หนังเก่าเล่าใหม่ 089: All That Jazz (Bob Fosse, 1979)

"พยายามที่จะสร้างสรรค์ผลงานจนวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ" ทุกสิ่งทุกอย่างก็มีเพียงแค่นั้น ทั้งหมดมีเพียงแค่เสียงดนตรีและการแสดง 'All That Jazz' คือภาพมายาคติของนักช่างฝันที่คิดงานใหม่ๆได้ตลอดเวลา ตัวละครหลักในเรื่องเต็มไปด้วยการวาดฝันและอยากสรรค์สร้างงานใหม่ๆ พร้อมทั้งก่อร่างสร้างแบบที่ตัวเองอยากจะทำและลงมือทำ เราจึงเห็นพัฒนาการของการสร้างสรรค์ผลงานออกมาหนึ่งชิ้นงานตั้งแต่เริ่มต้นจนไปถึงกระบวนการช่วงสุดท้าย เมื่อมองไปที่เนื้องาน ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะจัดอยู่ในรูปของการสนองความต้องการที่อยากจะทำโดยใส่ความเป็น 'ตัวฉันของฉัน' ลงไปสอดแทรกและบอกเล่าผ่านตัวละคร ว่าชีวิตฉันนั้นก็มีเพียงเท่านี้ ความสุข ความทุกข์ ที่ผ่านเข้ามาและต้องเผชิญหน้าก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่ ตัวหนังจึงเป็นเหมือนภาพยนตร์อัตชีวประวัติของ 'บ๊อบ ฟอสซี่' ตัวผู้กำกับเอง ที่รับบทบาทโดย 'รอย ไชเดอร์' ตัวงานเต็มไปด้วยการรังสรรค์ท่าเต้นและเนื้อเพลงจนกลายเป็นความคลาสสิคและหางานไหนทำได้เหมือน แม้ว่างานทั้งหมดจะต้องทำใจยอมรับถึงวิธีการนำเสนอในรูปแบบโลกความจริงตัดสลับโลกความคิดอยู่ตลอดเวลา

ช่วงเวลาทั้งหมดของ 'All That Jazz' อาจจะเป็นการพาเราไปเข้าใจปัญหาและมองความคิดของชายคนหนึ่ง ที่อยากทำงาน ทำงาน และทำงาน ผสมความคิดและความต้องการ พร้อมทั้งการสละและจากลาที่สุดแสนยินดีในช่วงบทสรุป เสมือนการลาตายที่ตัวผู้กำกับต้องการให้เป็น ฉากทั้งหมดจึงแสดงภาวะห้วงอารมณ์ต่อความคิดที่ตัวละครในฐานะตัวแทนของ 'บ๊อบ ฟอสซี่' ที่กำลังกระทำในสิ่งที่อยากทำ หนังเองจึงเต็มไปด้วยฉากในอดีตที่ตัวละครประสบพบเจอพร้อมทั้งฉากปัจจุบันจนไปถึงอนาคต ตัดสลับความจริงกับความเพ้อฝัน ทั้งนี้ ตัวฉากยังมีส่วนผสมของความดำมืดที่แสดงด้านมืดในจิตใจของมนุษย์แสดงลงบนผลงานที่ถ่ายทอดออกมาเป็นศิลปะการแสดง แม้ว่าภาพและฉากจะติดเรทในบางฉากที่สะท้อนออกมาในท่าเต้น แต่ทั้งหมดกลับเป็นการถอดเปลือกนอกให้เห็นร่างกายภายในเพื่อแสดงท่วงท่าและความละเอียดของส่วนประกอบต่างๆในร่างกาย มันจึงเป็นการแสดงที่ล้ำสมัยและก้าวกระโดดในช่วงเวลานั้นและอาจจะถึงช่วงเวลานี้ในโลกภาพยนตร์เลยก็ยังได้ พร้อมกันนี้ นัยยะของฉากแต่ละฉากยังแสดงความน่าจะเป็นและการยอมรับอีกด้วย งานฉากของ 'All That Jazz' จึงเต็มไปด้วยนัยยะแอบแฝงที่สะท้อนโลกในด้านตรงข้ามและมุมมองที่สะท้อนในด้านความจริงไปพร้อมกัน

