สวัสดีครับ วันนี้อยากมาแชร์เรื่องแนวทางการลดน้ำหนักของผมนะครับ
โดยจริงๆเคยลดน้ำหนักมาหลายแบบ หลายรอบ ลดผิดๆมาก็เยอะ รอบนี้เลยศึกษาและรอบนี้ได้ลงมือปฏิบัติอย่างถูกวิธีครับ

จริงๆจะเปลี่ยนตัวเองในระยะยาวๆ(วางแผนไว้ว่าอยากลดให้เหลือไขมันต่ำกว่า 18% ภายในสิ้นปีนี้)
และเนื่องจากผมมีกลุ่มไลน์ลดน้ำหนัก และได้เขียนเนื้อหาไว้หลายอย่าง เลยอยากเอามาแชร์ให้เพื่อนๆในนี้ได้รับฟังด้วยนะครับ(อันนี้เป็นความเห็นของผมเอง ผิดถูกประการใดแนะนำได้นะครับ)(สำหรับเพื่อนๆที่อยากร่วมกลุ่มไลน์ ร่วมการเดินทางลดน้ำหนักไปด้วยกัน รบกวนอินบล็อคไอดีมาครับจะทำการดึงเข้ากลุ่มให้)
ขอแบ่งเป็นสองสามตอนนะครับ กลัวจะยาวเกินไป
สำหรับเพื่อนๆที่ลดน้ำหนักและวางแผนจะลดความอ้วน(ตอนที่1) ผมจะขอแชร์เทคนิคส่วนตัวของผมเองให้เพื่อนๆได้ฟังว่าทำยังไง
หลักการของผมมันไม่ได้พิสดารอะไร มันเป็นเพียงแค่หลักการพื้นฐาน ของการลดน้ำหนักคือ อาหาร 70% ออกกำลังกาย 20% และพักผ่อน 10%
โดยขอแยกเป็นหัวข้อๆไปนะครับ
1.อาหาร
อาหารที่ช่วงลดน้ำหนักกิน หลายๆท่านอาจคิดว่าต้องกินน้อย ต้องตัดแป้ง ตัดไขมัน ต้องกินแค่สองมื้อ ต้องงดมื้อเย็น
หลักการที่ว่ามาข้างต้นนั้น "ล้วนผิดทั้งหมดเลยครับ"
การลดน้ำหนักที่ถูกต้องที่ผมทำอยู่นั้น ->ต้องกินทั้งสามมื้อเลยนะครับ และกินอิ่มทุกมื้อ<
ขอให้เพื่อนๆเข้าใจคอนเซปตรงนี้ก่อน เพราะมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถทำมันได้นาน ทำมันได้อย่างตลอดไป ไม่เครียด
แล้วจะทำได้อย่างไร ให้ลดน้ำหนักได้??
หลักการง่ายๆครับ Cal In < Cal Out หรือแปลง่ายๆ พลังงานที่กินเข้าไป < พลังงานที่ใช้ออกไป
หลักการง่ายๆแค่นี้เองครับ แต่เงื่อนไขคือ *ห้ามกินน้อยเกินไป* เพราะจะทำให้เกิดโยโย่เอฟเฟ็กครับ(ซึ่งเคยเกิดกับผมมาแล้ว เกิดจากการตัดแป้ง ตัดไขมัน และกินน้อย จนเป็นโยโย่ในที่สุด)
โดยหลักการกิน ควรจะลดอย่างไม่เยอะมากครับ โดยปกติผู้ชายจะใช้พลังงานราวๆวันละ 1700-2000 แคลอรี่ต่อวัน ผู้หญิงใช้ราวๆ 1200-1500 แคลต่อวัน
วิธีการกินให้ถูกต้องคือ -500 ครับ หรือเหลือราวๆ ในชาย 1500 ในหญิง 1000
แต่!! เราต้องคอยสังเกตุร่างกายตัวเองด้วยนะครับ เพราะแต่ละคนกล้ามเนื้อ กิจกรรมไม่เหมือนกัน ถ้ารู้สึกพลังงานหายมากเกินไปค่อยๆขยับขึ้นนะครับเพื่อกันการโยโย่
-แล้วจะทำยังไงให้กินสามมื้อแล้วพลังงานไม่มากเกินไปหละครับ
พลังงานของวัตถุดิบบนโลกใบนี้ไม่มีความพอดีเลยครับ บางอย่างปริมาณมาก แต่พลังงานน้อย บางอย่างกินปริมาณน้อย ก็พลังงานกลับมาก
พลังงานน้อย มีอะไรบ้าง > โปรตีนครับ
พลังงานปานกลาง มีอะไรบ้าง > คาร์โบไฮเดรต ครับ
พลังงานมาก มีอะไรบ้าง > น้ำตาล ไขมันครับ
โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่
คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่
แต่ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงานถึง 9 แคลอรี่!!
