‘เท้ง’ ลุยช่วยผู้สมัคร ส.ก. หาเสียง ชูนโยบายชุมชนปลอดภัย สร้างเมืองที่แคร์คนอย่างแท้จริง.
https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5761303
.

.
‘เท้ง’ ลุยคลองสาน-บางคอแหลม-ยานนาวา ช่วยผู้สมัคร ส.ก. หาเสียง ชูนโยบายชุมชนปลอดภัย-คลองสะอาด-เดินทางสะดวก สร้างเมืองที่แคร์คนอย่างแท้จริง
.
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงเพื่อช่วยสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตคลองสาน บางคอแหลม และยานนาวา หาเสียงและนำเสนอนโยบายการพัฒนาเมืองที่ตอบโจทย์ชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
.
โดยนาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทั้งเขตคลองสาน บางคอแหลม และยานนาวาเป็นพื้นที่ที่มีตรอกซอกซอยกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันระบบรักษาความปลอดภัยยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาอาชญากรรม ฉะนั้น นโยบายของทีมผู้ว่าฯ ประชาชน จึงมุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างจริงจัง ด้วยการผลักดันติดตั้งกล้องวงจรปิดในตรอกซอกซอยและจุดเสี่ยงให้ทั่วถึงทุกมุมอับสายตา พร้อมทั้งเพิ่มแสงสว่างในชุมชนด้วยการติดตั้งไฟส่องสว่างระบบ LED ในซอยเปลี่ยวและพื้นที่มืด ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบแจ้งซ่อมที่รวดเร็วแม่นยำ
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการคูคลองในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันประสบทั้งปัญหาน้ำท่วมจากการขาดการขุดลอก ปัญหาขยะสะสม และน้ำเสีย โดยนโยบายของทีมผู้ว่าฯ ประชาชนคือ กทม. จะต้องมีแผนการขุดลอกคลองที่เป็นระบบ ชัดเจน และต้องแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้าเสมอ รวมถึงการเพิ่มจุดทิ้งขยะให้เพียงพอในแต่ละชุมชน การปรับรอบเวลาจัดเก็บขยะให้สอดคล้องกับปริมาณการใช้งานจริง และยกระดับการส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างเป็นรูปธรรม
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนด้านการเดินทางและการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ แม้ทั้ง 3 เขตจะเป็นย่านการค้า ชุมชน และสถานที่สำคัญ แต่การเดินทางสัญจรภายในพื้นที่ยังไม่สะดวกเท่าที่ควร ฉะนั้น ทีมผู้ว่าฯ ประชาชนจึงมีนโยบายยกระดับป้ายรถเมล์ให้สามารถใช้งานได้จริง มีหลังคากันแดดและฝน มีที่นั่ง ไฟส่องสว่าง เดินเข้าถึงง่าย มีกล้องวงจรปิดและระบบข้อมูลเส้นทางเดินรถที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้ จะเร่งรัดการปรับปรุงซ่อมแซมถนนและทางเท้าที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยเฉพาะถนนพระราม 3 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่มีปัญหามาอย่างยาวนาน
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่เรื่องระบบขนส่งสาธารณะขนาดรอง เช่น วินรถจักรยานยนต์รับจ้างและรถสองแถว ที่ผ่านมายังขาดการจัดระเบียบที่เป็นสัดส่วน จนบางครั้งส่งผลกระทบต่อการจราจรและความปลอดภัยของผู้โดยสาร ทีมผู้ว่าฯ ประชาชนจึงเตรียมเข้าไปจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์ให้ชัดเจน กำหนดจุดจอดที่เหมาะสม และสร้างศาลาที่พักคอยกันแดดกันฝน ส่วนรถสองแถวจะมีการจัดระเบียบจุดรับ-ส่งผู้โดยสารให้เป็นระบบ ตีเส้นพื้นที่จอดรถให้ชัดเจน และควบคุมไม่ให้เกิดการจอดรถกีดขวางการจราจรบนท้องถนน
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่ในวันนี้ ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะแค่ใน 3 เขตนี้เท่านั้น แต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่เกิดขึ้นในอีกหลายเขตทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งทีมผู้ว่าฯ ประชาชนได้ทำการศึกษาและรวบรวมข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าด้วยความเข้าใจถึงรากเหง้าของปัญหาอย่างแท้จริง ประกอบกับวิสัยทัศน์ที่มุ่งแก้ไขยึดโยงไปถึงต้นเหตุ จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาของชาวกรุงเทพฯ ได้อย่างยั่งยืน เพื่อเปลี่ยนให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นเมืองที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และเป็นเมืองที่พร้อมจะแคร์คนทุกคนได้อย่างแท้จริง
.
.
“ศุภณัฐ” สาวไส้ระบบบริหาร กทม. ถอดบทเรียนฟุตบาทพังมีนบุรี ปัดรับผิดชอบ รฟม.ต้องซ่อมให้แทน
https://ch3plus.com/news/political/morning/464946
.
“ศุภณัฐ” สาวไส้ระบบบริหาร กทม. ซับซ้อนจนงง ขนาดถามหลายตลบยังปฏิเสธเพราะจำไม่ได้ ถอดบทเรียนฟุตบาทพังมีนบุรี ต่างคนต่างปัดรับผิดชอบ สุดท้าย รฟม. ซ่อมให้ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ ดันโมเดลใหม่เสนอ กทม. ทำแผนที่แสดงสิทธิ์ทรัพย์สินสาธารณะ เคลียร์ชัด “ของใคร-ใครซ่อม” สกัดแก้ปัญหาล่าช้า
.
