แม่ชอบบอกว่าตอนเด็กๆเราดื้อมาก ไม่รู้เหมือนใคร
ตอนนี้เรารู้แล้วละค่ะ ว่าดื้อเหมือนแม่นั่นแหละ!
เพราะตอนนี้ต้องมาหักดิบนิสัยแม่ตัวเองเนี่ย และมัน ไม่!ง่าย!เลย! ด้วยความที่แม่เราอ่ะเนอะ ค่อนข้างเป็นคนหัวดื้อ ยิ่งอายุเยอะยิ่งแข็งแวร้งงงงงงง พอจะมาปุบปับให้มาเปลี่ยนตัวเองมันก็ต้องมีหักมีงอกันมั้งล่ะงานนี้
ปกติเราเนี่ยพาแม่ไปตรวจสุขภาพค่อนข้างสม่ำเสมอและทุกครั้งสุขภาพของแม่เราก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาตลอด หลังๆเราเลยไม่ค่อยได้พาไปตรวจเพราะวางใจว่า แม่ดูแลตัวเองได้ คือ แกเองก็ไม่อยากให้เราไปวุ่นวายกับแกมากด้วยอ่ะค่ะ แกบอกว่า แกโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ แกรู้ว่าต้องทำยังไง เราก็ไม่กล้าเถียงอ่ะเนอะ กลัวแกงอนยาวหาว่า เราไม่เข้าใจแกไปอีก
แต่หลังๆเนี่ย ไม่ไหวแล้วค่ะ เพราะแม่ชอบฝากเราซื้อเค้ก พวกของหวานไรงี้ ให้ซื้อติดกลับมาบ้านหลังเลิกงานตลอด เราก็ซื้อมั่งไม่ซื้อมั่งกลัวมันไม่ดีต่อสุขภาพของแกเอง แรกๆแกก็งอนนะ แล้วก็ไม่ฝากซื้อเลย เราก็สบายใจนึกว่า แกเองจะไม่กินแล้ว แต่ป่าวเลยค่ะ เพราะแม่เราแอดวานซ์กว่านั้น ไม่ซื้อให้กินใช่มั้ย ได้! นั่งรถไปซื้อกินเองเลย
และคราวนี้มีออพชั่นเสริมเป็นชานมไข่มุกด้วยค่ะ พระเจ้า! ไม่ไหวแล้ว
ตอนรู้นี่ เรารีบเคลียร์คิวแล้วพาแม่ไปหาหมอด่วนๆเลย
สุดท้ายก็ไม่รอดค่ะ จนได้ เพราะผลตรวจออกมา สรุปว่า แม่เรา ‘มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานสูงมาก’
พอผลตรวจออกมาแบบนี้ ก็หน้าซีดทั้งแม่ทั้งลูกเลยค่ะ ได้แต่รับคำหมอเสียงอ่อนๆ เรื่องการดูแลตัวเองของแม่แล้วพาขับรถกลับบ้านเลย
ตอนตรวจนี่คือ ยิ้มแป้นเลย ยัง ยังไม่รู้ตัวเองอีกค่ะ แม่! ฮ่าๆๆๆๆ
ระหว่างทาง เราก็อ่ะ บ่นยาวเลย บอกว่า แม่ลดพวกนี้หน่อยมั้ย กินเยอะไปไม่ดีนะ บลาๆๆๆๆ แกก็ฟังนะ แต่ไม่ทำตาม เพราะพอผ่านไป 1 อาทิตย์ หลอกเสืออย่างเราสบายใจล่ะ ก็กลับไปกินต่อ
โอ้โห นี่ล่ะค่ะ ดื้อกว่าเราก็แม่เนี่ยแหละค่า เมื่อบอกแล้วไม่ฟัง เราก็ต้องลงแรงจัดการกันซะหน่อยแล้ว
ปฏิบัติการหักดิบลดน้ำตาลเพื่อแม่จึงเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ค่ะ!
