บทที่ 11: เสียงครางของเครื่องจักรและหยาดเลือด
บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีหมายเลข 9 วันนี้ดูมืดสลัวกว่าปกติ ราวกับวิญญาณของผู้บริสุทธิ์ที่เพิ่งสังเวยชีวิตไปในคดีก่อนหน้ายังคงวนเวียนอยู่ตามมุมมืด โค้ก นั่งสงบนิ่งอยู่บนบัลลังก์ ใบหน้าเรียบเฉยของเขาดูน่าเกรงขามทว่าซ่อนความอิ่มเอมใจไว้ลึก ๆ เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่คุมตัวจำเลยเข้ามา
ธรรศ ชายหนุ่มวัย 20 ปี ร่างสูงใหญ่ถึง 187 cm เดินเข้ามาด้วยท่าทางก้มตัวจนหลังค่อม ราวกับแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า ใบหน้าที่เคยดูซื่อตรงบัดนี้ซีดเผือดและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาถูกใส่กุญแจมือและโซ่ตรวนหนาหนักที่ส่งเสียงกระทบพื้นดัง เคร้ง... เคร้ง... ทุกจังหวะการก้าวเดิน
ฝั่งตรงข้ามคือ ดาว หญิงสาวร่างเล็กวัยเพียง 18 ปี เธอนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้โจทก์ ร่างกายผอมบางจนเห็นกระดูกไหปลาร้าชัดเจน ดวงตาของเธอแดงก่ำและบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักมาตลอดหลายสัปดาห์ ในมือกำรูปถ่ายใบเล็กของลูกสาววัย 5 ขวบไว้แน่นจนกระดาษยับย่น
✅️✅️✅️
ความตายที่เละละเอียด
"โจทก์... เริ่มเบิกความได้" เสียงของโค้กนุ่มนวลแต่บีบคั้น
ดาวลุกขึ้นยืนช้า ๆ ร่างกายของเธอสั่นเทาจนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาช่วยพยุง เธอจ้องมองธรรศด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น "ในคืนนั้น... ฉันกลับมาที่บ้าน... ฉันเห็นเขายืนอยู่ข้างเครื่องปั่นอุตสาหกรรมในห้องครัว..." เธอเริ่มสะอื้นจนตัวโยน "ลูกสาวของฉัน... น้องพิมพ์ใจ... เธอหายไป... เหลือเพียง... เหลือเพียงเนื้อบดแดงฉานที่ทะลักออกมาจากโถปั่น... และเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น! มือของเขาเต็มไปด้วยเลือดลูกของฉัน!"
ธรรศเงยหน้าขึ้นทันที น้ำตาไหลนองหน้า "ไม่จริงครับท่าน! ผมไม่ได้ทำ! ผมเข้าไปในบ้านเพราะเห็นประตูเปิดทิ้งไว้ ผมตั้งใจจะเข้าไปดูความเรียบร้อย แต่พอเข้าไป... ผมก็เห็นภาพนรกนั่นแล้ว... ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ผมไม่ได้แตะต้องเครื่องนั่นเลย!"
✅️✅️✅️
หลักฐานที่ถูกจัดฉากอย่างวิปริต
"คัดค้านค่ะท่านผู้พิพากษา!" ทนายฝ่ายโจทก์ลุกขึ้นพร้อมส่งแฟ้มภาพถ่ายที่น่าสะอิดสะเอียนขึ้นไปบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ "ผลการตรวจพิสูจน์รอยนิ้วมือบนสวิตช์เปิด-ปิดของเครื่องปั่น ยืนยันชัดเจนว่าเป็นรอยนิ้วมือของจำเลยธรรศ! และคราบเลือดที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าของเขาในคืนเกิดเหตุก็คือเลือดของเหยื่อ!"