ดังนั้นหลักการกินของผมคือ
โปรตีน 50% คาร์โบไฮเดรต 40% ไขมัน 10%
เช่นสมมุติวันนึงเรากิน 2000 แคล ก็ให้สัดส่วนเป็นพลังงานจาก
โปรตีน 1000 แคล
คาร์โบไฮเดรต 800 แคล
ไขมัน 200 แคล
แค่นี้เองครับ กินได้ทุกอย่าง เพียงแต่กำหนดสัดส่วนให้ถูก
โปรตีนได้จากไหน ได้จากเนื้อสัตว์(อกไก่มากที่สุด) นม ไข ถั่ว มีประโยชน์ช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
คาร์โบไฮเดรตได้จากไหน แป้ง ข้าว มันฝรั่ง (และน้ำตาล) เป็นพลังงานหลักของร่างกายที่ใช้ประจำวัน
ไขมัน ได้จากไหน น้ำมัน ไขมันสัตว์ น้ำมันจากพืชเช่นถั่ว
โดยถ้าฉลาดเลือกอีกนิด เราจะสามารถทำอาหารได้อย่างเหมาะสมเลยครับ
1.โปรตีน เป็นแหล่งพลังงานที่ดี เนื่องจากแคลอรี่น้อย ค่อนข้างอยู่ท้อง และร่างกายต้องการในปริมาณที่พอสมควร เพื่อพัฒนาศักยภาพของร่างกายโดยรวมครับ
ผมจะเน้นตรงส่วนอกไก่เป็นพิเศษ เนื่องจากอกไก่เป็นส่วนที่มีไขมันน้อยมากๆ(แทบไม่มี) เมื่อเทียบกับสะโพกไก่ และเนื้อสัตว์อื่นๆ(ถ้าลอกหนังแล้วนะ) และมีโปรตีนที่สูงมากๆครับ
อกไก่ 1 ขีด(ย้ำว่า 1 ขีด) ให้พลังงานเพียง 110 แคลอรี่(เห็นไหมว่าพลังงานต่ำมาก อกไก่ตั้งขีดนึงกินจนเกือบอิ่มให้พลังงานนิดเดียว)
ให้โปรตีน 23 กรัม
ไขมัน 1 กรัม
ส่วนถ้าใครจะใช้โปรตีนจากปลาก็ดีครับ แต่แพงอะ แถมทำยากผมเลยไม่ค่อยเน้น อกไก่มันถูกดีเพราะคนไม่ค่อยกิน
2.คาร์โบไฮเดรต
คนเราต้องกินข้าว แป้ง ห้ามตัดเด็ดขาด เคยพลาดมาแล้ว
การตัดแป้ง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย จะทำให้ร่างกายไม่ค่อยมีแรง หงุดหงิดง่าย เครียด และเป็นส่วนสำคัญของการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ย้วย ย้อย ยาน และเป็นสาเหตุหนึ่งของการโยโย่
เน้นมาจากข้าวกล้องหอมมะลิ (ซึ่งราคาแทบไม่ต่างจากข้าวขาวหอมมะลิ) ซึ่งเอาจริงๆพลังงานมันพอๆกันแทบไม่ต่าง
แต่ความแตกต่างคือ ข้าวขาวจะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ซึ่งย่อยไวมากๆ แต่ข้าวกล้องเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งย่อยช้า
คำถาม แล้วมันแตกต่างยังไง??
-ย่อยไว
1.ร่างกายดูดซับไปได้ไว
2.กระเพาะย่อยได้เร็ว ทำให้ใช้พลังงานในการย่อยน้อยกว่า
3.ถ้าร่างกายใช้ไม่หมด มันจะเหลือซึ่งจะเปลี่ยนเป็น น้ำตาล และไขมันตามลำดับ
4.ทำให้ไม่อยู่ท้องด้วยเพราะย่อยไว อารมณ์กินปลาแล้วไม่ค่อยอยู่ท้องเทียบกับกินไก่กินหมู ประมาณแบบนั้น
-ย่อยยาก
1.ร่างกายจะดูดซับไปได้ช้า คือเหมือนค่อยๆปล่อยพลังงานออกมาให้ใช้ ส่งผลให้ร่างกายสามารถใช้ได้หมดกับกิจกรรมที่ทำในระหว่างวัน ทำให้ไม่เหลือจนเปลี่ยนมาเป็นน้ำตาล และไขมันในที่สุด
2.กระเพาะย่อยช้า ย่อยยาก ส่งผลให้ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการย่อยอาหาร ทำให้อัตราการใช้พลังงานของเรามากขึ้น(ทำให้เบิร์นแคลได้มากขึ้นจากการกินเนี่ยแหละ)
3.แน่นอนเนื่องจากย่อยช้าร่างกายใช้ได้ทัน ทำให้ย่อยได้พอดีกับกิจกรรมในระหว่างวันพอดี ไม่เปลี่ยนเป็นน้ำตาล และไขมัน
4.อิ่มมาก อิ่มจนจุก จบปัญหาเรื่องกินจุกจิก เรื่องกินดึก เพราะอยู่ท้องตลอดวันตลอดคืน ช่วยในการลดการตบะแตกได้อย่างดี
และแน่นอน ทั้งอกไก่ และ ข้าวกล้อง ย่อยยากทั้งคู่ ทำให้ส่งเสริมประโยชน์จากด้านบนได้ดี
อะไรบ้างที่ย่อยยาก
อกไก่ เนื้อไก่ หมู วัว มันฝรั่ง ฟักทอง หน่อไม้ ข้าวกล้อง ข้าวไรส์เบอรี่ น้ำตาลจากผลไม้(ฟรุกโตส)
อะไรบ้างที่ย่อยง่าย
ปลา ข้าวขาว น้ำตาลปกติ
3.ไขมัน
คนเรายังต้องกินไขมัน ห้ามอดเด็ดขาด เนื่องจากไขมันเป็นส่วนที่ทำให้ผิวเราเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น และมีผลกับฮอร์โมนในร่างกาย การตัดไขมันไปเลยไม่มีผลที่ดีแน่นอน
ปกติจะเลือกกินไขมันที่เป็นไขมันดี(ไม่อิ่มตัว) ที่จะไปทำให้ลดระดับคอเรสตอรอลในร่างกาย จะกินในปริมาณที่พอเหมาะนะครับ(บอกแล้วว่า 10%)
โดยปกติจะกินไขมันดีจาก น้ำมันมะกอก ไขมันปลา เป็นหลัก(ส่วนมากผัดกับข้าวใช้น้ำมันมะกอก ง่ายดี) ซึ่งถ้ากินอย่างเหมาะสมจะยิ่งมาช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกายได้อีกด้วย
ไขมันเลว มีอะไร จริงๆมีหลายตัว หลักๆก็พวกน้ำมันต่างๆเช่นน้ำมันพืช น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม ไขมันจากหมูเช่นหมูสามชั้น หนังไก่ ไขมันในนม ในเนย อะไรพวกนี้
ดังนั้นเลือกกินให้ถูก กินให้เหมาะสม จะกินได้อย่างมีความสุขและลดความอ้วนได้ครับ
(ปัจจุบันขยับขึ้นมากินวันละ 1700-1800 และมีชีทเดย์อาทิตย์ละ 1 วันที่กินวันละ 2200-2500 แล้วนะครับ ค่อยๆปรับโปรแกรมไปตามความเหมาะสมของร่างกายเรื่อยๆ)
ขอจบพาร์ทเรื่องอาหารก่อนเด้อ เดี๋ยวยาวไป ว่างๆจะมาต่ออีกพาร์ทเรื่องออกกำลังกายและพักผ่อนน้าา
เทคนิคการลดน้ำหนักส่วนตัวของผมครับ (Part1) ว่าด้วยเรื่องโภชนาการ
โดยจริงๆเคยลดน้ำหนักมาหลายแบบ หลายรอบ ลดผิดๆมาก็เยอะ รอบนี้เลยศึกษาและรอบนี้ได้ลงมือปฏิบัติอย่างถูกวิธีครับ
