สะพานเฉลิมโลก 55 เป็นสะพานชุดเฉลิม ลำดับที่ 14 สร้างข้ามคลองบางกะปิหรือคลองแสนแสบ ที่ถนนราชดำริและถนนเพชรบุรี (บริเวณแยกประตูน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน) เพื่อเชื่อมทางระหว่างพระนครให้ต่อกันทั้งตอนเหนือและตอนใต้ โดยสะพานนี้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กแห่งแรกในประเทศไทย
ภาพสะพานเฉลิมโลกในช่วงพุทธศักราช ๒๔๘๙ จะเห็นเรือจำนวนมาก
บริเวณนี้บางทีก็เรียกว่า ประตูน้ำ เพราะบริเวณนั้นมีประตูกั้นน้ำอยู่ ในอดีตเป็นที่ชุมนุมของเรือนานาชนิด เพราะการคมนาคมทางเรือยังได้รับความนิยม ชาวสวนชาวไร่ชาวนา หรือพ่อค้าแม่ค้า ต่างใช้เรือนำสินค้ามาค้าขาย บ้างก็นำมาขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด บ้างก็ขายสินค้าของตนบนเรือนั้นเลย
ภาพสะพานเฉลิมโลกและคลองแสนแสบ จะเห็นเรือต่างๆที่จอดอยู่
ภาพสะพานเฉลิมโลก ถ่ายอีกด้านหนึ่ง อาคารที่เห็นเป็นของโรงเรียนการช่างอินทราชัย จะเห็นเรือขนาดเล็กมีม่านจอดอยู่หลายลำ ถัดจากโรงเรียนไป จะเห็นหมู่อาคารของศูนย์การค้าราชประสงค์ริมถนนราชดำริ
ในเวลากลางวัน กิจการค้าขายคงครึกครื้น แต่ในยามค่ำคืน กลับมีกิจกรรมเร้นลับอีกอย่างแอบแฝง เช่นเดียวกับที่ชุมนุมคนจำนวนมากหลายแห่ง ที่มีกิจกรรมเร้นลับประเภทนี้อยู่ กิจการค้าประเวณี
มีเรื่องเล่ากันมานมนานถึงโสเภณีแห่งคลองแสนแสบ เรียกได้ว่าตื่นเต้นเร้าใจมากกว่าเรือกอนโดล่าในคลองแห่งเวนิสเป็นไหนๆ นักเที่ยวยามราตรีในยุคอันธพาลครองเมือง เรื่อยมาจนถึงยุค 60's ร็อคแอนโรล์ ต่างก็รู้จักวิมานเรือยอร์ชแห่งคลองแสนแสบกันทั้งนั้น เล่ากันว่า ในยามค่ำคืนเมื่อต้องการจะเที่ยว ก็มาที่ประตูน้ำ จะมีเรือลอยลำอยู่ เมื่อเรียกเรือเข้ามาหาและตกลงค่าบริการกันได้ คนพายเรือก็จะพายเรือไปจอดในที่ไกลสักหน่อย และภายในเรือนั้นก็จะมีผู้ให้บริการรออยู่ โดยคนพายเรือจะนั่งรออยู่ที่หัวเรือ ปิดม่านบนเรือให้มิดชิด หลังจากเสร็จกิจก็จะพายกลับมาส่งลูกค้าที่ท่าเรือตรงตีนสะพานนั้น
มีจริงหรือ หรือนี่เป็นเพียงเรื่องโกหก
มันมีจริง และเป็นที่รู้กันโดยกว้างขวาง ตำรวจนครบาลเองก็ออกปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายนี้ ไม่เพียงบนบกตามซ่องตามสถานที่แอบแฝง แต่ในลำน้ำแสนแสบ คลองอันเป็นตำนานของขวัญและเรียม ก็ถูกตำรวจบุกปราบอยู่เสมอๆ เช่นในกลางพุทธศักราช ๒๕๐๗ หลังจากได้รับการร้องเรียนมานาน โปลิศท่านก็ปฎิบัติการสายฟ้าแล่บ บุกจับกิจการค้าในคลองแสนแสบ
ใช้ AI ช่วยทำอักษรในภาพข่าวให้ชัด (ชัดมั่งมั่วมั่ง)
อ่านข่าวจริงในวันที่มีการจับกุมแล้ว เห็นภาพผู้หญิงที่ตกเป็นจำเลย ซึ่งดูน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง หากเลือกได้คงไม่มีใครอยากมาทำอาชีพแบบนี้
