เช้าวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 10:14 ผมได้ตื่นขึ้นมาและรู้ตัวว่าฝันเรื่องราวแปลกๆ ครับ คืนนั้นผมหลับไปอย่างง่ายดายเนื่องจากความเหนื่อยสะสมจากการทำงานที่บ้านและไปยิมในช่วงเย็นอีก ผมเลยตัดสินใจอาบน้ำและเข้านอนตอน4ทุ่มเลย พื้นผิวของฟูกที่นอนมันนุ่มและผ่อนคลายจนทำให้รู้สึกเหมือนกับไม่ได้นอนมาเป็นเดือน ผมเลยหลับไปอย่างง่ายดาย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ผมผ่อนคลาย... ค่อยๆ เห็นภาพถนนติดกำแพงสองฝั่งเป็นทางตรงยาว ปลายทางมืดจนผมมองไม่เห็นอะไร
ผมเดินไปในตามถนนในที่ ๆ คล้ายหมู่บ้านจัดสรร เปลี่ยวๆ มืดๆ ผมมองนาฬิกาที่เสาข้างกำแพง มันคือเวลาตี 3 มันไม่แม่แต่จะขยับแม้แต่เข็มวินาที ผมรู้ตัวว่า ผมอยู่กับเด็กคนนึง ความรู้สึกบางอย่างบอกว่า เด็กคนนี้หลงทาง ผมต้องช่วยเขา แล้วผมก็รู้สึกตัวได้ว่าผมนอนดึกอีกแล้ว... นี่มันเวลาตี3แล้วนะ ทำไมผมต้องนอนดึกแบบนี้ทุกวันเลย ไม่ควรมาอยู่ในที่แบบนี้แท้ๆ ผมมองไปที่ร่างเล็กๆ ข้างๆ ผม เด็กคนนี้ร่าเริงดี เราดูเหมือนสนิทกันมาสักพักแล้ว สักประมาณ... 5 นาที ผมรู้ตัวอีกทีก็เจอเด็กอีกคนนึง เขาชวนผมคุยและเราก็ทำความรู้จักกัน ลักษณะบุคคลิกเขาคล้ายเด็กพิเศษ ผมแค่รู้สึกแบบนั้น ผมเดานะ... จากนั้นเราทั้งสามก็เดินไปในที่สนามลานกว้างแห่งหนึ่ง พวกเขาน่าจะแอบพ่อแม่ออกมาเดินเล่นในเวลาตี3 แน่ๆ ถ้าเป็นผมในต้อง 5-6 ขวบ ก็คงอยากมีโมเม้นที่แอบออกมากเล่นข้างนอกในเวลากลางคืนแบบนี้อยู่บ้างเหมือนในการ์ตูนเรื่องหุ่นยนต์แมวสีฟ้า ๆ ในลานกว้าง ตำแหน่งมุมทางซ้ายมีกำแพงอยู่ที่มุมแค่ด้านหน้ากับซ้าย ถ้ามองมาจากถนนที่ผมเดินตรงมา ตรงมุมสนามเหมือนจะมีท่อก่อสร้างแต่ก็ไม่มี มันเลือนลาง คิดจะโผล่มันก็มา ไม่ได้ตั้งใจมันก็หาย กำหนดอะไรมันไม่ได้ ในสนามมีหญ้าเหมือนถูกดูแล หญ้ามันไม่สูงมาก มันทั้งเตี้ยและขนานกันอย่างสมบูรณ์ เราก็ตัดสินใจว่าจะเล่นสร้างฐานทัพลับกันที่สนามลานกว้างนี้ เป็นจุดที่เราจะใช้เป็นที่ปลอดภัย หนีความเหงา ความกลัว และที่ๆ เราจะไว้ใจมันชั่วควาว เหมือนกับสิ่งที่ผมชอบทำเมื่อตอนอนุบาล และใช่...เนื้อเรื่องในตอนนั้นผมไม่มีบ้าน ผมไม่เหลืออะไรแล้ว เด็กม.ต้นที่เหมือนถูกทิ้งตามลำพัง เป็นตัวตนที่ต้องเดินทางไปอย่างไร้จุดหมาย เด็กพิเศษคนนั้นก็ชวนผมกับเด็กอีกคนไปอยู่ที่บ้านก่อนชั่วคราว ผมก็เกรงใจแต่สุดท้ายก็ไปเพราะแรงจูงใจบางอย่างที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร รู้ตัวอีกที บ้านเขาก็โผล่มาจากทางด้านขวา มันดูใหญ่ไม่มาก บ้านเขาดูมีฐานะเลย และผมก็ถูกวาร์ปให้เขาไปโดยที่ผมก็ไม่ได้สงสัยอะไร ตอนนั้นผมได้แต่กลัวว่า ถ้าพ่อแม่เขาตื่นมาตอนเช้าและเห็นพวกเรานอนในบ้านเขาด้วย เขาจะทำยังไง จะโกรธโวยวาย หรือจะลงโทษลูกของเขาที่พาเพื่อนมาบ้านในตอนตี 3 แบบนี้ ด้านในตอนนั้น มันมืดมาก เหมือนตอนนั้นเราจะอยู่ห้องครัวกัน ลักษณะห้องแบบนี้...