โค้กจ้องมองภาพเนื้อเยื่อที่แหลกเหลวบนหน้าจอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพียงชั่วครู่ เขาจดจำรสชาติในคืนนั้นได้ดี... เสียงเครื่องปั่นที่ทำงานท่ามกลางเสียงกรีดร้องสั้น ๆ ก่อนจะเงียบหายไป เขาเป็นคนบรรจงจับมือของธรรศที่สลบไสลจากฤทธิ์ยาไปประทับรอยนิ้วมือลงบนเครื่องปั่นนั่นเองกับมือ
"ธรรศ... คุณจะบอกว่ารอยนิ้วมือของคุณไปปรากฏบนเครื่องปั่นที่ใช้สังหารได้อย่างไร?" โค้กถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ผมไม่ทราบ... ผมจำไม่ได้จริง ๆ ครับท่าน..." ธรรศก้มหน้าสะอื้นไห้ซบลงกับโต๊ะจำเลย ความสิ้นหวังเริ่มกัดกินใจเขาจนหมดสิ้น
✅️✅️✅️
บทสรุปของความแค้นของแม่
"แกมันสัตว์นรก! แกทำกับเด็ก 5 ขวบแบบนั้นได้ยังไง!" ดาวหวีดร้องลั่นห้องพิจารณาคดี เธอพยายามพุ่งตัวข้ามโต๊ะหมายจะไปกระชากคอธรรศ "เอาลูกฉันคืนมา! เอาเนื้อลูกฉันที่แกปั่นจนเละคืนมา!"
โค้กมองดูความพินาศตรงหน้าด้วยความรื่นรมย์ แผนการของเขาสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าคดีไหน ๆ ความสะดุ้งกลัวของแพะรับบาปและความคลุ้มคลั่งของแม่ที่สูญเสียลูก คือของหวานที่เขากำลังละเลียดชิมอย่างช้า ๆ
"ศาลขอเลื่อนการพิจารณาคดีเพื่อรอฟังคำพิพากษาในสัปดาห์หน้า" โค้กกล่าวพลางปิดแฟ้มสำนวนดัง ปึก "และเนื่องจากเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง... ศาลขอสั่งคุมตัวจำเลยธรรศไว้ในห้องขังเดี่ยวที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงสุด!"
ธรรศถูกลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงสาปแช่งของฝูงชน ขณะที่โค้กเดินกลับเข้าไปในห้องพักผู้พิพากษา เขาลอบยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของดาวที่กำลังโกรธแค้นผิดคน และความอ่อนแอของธรรศที่กำลังจะถูกบดขยี้ในกระดานถัดไป
✅️✅️✅️
บทที่ 12: กลิ่นคาวในกรงแคบ
ภายใต้แสงไฟสลัวที่กระพริบถี่ราวกับจะดับมิติดลงทุกเมื่อ ภายในห้องขังเดี่ยวที่ลึกที่สุดของศาลพิพากษา ธรรศ นั่งคุดคู้อยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ ร่างกายที่เคยกำยำสูงใหญ่ถึง 187 cm บัดนี้ห่อเหี่ยวจนดูเล็กลงอย่างน่าประหลาด เขากอดเข่าตัวเองไว้แน่น เสียงลมหายใจหอบถี่สลับกับเสียงสะอื้นเบาๆ ดังสะท้อนก้องในความเงียบ
เสียงรองเท้ากระทบพื้นทางเดินดังขึ้นช้าๆ แต่มั่นคง มันไม่ใช่เสียงบูทของพนักงานราชทัณฑ์ แต่มันคือเสียงฝีเท้าที่เต็มไปด้วยความพยาบาท ดาว ยืนอยู่หน้าซี่กรงเหล็ก ใบหน้าของเธอซีดขาวจนเห็นเส้นเลือด ดวงตาที่บวมช้ำจ้องมองผ่านซี่กรงเข้าไปที่ธรรศด้วยแววตาที่ว่างเปล่าทว่าแฝงด้วยความอำมหิตอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงมี
✅️✅️✅️
ถ้อยคำที่กรีดลึก
"แกหลับลงได้ยังไง..." ดาวเค้นเสียงลอดไรฟัน "ในหัวแกไม่มีเสียงร้องของพิมพ์ใจบ้างเลยเหรอ? ตอนที่แกจับลูกฉันใส่ลงไปในเครื่องนั่น... ตอนที่แกกดสวิตช์ให้ใบมีดมันปั่นร่างเล็กๆ ของแกจนเละ... แกไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหม!"
ธรรศเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำและหวาดระแวง "คุณดาว... ฟังผม... ผมสาบานด้วยชีวิต ผมไม่ได้ทำ! ผมเข้าไปเห็นน้องในสภาพนั้นจริงๆ ผมช็อกจนขยับตัวไม่ได้ ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารอยนิ้วมือผมไปอยู่บนนั้นได้ยังไง มีคนวางแผน... มีคนแกล้งผม!"