ประโยคสำคัญของหนังคือ 'It’s showtime, folk!' วัฏจักรการหมุนวนซ้ำและการกระทำในรู้แบบเดิม วิธีการตัดภาพจะเริ่มตัวด้วยรูปแบบเดิมๆในแต่ละวัน เราจึงไม่ได้สับสนและตามตัวละครได้ทันว่าเหตุการณ์กำลังได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หนังจึงไม่ได้ดูยากจนเกินไปและไม่ได้ซับซ้อนเกินเข้าใจเพราะวิธีนำเสนอในรูปแบบแนวเพลงทำให้เราไม่ได้เวียนหัวชวนมึนในความคิดของตัวละครมากมายนัก อยากไรก็ตาม สาระของหนังอาจเป็นความเพ้อฝันและต้องการสร้างสรรค์งาน แต่ถ้ามองไปที่ภาพรวมทั้งหมดนั้น หนังเองกลับเป็นเพียงการสะท้อนภาวะลาโลก ความตายกลับกลายเป็นประเด็นของหนังในช่วงต้นเรื่องและท้ายเรื่อง เพราะหนังพยายามเสียดสีเรื่องราวความตายและชวนตลกล้อเลียนความตายในช่วงระยะสุดท้ายของชีวิต ทั้งความโกรธที่ตัวเองกำลังจะไม่ได้ทำงานเพราะล้มป่วย พร้อมทั้งไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองกำลังป่วย พยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้นานที่สุด จนนำพามาถึงอารมณ์สิ้นหวังหมดกำลังใจและหดหู่เศร้าหมอง สุดท้าย จึงยอมรับความตายและไม่ห่วงอะไรอีกแล้ว ไม่กังวลกับอะไรอีกต่อไป ทั้งหมดจึงทำให้ 'All That Jazz' เป็นผลงานที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยชีวิต และเต็มไปด้วยการมองชีวิตพร้อมด้วยการสิ้นชีวิต เมื่อม่านการแสดงได้ปิดฉากลงอย่างสวยงาม...

