ผีโขมดที่ลำประโดงร้าง ..(กลอนยาวเขย่าขวัญ)

๑....ครั้งผู้เล่า เยาว์วัย ในถิ่นฐาน
เคยเป็นย่าน เรือกสวน ชวนถวิล
คลองน้ำใส ไหลลู่ อยู่อาจิณ
ให้ยลยิน เรือใหญ่น้อย ลอยวารี

.๒...ยุคเรือเครื่อง เฟื่องฟู อยู่ทุกท่า
แต่ทว่า เรือพาย ไม่หายหนี
เรือเครื่องหาง สร้างคลื่นใหญ่ ไปราวี
หลายครั้งที่ เรือน้อย พลอยพลิกจม

.๓.....ว่ายน้ำคอย ลอยคอ รอยายกลับ
หวังจะรับ เอาหน้า หาขนม
เมื่อเรือยาย พายถึง จึงเศร้าตรม
มีแต่ลม ขนมหาย ละลายคลอง

.๔....สวนอะไร ล้วนใช้น้ำ ทำปลูกเพาะ
เขาจึงเจาะ เป็นคูคัน ผันสนอง
จากคลองใหญ่ ไปสวน ตามควรปอง
เรียกว่าร่อง “ลำประโดง”สืบโยงกาล

๕.....ลำประโดง สวนใคร ใช้ชื่อนั้น
เช่น “ลำประโดงตากลั่น” เขาเรียกขาน
ทั้งล่องเรือ เผื่อลัด ตัดทางธาร
ให้ชาวบ้าน ผ่านเพื่อ เอื้อเฟื้อมา

.๖.....ที่สวนนั้น เขาเรียกกัน เป็น “ขนัด”(ขะหนัด)
โดยแบ่งตัด คูคลองกั้น ไร้ปัญหา
เช่น “ขนัดลุงแดง” ปลูกแตงกวา
“ขนัดป้า ลำดวน”สวนฟักทอง

๗.....ร้านของชำ ทำเลดี คลองสี่แพร่ง
ใช้เป็นแหล่ง พบปะปน คนทั้งผอง
มีสภา กาแฟ เช้าแห่จอง
หรือประลอง หมากรุก เขาขลุกกัน

๘......เรือเทียบท่า หน้าร้าน ไม่คร้านขาด
คล้ายตลาด สินค้าสวน  ชวนเลือกสรร
พ่อผู้เล่า เช้าตรู่ สู่ทุกวัน
คุยเสียงลั่น เรื่องการเมือง ประเทืองวัย

๙.....ถ้าเรื่องเล่า เขย่าขวัญ กันทั้งย่าน
โจษจากร้าน แห่งนั้น ให้หวั่นไหว
จระเข้  เร่ในคลอง ต้องห่วงใย
ลูกหลานใคร ห้ามลงน้ำ จงย้ำเตือน

๑๐........แต่เรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องผีสาง
แม้จะอ้าง เรื่องไหน ก็ไม่เหมือน
เพราะพากัน ขวัญหาย เสียหลายเดือน
กว่าจะเลือน ลือลั่น จนบรรเทา

๑๑......ลำประโดง โยงคลองใหญ่ ไปคลองลัด
ผ่านขนัด สวนรก ปกเครือเถา
เจ้าของสวน จวนท้าย ชื่อ “ยายเภา”
แกอยู่เหย้า เฝ้าครัว จนตัวตาย

๑๒.....ข้างลูกเต้า เขาได้ดี มีฐานะ
คล้ายว่าจะ ลืมเรือน แล้วเหมือนหาย
ปล่อยบ้านร้าง ข้างสวนเล่า ก็เปล่าดาย
จนกลับกลาย เป็นพงป่า น่าหวาดกลัว

๑๓......เราพี่น้อง ผองเพื่อน ที่เรือนใกล้
หยุดเรียนไป เล่นน้ำ ผุดดำหัว
ทุกย่านคลอง ล่องเหลิง ระเริงตัว
แต่ใจรัว เมื่อเรือจวน สวนยายเภา

๑๔.......แม้ผู้ใหญ่ ใจเด็ด เหมือนเข็ดขาม
ให้ครั่นคร้าม พลบผาด เหมือนขลาดเขลา
พายเรืออ้อม ยอมเมื่อย เหนื่อยเพิ่มเอา
เพราะเรื่องเล่า น่าหวั่น พรั่นสะพรึง

