
สวัสดีปีใหม่ 2017 ทุกท่านน่ะครับ วันนี้ผมก็มีประสบกาณ์การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี มาแชร์ให้เพื่อนๆทราบกัน โดยผมจะอธิบายเกี่ยวกับการลดน้ำหนักค่อนข้างละเอียดมากๆในกระทู้นี้ให้เพื่อนๆได้นำไปใช้ในการลดน้ำหนักดูน่ะครับ : )

ขอแนะนำตัวเองก่อน ผมชื่อ ฟิวส์ อายุ 26 ปี เริ่มลดน้ำหนักจริงจัง ตอนเดือน กุมภา 2016 ครับตอนนั้น น้ำหนักที่ผมเริ่มผมน้ำหนักอยู่ที่ 110 กก. ผ่านมาถึงวันนี้ครบ 10 เดือนแล้วที่น้ำหนักผมลงมาเหลือ 72 กก. จริงๆน้ำหนักผมลงมาเหลือ 72 กก. ตั้งแต่ตอนเดือน 8 ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้น้ำหนักผมก็คงที่อยู่แถวๆ 72-75 กก. ไม่เกินนี้ครับ ที่ผมมาสร้างกระทู้นี้เป้าหมายหลักคือ ให้ความรู้ความเข้าใจในการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนัก หรือ คอร์สลดน้ำหนักใดๆทั้งสิ้นน่ะครับ โดยสิ่งที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้ หลักๆเลย คือ 1.การควบคุมอาหาร 2.การออกกำลังกาย 3.การพักผ่อน ครับ

เกริ่นก่อน ผมเป็นคนรูปร่างอ้วนมาตั้งแต่กำเนิดจะเป็นคนที่ชอบกินทุกอย่าง ของทอด ข้าวมันไก่ คืออาหารที่โปรดปรานของผมที่สุด สมัยมัธยมผมเคยน้ำหนักสูงถึง 96 กก. สมัยนั้นผมเล่นกีฬาแบบจริงจัง เตะบอล 5 วันต่อสัปดาห์ เช้า-กลางวัน-เย็น ว่างตอนไหนเตะตอนนั้น ทำให้น้ำหนักสมัยมัธยมผมลงมาเหลือ 70 กก. ก่อนที่ผมจะเข้าสู่ประตูรั้วมหาลัย เพื่อนฝูงแยกย้ายตามมหาลัยต่างๆ และพอเข้าสู่ชีวิตมหาลัยก็ไม่ได้แตะการเล่นกีฬาอีกเลย รวมถึงเป็นยุคแห่ง บุฟเฟ่ห์ ที่มีกระจายทุกที่หากินง่ายมากๆจากทุกแห่ง รวมทั้งการใช้ชีวิตที่มีอิสระมากขึ้น ตามใจปากมากขึ้น ผมใช้ระยะเวลา 6 ปี จากเด็กผอมหุ่นดี กลับมาอ้วนอีกทีก็ 110 กก. ภายในเวลาแค่ 6 ปีเท่านั้น บุฟเฟ่ห์ หมูกระทะ ชาบู กินแทบทุกสัปดาห์ รู้ตัวอีกทีก็มีสภาพแบบนี้แล้วครับ

มาไกลเกินคิดจริงๆ 555+ โดยเหตุผลหลักๆของการอ้วน ไม่มีไรมากเลยครับ นอกจาก "กิน" ล้วนๆครับ >,,,<

