ฌานฤาษี ที่พระพุทธองค์ทรงนำมาบัญญัติเป็นข้อปฎิบัติในมรรค คือสัมมาสมาธิ

กระทู้สนทนา
[๔๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัมมาสมาธิเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม
สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตกวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ เธอบรรลุทุติย-
*ฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตก
วิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ เธอมีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วย
นามกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มี
อุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข เธอบรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุข ละทุกข์
และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ นี้เรียกว่า สัมมาสมาธิ.
จบ สูตรที่ ๘


http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=19&A=174&Z=210


องค์ธรรมที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติว่าเป็นสัมมาสมาธิ นั่นคือ

ปฐมฌาน ฑุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน

องค์ฌานทั้งสี่ นั่นคือสัมมาสมาธินั่นเอง

และพระองค์ทรงตรัส มิจฉาสมาธิไว้ว่า

                                     ดั่งนกเค้าจ้องเหยื่อ

สมาธิ ที่ไม่ประกอบด้วยองค์ฌานทั้งสี่ นั่นจึงเป็นมิจฉาสมาธิ

และด้วยองค์ฌาน ที่เจ้าชายสิทธถะบรรลุตั้งแต่เป็นราชกุมาร และที่เรียนจากอาฬารดาบส และอุทกดาบส ที่มีมาแต่เดิม

นั่นเป็นมรรคข้อหนึ่งที่พระองค์ทรงเจริญ กระทั่งตรัสรู้และนำมาบัญญัติเป็นมรรคข้อหนึ่งในที่สุด

ทำไมอรูปฌานที่พระองค์ทรงเรียนจากอาจารย์ทั้งสอง ( ซึ่งบางคนปรามาสว่าเป็นฤาษี ) จึงเป็นฌานหรือสัมมาสมาธิ

จะแสดงในความเห็นต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่