๑๕.....ลำประโดง โยงคู อยู่ในสวน
แล้วแต่ล้วน คลังปลา น่าเข้าถึง
ยิ่งสวนเก่า เนานาน พานคำนึง
จนวันหนึ่ง “นายตุ้ย”ลุยเข้าไป

๑๖.....ยามกลางวัน แสกแสก แทรกเรือเข้า
ในพงเถา หญ้าปก รกไสว
แล้วเดินเลาะ เหยาะย่ำ พอรำไร
เห็นสบใจ ก็วางเบ็ด เจ็ดแปดคัน

.๑๗....เจ้าปลาเอ๋ย ไม่เคยเบ็ด ไม่เข็ดปาก
ไม่นานมาก จึงได้มา กว่าที่ฝัน
เมื่อเก็บเบ็ด เสร็จงาน สำราญ-พลัน
ยอดไม้สั่น เอนลู่ อยู่รอบกาย

.๑๘.....เสียงหัวเราะ เยาะปร่า น่าหวั่นหวาด
แรกไม่ขลาด กำมีดพร้า ด้วยว่าหมาย
ใครพิเรน เล่นเย้า จะเอาตาย
แล้วสะพาย ข้องปลา ไปหาเรือ

๑๙......เสียงกรีดก้อง ร้องร่ำ ซ้ำโหยหวน
ฟังแล้วชวน ขนหัวชัน เกินขวัญเหลือ
ในน้ำเสียง เคียงขู่ อยู่ปนเจือ
ลอยอยู่เหนือ ยอดไม้ กวัดไกวแรง

.๒๐....เสียงแหบห้วน “ปลาสวนข้าอย่ามาจับ..”.
แทบล้มพับ เซทรุด หยุดกำแหง
ข้าวของทิ้ง วิ่งอ้าว เท้าพลิกแพลง
หงายตีแปลง กลิ้งลงเรือ ไม่เหลือลาย

.๒๑....ครั้นถึงย่าน บ้านช่อง ร้องเรียกเพื่อน
รายล้อมเกลื่อน ฟังเขา  เล่าขยาย
พวกที่ฟัง หวังแต่ปลา ว่าเสียดาย
รวมผู้ชาย ได้กลุ่มหนึ่ง จึงกลับมา

๒๒.....จนบรรจบ พลบค่ำ นำไฟฉาย
แล้วเรียงราย ลุยสวน ชวนค้นหา
ที่จุดเดิม เริ่มวิ่ง โยนทิ้งปลา
พลัน-เบื้องหน้า จ้าช่วง  คล้ายดวงไฟ

.๒๓....ดวงไฟเหลือง เรืองเขียว ทำเลี้ยวซุ่ม
หยุดใกล้พุ่ม ไม้เหมือน ไม่เคลื่อนไหว
ไฟฉายกราด สาดส่อง แล้วมองไป
ก็ตกใจ ขวัญกระตุก ขนลุกชัน

๒๔......ในดวงไฟ ได้เห็น เป็นหญิงแก่
ผมเผ้าแผ่ รุงรัง ผินหลังหัน
แกเบือนหน้า ช้าช้า มาประจัน
แล้วอ้าฟัน เขี้ยวขาว ราวทักทาย

.๒๕......มองในมือ ถือข้อง ของทำหล่น
อีกมือวน จับปลา ที่ว่าหาย
ยกขึ้นกัด ฟัดขาด เลือดสาดกาย
ถ่มน้ำลาย คายเกล็ดปลา มาประจาน

๒๖......เหล่าชาญชาย หายตะลึง ทะลึ่งพรวด
วิ่งหนีกวด แซงจน อลหม่าน
กว่าจะถึง เรือพาย แทบวายปราณ
จ้ำน้ำบาน ไม่เหลียวหลัง กระทั่งไกล

๒๗......จากสภา กาแฟ แพร่ไปทั่ว
ความหวาดกลัว คุกคาม ตามน้ำไหล
ทั้งคุ้งคลอง มองเห็น ว่าเป็นภัย
สุดหาใคร กล้ำกวน สวนยายเภา

๒๘..... “ผีโขมด” โจษจัน กันทั้งย่าน
เกิดจากการ ที่คนตาย ไม่ได้เผา
ธรรมเนียมอ้าง บ้างสั่งไว้ ให้ฝังเอา
เช่นลูกเขา  ฝังยายเภา ไว้หลังเรือน

