ย้อนรอย...ในห้องใต้ดิน EP. 1

ย้อนรอย...ในห้องใต้ดิน EP. 1

                ตึงๆๆ เสียงเคาะประตูหน้าต่างดังระรัวไปรอบห้อง เสียงเอะอะโวยวาย เสียงชกต่อยดังเหมือนมันก้องอยู่ในหู ชายคนหนึ่งนอนบนเตียงไม้เก่าๆและทรุดโทรม ข้างเตียงของเขาจุดด้วยเทียนไขเล่มใหญ่ ข้างๆมีใบกัญชาและกระบอกสูบวางระเกะระกะอยู่ ภายในห้องดูมืดและสกปรกมาก เสื้อผ้าที่ใช้แล้วถูกกองหมักหมมเอาไว้จนส่งกลิ่นเหม็นอับออกมา เขานอนกระสับกระส่ายเหมือนฝันร้ายที่สุดที่เขาเคยฝันมา เสียงเคาะประตูหน้าต่างที่เขาได้ยินมันมาจากในความฝัน มีเงาของร่างๆหนึ่งเดินวนเวียนอยู่ข้างนอกห้องพยายามที่จะเปิดเข้ามา บางครั้งหยุดยืนและตบประตู บางครั้งดันประตูเข้ามาแต่โชคดีที่ประตูลงกลอนเอาไว้ “ฆ่ากู  ฆ่ากู...” เสียงครางเบาลอยมาเข้าหูทั้งสองถึงแม้ว่าเขาจะยกมือปิดหูแล้วก็ตาม เสียงนั้นยังคงดังก้องไปมา “กูหนาว......” หลังจากสิ้นเสียงเขาก็สะดุ้งตื่นและดันตัวลุกขึ้นมามองไปรอบๆห้อง หรือความผิดที่เขาเคยทำเอาไว้จะมาทวงชีวิตของเขาแล้ว หรืออาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของกัญชาที่สูบมากไป

                ตึงๆๆ เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความฝัน มีเสียงตะโกนเข้ามาถาม “มีใครอยู่ในนี้รึเปล่า”

เขาเดินไปหยุดอยู่หน้าประตู สองจิตสองใจที่จะเปิดมันออก แต่ความอยากรู้ไม่เข้าใครออกใคร ชายวัยกลางคนเปิดประตูออก สิ่งที่พบคือ ชายหนุ่มที่มาพร้อมกับความเหนื่อยหอบและพูดขึ้นมาว่า

                “กูจำได้แล้ว  กูจำได้แล้ว” ชายหนุ่มดีใจ

                “เป็นใคร กูไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน” ชายวัยกลางคนสบถใส่ไอ้เด็กเมื่อวานซืน

                “ถ้ายังจำกูไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูจะทำให้รู้ว่ากูเป็นใคร” ชายหนุ่มถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้องก่อนจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้อง “เรื่องที่กูจำได้มันมีอยู่ว่า...........”
                                                                                    ......

                ภายในห้องแคบๆมีกลิ่นอับชื้นของอากาศและข้าวของที่วางระเกะระกะอยู่ตามขอบผนังของห้อง รอบๆห้องถูกปกคลุมไปด้วยความมืดจางๆ พอจะมีแสงแดดยามเย็นส่องผ่านช่องลมด้านบนลงมากระทบกับรูม่านตาเป็นภาพแรกที่ ‘วศิน’ หรี่ตาขึ้นมาดูหลังจากรู้สึกว่ามีของแข็งบางอย่างฟาดเข้าที่หัวอย่างจังตอนที่เขากำลังจะไขประตูเข้าบ้านหลังจากเลิกงาน เมื่อได้สติเต็มที่จึงรู้ตัวว่าถูกมัดมือไขว้ไปด้านหลัง เท้าถูกมัดติดกับเก้าอี้และนั่งอยู่ตรงกลางห้องเก็บของใต้ดินบ้านตัวเอง เลือดจากแผลที่ถูกฟาดไหลย้อยผ่านหางตาด้านขวาไม่ขาดสาย ปากถูกปิดด้วยเทปกาวอย่างดีจนแม้แต่จะขยับริมฝีปากยังขยับได้ยากอย่าหวังที่จะคิดแหกปากร้องให้คนช่วยเลย

                วศินพยายามหันซ้ายแลขวาเพื่อหาตัวคนร้ายที่แอบเข้ามาทำร้าย แต่ก็ไม่พบ ฉับพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเก้าอี้ตัวหนึ่งวางอยู่ตรงมุมห้อง มันไม่ใช่เก้าอี้ว่างเปล่าแต่ทว่ามีร่างอีกร่างหนึ่งถูกมัดอย่างแน่นหนานั่งก้มหน้าไม่ไหวติง สภาพของร่างนั้นแทบจะเรียกไม่ได้ว่าเป็นร่างของคนที่มีชีวิตอยู่ ทุกส่วนของร่างกายแห้งจนหนังติดกระดูก เสื้อผ้าและกางเกงมีรอยเปื้อนเลือดบ่งบอกได้ถึงการถูกทรมานอย่างหนักก่อนจะขาดใจตาย แต่เขาไม่มีอาการตกใจที่พบศพอยู่ในห้องใต้ดินของบ้านตัวเองเลยซักนิด เพราะเขารู้อยู่ก่อนแล้วและคนที่ทรมานร่างนั้นจนขาดใจตายก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เขานั้นเอง..