……………………………………………
อย่างแรกอาหารการกินปรับเปลี่ยนหมดค่ะ ทุกเช้าแม่เราจะทำกับข้าวให้เรากินตอนเช้าแล้วห่อไปกินกลางวันที่ทำงาน โดยจะทำจากวัตถุดิบที่เราซื้อติดตู้เย็นไว้
เมื่อก่อนเป็นแกงมันๆ อาหารแซ่บๆเผ็ดๆ โดยเฉพาะแกงกะทิเพราะ เราชอบกินค่ะ
พอแม่ต้องลดการกินมัน กินอาหารรสจัดๆลง เราก็เปลี่ยนด้วย กินเป็นเพื่อนกัน หลังๆเราเลยซื้อพวกผักสดเข้าบ้านเยอะๆ ไก่ก็ซื้อแต่อกไก่ที่มันน้อยๆ ซื้อกุ้งที่แม่ชอบกินมาใส่ตู้เย็น ให้แม่ได้ใส่ของชอบลงในกับข้าวที่กินบ้างค่ะ จะได้อยากกินผักร่วมเข้าไปด้วยเยอะๆ
ตรงนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่ากับการที่แม่ชอบกินชาไข่มุกกับเค้กเป็นประจำค่ะ เราก็ไม่อยากหักดิบมาก ก็จับเข่าคุยกันตรงๆว่า ไม่กินได้มั้ย ลูกเป็นห่วง ของพวกนี้ขนาดคนอายุเท่าลูกยังไม่ควรกินเยอะๆเลย เพราะฉะนั้น แม่ก็อย่ากินเลยได้มั้ย ลูกขอ
ก็คุยกันแบบนี้ค่ะ ตรงๆไปเลย แม่ก็ฟังนะ เพราะแม่รักเรา เค้าก็เข้าใจความเป็นห่วงเราแหละ เราก็เข้าใจว่ามันยากอยู่เหมือนกัน สำหรับคนที่อยากกินอะไรก้ได้กินมาทุกอย่างอ่ะเนอะ ก็เลยหาตัวช่วยอื่นๆที่มันบำรุงสุขภาพด้วยกับกินทดแทนของหวานให้เค้าได้ด้วยมากินเพิ่มเติมค่ะ
อันแรกเป็นน้ำขิง เป็นเครื่องดื่มขิงสำเร็จรูปของดอยคำ ซึ่งเรากินน้ำมะเขือเทศของดอยคำเป็นประจำค่ะ เพราะมันปรุงแต่งน้อย ก็เลยเลือกยี่ห้อนี้มาให้แม่กิน อีกอย่างคือ มันกินง่าย ชงง่ายด้วยแหละค่ะ ฉีกซองเทใส่น้ำร้อนแล้วกินเลย มันจะออกรสขิงหวานนิดหน่อยให้พอกินได้รสชาติ กินอร่อยค่ะ แม่เรากินวันละ 2 ครั้งแทนพวกน้ำหวาน ชานม ก็พอถูไถได้อยู่นะคะ กินดีด้วยค่ะ น้ำขิงช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลินในร่างกาย ทำให้ระดับกลูโคสในเลือดลดลงค่ะ

อันที่สองเป็นเครื่องดื่มชงเหมือนกันค่ะ เป็นเครื่องดื่มใยอาหารเซลลูโลสของซีโลส ตัวนี้แม่ติดกินประจำเพราะกินง่าย แค่เทน้ำในซองคนให้ผงซีโลสมันกระจายๆแล้วเอาหลอดจิ้มดูดได้เลยไม่ต้องรอละลาย มีรสชาติหวานนิดๆเพื่อให้กินง่ายขึ้น โดยเราจะให้แม่กินทุกครั้งพร้อมข้าวเช้า 1 ซอง หลังจากนั้นก็กินช่วงบ่ายอีกวันละซอง กินสลับกับน้ำขิง ช่วยให้แม่อยากน้ำหวานน้อยลงค่ะ หลังกินสักระยะแม่บอกว่าขับถ่ายดีขึ้นค่ะ คือ การทำงานของลำไส้ดีขึ้นมากๆ สังเกตจากอุจจาระค่ะ แม่บอกอุจจาระไม่แข็ง นิ่ม ดูเป็นรูปร่าง เป็นสัญญาณภายในจากร่างกายค่ะ ว่า ระบบต่างๆในร่างกายกำลังดีขึ้นแล้ว นอกจากนี้หน้าที่หลักๆของเซลลูโลสจะช่วยดูดซับน้ำตาลและไขมันส่วนเกินในอาหารแต่ละมื้อไม่ให้เก็บสะสมไว้ในร่างกายเกินจำเป็น