ในข่าวไม่ได้บอกสนนราคาค่าบริการนี้เอาไว้ แต่จากคำบอกเล่าแต่เก่าก่อนทำให้ทราบว่า อัตราค่าบริการอยู่ที่ 10 - 15 บาท ซึ่งในปีนั้นเงินเดือนข้าราชการชั้นตรีอยู่ที่ประมาณ 800 - 900 บาท ค่าแรงกรรมกรทั่วไปที่แบกหามหรือหิ้วปูนในงานก่อสรา้ง อยู่ที่ 8 - 10 บาทแล้วแต่ฝีมือ ข้าวราดแกงจานละ 1 - 1.50 บาท และทองคำน้ำหนักหนึ่งบาทราคา 400 กว่าบาท
ในยุคเดียวกันนี้ อัตราค่าบริการสำหรับกิจกรรมแบบนี้บนบก มีตั้งแต่ 30 ไปจนถึง 150 บาท แล้วแต่ระดับชั้นของบริการ
ประกาศรับสมัครงานในพุทธศักราช ๒๕๐๗ ดูอัตราเงินเดือน
ปัจจุบันนี้ บริการแบบนี้ยังคงมีอยู่ทั่วไป แต่ในสภาพแบบลอยเรือสำราญหรูหราย่านประตูน้ำ มันกลายเป็นอดีตที่ไม่มีวันหวนกลับมาแล้ว จึงนำเรื่องเก่าๆมาให้อ่านกัน
**** เวลาในข่าวล่วงเลยมานานกว่า 60 ปีแล้ว บุคคลในภาพท่านคงจากไปหรือชราภาพมากแล้ว ไม่มีใครจำได้ว่าใครเป็นใครแล้ว ในข่าวก็มิได้ระบุชื่อผู้ใดไว้ แต่ผู้เขียนกระทู้ก็กราบขออภัยท่านในภาพทุกท่าน มิได้มีเจตนาร้าย เพียงแต่นำภาพข่าวเก่ามานำเสนอเท่านั้น
เซเว่นยอร์ชโบ๊ต วิมานลอยน้ำ คลองแสนแสบ
สะพานเฉลิมโลก 55 เป็นสะพานชุดเฉลิม ลำดับที่ 14 สร้างข้ามคลองบางกะปิหรือคลองแสนแสบ ที่ถนนราชดำริและถนนเพชรบุรี (บริเวณแยกประตูน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน) เพื่อเชื่อมทางระหว่างพระนครให้ต่อกันทั้งตอนเหนือและตอนใต้ โดยสะพานนี้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กแห่งแรกในประเทศไทย
บริเวณนี้บางทีก็เรียกว่า ประตูน้ำ เพราะบริเวณนั้นมีประตูกั้นน้ำอยู่ ในอดีตเป็นที่ชุมนุมของเรือนานาชนิด เพราะการคมนาคมทางเรือยังได้รับความนิยม ชาวสวนชาวไร่ชาวนา หรือพ่อค้าแม่ค้า ต่างใช้เรือนำสินค้ามาค้าขาย บ้างก็นำมาขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด บ้างก็ขายสินค้าของตนบนเรือนั้นเลย
ใช้ AI ช่วยทำอักษรในภาพข่าวให้ชัด (ชัดมั่งมั่วมั่ง)
อ่านข่าวจริงในวันที่มีการจับกุมแล้ว เห็นภาพผู้หญิงที่ตกเป็นจำเลย ซึ่งดูน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง หากเลือกได้คงไม่มีใครอยากมาทำอาชีพแบบนี้
ในข่าวไม่ได้บอกสนนราคาค่าบริการนี้เอาไว้ แต่จากคำบอกเล่าแต่เก่าก่อนทำให้ทราบว่า อัตราค่าบริการอยู่ที่ 10 - 15 บาท ซึ่งในปีนั้นเงินเดือนข้าราชการชั้นตรีอยู่ที่ประมาณ 800 - 900 บาท ค่าแรงกรรมกรทั่วไปที่แบกหามหรือหิ้วปูนในงานก่อสรา้ง อยู่ที่ 8 - 10 บาทแล้วแต่ฝีมือ ข้าวราดแกงจานละ 1 - 1.50 บาท และทองคำน้ำหนักหนึ่งบาทราคา 400 กว่าบาท
ในยุคเดียวกันนี้ อัตราค่าบริการสำหรับกิจกรรมแบบนี้บนบก มีตั้งแต่ 30 ไปจนถึง 150 บาท แล้วแต่ระดับชั้นของบริการ