จริงๆจะเปลี่ยนตัวเองในระยะยาวๆ(วางแผนไว้ว่าอยากลดให้เหลือไขมันต่ำกว่า 18% ภายในสิ้นปีนี้)
และเนื่องจากผมมีกลุ่มไลน์ลดน้ำหนัก และได้เขียนเนื้อหาไว้หลายอย่าง เลยอยากเอามาแชร์ให้เพื่อนๆในนี้ได้รับฟังด้วยนะครับ(อันนี้เป็นความเห็นของผมเอง ผิดถูกประการใดแนะนำได้นะครับ)(สำหรับเพื่อนๆที่อยากร่วมกลุ่มไลน์ ร่วมการเดินทางลดน้ำหนักไปด้วยกัน รบกวนอินบล็อคไอดีมาครับจะทำการดึงเข้ากลุ่มให้)
ขอแบ่งเป็นสองสามตอนนะครับ กลัวจะยาวเกินไป
สำหรับเพื่อนๆที่ลดน้ำหนักและวางแผนจะลดความอ้วน(ตอนที่1) ผมจะขอแชร์เทคนิคส่วนตัวของผมเองให้เพื่อนๆได้ฟังว่าทำยังไง
หลักการของผมมันไม่ได้พิสดารอะไร มันเป็นเพียงแค่หลักการพื้นฐาน ของการลดน้ำหนักคือ อาหาร 70% ออกกำลังกาย 20% และพักผ่อน 10%
โดยขอแยกเป็นหัวข้อๆไปนะครับ
1.อาหาร
อาหารที่ช่วงลดน้ำหนักกิน หลายๆท่านอาจคิดว่าต้องกินน้อย ต้องตัดแป้ง ตัดไขมัน ต้องกินแค่สองมื้อ ต้องงดมื้อเย็น
หลักการที่ว่ามาข้างต้นนั้น "ล้วนผิดทั้งหมดเลยครับ"
การลดน้ำหนักที่ถูกต้องที่ผมทำอยู่นั้น ->ต้องกินทั้งสามมื้อเลยนะครับ และกินอิ่มทุกมื้อ<
ขอให้เพื่อนๆเข้าใจคอนเซปตรงนี้ก่อน เพราะมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถทำมันได้นาน ทำมันได้อย่างตลอดไป ไม่เครียด
แล้วจะทำได้อย่างไร ให้ลดน้ำหนักได้??
หลักการง่ายๆครับ Cal In < Cal Out หรือแปลง่ายๆ พลังงานที่กินเข้าไป < พลังงานที่ใช้ออกไป
หลักการง่ายๆแค่นี้เองครับ แต่เงื่อนไขคือ *ห้ามกินน้อยเกินไป* เพราะจะทำให้เกิดโยโย่เอฟเฟ็กครับ(ซึ่งเคยเกิดกับผมมาแล้ว เกิดจากการตัดแป้ง ตัดไขมัน และกินน้อย จนเป็นโยโย่ในที่สุด)
โดยหลักการกิน ควรจะลดอย่างไม่เยอะมากครับ โดยปกติผู้ชายจะใช้พลังงานราวๆวันละ 1700-2000 แคลอรี่ต่อวัน ผู้หญิงใช้ราวๆ 1200-1500 แคลต่อวัน
วิธีการกินให้ถูกต้องคือ -500 ครับ หรือเหลือราวๆ ในชาย 1500 ในหญิง 1000
แต่!! เราต้องคอยสังเกตุร่างกายตัวเองด้วยนะครับ เพราะแต่ละคนกล้ามเนื้อ กิจกรรมไม่เหมือนกัน ถ้ารู้สึกพลังงานหายมากเกินไปค่อยๆขยับขึ้นนะครับเพื่อกันการโยโย่
-แล้วจะทำยังไงให้กินสามมื้อแล้วพลังงานไม่มากเกินไปหละครับ
พลังงานของวัตถุดิบบนโลกใบนี้ไม่มีความพอดีเลยครับ บางอย่างปริมาณมาก แต่พลังงานน้อย บางอย่างกินปริมาณน้อย ก็พลังงานกลับมาก
พลังงานน้อย มีอะไรบ้าง > โปรตีนครับ
พลังงานปานกลาง มีอะไรบ้าง > คาร์โบไฮเดรต ครับ
พลังงานมาก มีอะไรบ้าง > น้ำตาล ไขมันครับ
โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่
คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่
แต่ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงานถึง 9 แคลอรี่!!