จากที่เราอ่านมาเค้าบอกว่าเซลูโลสแบบที่อยู่ในซีโลสจะมีส่วนช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆแข็งแรงขึ้น พอกล้ามเนื้อแข็งแรงก็จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเตาเผาผลาญไขมันไปในตัวด้วยค่ะ สุขภาพโดยรวมก็จะค่อยๆดีขึ้น ก็จะเหมาะกับคนที่เสี่ยงเป็นเบาหวาน หรือความดันสูงๆแบบแม่เราค่ะ

ส่วนตัวสุดท้าย ให้แม่มโนว่าเป็นลูกอมค่ะ ฮ่าๆๆๆ เป็นวิตซี อมแล้วกินอร่อยๆ ให้กินวันละ 2 เม็ดพอ บางวันก็เม็ดเดียวแทนพวกของหวาน แต่จริงๆแล้วกินน้อยค่ะ เพราะแค่น้ำขิงกับซีโลสก็ทำให้แม่กินแถมไม่อยากของหวานอื่นๆเพิ่มแล้ว แต่ก็กินค่ะ อย่างที่ทราบก็คือ วิตามินซีช่วยเสริมสร้างกระดูก แต่สำคัญที่สุดสำหรับผู้สูงวัยคือ ช่วยลดคอเลสเตอรอลและคลายเครียดอันเป็นปัจจัยของโรคเบาหวานในผู้สูงอายุได้ด้วย
……………………………………………….………………
สุดท้ายก็ออกกำลังกายค่ะ
เราชอบวิ่งออกกำลังกายค่ะ ไปตามสวนสาธารณะตามบ้านไม่ได้ไปฟิตเนส เพราะรู้สึกว่า การวิ่งตามพื้นที่สาธารณะมันทำให้ผ่อนคลายจากบรรยากาศโดยรอบ ได้เจอผู้คน ได้ทักทายคน รู้สึกปลอดโปร่งสบายใจกว่าในฟิตเนสค่ะ และเราก็คิดว่า ผู้สูงวัยแบบแม่น่าจะชอบเพราะการออกกำลังกายแบบนี้สนุกกว่าและทำให้เค้าได้เจอผู้คนกว่าค่ะ
โดยเราจัดตารางออกกำลังกายเป็นเช้าเย็น ช่วงแรกเราจะตื่นเช้าสักครึ่งชั่วโมงพาแม่เดินช้าๆรอบหมู่บ้านสักครึ่งชั่วโมงค่ะ ซึ่งตรงนี้แม่แฮปปี้มากเพราะได้ทักทายป้าๆในหมู่บ้าน ได้เม้าท์มอยระหว่างเดินไปเรื่อยๆค่ะ ฮา
ส่วนช่วงเย็นก็จะเป็นเวลาออกกำลังกายประจำของเราค่ะ โชคดีที่บ้านกับที่ทำงานไม่ไกลมากและรถก็ไม่ติดค่ะ พอเราเลิกงานก็กลับมาบ้านพาแม่ขึ้นรถไปวิ่งที่สวนใหญ่ๆที่ไกลๆบ้านหน่อยค่ะ ซึ่งพื้นที่จะใหญ่กว่าและบรรยากาศดีกว่า ส่วนตัวจะวิ่งเป็นประจำ ประมาณวันละครึ่งชั่วโมง แต่พอมีแม่มาด้วยก็อาศัยวิ่งเหยาะๆสลับเดินเป็นเพื่อนค่ะ
วิ่งไปวิ่งมาจนไปวิ่งมาราธอนได้แล้วค่า แม่เก่งมากๆเลยยย
แต่หลังๆไม่ต้องแล้ว เราสามารถวิ่งนำแม่ไปได้เลย เพราะแม่เดินวิ่งเองได้ค่ะ แถมๆๆๆๆๆ แม่ยังเพิ่มเลเวลไปวิ่งมาราธอนเองอีกต่างหากค่ะ
ถือว่า ประสบความสำเร็จขั้นนึงในการเริ่มเปลี่ยนแปลงค่ะ
ก็พาแม่ใช้ชีวิตประจำวันแบบนี้มาเรื่อยๆประมาณ 6 เดือน แล้วก็กลับไปให้หมอตรวจสุขภาพอีกรอบค่ะ
รอบนี้มีคุณพ่อพาไปตรวจด้วยค่ะ ครบครอบครัวหมีเล้ยยยยย
และคราวนี้ถือว่า สิ่งที่ทำมาเห็นผลค่ะ เพราะหมอบอกว่า น้ำตาลแม่ลดลงเข้าเกณฑ์ปกติแล้ว เย้!
