เริ้มต้นสมัยผมเรียน ก็ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ซึ่งแทบจะไม่มีเพื่อนคบผมเลย เพราะมัวแต่ทำงาน มาเรียนสายบ่อย กับกลายเป็นผมรู้สึกโดดเดียว ก็ลองงานมาหลายงาน ทั้งก่อนไปเรียน และ หลังเลิกเรียน
1.หั่นหมู สับขา ส่งหมูสด ตอนหัวรุ่ง
2.ส่งน้ำแข็ง ส่งน้ำลังน้ำถัง
3.พนักงานเสิร์ฟ
4.เปิดร้านขายทอดมัน (ชอบ)
5.เปิดร้านขายหมูปิ้ง (ชอบ)
6.เป็นตัวแทนขายอาหารเสิรม
7.ทำงานช่าง จักรรีดยาง
จนทำให้ผมเรียนไม่จบ แต่ผมมีความรู้สึกว่า ชอบด้านอาหารมากที่สุด จากนั้นผมก็ได้ไปสมัครร้านหนึ่งๆ เป็นร้านข้าวต้มโต้รุ่ง เปิดใหม่
1.เป็นร้านแรกที่ผมไปสมัครแล้ว ตื่นเต้นมากก ใจสั่น เพราะพ่อครัวให้ ผมเป็นผู้ช่วย ซึ่งผมทำอะไรไม่เป็นจริงๆ จนเขาจับผมฝึก เข้างาน เที่ยง12.00 ถึง ตี03.00น. วันละ250 บ. จากคนเตรียมของ สด ล้างผัก ปอกกระเทียม อยู่หน้าตู้เป็ด สับเป็ด ได้เลื่อนขั้น มาอยู่ในครัว จัดของ ตามออเดอร์ แต่ยังไม่ขึ้นหน้าเตา จนผมชำนาญในระดับหนึ่ง จนร้าน ปิดตัวลง เพราะ เจ้าของไม่มีตังจ่ายค่าแรง ยังค้างค่าแรงผมอีก 5พัน อยู่นี้มา10เดือน พอดี จากนั้นก็แยกทาง
2.ได้ไปอยู่ร้านหนึ่ง เป็นแฟรนไชน์ทั้งร้าน แต่ก็ต้องเสียค่าน้ำมัน ไป-กับ วันละ100บ. ค่าแรงผมได้วันละ 300บ. ผมหัดอยู่ได้4-5เดือน อดทนเพราะผมได้ขึ้นหน้าเตา ได้หัด ผัด ทอด ต้ม และล้างจานเอง เสิฟเอง เหนื่อยมากก แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เป็นแฟรนไชน์หมด แค่มาอุ่นๆ ใส่นุ้นนิดหน่อย แต่งๆจานนิดๆ จบ ก็ได้ขอลาออก
3.หัวหน้าพ่อครัวจากโรงแรม3ดาว ชวนไปทำที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ซึ่งผมตอบ ตกลง โดยที่ไม่ได้คิดเลย ก็ได้ทำเรื่องพวก พาสปอร์ต จนได้ไป
ผมตั้งใจฝึกมาก ได้เริ้มหัดทำ พวกน้ำจิ้มซีฟุ้ด สุกี้ จิ้มแจ่ว เริ้มได้ปรุงอาหาร พวก ปิ้งย่าง และก็พวก ยำ เขาจับสอนจนผมเริ้มทำอาหารเป็นเรื่อยๆ จนผมมาโดนจับ ครั้งแรกก็ บอส ประกันให้ พอมาครั้ง2 โดนอีก จนครั้งที่3 เกือบจะไม่ได้กับไทยละ เลยขอกับไปหางานที่ไทยทำ (ไปพาสท่องเที่ยว)
อยู่นี้ได้ 5เดือน (เงินเดือนแรกสตาท 1500ริง จนขยับเป็น 1800ริง)
4.ไปสมัครร้าน หมูกระทะ ผมเป็นคนบุกเบิก สูตรผมทั้งร้าน เงินเดือนก็สตาท 13000บ. จากร้านไม่มีอะไรเลย ตู้แช่ก็ไม่มี ตู้กดโค้กก็ไม่มี จนขยายร้าน เพิ่มโต๊ะ เพิ่มของกินมากมาย จากหัวละ 129 จนเพิ่มเป็น 159 และก็ผู้จัดการที่รับผมมา ดีมากก ปรึกษาได้หมด และก็รับความคิดเห็นทุกอย่าง จนเขาได้เปลี่ยน "ผู้จัดการ เป็นอีกคน พอคนนี้มา ซึ่งผมแทบอยู่ไม่ได้เลย เครื่องสไลด์เสีย ผมแจ้งแล้ว แต่ก็ไม่ยอมเอาไปซ่อมให้ ผมต้องมาสไลด์หมูด้วยมือ ทั้งแข็งๆวันละ 100โล น้ำจิ้มจากที่ผมทำครั้งละ หม้อก๋วยเตี๋ยว ให้ผมทำวันละ กระทะ ของเช็ค 100กว่าอย่าง ต้องเช็คละเอียด "ของเข้า ของที่ใช้ เหลือเท่าไหร่ ของที่จะสั่ง" พนักงานที่ทำกับผมแรกๆ โดนผู้จัดการนี้หาเรื่อง จนต้องออก ผู้จัดการนี้เลยเอาทีมงานมันเข้ามาแทน เหลือผมคนเดียวที่ไม่เข้าพวก