มีแค่ใจในการลดน้ำหนักอย่างเดียว มันยังไม่พอน่ะครับ เพราะบางคนขาดความรู้เกี่ยวกับ การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง บางคน มีความเข้าใจผิดๆ เช่น งดอาหารเย็น งดแป้ง ออกกำลังกายให้หนักเข้าไว้ ถามว่า ทำแบบนี้ น้ำหนักลดไหม ผมก็ตอบเลยว่า ลด และ ลดลงแบบเร็วมากด้วย แต่ก็กลับมาอ้วนง่ายเช่นกัน เพราะอะไร เพราะขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่ถูกต้อง พอทำได้ระยะนึง 2-3 เดือน มันจะต้องมีถึงจุดสิ้นสุดการกระทำแบบนี้ ไม่มีใครที่สามารถ งดข้าวเย็น หรือ งดแป้ง ได้ตลอดชีวิต พอกลับมารับประทานแบบเดิมน้ำหนักก็จะกลับมาเท่าเดิม เพราะไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่ถูกต้องนั้นเองครับ
ดังนั้น หัวใจสำคัญในการลดน้ำหนักเลย ผมแบ่งเป็น 1.การควบคุมอาหาร 60% 2.การออกกำลังกาย 30% 3.การพักผ่อน 10% ครับ โดยทั้ง 3 ข้อนี้ตัวผมเองทำที่บ้านไม่ได้ไปเข้าฟิตเนสหรือซื้ออาหารคลีนมาทานเอง ทุกอย่างผมทำอยู่ที่บ้านและมีแม่บ้านคอยช่วยเหลือเรื่องการทำอาหารอีกคนนึง งั้นมาเข้าหัวข้อแรกที่หลายๆคน ทำกันไม่ค่อยได้กันเลยดีกว่า คือ
หัวใจหลักของการควบคุมอาหารเลยคือ ต้องเข้าใจ “แคลอรี่” นั้นเองครับ
แคลอรี่ คือ หน่วยวัดปริมาณความร้อนที่ร่างกายต้องการเผาพลาญ ซึ่งอาหารทุกชนิดที่เรารับประทานกัน ล้วนมีค่า แคลอรี่ของมันเองอยู่ อยากให้คนที่กำลังลดน้ำหนักเข้าใจถึงร่างกายตัวเองน่ะครับ ว่าร่างกายของตัวเองนั้น เผาพลาญต่อวันนึงประมาณกี่แคลอรี่
ผู้ชายที่ น้ำหนัก ระหว่าง 70-80 กก. มีการเผาพลาญอยู่ที่ 1800-2200 แคลอรี่ โดยประมาณ
ผู้หญิงที่ น้ำหนัก ระหว่าง 40-60 กก. มีการเผาพลาญอยู่ที่ 1500-1800 แคลอรี่ โดยประมาณ
ถ้าใครที่ น้ำหนักเยอะเกิน 100 กก. อัตราการเผาพลาญก็จะสูงกว่า คนทั่วๆไป จะอยู่ที่ประมาณ 2200-2800 แคลอรี่ เลยทีเดียว
และ การที่จะสลายไขมันในร่างกายได้ 1 กิโลกรัม ต้องเผาพลาญทั้งหมด 7700 แคลอรี่ นั้นเองครับ ดังข้อมูลตามภาพเลยครับ

พอเราทราบแล้วว่า ร่างกายของตัวเราเองนั้น เผาพลาญแคลอรี่อยู่ที่เท่าไหร่ ให้จำไว้ขึ้นใจเลยน่ะครับว่า เราห้ามทานอาหารที่มากกว่าที่ร่างกายต้องการ สมมุติ เป็นตัวผมตอนที่ผมยังอ้วนอยู่ นน อยู่ที่ 100 กก. แสดงว่าร่างกายใน 1 วันเนี้ย ตัวผมเผาพลาญอยู่ที่ 2500 แคลอรี่ ดังนั้นผมต้องทำอย่างไรก็ได้ที่ห้ามรับประทานอาหารเกิน 2500 แคลอรี่ เพื่อที่จะให้ น้ำหนักของผมลดลงนั้นเอง
