ตามมาตรานี้ครับ เพราะไม่ครบเงื่อนไขตามกฎหมาย
     โดยไม่ต้องคำนึงถึง มาตรา 101 (13) อีก
     เพราะมาตรา 101 (13) ใช้คำว่า "ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก"
     แปลว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้คดีถึงที่สุดก่อน
     เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา (และผมคิดว่ายังไม่พ้นกำหนดอุทธรณ์) คดีจึงยังไม่ถึงที่สุดครับ
     ส่วนกรณีกฎหมายเทียบเคียง คิดว่าไม่น่าจะนำมาใช้กับกรณีนี้ได้
     เพราะนี่ไม่ใช่กรณีที่ กฎหมายลายลักษณ์อักษรไม่สามารถปรับใช้แก่ข้อเท็จจริงได้
     โดยข้อเท็จจริง ก็ตรงตามกฎหมายลายลักษณ์อักษร (คือ มาตรา 101 และ มาตรา 98)
     ช่องว่างของกฎหมายจึงยังไม่เกิด ไม่สามารถอ้างกฎหมายเทียบเคียงได้ครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่