หักตังผมบ้าง สั่งของแล้ว ไม่ซื้อมาให้ และก็จะเอาคนอื่นมาทำแทนผม เพราะ ผจก บอกว่า ผมทำงานไม่ดี อายุแค่นี้ รับผิดชอบงานแบบนี้ไม่ได้หรอก
พอเข้าเดือนที่7 ผมเลยถามว่า เงินผมขึ้นได้ยัง ทำมานานแล้ว คำตอบที่ได้คือ ในครัวไม่ขึ้นให้ แต่เด็กเสิร์ฟขึ่นแล้ว ผมเลยออกทันทีเลย"
(เด็กเสิร์ฟ 9พัน ขึ้นเป็น 1หมื่น มาทำได้แค่1เดือน และติปได้ต่างหากอีก) ผมในครัว ทำแทบตาย ได้13000บ. โดนหักอีก
(บอสเป็นคนต่างประเทศ ผู้จัดการคนนี้พูดภาษาได้) ทำงานร้านนี้ 6เดือน 5เดือนไปได้ดี อยู่แล้วสบายใจมาก
5.ขึ้น กทม มีรุ่นพี่คนหนึ่ง ช่วยค่าห้อง ให้มีที่พัก ก็ได้ไปทำร้านอาหารหนึ่ง แต่ไม่ได้ทำอาหาร ได้เป็นพนักงานเดินอาหาร ผมไปทำแต่ไม่ค่อยยุ่งกับใคร ทำงานเสร็จก็กับห้อง จนคนในร้านไม่ชอบ ผม ชวนไปนุ้นนี้ก็ไม่ไป ก็ไม่มีใครคุยกับผมอีกเลย เกือบจะมีเรื่องต่อยกันด้วย จนผมอยู่ได้แค่ 2เดือน ก็ออก
6.ผมลงมาอยู่ใต้ต่อ ได้งานที่ร้านหนึ่ง ก็ออกเมนูให้ 18 อย่าง ได้วันละ 400บ แต่มาขัดกับคนที่อยู่นานแล้ว เพราะอาหารที่ร้าน จะแบบกินเล่นมากกว่า จนพวกเขาก็เริ้มไม่พอใจ และชอบทำประชดใส่ผมตลอด ผมเลยขอออก
7.ได้มาสมัครร้าน ทำหมูสด-หมูสวรรค์ จนเจ้าของร้าน ชอบผม ทำงานเก่ง โดยที่เขาไม่ต้องมาทำเองก็ได้ เขาพูดว่าจะเอาผมเป็นลูกเขย ดูแลผมอย่างดีเลย ผมมาทำตั้งแต่ตี 5-10โมง 10โมงก็ไปทำหมูสวรรค์จนถึงเย็น เขาให้ผมวันละ 1พัน "ตอนนั้นผมคิดอย่างเดียวว่า จะเก็บเงินที่นี้หละ ซะ2ปี ไปเปิดร้านเล็กๆดีกว่า" ก็ตั้งใจทำงาน ไม่ยุ่งกับใคร แต่ป้าเขาก็ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เขาก็มีลูกสาว อายุ17 ลุก2คนละพ่อไรงี้ แต่ผมก็ไม่สนใจอะไร ผมก็เจอลุกเขาบ่อย ตอนไปทำหมูสววรค์ที่บ้าน ก็ไม่คุยไม่อะไร มีแต่ถามว่า กินอะไรไหม เด๋วเขาไปซื้อให้ เพราะผมเหมางานที่บ้านเขาหมด จนมีวันหนึ่ง ลูกสาวไปส่งหมู 3ถุงใหญ่ และก้กับมา 3ถุงเหมือนเดิม ผมเลยสงสัย เลยถาม จนลูกเขา เอากี้อี้มานั่งคุยกับผมเลย ผมก็หั่นหมูอยู่ ลูกสาวมานั่งคุยเรื่องของเขา ว่าเขาพลาดแบบนุ้นนี้นั้น อยากเป็นทหารหญิงไรงี้ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย และก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องของเขา พอผมบอกว่า ว่างค่อยคุยนะ ขอตัวทำงานก่อน ลูกสาวกับตอบมาว่า ชาตินี้คงไม่ได้คุยกันแล้วหละ!!!!