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าอาหารที่เรารับประทานไปแต่ล่ะมื้อๆเนี้ย มันกี่แคลอรี่ นั้นคือเราต้องทำการค้นหาครับ ว่าอาหารที่เราทานเนี้ย แคลอรี่เท่าไหร่ ซึ่งตัวช่วยในการหา แคลอรี่ หลักๆที่ผมใช้เลยคือ Google และ fatnever.com ครับ ยังมีอีกมากมายน่ะครับที่เป็นตัวช่วยในการหาแคลอรี่ มีทั้ง application ในมือถือที่มีให้ download มากมายหลายรุ่นมาก และมีหลายเว็บไซต์เลยครับที่ บอกถึงปริมาณแคลอรี่ในอาหารครับ ผมยกตัวอย่างเป็นเว็บไซต์นี้น่ะครับ

ผมยกตัวอย่าง อาหารใน 1 วันที่รารับประทานกันแบบชิลๆ โดยไม่คำนึงถึงแคลอรี่ให้ดูน่ะครับ
- มื้อเช้า ข้าวมันไก่ 1 ห่อ (600kcal) + กาแฟเย็นซักแก้ว (250kcal)
- มื้อกลางวัน ข้าวกระเพราหมู+ไข่ดาว (600kcal) + ขนมทานเล่นนิดหน่อย (100-200kcal)
- มื้อเย็น ราดหน้า (400kcal) + โค้กขวด (150kcal)
ดังนั้น ทั้งหมดใน 1 วัน ผมรับประทานไปทั้งสิ้น 600+250+600+200+400+150 = 2200 แคลอรี่ ซึ่งมีค่าที่ต่ำกว่าเป้าที่เราตั้งไว้ที่ 2500 แคลอรี่ นั้นแสดงว่า วันนั้นเรามีการเผาพลาญไขมันไปแล้ว 2500-2200 = 300 แคลอรี่นั้นเองครับ และถ้าเราทานแบบนี้ต่อเนื่องกัน ประมาณ 1 เดือน นั้นคือเราเผาพลาญทั้งหมด 300*30 = 9000 แคลอรี่ หรือ เราลดน้ำหนักได้ ประมาณ 1 กก. นิดๆนั้นเองครับ
แล้วเรามาลอง คำนวณแบบ อาหารคลีนกันดูน่ะครับ
- มื้อเช้า โจ๊คหมู (150kcal) + น้ำเปล่า (0kcal)
- มื้อกลางวัน ข้าวเปล่า 1 ถ้วย (200kcal) + แกงจืดหมูสับ (150-200kcal)
- มื้อเย็น โยเกริต์ Low fat (100kcal) + ผลไม้แตงโม (150kcal)
แสดงว่าทั้งวันเรารับประทานทั้งหมด 150+0+200+150+100+150 = 750 แคลอรี่ เท่านั้นเองครับ โดยที่ร่างกายเรายังเผาพลาญถึง 2500 แคลอรี่ กินเข้าไปแค่ 750 แคลอรี่ แสดงว่า วันนั้นร่างกายเราเผาพลาญไขมันไปถึง 2500-750 = 1750 แคลอรี่ เลยทีเดียวครับ และถ้าเรารับประทานแบบนี้ 1 เดือน 1750*30 = 52500 แคลอรี่ หรือ เราลดน้ำหนักได้ ถึง 6.8 กิโลกรัม เลยทีเดียวครับ
นี้คือ ตารางแคลอรี่ ที่ถ้าคุณเดินเข้า 7-11 หรือ Supermarket ต่างๆ อาหารในร้านค้าเหล่านี้ 70-80% จะมี ตารางแคลอรี่ ให้คุณได้ดูครับ ฝึกให้เป็นนิสัยน่ะครับ ก่อนที่เราจะหยิบซื้อไรกลับบ้านมาตุนไว้ หรือจะซื้ออะไรไปรับประทานระหว่างวัน ให้ดูตัวเลขเหล่านี้ก่อนที่จะทานมันครับ