"แกล้งงั้นเหรอ?" ดาวหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลนองหน้า "หลักฐานมัดตัวแกขนาดนั้น รอยนิ้วมือแก เลือดลูกฉันที่ติดตัวแก! แกจะบอกว่าผีสางที่ไหนมันจัดฉากงั้นเหรอ! แกมันไม่ใช่คน ธรรศ... แกมันยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน"
✅️✅️✅️
พยานในเงามืด
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเชือดเฉือนกันด้วยคำพูด เงาร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสีเข้มก็ก้าวออกมาจากมุมมืดหลังเสาหิน โค้ก ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยสายตาที่สงบนิ่งทว่าลุ่มลึก เขาจงใจปล่อยให้เจ้าหน้าที่เปิดทางให้ดาวเข้ามาเผชิญหน้ากับธรรศเพียงลำพัง เพื่อที่เขาจะได้ชื่นชม "ผลงาน" การทำลายล้างทางจิตวิทยาอย่างใกล้ชิด
"คุณดาว... ใจเย็นก่อนครับ" โค้กเดินเข้าไปวางมือบนไหล่ของดาวเบาๆ เป็นสัมผัสที่ดูเหมือนจะให้กำลังใจ แต่ธรรศที่มองเห็นจากข้างในกรงกลับรู้สึกชาวาไปทั้งตัว "จำเลยอาจจะยังช็อกกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป หรือไม่ก็กำลังใช้กลไกการป้องกันตัวเองด้วยการปฏิเสธความจริง"
โค้กเบนสายตาไปหาธรรศ สายตาคู่เดิมที่ดูน่าเชื่อถือกลับแฝงไปด้วยความเยาะเย้ยที่ธรรศสัมผัสได้เพียงคนเดียว "ธรรศ... ความจริงมันโหดร้ายเสมอ แต่การยอมรับมันอาจจะทำให้วิญญาณของคุณเบาบางลงบ้างนะ"
✅️✅️✅️
ความจริงที่ถูกฝัง
"ท่านครับ! ท่านต้องเชื่อผม!" ธรรศพุ่งตัวเข้าหาซี่กรงจนเสียงโซ่ตรวนดังสนั่น "ท่านเป็นผู้พิพากษา ท่านต้องเห็นความผิดปกติสิ! ผมจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร!"
โค้กขยับเข้าไปใกล้ซี่กรงจนใบหน้าเกือบจะสัมผัสกัน เขาลดเสียงลงจนเป็นเสียงกระซิบที่ได้ยินกันแค่สามคน "หลักฐานไม่เคยโกหกนะธรรศ... และในโลกนี้ ความยุติธรรมก็คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสำนวนที่ผมถืออยู่"
เขายกยิ้มที่มุมปากเพียงเสี้ยววินาที ยิ้มที่ทำให้ธรรศเห็นภาพซ้อนของ "ปีศาจ" ในคืนเกิดเหตุ... คนที่สวมถุงมือและจับมือเขาไปวางบนเครื่องปั่นในขณะที่เขากึ่งสลบกึ่งตื่น
"แก..." ธรรศอ้าปากค้าง ความจริงเริ่มผุดขึ้นในใจแต่เขากลับไม่มีหลักฐานใดๆ มาโต้แย้ง
ดาวถ่มน้ำลายใส่หน้าธรรศผ่านซี่กรงด้วยความรังเกียจถึงขีดสุด "ฉันจะรอดูแกตาย... ฉันจะรอดูวันที่แกต้องชดใช้ด้วยความทรมานที่มากกว่าลูกสาวฉันร้อยเท่า!"