                เพล้ง! เสียงจานแตกดังบนพื้นบ้านชั้นหนึ่งอยู่ตรงเหนือหัวของวศิน ปลุกให้เขาออกจากภวังค์เรื่องศพในห้องใต้ดินที่เขาปิดเป็นความลับมานานกว่ายี่สิบห้าปี เสียงรื้อค้นข้าวของดังเล็ดลอดช่องประตูลงมาพอให้ได้ยินไกลๆ แสดงว่าคนร้ายน่าจะกำลังหาของมีค่าภายในบ้าน ในเวลานี้เขาต้องคิดหาทางแก้เชือกที่มัดมือและเท้าก่อนที่มันจะเดินลงมายังห้องใต้ดินและทรมานเขาจนถึงตาย มือทั้งสองข้างพยายามบิดไปมาเพื่อให้ปมเชือกมันหลวมพอที่จะดึงมือออกมาได้ แต่ท้ายที่สุดความพยายามเกือบสิบนาทีแทบจะไปเป็นผลเลยเมื่อเชือกนั้นไม่มีทีท่าว่าจะหลวมอย่างที่เขาคิด เสียงลมหายใจพ่นออกมาด้วยความตื่นตระหนกเมื่อจู่ๆก็มีเสียงกรีดร้องของภรรยาที่เพิ่งกลับเข้าบ้านและน่าจะพบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน “กรี๊ดดดด!”   เสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งตรงเข้าหาเสียงร้องอย่างรวดเร็ว และทุกอย่างก็เงียบลง มันเป็นความเงียบที่เข้ามาทำลายโสตประสาทของวศินอย่างจัง ดวงตาเบิกกว้างเหงื่อเริ่มผุดไหลผสมกับเลือดลงมาเป็นสาย อะไรจะเกิดขึ้นกับเธอ..เสียงความคิดนี้ได้แต่วนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันไม่น่าจะเกิดเรื่องบ้าๆขึ้นกับครอบครัวของเขาเลย

                แสงแดดยามเย็นที่เคยส่องผ่านช่องลมได้จากไป ความมืดเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ภายในห้องมืดสนิทรูม่านตาพยายามที่จะปรับภาพการมองเห็นให้เห็นสิ่งต่างๆรอบห้องเหมือนเดิม ภาพแรกที่เขามองผ่านความมืดได้นั้น เขาเห็นเก้าอี้ตัวเดิมที่อยู่มุมห้องแต่ที่น่าแปลกใจร่างที่เคยถูกพันธนาการไว้กลับหายไป ครืด ครืด.. เสียงลากเท้ายาวๆ ค่อยๆก้าวเข้ามาหาวศินจากตำแหน่งไหนนั้นเขาไม่อาจรู้ได้เลยในความมืด

                “จำกูได้ไหม ไอ้วศิน” เสียงพูดยานคางเอ่ยถามอย่างเรียบๆก่อนจะเดินมาหยุดตรงด้านหลังของเขา “น่าจะยังจำไม่ได้ แบบนี้ต้องให้รำลึกถึงสิ่งที่เคยทำไว้กับกูก่อนมั้ง ถึงจะจำกูได้”  ร่างนั้นไม่พูดเปล่า ใช้มือซ้ายบีบหัววศินจากด้านหลังและยกมือขวาขึ้นแล้วใช้กำปั้นทุบเข้าตรงขมับอย่างแรงจนเก้าอี้ที่วศินนั่งล้มลงไปอีกฝั่ง ร่างของเขากระแทกพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นได้ ความหวาดกลัวเพิ่มขึ้นเมื่อร่างๆนั้นเดินมาหยุดและนั่งลงตรงหน้า วศินเหลือบตาขึ้นไปมองสิ่งที่เห็นบนใบหน้านั้นฟกช้ำ เลือดอาบท่วมหน้าแต่เขายังจำใบหน้านั้นได้ชัดเจน มันคือ ‘นาวิน’ เพื่อนสมัยตอนยังเป็นวัยรุ่นคึกคะนอง ภาพความจำนั้นผุดขึ้นมาตอนที่ทั้งคู่ยังเป็นเพื่อนรักกัน จนกระทั่งทั้งคู่เกิดไปชอบผู้หญิงคนเดียวกัน การแก่งแย้งจึงเริ่มขึ้นเมื่อวศินรู้ว่านาวินแอบคบกับ ‘ญาดา’ หญิงสาวสวยที่ตนแอบชอบ โดยที่ปากก็บอกว่าเป็นแค่เพื่อนกัน วศินจึงทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ญาดามาเป็นของตน