คราวนี้รู้แล้วใช่มั๊ยครับ ว่าเราควรรับประทานอาหารแบบไหน ที่จะทำให้เรา น้ำหนักลดลง แรกๆในการฝึกคำนวณแคลอรี่ จะค่อนข้างลำบากน่ะครับ แต่อยากให้ทุกคนพยายามทำ จนเกิดความเคยชินครับ ทุกวันนี้ก่อนที่ผมจะทานอะไร ผมต้องเปิดดูก่อนว่า อาหารที่ทานเนี้ยมันมีแคลอรี่เท่าไหร่ พอฝึกไปได้ซักระยะนึง 3-6 เดือน คุณก็จะมีตัวเลขแคลอรี่ อยู่ในหัวแถบจะทุกชนิดของอาหารแล้วครับ เดียวนี้เวลาผมรับประทานอาหาร แค่มองอาหารก็รู้แล้วครับว่า แต่ล่ะมื้อเนี้ย ผมทานไปกี่แคลอรี่ ซึ่งถ้าคุณทำได้ การที่คุณจะกลับมาอ้วนอีกครั้งนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากครับ เพราะคุณเข้าใจแล้วว่า แต่ล่ะมื้อที่ทานไปมี แคลอรี่ เท่าไหร่ เท่านี้คุณก็สามารถควบคุมตัวเองได้แล้วครับ

จากการศึกษา แคลอรี่ ในอาหารต่างๆแล้ว ผมจึงทราบว่า ศัตรูที่ทำให้อาหารนั้นมีแคลอรี่สูงนั้นคือ “ไขมัน” ครับ จะเห็นว่าของทอด ของผัด ต่างๆนั้นจะค่อนข้างมีแคลอรี่สูงกว่าอาหารทั่วๆไปเลยทีเดียว หรือก็คือถ้าเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการใช้น้ำมันแล้วล้วนมี kcal เกิน 400kcal ทั้งนั้นครับ เพราะในไขมัน 1g นั้นมีแคลอรี่สูงถึง 9 แคลอรี่ ต่างจาก คาร์โบไฮเดรต กับ โปรตีน ที่มีแคลอรี่ที่ 1g = 4 แคลอรี่ เท่านั้นเองครับ การที่เราจะลดน้ำหนักให้สำเร็จลุล่วงไปได้สวยงามเลยนั้นคือ การงดของทอด ของผัด ครับ หรืองดไขมันนั้นเองครับ จึงเป็นที่มาของอาหารคลีนนั้นเองครับ อาหารคลีน คือ อาหารที่ปราศจากน้ำมันครับ และนี้คืออาหารที่ผมรับประทานประจำในทุกๆวัน ทุกๆมื้อครับ

จะเป็นอาหารที่ไม่มีไขมันผสมอยู่ในอาหารเลย จะเป็นเนื้ออกไก่ ซะส่วนใหญ่เพราะมีไขมันต่ำ บางครั้งก็เป็น ทูน่ากระป๋องในน้ำแร่ หรือเนื้อหมูไม่ติดมันก็ทานได้ครับ กินควบคู่กับ ข้าวไรซ์เบอรี่ + ผักต้มต่างๆ แค่นี้ในแต่ล่ะมื้อก็อยู่ท้องใช้ชีวิตในแต่ล่ะวันสบายๆครับ โดยที่ผมรับประทานอยู่ มื้อนึง แคลอรี่ต่อมื้ออยู่ที่ 300-500 แคลอรี่ เท่านั้นเองครับ และตัวช่วยในการทำอาหารของผมเลยก็คือ เจ้ากระทะตัวนี้ครับ (ไม่ได้โฆษณาน่ะครับ)

เจ้ากระทะ ที่เห็นในโฆษณาบ่อยมากๆ ที่มีคุณวู้ดดี้เป็น Presenter ลองไปหาดูน่ะครับ ฮ่าฮ่า เจ้ากระทะนี้ เป็นกระทะที่ช่วยผมทำอาหารที่ไม่ใส่น้ำมันได้ครับ ผัดไก่ ผัดผัก ได้สบายครับ ใส่น้ำเปล่าไปนิดหน่อยก็ผัดรับประทานได้แล้วครับ ก็ทำให้ผมผ่านแต่ล่ะมื้อๆไปได้อย่างสบายใจครับ โดยผมรับประทานอาหารคลีนมาจนถึงปัจจุบันเลยครับ นอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักแล้ว ทำให้โรคภัยต่างๆในร่างกายลดลงด้วยน่ะครับ เช่น ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เบาหวาน เป็นต้น ทำให้ร่างกายสดชื่นด้วยครับ ถ้าคุณทานอาหารคลีนต่อเนื่องกัน ผมรับรองครับไม่มากก็น้อยยังไงร่างกายต้องรู้สึกดีขึ้นแน่นอนครับ เหมือนเติมเชื้อเผลิงพลังงานคลีนๆเข้าสู่ร่างกายครับ
*** ขอเสริมเรื่องไขมันนิดนึงครับ จริงๆในร่างกายมนุษย์ทุกคนต้องการสารอาหารหลักๆเลย คือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีอะไรบ้าง 1.ไขมัน 2.คาร์โบไฮเดรค 3.โปรตีน 4.เกลือแร่ 5.วิตามิน นั้นเองครับ โดยหากร่างกายขาด ไขมัน ไปเลยร่างกายจะจดจำว่า ร่างกายเริ่มขาดไขมันแล้วน่ะ ต้องกักเก็บไขมันมากยิ่งขึ้นกลายเป็น น้ำหนักที่ลดไม่ใช่ไขมันแต่เป็นกล้ามเนื้อแทน ดังนั้นผมก็อยากจะแนะนำให้หา อาหารประเภทที่เป็นไขมันดี ไว้รับประทานด้วยน่ะครับ เช่น ถั่วอัลม่อน อโวคาโด เป็นต้นครับ

ทริคเล็กๆน้อยๆครับ สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ ผมแนะนำให้เราจดพัฒนาการของตัวเองน่ะครับ ว่าแต่ล่ะวันๆ น้ำหนักเราลดไปกี่ขีด แล้วก็จดด้วยว่าแต่ล่ะวันเราทานอะไรไปบ้าง เพื่อที่เราจะได้เข้าใจครับว่าสิ่งที่เรากินไปเนี้ย มันทำให้ น้ำหนักขึ้นน่ะ เหมือนเป็นเครื่องมือช่วยเตือนใจตัวเองไม่ให้กินมากกว่าปกตินั้นเองครับ
ก็จบหัวข้อ การควบคุมอาหารไว้เท่านี้น่ะครับ เดียวผมจะมาต่อ เรื่อง การออกกำลังกาย กับการพักผ่อนในโพสต่อไปน่ะครับ หากอ่านแล้วชอบอย่าลืมกด + ให้กระทู้ผมด้วยน่ะครับ หรือใครมีข้อสงสัยในการลดน้ำหนัก ทักเฟสบุ๊คผมมาก็ได้ครับ ถ้าผมมีเวลาหรือเล่นหน้าคอมอยู่ ผมตอบได้ผมก็จะช่วยแนะนำให้น่ะครับ
จากโอ่งกลายเป็นโอปป้า ภายใน 6 เดือน 110kg เหลือ 72kg ทำไง? มาดูกันครับ
ดังนั้น หัวใจสำคัญในการลดน้ำหนักเลย ผมแบ่งเป็น 1.การควบคุมอาหาร 60% 2.การออกกำลังกาย 30% 3.การพักผ่อน 10% ครับ โดยทั้ง 3 ข้อนี้ตัวผมเองทำที่บ้านไม่ได้ไปเข้าฟิตเนสหรือซื้ออาหารคลีนมาทานเอง ทุกอย่างผมทำอยู่ที่บ้านและมีแม่บ้านคอยช่วยเหลือเรื่องการทำอาหารอีกคนนึง งั้นมาเข้าหัวข้อแรกที่หลายๆคน ทำกันไม่ค่อยได้กันเลยดีกว่า คือ