ผ่านไป 15 นาที ป้าโทมาหาผม มาด่าผม หาว่าผมไปยุ่งลูกสาวป้ามันทำไม ไปถามเรื่องมันทำไม ไอเราก็งง ว่าไปยุ่งอะไร ลูกสาวป้าพูดมาเองทั้งนั้น แต่ป้าก็ไม่เชื่อ บอกให้ผมเก็บของไม่ต้องทำแล้ว จนมีผู้ชาย 2คน ขับรถมา รีบวิ่งมาที่มาทำงานหั่นหมูอย่ รุ่นๆกับลูกสาวป้าได้ เหมือนจะมาต่อยผม
แต่มาบอกว่า ป้าได้คนทำใหม่แล้ว ไม่จ้างแล้ว ผมเลย คับๆ ก็ขับรถไป แต่ผมก็ร้องนะ ว่ากุทำอะไรผิด... คืนนั้นผมเก็บเสื้อผ้า กับบ้านทันที
"ระหว่างทางผมก็คิด ว่า ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทำงานดี ขยันยังไงก็ ไม่มีใครเห็นค่า ถึงผมไม่ยุ่งกับใคร ก็ต้องมีเรื่องให้เกิด
ตอนนี้ผมหางานมาจะ2อาทิตย์ละ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้งาน ทุนก็ไม่มี หมดไปกับค่าเดินทางซะมากกว่า ยังดีที่แฟนผมคอยช่วยเรื่องเงิน ถึงเขาจะบ่น แต่เขาก็ไม่เคยทิ้งผมไปไหน แต่ต่อจากนี้ไป ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรยังไง เพราะไปที่ไหน ไม่เคยได้ดีเลย จ
"แต่ผมก็ยังมีฝันที่ผมอยากทำคือ อยากไปทำอาหารช่วยคนที่ไม่มี่จะกิน คนอยากไร้ อยากให้กินของดีๆของอร่อยๆ"
ทำงานที่ไหนก็อยู่ไม่ได้!!!!
1.หั่นหมู สับขา ส่งหมูสด ตอนหัวรุ่ง
2.ส่งน้ำแข็ง ส่งน้ำลังน้ำถัง
3.พนักงานเสิร์ฟ
4.เปิดร้านขายทอดมัน (ชอบ)
5.เปิดร้านขายหมูปิ้ง (ชอบ)
6.เป็นตัวแทนขายอาหารเสิรม
7.ทำงานช่าง จักรรีดยาง
จนทำให้ผมเรียนไม่จบ แต่ผมมีความรู้สึกว่า ชอบด้านอาหารมากที่สุด จากนั้นผมก็ได้ไปสมัครร้านหนึ่งๆ เป็นร้านข้าวต้มโต้รุ่ง เปิดใหม่
1.เป็นร้านแรกที่ผมไปสมัครแล้ว ตื่นเต้นมากก ใจสั่น เพราะพ่อครัวให้ ผมเป็นผู้ช่วย ซึ่งผมทำอะไรไม่เป็นจริงๆ จนเขาจับผมฝึก เข้างาน เที่ยง12.00 ถึง ตี03.00น. วันละ250 บ. จากคนเตรียมของ สด ล้างผัก ปอกกระเทียม อยู่หน้าตู้เป็ด สับเป็ด ได้เลื่อนขั้น มาอยู่ในครัว จัดของ ตามออเดอร์ แต่ยังไม่ขึ้นหน้าเตา จนผมชำนาญในระดับหนึ่ง จนร้าน ปิดตัวลง เพราะ เจ้าของไม่มีตังจ่ายค่าแรง ยังค้างค่าแรงผมอีก 5พัน อยู่นี้มา10เดือน พอดี จากนั้นก็แยกทาง
2.ได้ไปอยู่ร้านหนึ่ง เป็นแฟรนไชน์ทั้งร้าน แต่ก็ต้องเสียค่าน้ำมัน ไป-กับ วันละ100บ. ค่าแรงผมได้วันละ 300บ. ผมหัดอยู่ได้4-5เดือน อดทนเพราะผมได้ขึ้นหน้าเตา ได้หัด ผัด ทอด ต้ม และล้างจานเอง เสิฟเอง เหนื่อยมากก แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เป็นแฟรนไชน์หมด แค่มาอุ่นๆ ใส่นุ้นนิดหน่อย แต่งๆจานนิดๆ จบ ก็ได้ขอลาออก