แถมหมอยังชมว่า สุขภาพแม่แข็งแรงขึ้นมาก ดูแข็งแรงขึ้น แถมเท่าที่ตรวจระบบเผาผลาญยังทำงานดีขึ้น ด้วยเพราะแม่มีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นค่ะ (ออกกำลังกายขนาดนั้น ควบคุมอาหารขนาดนี้ มันต้องมีกล้ามกันมั้งล่ะเนอะ แม่เนอะ อิอิ) เรางี้ดีใจมากๆที่แม่สุขภาพดีขึ้น แต่เหนืออื่นใด แม่เองก็แฮปปี้กับร่างกายตัวเองมากๆ ถึงขั้นบอกเลยว่า จะพยายามดูแลตัวเองให้ดีๆแบบนี้ต่อไปค่ะ
สรุปนะคะ ปฏิบัติการหักดิบลดน้ำตาลเพื่อแม่ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จได้อย่างสวยงาม แต่ไม่ใช่ว่าจะจบเท่านี้นะคะ เพราะปฏิบัติการนี้ยังต้องดำเนินต่อไปเรื่อยๆค่ะ เพราะถ้าเราหยุดแล้วกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมโรคเดิมๆก็จะกลับมาอีกแน่ๆ และจากที่สัมภาษณ์คุณแม่ก่อนลงพันทิป แม่ก็ยังบอกอีกว่า เป็นภารกิจที่แม่มีความสุขมากๆ หวังว่าจะช่วยให้ผู้สูงอายุท่านอื่นแบบแม่ที่ร่างกายไม่แข็งแรง แล้วยิ่งดีไปใหญ่ถ้ามีลูกๆแบบเราร่วมทำกิจกรรมไปกับแม่จะยิ่งทำให้แม่มีความสุขและรู้สึกสนุกขึ้นด้วยค่ะ
ส่วนตัวเราอย่างที่บอกไปว่า จะรู้สึกดีใจที่แม่แข็งแรงขึ้นแล้ว ยังถือว่า ภารกิจนี้ยังเป็นการหาเวลาว่างมาทำกิจกรรมกับคนในครอบครัวเพิ่มขึ้นทำให้เราสนิทสนมกับคนที่เรารักมากขึ้นไปอีกค่า
เมื่อแม่เสี่ยงเบาหวาน! ปฏิบัติการหักดิบลดน้ำตาลเพื่อแม่จึงเริ่มต้นขึ้น
ตอนนี้เรารู้แล้วละค่ะ ว่าดื้อเหมือนแม่นั่นแหละ!