แคลอรี่ คือ หน่วยวัดปริมาณความร้อนที่ร่างกายต้องการเผาพลาญ ซึ่งอาหารทุกชนิดที่เรารับประทานกัน ล้วนมีค่า แคลอรี่ของมันเองอยู่ อยากให้คนที่กำลังลดน้ำหนักเข้าใจถึงร่างกายตัวเองน่ะครับ ว่าร่างกายของตัวเองนั้น เผาพลาญต่อวันนึงประมาณกี่แคลอรี่
ผู้ชายที่ น้ำหนัก ระหว่าง 70-80 กก. มีการเผาพลาญอยู่ที่ 1800-2200 แคลอรี่ โดยประมาณ
ผู้หญิงที่ น้ำหนัก ระหว่าง 40-60 กก. มีการเผาพลาญอยู่ที่ 1500-1800 แคลอรี่ โดยประมาณ
ถ้าใครที่ น้ำหนักเยอะเกิน 100 กก. อัตราการเผาพลาญก็จะสูงกว่า คนทั่วๆไป จะอยู่ที่ประมาณ 2200-2800 แคลอรี่ เลยทีเดียว
และ การที่จะสลายไขมันในร่างกายได้ 1 กิโลกรัม ต้องเผาพลาญทั้งหมด 7700 แคลอรี่ นั้นเองครับ ดังข้อมูลตามภาพเลยครับ
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าอาหารที่เรารับประทานไปแต่ล่ะมื้อๆเนี้ย มันกี่แคลอรี่ นั้นคือเราต้องทำการค้นหาครับ ว่าอาหารที่เราทานเนี้ย แคลอรี่เท่าไหร่ ซึ่งตัวช่วยในการหา แคลอรี่ หลักๆที่ผมใช้เลยคือ Google และ fatnever.com ครับ ยังมีอีกมากมายน่ะครับที่เป็นตัวช่วยในการหาแคลอรี่ มีทั้ง application ในมือถือที่มีให้ download มากมายหลายรุ่นมาก และมีหลายเว็บไซต์เลยครับที่ บอกถึงปริมาณแคลอรี่ในอาหารครับ ผมยกตัวอย่างเป็นเว็บไซต์นี้น่ะครับ
- มื้อเช้า ข้าวมันไก่ 1 ห่อ (600kcal) + กาแฟเย็นซักแก้ว (250kcal)
- มื้อกลางวัน ข้าวกระเพราหมู+ไข่ดาว (600kcal) + ขนมทานเล่นนิดหน่อย (100-200kcal)
- มื้อเย็น ราดหน้า (400kcal) + โค้กขวด (150kcal)
ดังนั้น ทั้งหมดใน 1 วัน ผมรับประทานไปทั้งสิ้น 600+250+600+200+400+150 = 2200 แคลอรี่ ซึ่งมีค่าที่ต่ำกว่าเป้าที่เราตั้งไว้ที่ 2500 แคลอรี่ นั้นแสดงว่า วันนั้นเรามีการเผาพลาญไขมันไปแล้ว 2500-2200 = 300 แคลอรี่นั้นเองครับ และถ้าเราทานแบบนี้ต่อเนื่องกัน ประมาณ 1 เดือน นั้นคือเราเผาพลาญทั้งหมด 300*30 = 9000 แคลอรี่ หรือ เราลดน้ำหนักได้ ประมาณ 1 กก. นิดๆนั้นเองครับ
แล้วเรามาลอง คำนวณแบบ อาหารคลีนกันดูน่ะครับ
- มื้อเช้า โจ๊คหมู (150kcal) + น้ำเปล่า (0kcal)
- มื้อกลางวัน ข้าวเปล่า 1 ถ้วย (200kcal) + แกงจืดหมูสับ (150-200kcal)
- มื้อเย็น โยเกริต์ Low fat (100kcal) + ผลไม้แตงโม (150kcal)