โค้กโอบไหล่ดาวให้หันหลังเดินกลับออกไป ทิ้งให้ธรรศทรุดลงกับพื้นห้องขังอีกครั้ง ความกดดันและความแค้นที่ผิดฝั่งกำลังบีบคั้นให้ชายร่างยักษ์สูญเสียสติสัมปชัญญะไปทีละน้อย ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ในใจของผู้บงการที่เดินจากไปอย่างผู้ชนะ
แต่งนิยายโดย Gemini ตอนที่ 2 จากผู้บริสุทธิ์ กลายเป็นสัตว์ป่าบ้าคลั่ง
บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีหมายเลข 9 วันนี้ดูมืดสลัวกว่าปกติ ราวกับวิญญาณของผู้บริสุทธิ์ที่เพิ่งสังเวยชีวิตไปในคดีก่อนหน้ายังคงวนเวียนอยู่ตามมุมมืด โค้ก นั่งสงบนิ่งอยู่บนบัลลังก์ ใบหน้าเรียบเฉยของเขาดูน่าเกรงขามทว่าซ่อนความอิ่มเอมใจไว้ลึก ๆ เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่คุมตัวจำเลยเข้ามา
ธรรศ ชายหนุ่มวัย 20 ปี ร่างสูงใหญ่ถึง 187 cm เดินเข้ามาด้วยท่าทางก้มตัวจนหลังค่อม ราวกับแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า ใบหน้าที่เคยดูซื่อตรงบัดนี้ซีดเผือดและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาถูกใส่กุญแจมือและโซ่ตรวนหนาหนักที่ส่งเสียงกระทบพื้นดัง เคร้ง... เคร้ง... ทุกจังหวะการก้าวเดิน
ฝั่งตรงข้ามคือ ดาว หญิงสาวร่างเล็กวัยเพียง 18 ปี เธอนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้โจทก์ ร่างกายผอมบางจนเห็นกระดูกไหปลาร้าชัดเจน ดวงตาของเธอแดงก่ำและบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักมาตลอดหลายสัปดาห์ ในมือกำรูปถ่ายใบเล็กของลูกสาววัย 5 ขวบไว้แน่นจนกระดาษยับย่น
✅️✅️✅️
ความตายที่เละละเอียด
"โจทก์... เริ่มเบิกความได้" เสียงของโค้กนุ่มนวลแต่บีบคั้น
ดาวลุกขึ้นยืนช้า ๆ ร่างกายของเธอสั่นเทาจนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาช่วยพยุง เธอจ้องมองธรรศด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น "ในคืนนั้น... ฉันกลับมาที่บ้าน... ฉันเห็นเขายืนอยู่ข้างเครื่องปั่นอุตสาหกรรมในห้องครัว..." เธอเริ่มสะอื้นจนตัวโยน "ลูกสาวของฉัน... น้องพิมพ์ใจ... เธอหายไป... เหลือเพียง... เหลือเพียงเนื้อบดแดงฉานที่ทะลักออกมาจากโถปั่น... และเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น! มือของเขาเต็มไปด้วยเลือดลูกของฉัน!"
ธรรศเงยหน้าขึ้นทันที น้ำตาไหลนองหน้า "ไม่จริงครับท่าน! ผมไม่ได้ทำ! ผมเข้าไปในบ้านเพราะเห็นประตูเปิดทิ้งไว้ ผมตั้งใจจะเข้าไปดูความเรียบร้อย แต่พอเข้าไป... ผมก็เห็นภาพนรกนั่นแล้ว... ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ผมไม่ได้แตะต้องเครื่องนั่นเลย!"
✅️✅️✅️
หลักฐานที่ถูกจัดฉากอย่างวิปริต
"คัดค้านค่ะท่านผู้พิพากษา!" ทนายฝ่ายโจทก์ลุกขึ้นพร้อมส่งแฟ้มภาพถ่ายที่น่าสะอิดสะเอียนขึ้นไปบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ "ผลการตรวจพิสูจน์รอยนิ้วมือบนสวิตช์เปิด-ปิดของเครื่องปั่น ยืนยันชัดเจนว่าเป็นรอยนิ้วมือของจำเลยธรรศ! และคราบเลือดที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าของเขาในคืนเกิดเหตุก็คือเลือดของเหยื่อ!"