เพราะตอนนี้ต้องมาหักดิบนิสัยแม่ตัวเองเนี่ย และมัน ไม่!ง่าย!เลย! ด้วยความที่แม่เราอ่ะเนอะ ค่อนข้างเป็นคนหัวดื้อ ยิ่งอายุเยอะยิ่งแข็งแวร้งงงงงงง พอจะมาปุบปับให้มาเปลี่ยนตัวเองมันก็ต้องมีหักมีงอกันมั้งล่ะงานนี้
ปกติเราเนี่ยพาแม่ไปตรวจสุขภาพค่อนข้างสม่ำเสมอและทุกครั้งสุขภาพของแม่เราก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาตลอด หลังๆเราเลยไม่ค่อยได้พาไปตรวจเพราะวางใจว่า แม่ดูแลตัวเองได้ คือ แกเองก็ไม่อยากให้เราไปวุ่นวายกับแกมากด้วยอ่ะค่ะ แกบอกว่า แกโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ แกรู้ว่าต้องทำยังไง เราก็ไม่กล้าเถียงอ่ะเนอะ กลัวแกงอนยาวหาว่า เราไม่เข้าใจแกไปอีก
แต่หลังๆเนี่ย ไม่ไหวแล้วค่ะ เพราะแม่ชอบฝากเราซื้อเค้ก พวกของหวานไรงี้ ให้ซื้อติดกลับมาบ้านหลังเลิกงานตลอด เราก็ซื้อมั่งไม่ซื้อมั่งกลัวมันไม่ดีต่อสุขภาพของแกเอง แรกๆแกก็งอนนะ แล้วก็ไม่ฝากซื้อเลย เราก็สบายใจนึกว่า แกเองจะไม่กินแล้ว แต่ป่าวเลยค่ะ เพราะแม่เราแอดวานซ์กว่านั้น ไม่ซื้อให้กินใช่มั้ย ได้! นั่งรถไปซื้อกินเองเลย
ตอนรู้นี่ เรารีบเคลียร์คิวแล้วพาแม่ไปหาหมอด่วนๆเลย
สุดท้ายก็ไม่รอดค่ะ จนได้ เพราะผลตรวจออกมา สรุปว่า แม่เรา ‘มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานสูงมาก’
พอผลตรวจออกมาแบบนี้ ก็หน้าซีดทั้งแม่ทั้งลูกเลยค่ะ ได้แต่รับคำหมอเสียงอ่อนๆ เรื่องการดูแลตัวเองของแม่แล้วพาขับรถกลับบ้านเลย
ระหว่างทาง เราก็อ่ะ บ่นยาวเลย บอกว่า แม่ลดพวกนี้หน่อยมั้ย กินเยอะไปไม่ดีนะ บลาๆๆๆๆ แกก็ฟังนะ แต่ไม่ทำตาม เพราะพอผ่านไป 1 อาทิตย์ หลอกเสืออย่างเราสบายใจล่ะ ก็กลับไปกินต่อ
อย่างแรกอาหารการกินปรับเปลี่ยนหมดค่ะ ทุกเช้าแม่เราจะทำกับข้าวให้เรากินตอนเช้าแล้วห่อไปกินกลางวันที่ทำงาน โดยจะทำจากวัตถุดิบที่เราซื้อติดตู้เย็นไว้
เมื่อก่อนเป็นแกงมันๆ อาหารแซ่บๆเผ็ดๆ โดยเฉพาะแกงกะทิเพราะ เราชอบกินค่ะ
พอแม่ต้องลดการกินมัน กินอาหารรสจัดๆลง เราก็เปลี่ยนด้วย กินเป็นเพื่อนกัน หลังๆเราเลยซื้อพวกผักสดเข้าบ้านเยอะๆ ไก่ก็ซื้อแต่อกไก่ที่มันน้อยๆ ซื้อกุ้งที่แม่ชอบกินมาใส่ตู้เย็น ให้แม่ได้ใส่ของชอบลงในกับข้าวที่กินบ้างค่ะ จะได้อยากกินผักร่วมเข้าไปด้วยเยอะๆ
ตรงนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่ากับการที่แม่ชอบกินชาไข่มุกกับเค้กเป็นประจำค่ะ เราก็ไม่อยากหักดิบมาก ก็จับเข่าคุยกันตรงๆว่า ไม่กินได้มั้ย ลูกเป็นห่วง ของพวกนี้ขนาดคนอายุเท่าลูกยังไม่ควรกินเยอะๆเลย เพราะฉะนั้น แม่ก็อย่ากินเลยได้มั้ย ลูกขอ
ก็คุยกันแบบนี้ค่ะ ตรงๆไปเลย แม่ก็ฟังนะ เพราะแม่รักเรา เค้าก็เข้าใจความเป็นห่วงเราแหละ เราก็เข้าใจว่ามันยากอยู่เหมือนกัน สำหรับคนที่อยากกินอะไรก้ได้กินมาทุกอย่างอ่ะเนอะ ก็เลยหาตัวช่วยอื่นๆที่มันบำรุงสุขภาพด้วยกับกินทดแทนของหวานให้เค้าได้ด้วยมากินเพิ่มเติมค่ะ
อันแรกเป็นน้ำขิง เป็นเครื่องดื่มขิงสำเร็จรูปของดอยคำ ซึ่งเรากินน้ำมะเขือเทศของดอยคำเป็นประจำค่ะ เพราะมันปรุงแต่งน้อย ก็เลยเลือกยี่ห้อนี้มาให้แม่กิน อีกอย่างคือ มันกินง่าย ชงง่ายด้วยแหละค่ะ ฉีกซองเทใส่น้ำร้อนแล้วกินเลย มันจะออกรสขิงหวานนิดหน่อยให้พอกินได้รสชาติ กินอร่อยค่ะ แม่เรากินวันละ 2 ครั้งแทนพวกน้ำหวาน ชานม ก็พอถูไถได้อยู่นะคะ กินดีด้วยค่ะ น้ำขิงช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลินในร่างกาย ทำให้ระดับกลูโคสในเลือดลดลงค่ะ
อันที่สองเป็นเครื่องดื่มชงเหมือนกันค่ะ เป็นเครื่องดื่มใยอาหารเซลลูโลสของซีโลส ตัวนี้แม่ติดกินประจำเพราะกินง่าย แค่เทน้ำในซองคนให้ผงซีโลสมันกระจายๆแล้วเอาหลอดจิ้มดูดได้เลยไม่ต้องรอละลาย มีรสชาติหวานนิดๆเพื่อให้กินง่ายขึ้น โดยเราจะให้แม่กินทุกครั้งพร้อมข้าวเช้า 1 ซอง หลังจากนั้นก็กินช่วงบ่ายอีกวันละซอง กินสลับกับน้ำขิง ช่วยให้แม่อยากน้ำหวานน้อยลงค่ะ หลังกินสักระยะแม่บอกว่าขับถ่ายดีขึ้นค่ะ คือ การทำงานของลำไส้ดีขึ้นมากๆ สังเกตจากอุจจาระค่ะ แม่บอกอุจจาระไม่แข็ง นิ่ม ดูเป็นรูปร่าง เป็นสัญญาณภายในจากร่างกายค่ะ ว่า ระบบต่างๆในร่างกายกำลังดีขึ้นแล้ว นอกจากนี้หน้าที่หลักๆของเซลลูโลสจะช่วยดูดซับน้ำตาลและไขมันส่วนเกินในอาหารแต่ละมื้อไม่ให้เก็บสะสมไว้ในร่างกายเกินจำเป็น จากที่เราอ่านมาเค้าบอกว่าเซลูโลสแบบที่อยู่ในซีโลสจะมีส่วนช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆแข็งแรงขึ้น พอกล้ามเนื้อแข็งแรงก็จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเตาเผาผลาญไขมันไปในตัวด้วยค่ะ สุขภาพโดยรวมก็จะค่อยๆดีขึ้น ก็จะเหมาะกับคนที่เสี่ยงเป็นเบาหวาน หรือความดันสูงๆแบบแม่เราค่ะ