ดังนั้นหลักการกินของผมคือ
โปรตีน 50% คาร์โบไฮเดรต 40% ไขมัน 10%
เช่นสมมุติวันนึงเรากิน 2000 แคล ก็ให้สัดส่วนเป็นพลังงานจาก
โปรตีน 1000 แคล
คาร์โบไฮเดรต 800 แคล
ไขมัน 200 แคล
แค่นี้เองครับ กินได้ทุกอย่าง เพียงแต่กำหนดสัดส่วนให้ถูก
โปรตีนได้จากไหน ได้จากเนื้อสัตว์(อกไก่มากที่สุด) นม ไข ถั่ว มีประโยชน์ช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
คาร์โบไฮเดรตได้จากไหน แป้ง ข้าว มันฝรั่ง (และน้ำตาล) เป็นพลังงานหลักของร่างกายที่ใช้ประจำวัน
ไขมัน ได้จากไหน น้ำมัน ไขมันสัตว์ น้ำมันจากพืชเช่นถั่ว
โดยถ้าฉลาดเลือกอีกนิด เราจะสามารถทำอาหารได้อย่างเหมาะสมเลยครับ
1.โปรตีน เป็นแหล่งพลังงานที่ดี เนื่องจากแคลอรี่น้อย ค่อนข้างอยู่ท้อง และร่างกายต้องการในปริมาณที่พอสมควร เพื่อพัฒนาศักยภาพของร่างกายโดยรวมครับ
ผมจะเน้นตรงส่วนอกไก่เป็นพิเศษ เนื่องจากอกไก่เป็นส่วนที่มีไขมันน้อยมากๆ(แทบไม่มี) เมื่อเทียบกับสะโพกไก่ และเนื้อสัตว์อื่นๆ(ถ้าลอกหนังแล้วนะ) และมีโปรตีนที่สูงมากๆครับ
อกไก่ 1 ขีด(ย้ำว่า 1 ขีด) ให้พลังงานเพียง 110 แคลอรี่(เห็นไหมว่าพลังงานต่ำมาก อกไก่ตั้งขีดนึงกินจนเกือบอิ่มให้พลังงานนิดเดียว)
ให้โปรตีน 23 กรัม
ไขมัน 1 กรัม
ส่วนถ้าใครจะใช้โปรตีนจากปลาก็ดีครับ แต่แพงอะ แถมทำยากผมเลยไม่ค่อยเน้น อกไก่มันถูกดีเพราะคนไม่ค่อยกิน
2.คาร์โบไฮเดรต
คนเราต้องกินข้าว แป้ง ห้ามตัดเด็ดขาด เคยพลาดมาแล้ว
การตัดแป้ง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย จะทำให้ร่างกายไม่ค่อยมีแรง หงุดหงิดง่าย เครียด และเป็นส่วนสำคัญของการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ย้วย ย้อย ยาน และเป็นสาเหตุหนึ่งของการโยโย่
เน้นมาจากข้าวกล้องหอมมะลิ (ซึ่งราคาแทบไม่ต่างจากข้าวขาวหอมมะลิ) ซึ่งเอาจริงๆพลังงานมันพอๆกันแทบไม่ต่าง
แต่ความแตกต่างคือ ข้าวขาวจะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ซึ่งย่อยไวมากๆ แต่ข้าวกล้องเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งย่อยช้า
คำถาม แล้วมันแตกต่างยังไง??