                “โทรเรียกกูมาถึงบ้านมีเรื่องอะไรด่วนรึเปล่า” นาวินเดินยิ้มแย้มเข้ามาในบ้านโดยไม่ทันได้ตั้งตัวกับอารมณ์ของผู้เป็นเพื่อน พอได้ยินในสิ่งที่ไม่อยากได้ยินถึงกับหน้าถอดสี
    
                “กูรู้ว่าคบกับญาดา แต่กูบอกแล้วว่าผู้หญิงคนนี้กูขอ” วศินตะโคกใส่หน้านาวิน “ทั้งๆที่รู้ ยังแอบไปคบกับญาดาอีกเหรอว่ะ”

                “กูชอบเค้า แล้วญาดาเค้าก็ชอบกู เราสองคนตัดสินใจคบกันโดยที่ไม่บอกให้รู้ก็เพราะเป็นแบบนี้ไง เอาแต่ใจตัวเอง อีกไม่กี่เดือนเราก็จะย้ายไปเรียนต่อปริญญาโทที่มหาฯลัยเดียวกันและย้ายไปอยู่ด้วยกันแล้ว” คำว่าย้ายไปอยู่ด้วยกันมันเหมือนเป็นคำที่มาตบหน้าวศินอย่างจัง เขาไม่เคยรู้เลยว่าทั้งสองวางแผนที่จะไปอยู่ด้วยกันและความสัมพันธ์ของทั้งสองคงไม่ใช่แค่แฟนกันแน่ๆ “เพราะกูก็ได้ข่าวมาว่ากับน้องแพนกำลังคบกันอยู่ แล้วจะมายุ่งเรื่องของกูกับญาดาทำไมว่ะ”

                “กูบอกว่าคนนี้กูขอ กูหมายความตามนั้นส่วนน้องแพนมันก็อีกเรื่องนึง” วศินตอบอย่างไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนเป็นเพื่อน

                “ถ้ายังคุยกันไม่รู้เรื่องแบบนี้ กูก็ไม่มีอะไรจะคุยกับแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบายแต่อย่ามายุ่งกับญาดาอีก ถ้ายังไม่ฟังอย่าหาว่ากูไม่เตือน” พอพูดจบนาวินก็หันหลังกลับเดินไปขึ้นรถที่จอดไว้หน้าบ้าน แต่ก่อนที่จะถึงรถโลกก็ดับวูบไป มารู้ตัวอีกทีก็เขาก็ถูกวศินผู้เป็นเพื่อนพามาไว้ห้องใต้ดิน จับมัดแขนมัดขาไว้กับเก้าอี้จะดิ้นก็ดิ้นไม่หลุด “ปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะ ไอ้วศิน”

                “ถ้าปล่อยไป กูก็โง่ซิ ทีนี้เรามาตกลงกันดีกว่าว่าจะเอายังไงกับญาดา จะเลิกกันดีๆแล้วปล่อยให้เธอเป็นของกู หรือจะต้องให้กูทรมานจนกว่าจะยอม ห๊ะ!! ไอ้วิน” วศินใช้อารมณ์บังคับให้ได้สิ่งที่ต้องการมาไว้ครอบครอง เขาจิกผมของเพื่อนให้เงยหน้ามาฟังคำถามอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้มีแค่รอยยิ้มเล็กๆออกจากมุมปาก “ขำอะไร กูไม่ได้มาเล่นตลกให้ดูแต่กูทำจริง” ว่าแล้วหมัดขวาก็ตรงเข้าที่แก้มซ้ายของนาวินอย่างแรงจนหน้าสะบัดหันไปอีกทาง เลือดไหลออกมากลบปากแต่แค่นี้มันยังน้อยไปสำหรับสิ่งที่มันแย่งของที่ควรจะเป็นของเขาไป วศินยกกำปั้นขึ้นแล้วกระหน่ำใส่หน้าเป็นชุดไม่ยั้งทั้งซ้ายและขวา ใบหน้าของนาวินตอนนี้ไม่มีส่วนไหนเลยที่ไม่เปื้อนเลือด “จะตอบกูได้รึยัง ว่าจะเลิกยุ่งกับผู้หญิงของกู”  ไร้ซึ่งคำตอบสิ่งที่ได้กลับมามีแค่รอยยิ้มจางๆ เช่นเดิม มันช่างกวนประสาทเหลือเกิน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเรื่องราวต่อๆไปได้ที่ เพจ Facebook :  https://www.facebook.com/ShockTimeStory/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่