ส่วนตัวสุดท้าย ให้แม่มโนว่าเป็นลูกอมค่ะ ฮ่าๆๆๆ เป็นวิตซี อมแล้วกินอร่อยๆ ให้กินวันละ 2 เม็ดพอ บางวันก็เม็ดเดียวแทนพวกของหวาน แต่จริงๆแล้วกินน้อยค่ะ เพราะแค่น้ำขิงกับซีโลสก็ทำให้แม่กินแถมไม่อยากของหวานอื่นๆเพิ่มแล้ว แต่ก็กินค่ะ อย่างที่ทราบก็คือ วิตามินซีช่วยเสริมสร้างกระดูก แต่สำคัญที่สุดสำหรับผู้สูงวัยคือ ช่วยลดคอเลสเตอรอลและคลายเครียดอันเป็นปัจจัยของโรคเบาหวานในผู้สูงอายุได้ด้วย
โดยเราจัดตารางออกกำลังกายเป็นเช้าเย็น ช่วงแรกเราจะตื่นเช้าสักครึ่งชั่วโมงพาแม่เดินช้าๆรอบหมู่บ้านสักครึ่งชั่วโมงค่ะ ซึ่งตรงนี้แม่แฮปปี้มากเพราะได้ทักทายป้าๆในหมู่บ้าน ได้เม้าท์มอยระหว่างเดินไปเรื่อยๆค่ะ ฮา
ส่วนช่วงเย็นก็จะเป็นเวลาออกกำลังกายประจำของเราค่ะ โชคดีที่บ้านกับที่ทำงานไม่ไกลมากและรถก็ไม่ติดค่ะ พอเราเลิกงานก็กลับมาบ้านพาแม่ขึ้นรถไปวิ่งที่สวนใหญ่ๆที่ไกลๆบ้านหน่อยค่ะ ซึ่งพื้นที่จะใหญ่กว่าและบรรยากาศดีกว่า ส่วนตัวจะวิ่งเป็นประจำ ประมาณวันละครึ่งชั่วโมง แต่พอมีแม่มาด้วยก็อาศัยวิ่งเหยาะๆสลับเดินเป็นเพื่อนค่ะ
แต่หลังๆไม่ต้องแล้ว เราสามารถวิ่งนำแม่ไปได้เลย เพราะแม่เดินวิ่งเองได้ค่ะ แถมๆๆๆๆๆ แม่ยังเพิ่มเลเวลไปวิ่งมาราธอนเองอีกต่างหากค่ะ
แถมหมอยังชมว่า สุขภาพแม่แข็งแรงขึ้นมาก ดูแข็งแรงขึ้น แถมเท่าที่ตรวจระบบเผาผลาญยังทำงานดีขึ้น ด้วยเพราะแม่มีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นค่ะ (ออกกำลังกายขนาดนั้น ควบคุมอาหารขนาดนี้ มันต้องมีกล้ามกันมั้งล่ะเนอะ แม่เนอะ อิอิ) เรางี้ดีใจมากๆที่แม่สุขภาพดีขึ้น แต่เหนืออื่นใด แม่เองก็แฮปปี้กับร่างกายตัวเองมากๆ ถึงขั้นบอกเลยว่า จะพยายามดูแลตัวเองให้ดีๆแบบนี้ต่อไปค่ะ
สรุปนะคะ ปฏิบัติการหักดิบลดน้ำตาลเพื่อแม่ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จได้อย่างสวยงาม แต่ไม่ใช่ว่าจะจบเท่านี้นะคะ เพราะปฏิบัติการนี้ยังต้องดำเนินต่อไปเรื่อยๆค่ะ เพราะถ้าเราหยุดแล้วกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมโรคเดิมๆก็จะกลับมาอีกแน่ๆ และจากที่สัมภาษณ์คุณแม่ก่อนลงพันทิป แม่ก็ยังบอกอีกว่า เป็นภารกิจที่แม่มีความสุขมากๆ หวังว่าจะช่วยให้ผู้สูงอายุท่านอื่นแบบแม่ที่ร่างกายไม่แข็งแรง แล้วยิ่งดีไปใหญ่ถ้ามีลูกๆแบบเราร่วมทำกิจกรรมไปกับแม่จะยิ่งทำให้แม่มีความสุขและรู้สึกสนุกขึ้นด้วยค่ะ
ส่วนตัวเราอย่างที่บอกไปว่า จะรู้สึกดีใจที่แม่แข็งแรงขึ้นแล้ว ยังถือว่า ภารกิจนี้ยังเป็นการหาเวลาว่างมาทำกิจกรรมกับคนในครอบครัวเพิ่มขึ้นทำให้เราสนิทสนมกับคนที่เรารักมากขึ้นไปอีกค่า