-ย่อยไว
1.ร่างกายดูดซับไปได้ไว
2.กระเพาะย่อยได้เร็ว ทำให้ใช้พลังงานในการย่อยน้อยกว่า
3.ถ้าร่างกายใช้ไม่หมด มันจะเหลือซึ่งจะเปลี่ยนเป็น น้ำตาล และไขมันตามลำดับ
4.ทำให้ไม่อยู่ท้องด้วยเพราะย่อยไว อารมณ์กินปลาแล้วไม่ค่อยอยู่ท้องเทียบกับกินไก่กินหมู ประมาณแบบนั้น
-ย่อยยาก
1.ร่างกายจะดูดซับไปได้ช้า คือเหมือนค่อยๆปล่อยพลังงานออกมาให้ใช้ ส่งผลให้ร่างกายสามารถใช้ได้หมดกับกิจกรรมที่ทำในระหว่างวัน ทำให้ไม่เหลือจนเปลี่ยนมาเป็นน้ำตาล และไขมันในที่สุด
2.กระเพาะย่อยช้า ย่อยยาก ส่งผลให้ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการย่อยอาหาร ทำให้อัตราการใช้พลังงานของเรามากขึ้น(ทำให้เบิร์นแคลได้มากขึ้นจากการกินเนี่ยแหละ)
3.แน่นอนเนื่องจากย่อยช้าร่างกายใช้ได้ทัน ทำให้ย่อยได้พอดีกับกิจกรรมในระหว่างวันพอดี ไม่เปลี่ยนเป็นน้ำตาล และไขมัน
4.อิ่มมาก อิ่มจนจุก จบปัญหาเรื่องกินจุกจิก เรื่องกินดึก เพราะอยู่ท้องตลอดวันตลอดคืน ช่วยในการลดการตบะแตกได้อย่างดี
และแน่นอน ทั้งอกไก่ และ ข้าวกล้อง ย่อยยากทั้งคู่ ทำให้ส่งเสริมประโยชน์จากด้านบนได้ดี
อะไรบ้างที่ย่อยยาก
อกไก่ เนื้อไก่ หมู วัว มันฝรั่ง ฟักทอง หน่อไม้ ข้าวกล้อง ข้าวไรส์เบอรี่ น้ำตาลจากผลไม้(ฟรุกโตส)
อะไรบ้างที่ย่อยง่าย
ปลา ข้าวขาว น้ำตาลปกติ
3.ไขมัน
คนเรายังต้องกินไขมัน ห้ามอดเด็ดขาด เนื่องจากไขมันเป็นส่วนที่ทำให้ผิวเราเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น และมีผลกับฮอร์โมนในร่างกาย การตัดไขมันไปเลยไม่มีผลที่ดีแน่นอน
ปกติจะเลือกกินไขมันที่เป็นไขมันดี(ไม่อิ่มตัว) ที่จะไปทำให้ลดระดับคอเรสตอรอลในร่างกาย จะกินในปริมาณที่พอเหมาะนะครับ(บอกแล้วว่า 10%)
โดยปกติจะกินไขมันดีจาก น้ำมันมะกอก ไขมันปลา เป็นหลัก(ส่วนมากผัดกับข้าวใช้น้ำมันมะกอก ง่ายดี) ซึ่งถ้ากินอย่างเหมาะสมจะยิ่งมาช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกายได้อีกด้วย
ไขมันเลว มีอะไร จริงๆมีหลายตัว หลักๆก็พวกน้ำมันต่างๆเช่นน้ำมันพืช น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม ไขมันจากหมูเช่นหมูสามชั้น หนังไก่ ไขมันในนม ในเนย อะไรพวกนี้
ดังนั้นเลือกกินให้ถูก กินให้เหมาะสม จะกินได้อย่างมีความสุขและลดความอ้วนได้ครับ
(ปัจจุบันขยับขึ้นมากินวันละ 1700-1800 และมีชีทเดย์อาทิตย์ละ 1 วันที่กินวันละ 2200-2500 แล้วนะครับ ค่อยๆปรับโปรแกรมไปตามความเหมาะสมของร่างกายเรื่อยๆ)
ขอจบพาร์ทเรื่องอาหารก่อนเด้อ เดี๋ยวยาวไป ว่างๆจะมาต่ออีกพาร์ทเรื่องออกกำลังกายและพักผ่อนน้าา