3.หัวหน้าพ่อครัวจากโรงแรม3ดาว ชวนไปทำที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ซึ่งผมตอบ ตกลง โดยที่ไม่ได้คิดเลย ก็ได้ทำเรื่องพวก พาสปอร์ต จนได้ไป
ผมตั้งใจฝึกมาก ได้เริ้มหัดทำ พวกน้ำจิ้มซีฟุ้ด สุกี้ จิ้มแจ่ว เริ้มได้ปรุงอาหาร พวก ปิ้งย่าง และก็พวก ยำ เขาจับสอนจนผมเริ้มทำอาหารเป็นเรื่อยๆ จนผมมาโดนจับ ครั้งแรกก็ บอส ประกันให้ พอมาครั้ง2 โดนอีก จนครั้งที่3 เกือบจะไม่ได้กับไทยละ เลยขอกับไปหางานที่ไทยทำ (ไปพาสท่องเที่ยว)
อยู่นี้ได้ 5เดือน (เงินเดือนแรกสตาท 1500ริง จนขยับเป็น 1800ริง)
4.ไปสมัครร้าน หมูกระทะ ผมเป็นคนบุกเบิก สูตรผมทั้งร้าน เงินเดือนก็สตาท 13000บ. จากร้านไม่มีอะไรเลย ตู้แช่ก็ไม่มี ตู้กดโค้กก็ไม่มี จนขยายร้าน เพิ่มโต๊ะ เพิ่มของกินมากมาย จากหัวละ 129 จนเพิ่มเป็น 159 และก็ผู้จัดการที่รับผมมา ดีมากก ปรึกษาได้หมด และก็รับความคิดเห็นทุกอย่าง จนเขาได้เปลี่ยน "ผู้จัดการ เป็นอีกคน พอคนนี้มา ซึ่งผมแทบอยู่ไม่ได้เลย เครื่องสไลด์เสีย ผมแจ้งแล้ว แต่ก็ไม่ยอมเอาไปซ่อมให้ ผมต้องมาสไลด์หมูด้วยมือ ทั้งแข็งๆวันละ 100โล น้ำจิ้มจากที่ผมทำครั้งละ หม้อก๋วยเตี๋ยว ให้ผมทำวันละ กระทะ ของเช็ค 100กว่าอย่าง ต้องเช็คละเอียด "ของเข้า ของที่ใช้ เหลือเท่าไหร่ ของที่จะสั่ง" พนักงานที่ทำกับผมแรกๆ โดนผู้จัดการนี้หาเรื่อง จนต้องออก ผู้จัดการนี้เลยเอาทีมงานมันเข้ามาแทน เหลือผมคนเดียวที่ไม่เข้าพวก
หักตังผมบ้าง สั่งของแล้ว ไม่ซื้อมาให้ และก็จะเอาคนอื่นมาทำแทนผม เพราะ ผจก บอกว่า ผมทำงานไม่ดี อายุแค่นี้ รับผิดชอบงานแบบนี้ไม่ได้หรอก
พอเข้าเดือนที่7 ผมเลยถามว่า เงินผมขึ้นได้ยัง ทำมานานแล้ว คำตอบที่ได้คือ ในครัวไม่ขึ้นให้ แต่เด็กเสิร์ฟขึ่นแล้ว ผมเลยออกทันทีเลย"
(เด็กเสิร์ฟ 9พัน ขึ้นเป็น 1หมื่น มาทำได้แค่1เดือน และติปได้ต่างหากอีก) ผมในครัว ทำแทบตาย ได้13000บ. โดนหักอีก
(บอสเป็นคนต่างประเทศ ผู้จัดการคนนี้พูดภาษาได้) ทำงานร้านนี้ 6เดือน 5เดือนไปได้ดี อยู่แล้วสบายใจมาก
5.ขึ้น กทม มีรุ่นพี่คนหนึ่ง ช่วยค่าห้อง ให้มีที่พัก ก็ได้ไปทำร้านอาหารหนึ่ง แต่ไม่ได้ทำอาหาร ได้เป็นพนักงานเดินอาหาร ผมไปทำแต่ไม่ค่อยยุ่งกับใคร ทำงานเสร็จก็กับห้อง จนคนในร้านไม่ชอบ ผม ชวนไปนุ้นนี้ก็ไม่ไป ก็ไม่มีใครคุยกับผมอีกเลย เกือบจะมีเรื่องต่อยกันด้วย จนผมอยู่ได้แค่ 2เดือน ก็ออก