โค้กจ้องมองภาพเนื้อเยื่อที่แหลกเหลวบนหน้าจอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพียงชั่วครู่ เขาจดจำรสชาติในคืนนั้นได้ดี... เสียงเครื่องปั่นที่ทำงานท่ามกลางเสียงกรีดร้องสั้น ๆ ก่อนจะเงียบหายไป เขาเป็นคนบรรจงจับมือของธรรศที่สลบไสลจากฤทธิ์ยาไปประทับรอยนิ้วมือลงบนเครื่องปั่นนั่นเองกับมือ
"ธรรศ... คุณจะบอกว่ารอยนิ้วมือของคุณไปปรากฏบนเครื่องปั่นที่ใช้สังหารได้อย่างไร?" โค้กถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ผมไม่ทราบ... ผมจำไม่ได้จริง ๆ ครับท่าน..." ธรรศก้มหน้าสะอื้นไห้ซบลงกับโต๊ะจำเลย ความสิ้นหวังเริ่มกัดกินใจเขาจนหมดสิ้น
✅️✅️✅️
บทสรุปของความแค้นของแม่
"แกมันสัตว์นรก! แกทำกับเด็ก 5 ขวบแบบนั้นได้ยังไง!" ดาวหวีดร้องลั่นห้องพิจารณาคดี เธอพยายามพุ่งตัวข้ามโต๊ะหมายจะไปกระชากคอธรรศ "เอาลูกฉันคืนมา! เอาเนื้อลูกฉันที่แกปั่นจนเละคืนมา!"
โค้กมองดูความพินาศตรงหน้าด้วยความรื่นรมย์ แผนการของเขาสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าคดีไหน ๆ ความสะดุ้งกลัวของแพะรับบาปและความคลุ้มคลั่งของแม่ที่สูญเสียลูก คือของหวานที่เขากำลังละเลียดชิมอย่างช้า ๆ
"ศาลขอเลื่อนการพิจารณาคดีเพื่อรอฟังคำพิพากษาในสัปดาห์หน้า" โค้กกล่าวพลางปิดแฟ้มสำนวนดัง ปึก "และเนื่องจากเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง... ศาลขอสั่งคุมตัวจำเลยธรรศไว้ในห้องขังเดี่ยวที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงสุด!"
ธรรศถูกลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงสาปแช่งของฝูงชน ขณะที่โค้กเดินกลับเข้าไปในห้องพักผู้พิพากษา เขาลอบยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของดาวที่กำลังโกรธแค้นผิดคน และความอ่อนแอของธรรศที่กำลังจะถูกบดขยี้ในกระดานถัดไป
✅️✅️✅️
บทที่ 12: กลิ่นคาวในกรงแคบ
ภายใต้แสงไฟสลัวที่กระพริบถี่ราวกับจะดับมิติดลงทุกเมื่อ ภายในห้องขังเดี่ยวที่ลึกที่สุดของศาลพิพากษา ธรรศ นั่งคุดคู้อยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ ร่างกายที่เคยกำยำสูงใหญ่ถึง 187 cm บัดนี้ห่อเหี่ยวจนดูเล็กลงอย่างน่าประหลาด เขากอดเข่าตัวเองไว้แน่น เสียงลมหายใจหอบถี่สลับกับเสียงสะอื้นเบาๆ ดังสะท้อนก้องในความเงียบ
เสียงรองเท้ากระทบพื้นทางเดินดังขึ้นช้าๆ แต่มั่นคง มันไม่ใช่เสียงบูทของพนักงานราชทัณฑ์ แต่มันคือเสียงฝีเท้าที่เต็มไปด้วยความพยาบาท ดาว ยืนอยู่หน้าซี่กรงเหล็ก ใบหน้าของเธอซีดขาวจนเห็นเส้นเลือด ดวงตาที่บวมช้ำจ้องมองผ่านซี่กรงเข้าไปที่ธรรศด้วยแววตาที่ว่างเปล่าทว่าแฝงด้วยความอำมหิตอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงมี
✅️✅️✅️
ถ้อยคำที่กรีดลึก
"แกหลับลงได้ยังไง..." ดาวเค้นเสียงลอดไรฟัน "ในหัวแกไม่มีเสียงร้องของพิมพ์ใจบ้างเลยเหรอ? ตอนที่แกจับลูกฉันใส่ลงไปในเครื่องนั่น... ตอนที่แกกดสวิตช์ให้ใบมีดมันปั่นร่างเล็กๆ ของแกจนเละ... แกไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหม!"
ธรรศเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำและหวาดระแวง "คุณดาว... ฟังผม... ผมสาบานด้วยชีวิต ผมไม่ได้ทำ! ผมเข้าไปเห็นน้องในสภาพนั้นจริงๆ ผมช็อกจนขยับตัวไม่ได้ ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารอยนิ้วมือผมไปอยู่บนนั้นได้ยังไง มีคนวางแผน... มีคนแกล้งผม!"
"แกล้งงั้นเหรอ?" ดาวหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลนองหน้า "หลักฐานมัดตัวแกขนาดนั้น รอยนิ้วมือแก เลือดลูกฉันที่ติดตัวแก! แกจะบอกว่าผีสางที่ไหนมันจัดฉากงั้นเหรอ! แกมันไม่ใช่คน ธรรศ... แกมันยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน"
✅️✅️✅️
พยานในเงามืด
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเชือดเฉือนกันด้วยคำพูด เงาร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสีเข้มก็ก้าวออกมาจากมุมมืดหลังเสาหิน โค้ก ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยสายตาที่สงบนิ่งทว่าลุ่มลึก เขาจงใจปล่อยให้เจ้าหน้าที่เปิดทางให้ดาวเข้ามาเผชิญหน้ากับธรรศเพียงลำพัง เพื่อที่เขาจะได้ชื่นชม "ผลงาน" การทำลายล้างทางจิตวิทยาอย่างใกล้ชิด
"คุณดาว... ใจเย็นก่อนครับ" โค้กเดินเข้าไปวางมือบนไหล่ของดาวเบาๆ เป็นสัมผัสที่ดูเหมือนจะให้กำลังใจ แต่ธรรศที่มองเห็นจากข้างในกรงกลับรู้สึกชาวาไปทั้งตัว "จำเลยอาจจะยังช็อกกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป หรือไม่ก็กำลังใช้กลไกการป้องกันตัวเองด้วยการปฏิเสธความจริง"
โค้กเบนสายตาไปหาธรรศ สายตาคู่เดิมที่ดูน่าเชื่อถือกลับแฝงไปด้วยความเยาะเย้ยที่ธรรศสัมผัสได้เพียงคนเดียว "ธรรศ... ความจริงมันโหดร้ายเสมอ แต่การยอมรับมันอาจจะทำให้วิญญาณของคุณเบาบางลงบ้างนะ"
✅️✅️✅️
ความจริงที่ถูกฝัง
"ท่านครับ! ท่านต้องเชื่อผม!" ธรรศพุ่งตัวเข้าหาซี่กรงจนเสียงโซ่ตรวนดังสนั่น "ท่านเป็นผู้พิพากษา ท่านต้องเห็นความผิดปกติสิ! ผมจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร!"
โค้กขยับเข้าไปใกล้ซี่กรงจนใบหน้าเกือบจะสัมผัสกัน เขาลดเสียงลงจนเป็นเสียงกระซิบที่ได้ยินกันแค่สามคน "หลักฐานไม่เคยโกหกนะธรรศ... และในโลกนี้ ความยุติธรรมก็คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสำนวนที่ผมถืออยู่"
เขายกยิ้มที่มุมปากเพียงเสี้ยววินาที ยิ้มที่ทำให้ธรรศเห็นภาพซ้อนของ "ปีศาจ" ในคืนเกิดเหตุ... คนที่สวมถุงมือและจับมือเขาไปวางบนเครื่องปั่นในขณะที่เขากึ่งสลบกึ่งตื่น
"แก..." ธรรศอ้าปากค้าง ความจริงเริ่มผุดขึ้นในใจแต่เขากลับไม่มีหลักฐานใดๆ มาโต้แย้ง
ดาวถ่มน้ำลายใส่หน้าธรรศผ่านซี่กรงด้วยความรังเกียจถึงขีดสุด "ฉันจะรอดูแกตาย... ฉันจะรอดูวันที่แกต้องชดใช้ด้วยความทรมานที่มากกว่าลูกสาวฉันร้อยเท่า!"
โค้กโอบไหล่ดาวให้หันหลังเดินกลับออกไป ทิ้งให้ธรรศทรุดลงกับพื้นห้องขังอีกครั้ง ความกดดันและความแค้นที่ผิดฝั่งกำลังบีบคั้นให้ชายร่างยักษ์สูญเสียสติสัมปชัญญะไปทีละน้อย ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ในใจของผู้บงการที่เดินจากไปอย่างผู้ชนะ