.๒๙......กลุ่มพรานปลา มาต่างทางท้องถิ่น
เมื่อได้ยิน เรื่องประหลาด ไม่ขลาดเหมือน
เตรียมอวนแห แห่ห้อม พร้อมไปเยือน
ใครตักเตือน ไม่ฟังห้าม จึงตามใจ

๓๐....เข้าหักร้าง ถางพง รื้อดงป่า
ปลูกเพิงท่า  พำนัก พักอาศัย
ลำประโดง โล่งเตียน ถางเหี้ยนไป
แล้วกั้นไม้ กันปลาหนี ที่ต้นคลอง

(....สมัยนั้นเกือบทุกปี เมื่อหมดหน้านาจะมีกลุ่มคนหาปลาเร่ร่อน
ส่วนใหญ่มาจากทางอีสานมาตั้งเพิงที่พักตามริมลำคลองสาธารณะ
ลำประโดงเรือกสวนรกร้าง เพื่อหาปลานำไปทำปลาเค็ม ปลาร้า อยู่กันเป็นสัปดาห์
บางครั้งเป็นเดือน ชาวบ้านท้องถิ่นก็ไมได้หวงห้ามกีดกันแต่อย่างใด เพราะ
สมัยนั้น กุ้ง หอย ปู ปลา หาได้ไม่ยากไม่อดไม่อยาก และเมื่อพวกนี้มาก็
จะช่วยหักร้างถางพงที่รกเรื้อให้สะอาดสักทีหนึ่ง )

๓๑....ก่อนคืนค่ำ นำปลา มามากอยู่
แต่เช้าตรู่ ดูเกลื่อนกลาด ขาดเจ้าของ
ทิ้งแหอวน เรี่ยร่าย ไม่หมายปอง
เหมือนทำนอง ไปแต่ตัว ด้วยกลัวลน

๓๒.....ล่วงคืนวัน  ผันผ่าน นานอีกหน่อย
ฟังข่าวค่อย ทยอยมา สี่ห้าหน
พบแสงไฟ ในดงสวน เสียงครวญคน
แล้วลอยวน  อยู่ริมน้ำ ลำประโดง

๓๓.....บ้างเล่าว่า ผีจับปลา เป็นอาหาร
เมื่อเรือผ่าน  ยินเสียง เพียงโผงโผง
สะพรึงพรั่น หวั่นกลัว  คลุมหัวโปง
ตาเหลือกโพลง พายหนี หัวชี้มา

๓๔......เป็นเรื่องเล่า เขย่าขวัญสั่นประสาท
และก็อาจ นานเนิ่น บังเอิญว่า
กลายเป็นขำ เมื่อตำรวจ ตรวจขี้ยา
พบกัญชา มัดใหญ่  ใต้ท้องเรือ

๓๕.......พอสอบถาม ความมี จนถีถ้วน
เป็นพวกก๊วน  กัญชา มานานเหลือ
ทำซ่อนเร้น เป็นอุบาย ว่าขายเกลือ
ลอบจุนเจือ  ผองเพื่อน เรือนยายเภา

๓๖.....เข้าสุมหัว มั่วพี้ แต่ปีก่อน
เล่นละคร สางเขียว  เที่ยวหลอกเขา
ล้วนวัยรุ่น นักศึกษา ว่าไม่เบา
รู้แสงเงา รู้ทำเสียง เคียงผีครวญ

๓๗....ตัวหัวหน้า ก็หาใช่ ใครไหนเล่า
เป็นหลานชาย ยายเภา เจ้าของสวน
พ่อกับแม่ เอาแต่งาน พานรัญจวน
เหงาจึงชวน เพื่อนฉลอง บ้องกัญชา

๓๘.....พ่อกับแม่ แลข่าว ที่กล่าวขาน
จึงไหว้วาน “ผู้ใหญ่รวย”  ให้ช่วยหา
ใครจะซื้อ จะเช่า เอาเถิดวา
เรื่องราคา เรือกสวน พอควรการ

๓๙.....แล้วเคลื่อนย้าย  ยายเภา เจ้าของที่
ทำพิธี ขุดไปไว้ ในสุสาน
เจ้าของใหม่ คราดไถ อยู่ไม่นาน
ก็ปลูกบ้าน ริมประโดง อันโล่งเตียน

๔๐......จบคดี ผีโขมด เคยโจษลั่น
เหมือนลืมมัน จนวัย ใกล้เกษียณ
บังเอิญผ่าน ย่านเก่า เข้าแวะเวียน
ล้วนแปลงเปลี่ยน ไปทุกสิ่ง ...ไม่ทิ้งรอย

                    (จบ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่