6.ผมลงมาอยู่ใต้ต่อ ได้งานที่ร้านหนึ่ง ก็ออกเมนูให้ 18 อย่าง ได้วันละ 400บ แต่มาขัดกับคนที่อยู่นานแล้ว เพราะอาหารที่ร้าน จะแบบกินเล่นมากกว่า จนพวกเขาก็เริ้มไม่พอใจ และชอบทำประชดใส่ผมตลอด ผมเลยขอออก
7.ได้มาสมัครร้าน ทำหมูสด-หมูสวรรค์ จนเจ้าของร้าน ชอบผม ทำงานเก่ง โดยที่เขาไม่ต้องมาทำเองก็ได้ เขาพูดว่าจะเอาผมเป็นลูกเขย ดูแลผมอย่างดีเลย ผมมาทำตั้งแต่ตี 5-10โมง 10โมงก็ไปทำหมูสวรรค์จนถึงเย็น เขาให้ผมวันละ 1พัน "ตอนนั้นผมคิดอย่างเดียวว่า จะเก็บเงินที่นี้หละ ซะ2ปี ไปเปิดร้านเล็กๆดีกว่า" ก็ตั้งใจทำงาน ไม่ยุ่งกับใคร แต่ป้าเขาก็ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เขาก็มีลูกสาว อายุ17 ลุก2คนละพ่อไรงี้ แต่ผมก็ไม่สนใจอะไร ผมก็เจอลุกเขาบ่อย ตอนไปทำหมูสววรค์ที่บ้าน ก็ไม่คุยไม่อะไร มีแต่ถามว่า กินอะไรไหม เด๋วเขาไปซื้อให้ เพราะผมเหมางานที่บ้านเขาหมด จนมีวันหนึ่ง ลูกสาวไปส่งหมู 3ถุงใหญ่ และก้กับมา 3ถุงเหมือนเดิม ผมเลยสงสัย เลยถาม จนลูกเขา เอากี้อี้มานั่งคุยกับผมเลย ผมก็หั่นหมูอยู่ ลูกสาวมานั่งคุยเรื่องของเขา ว่าเขาพลาดแบบนุ้นนี้นั้น อยากเป็นทหารหญิงไรงี้ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย และก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องของเขา พอผมบอกว่า ว่างค่อยคุยนะ ขอตัวทำงานก่อน ลูกสาวกับตอบมาว่า ชาตินี้คงไม่ได้คุยกันแล้วหละ!!!!
ผ่านไป 15 นาที ป้าโทมาหาผม มาด่าผม หาว่าผมไปยุ่งลูกสาวป้ามันทำไม ไปถามเรื่องมันทำไม ไอเราก็งง ว่าไปยุ่งอะไร ลูกสาวป้าพูดมาเองทั้งนั้น แต่ป้าก็ไม่เชื่อ บอกให้ผมเก็บของไม่ต้องทำแล้ว จนมีผู้ชาย 2คน ขับรถมา รีบวิ่งมาที่มาทำงานหั่นหมูอย่ รุ่นๆกับลูกสาวป้าได้ เหมือนจะมาต่อยผม
แต่มาบอกว่า ป้าได้คนทำใหม่แล้ว ไม่จ้างแล้ว ผมเลย คับๆ ก็ขับรถไป แต่ผมก็ร้องนะ ว่ากุทำอะไรผิด... คืนนั้นผมเก็บเสื้อผ้า กับบ้านทันที
"ระหว่างทางผมก็คิด ว่า ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทำงานดี ขยันยังไงก็ ไม่มีใครเห็นค่า ถึงผมไม่ยุ่งกับใคร ก็ต้องมีเรื่องให้เกิด
ตอนนี้ผมหางานมาจะ2อาทิตย์ละ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้งาน ทุนก็ไม่มี หมดไปกับค่าเดินทางซะมากกว่า ยังดีที่แฟนผมคอยช่วยเรื่องเงิน ถึงเขาจะบ่น แต่เขาก็ไม่เคยทิ้งผมไปไหน แต่ต่อจากนี้ไป ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรยังไง เพราะไปที่ไหน ไม่เคยได้ดีเลย จ
"แต่ผมก็ยังมีฝันที่ผมอยากทำคือ อยากไปทำอาหารช่วยคนที่ไม่มี่จะกิน คนอยากไร้ อยากให้กินของดีๆของอร่อยๆ"