แสดงว่าทั้งวันเรารับประทานทั้งหมด 150+0+200+150+100+150 = 750 แคลอรี่ เท่านั้นเองครับ โดยที่ร่างกายเรายังเผาพลาญถึง 2500 แคลอรี่ กินเข้าไปแค่ 750 แคลอรี่ แสดงว่า วันนั้นร่างกายเราเผาพลาญไขมันไปถึง 2500-750 = 1750 แคลอรี่ เลยทีเดียวครับ และถ้าเรารับประทานแบบนี้ 1 เดือน 1750*30 = 52500 แคลอรี่ หรือ เราลดน้ำหนักได้ ถึง 6.8 กิโลกรัม เลยทีเดียวครับ
นี้คือ ตารางแคลอรี่ ที่ถ้าคุณเดินเข้า 7-11 หรือ Supermarket ต่างๆ อาหารในร้านค้าเหล่านี้ 70-80% จะมี ตารางแคลอรี่ ให้คุณได้ดูครับ ฝึกให้เป็นนิสัยน่ะครับ ก่อนที่เราจะหยิบซื้อไรกลับบ้านมาตุนไว้ หรือจะซื้ออะไรไปรับประทานระหว่างวัน ให้ดูตัวเลขเหล่านี้ก่อนที่จะทานมันครับ
คราวนี้รู้แล้วใช่มั๊ยครับ ว่าเราควรรับประทานอาหารแบบไหน ที่จะทำให้เรา น้ำหนักลดลง แรกๆในการฝึกคำนวณแคลอรี่ จะค่อนข้างลำบากน่ะครับ แต่อยากให้ทุกคนพยายามทำ จนเกิดความเคยชินครับ ทุกวันนี้ก่อนที่ผมจะทานอะไร ผมต้องเปิดดูก่อนว่า อาหารที่ทานเนี้ยมันมีแคลอรี่เท่าไหร่ พอฝึกไปได้ซักระยะนึง 3-6 เดือน คุณก็จะมีตัวเลขแคลอรี่ อยู่ในหัวแถบจะทุกชนิดของอาหารแล้วครับ เดียวนี้เวลาผมรับประทานอาหาร แค่มองอาหารก็รู้แล้วครับว่า แต่ล่ะมื้อเนี้ย ผมทานไปกี่แคลอรี่ ซึ่งถ้าคุณทำได้ การที่คุณจะกลับมาอ้วนอีกครั้งนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากครับ เพราะคุณเข้าใจแล้วว่า แต่ล่ะมื้อที่ทานไปมี แคลอรี่ เท่าไหร่ เท่านี้คุณก็สามารถควบคุมตัวเองได้แล้วครับ
*** ขอเสริมเรื่องไขมันนิดนึงครับ จริงๆในร่างกายมนุษย์ทุกคนต้องการสารอาหารหลักๆเลย คือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีอะไรบ้าง 1.ไขมัน 2.คาร์โบไฮเดรค 3.โปรตีน 4.เกลือแร่ 5.วิตามิน นั้นเองครับ โดยหากร่างกายขาด ไขมัน ไปเลยร่างกายจะจดจำว่า ร่างกายเริ่มขาดไขมันแล้วน่ะ ต้องกักเก็บไขมันมากยิ่งขึ้นกลายเป็น น้ำหนักที่ลดไม่ใช่ไขมันแต่เป็นกล้ามเนื้อแทน ดังนั้นผมก็อยากจะแนะนำให้หา อาหารประเภทที่เป็นไขมันดี ไว้รับประทานด้วยน่ะครับ เช่น ถั่วอัลม่อน อโวคาโด เป็นต้นครับ
ก็จบหัวข้อ การควบคุมอาหารไว้เท่านี้น่ะครับ เดียวผมจะมาต่อ เรื่อง การออกกำลังกาย กับการพักผ่อนในโพสต่อไปน่ะครับ หากอ่านแล้วชอบอย่าลืมกด + ให้กระทู้ผมด้วยน่ะครับ หรือใครมีข้อสงสัยในการลดน้ำหนัก ทักเฟสบุ๊คผมมาก็ได้ครับ ถ้าผมมีเวลาหรือเล่นหน้าคอมอยู่ ผมตอบได้ผมก็จะช่วยแนะนำให้น่ะครับ