ขอให้มีความสุขกับการรับชมภาพยนตร์ครับ
ตัวอย่าง

ติดตามรีวิวภาพยนตร์ได้ที่
Page:
https://www.facebook.com/MoviesDelightClub/
Blog:
http://moviesdelightclub.blogspot.com/
หนังเก่าเล่าใหม่ 089: All That Jazz (Bob Fosse, 1979) รีวิวโดย Form Corleone
"พยายามที่จะสร้างสรรค์ผลงานจนวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ" ทุกสิ่งทุกอย่างก็มีเพียงแค่นั้น ทั้งหมดมีเพียงแค่เสียงดนตรีและการแสดง 'All That Jazz' คือภาพมายาคติของนักช่างฝันที่คิดงานใหม่ๆได้ตลอดเวลา ตัวละครหลักในเรื่องเต็มไปด้วยการวาดฝันและอยากสรรค์สร้างงานใหม่ๆ พร้อมทั้งก่อร่างสร้างแบบที่ตัวเองอยากจะทำและลงมือทำ เราจึงเห็นพัฒนาการของการสร้างสรรค์ผลงานออกมาหนึ่งชิ้นงานตั้งแต่เริ่มต้นจนไปถึงกระบวนการช่วงสุดท้าย เมื่อมองไปที่เนื้องาน ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะจัดอยู่ในรูปของการสนองความต้องการที่อยากจะทำโดยใส่ความเป็น 'ตัวฉันของฉัน' ลงไปสอดแทรกและบอกเล่าผ่านตัวละคร ว่าชีวิตฉันนั้นก็มีเพียงเท่านี้ ความสุข ความทุกข์ ที่ผ่านเข้ามาและต้องเผชิญหน้าก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่ ตัวหนังจึงเป็นเหมือนภาพยนตร์อัตชีวประวัติของ 'บ๊อบ ฟอสซี่' ตัวผู้กำกับเอง ที่รับบทบาทโดย 'รอย ไชเดอร์' ตัวงานเต็มไปด้วยการรังสรรค์ท่าเต้นและเนื้อเพลงจนกลายเป็นความคลาสสิคและหางานไหนทำได้เหมือน แม้ว่างานทั้งหมดจะต้องทำใจยอมรับถึงวิธีการนำเสนอในรูปแบบโลกความจริงตัดสลับโลกความคิดอยู่ตลอดเวลา
ช่วงเวลาทั้งหมดของ 'All That Jazz' อาจจะเป็นการพาเราไปเข้าใจปัญหาและมองความคิดของชายคนหนึ่ง ที่อยากทำงาน ทำงาน และทำงาน ผสมความคิดและความต้องการ พร้อมทั้งการสละและจากลาที่สุดแสนยินดีในช่วงบทสรุป เสมือนการลาตายที่ตัวผู้กำกับต้องการให้เป็น ฉากทั้งหมดจึงแสดงภาวะห้วงอารมณ์ต่อความคิดที่ตัวละครในฐานะตัวแทนของ 'บ๊อบ ฟอสซี่' ที่กำลังกระทำในสิ่งที่อยากทำ หนังเองจึงเต็มไปด้วยฉากในอดีตที่ตัวละครประสบพบเจอพร้อมทั้งฉากปัจจุบันจนไปถึงอนาคต ตัดสลับความจริงกับความเพ้อฝัน ทั้งนี้ ตัวฉากยังมีส่วนผสมของความดำมืดที่แสดงด้านมืดในจิตใจของมนุษย์แสดงลงบนผลงานที่ถ่ายทอดออกมาเป็นศิลปะการแสดง แม้ว่าภาพและฉากจะติดเรทในบางฉากที่สะท้อนออกมาในท่าเต้น แต่ทั้งหมดกลับเป็นการถอดเปลือกนอกให้เห็นร่างกายภายในเพื่อแสดงท่วงท่าและความละเอียดของส่วนประกอบต่างๆในร่างกาย มันจึงเป็นการแสดงที่ล้ำสมัยและก้าวกระโดดในช่วงเวลานั้นและอาจจะถึงช่วงเวลานี้ในโลกภาพยนตร์เลยก็ยังได้ พร้อมกันนี้ นัยยะของฉากแต่ละฉากยังแสดงความน่าจะเป็นและการยอมรับอีกด้วย งานฉากของ 'All That Jazz' จึงเต็มไปด้วยนัยยะแอบแฝงที่สะท้อนโลกในด้านตรงข้ามและมุมมองที่สะท้อนในด้านความจริงไปพร้อมกัน
ประโยคสำคัญของหนังคือ 'It’s showtime, folk!' วัฏจักรการหมุนวนซ้ำและการกระทำในรู้แบบเดิม วิธีการตัดภาพจะเริ่มตัวด้วยรูปแบบเดิมๆในแต่ละวัน เราจึงไม่ได้สับสนและตามตัวละครได้ทันว่าเหตุการณ์กำลังได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หนังจึงไม่ได้ดูยากจนเกินไปและไม่ได้ซับซ้อนเกินเข้าใจเพราะวิธีนำเสนอในรูปแบบแนวเพลงทำให้เราไม่ได้เวียนหัวชวนมึนในความคิดของตัวละครมากมายนัก อยากไรก็ตาม สาระของหนังอาจเป็นความเพ้อฝันและต้องการสร้างสรรค์งาน แต่ถ้ามองไปที่ภาพรวมทั้งหมดนั้น หนังเองกลับเป็นเพียงการสะท้อนภาวะลาโลก ความตายกลับกลายเป็นประเด็นของหนังในช่วงต้นเรื่องและท้ายเรื่อง เพราะหนังพยายามเสียดสีเรื่องราวความตายและชวนตลกล้อเลียนความตายในช่วงระยะสุดท้ายของชีวิต ทั้งความโกรธที่ตัวเองกำลังจะไม่ได้ทำงานเพราะล้มป่วย พร้อมทั้งไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองกำลังป่วย พยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้นานที่สุด จนนำพามาถึงอารมณ์สิ้นหวังหมดกำลังใจและหดหู่เศร้าหมอง สุดท้าย จึงยอมรับความตายและไม่ห่วงอะไรอีกแล้ว ไม่กังวลกับอะไรอีกต่อไป ทั้งหมดจึงทำให้ 'All That Jazz' เป็นผลงานที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยชีวิต และเต็มไปด้วยการมองชีวิตพร้อมด้วยการสิ้นชีวิต เมื่อม่านการแสดงได้ปิดฉากลงอย่างสวยงาม...
ขอให้มีความสุขกับการรับชมภาพยนตร์ครับ
ตัวอย่าง
ติดตามรีวิวภาพยนตร์ได้ที่
Page: https://www.facebook.com/MoviesDelightClub/
Blog: http://moviesdelightclub.blogspot.com/