นี่มันก็อปบ้านจากชีวิตจริงผมมาชัดๆ ผมอาสาว่าจะลองทำอาหารให้ ผมหยิบอาหารบางอย่างในตู้เย็นออกมา เดาว่ามันคล้ายๆ บัวลอยกะทิ ในขณะเดียวกัน เด็กสองคนนั้น ก็อยู่กันในห้องนั่งเล่น ผมไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรกัน แต่ผมได้ยินเสียงเหมือนกับว่า แม่เขาจะอยู่ด้วย ผมในตอนนั้นรู้สึกกังวลมากว่า ถ้าเขาเห็นผมเขาจะว่าอะไรไหม ผมเลยค่อยๆทำอาหารต่อไปให้เสียงเบาลง ผมปิดไฟในห้องครัวให้มันดูมืดจนน่าสงสัยน้อยลง จะได้ไม่มีใครเข้ามาตรวจ ไม่มากก็น้อยที่จะมีโอกาสแบบนั้นเกิดขึ้น ผมคาดหวังให้มันได้ผล... ผมได้ยินพวกเขากับแม่คุยกัน แม่พวกเขาพูดดูเหมือนจะหลอกล่อเด็กมากิน นั่นเป็นความรู้สึกแรกที่ผมเข้าใจ เขาบอกว่า จะเลี้ยงไปให้เนื้อเยอะๆ และก็จะกินพวกเราทั้งหมด และก็จะฆ่าตัวตาย เพราะ "ฉันก็เลี้ยงพวกเธอเหมือนเป็นแม่ของพวกเธอ ฉันเลยอยากจะตายตามไป" ทันทีที่ผมได้ยินแบบนั้น ในหัวก็มีแต่แผนที่กำลังหาทางรับมือช่วยเด็กพวกนั้น จะจัดการกับไอ้ปีศาจที่แฝงตัวเป็นแม่ตัวนั้นยังไง ผมจะฆ่ามันหรือเจรจาและพาพวกเด็กหนีไป แต่ก่อนจะได้คิดเสร็จ ร่างของสิ่งที่เรียกตัวเองว่าแม่ก็เข้ามาที่ห้องที่ผมอยู่ช้าๆ นางเปิดไฟ ทุกอย่างดูสว่าง ผมกลัวว่าจะถูกต่อว่า และผมก็ระแวงว่ามันว่าจะทำอะไร ในหัวตอนนั้นผมคิดแต่ความเป็นไปได้ว่ามันจะวางแผนอะไรและทำอะไรรึเปล่า จู่ๆ นางก็ถามผมว่า "เหนื่อยรึเปล่า เป็นไงบ้างลูก" ความรู้สึกที่ได้ความห่วงใยแบบนี้ เป็นสิ่งที่นาน ๆ ทีผมจะได้มัน แต่ผมก็รู้สึกตัวในอีกชั่วขณะ มันไม่ใช่สิ่งที่ผมควรไว้ใจ มันต้องการหลอกผม มันจะฆ่าเพื่อนผม และจะฆ่าผม ผมต้องมีสติ... ผมมองเข้าไปในดวงตามัน มันเป็นดวงตาที่ทำให้ผมรู้สึกลังเล มันทั้งน่าสงสารและห่วงใย ผมควรทำยังไงดี... แต่พอเผลอแปปเดียว ร่างกายผมก็ไม่สามารถขยับได้ เหมือนถูกอะไรบางอย่างมัดไว้รอบตัวที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ร่างของสิ่งที่อ้างว่าตัวเองเป็นแม่ได้แสยะยิ้มออกมา มันอ้าปากกว้างจนปากฉีก มันดึงร่างของเพื่อน ๆ ผมที่เราพึ่งได้เจอกันเมื่อไม่นานนี้เองแท้ ๆ ร่างของพวกเขาถูกเมือกเหนียวคลุมทั้งร่าง มันไม่ต่างจากอ้วกงูเลย ผมรู้ตัวว่าผมอาจช่วยพวกเขาไม่ได้แล้ว แต่ผมต้องช่วยตัวเองก่อน มันยิ้มให้ผมก่อนจะดูดผมเข้าไปในปาก ผมพยายามดิ้นสุดแรงจนติดอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ แต่ทันใดนั้น ผมก็ตื่นขึ้นมา ในโลกความเป็นจริง ผมจำได้ว่า เมื่อคืนผมก็นอนไม่ดึก มันแค่4ทุ่มกว่าเอง ไม่เหมือนทุกทีที่จะนอนดึกจนเช้า ผมจำได้ว่า ผมพึ่งปิดเทอมเลยย้ายมาทำงานกับพ่อแม่ในเมือง ผมต้องรีบลุกไปเตรียมตัวและเข้างานแล้วสิ...ฝันบ้าอะไรกัน
ความฝันแปลก ๆ ของผม เรื่องที่ 1
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ แต่ทันใดนั้น ผมก็ตื่นขึ้นมา ในโลกความเป็นจริง ผมจำได้ว่า เมื่อคืนผมก็นอนไม่ดึก มันแค่4ทุ่มกว่าเอง ไม่เหมือนทุกทีที่จะนอนดึกจนเช้า ผมจำได้ว่า ผมพึ่งปิดเทอมเลยย้ายมาทำงานกับพ่อแม่ในเมือง ผมต้องรีบลุกไปเตรียมตัวและเข้างานแล้วสิ...ฝันบ้าอะไรกัน