วันที่ 14 มิ.ย. 2569 นาย
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ
“พื้นที่ตรงนี้ ใครเป็นผู้รับผิดชอบกันแน่? บทเรียนจากฟุตบาทพัง-หาคนรับผิดชอบไม่ได้ สู่ข้อเสนอ: การจัดการทรัพย์สินสาธารณะของกรุงเทพฯ ด้วย Bangkok Asset Management Map”
.
นาย
ศุภณัฐ ระบุว่า
.
เมื่อปีที่แล้ว (พฤษภาคม 2568) เพจ Bangkok Sightseeing โพสต์ถึงปัญหาฟุตบาทชำรุดบริเวณตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มในเขตมีนบุรี ผมจึงประสานผ่านสก.ไปยังสำนักงานเขตให้เข้าดำเนินการแก้ไข เพราะถนนรามคำแหงเป็นทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร แต่ได้รับแจ้งว่า จุดดังกล่าวอยู่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม จึงเป็นหน้าที่ของ รฟม.
.
ผมจึงประสานต่อไปยัง รฟม. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาให้ ซึ่งทาง รฟม. ก็ได้เข้ามาซ่อมแซมเรียบร้อยในเดือนมีนาคม 2569 แต่ก็มีหนังสือตอบกลับมาพร้อมแปลนพื้นที่ และยืนยันชัดว่า จุดดังกล่าวจริง ๆ แล้วไม่ได้อยู่ในแนวเขตพื้นที่รับผิดชอบของ รฟม. สรุปสุดท้ายคือ รฟม.ซ่อมฟุตบาทให้เสร็จแล้ว แต่คำถามสำคัญคือ “ตกลงพื้นที่นี้ใครต้องรับผิดชอบกันแน่?”
.
โดยทั่วไปถนนเส้นของ กทม. ก็ต้อง กทม.ดูแล แต่ก็อาจจะเป็น กฟน.เพราะมีการทำสายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งจะมีการส่งมอบพื้นที่กันชั่วคราว ปัญหา การหาผู้รับผิดชอบไม่พบ ไม่ได้มีจุดนี้จุดเดียว แต่เป็นทั่วกรุงเทพ และส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้าเพราะ ทรัพย์สินสาธารณะจำนวนมาก มีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง จึงเกิดความสับสน ต้องไล่เช็คหลายหน่วยงาน บางทีเจ้าของทรัพย์สินยังปฎิเสธว่าไม่ใช่ เพราะจำไม่ได้ ถนนหนึ่งเส้น มีทั้ง ผิวถนน ฟุตบาท สะพานลอย ฝาบ่อ ศาลารอรถเมล์ โคมไฟ เสาไฟฟ้า เสาสื่อสาร ท่อระบายน้ำ ท่อประปา ท่อสายสื่อสาร ป้ายโฆษณาต่างๆ และมีพื้นที่ก่อสร้างชั่วคราวของอีกหน่วยงานซ้อนอยู่
.
ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขต, สำนักการโยธา, สำนักการระบายน้ำ, สำนักการจราจรและขนส่ง, สำนักสิ่งแวดล้อม, กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, การทางพิเศษฯ, รฟม., รฟท., กฟน., กปน., NT, ผู้รับสัมปทานระบบสื่อสารต่าง ๆ ยิ่งในช่วงที่มีการก่อสร้างหรือขอใช้พื้นที่ชั่วคราว ความรับผิดชอบก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก ประชาชนเห็นเพียงว่าฟุตบาทพัง ถนนเป็นหลุม ฝาท่อทรุด เสาไฟเอียง หรือสะพานชำรุด แต่กว่าจะหาคำตอบได้ว่า “ใครต้องซ่อม” บางครั้งต้องโทรถามหลายหน่วยงานและส่งเรื่องกันไปมาหลายรอบ
.
ผมจึงเห็นว่า กทม.ควรเป็นเจ้าภาพจัดทำ “Bangkok Asset Management Map” หรือแผนที่แสดงทรัพย์สินสาธารณะและหน่วยงานผู้รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยควรแสดงข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ เช่น แนวถนน ฟุตบาท สะพาน สะพานลอย อุโมงค์ คลอง เขื่อน บ่อสูบน้ำ ฝาท่อ โคมไฟ เสาไฟฟ้า เสาสื่อสาร กล้อง CCTV และสาธารณูปโภคอื่นๆ อยู่ในความรับผิดชอบของใคร?
.
พื้นที่ใดถูกส่งมอบให้หน่วยงานอื่นใช้ชั่วคราว ระหว่างการก่อสร้าง? หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบในการบำรุงรักษาปัจจุบัน? ประวัติการปรับปรุงบำรุงรักษา งบประมาณที่ใช้ และระบบแจ้งเตือนรอบที่ต้องปรับปรุง กรณีถนนเอกชน ก็ควรมีระบุไว้ เพื่อแยกระหว่างถนนสาธารณะ และถนนเอกชนที่ชัดเจน เพราะการแก้ปัญหาเมืองที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากการซ่อมแซมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการรู้ก่อนว่า “ของใคร” และ “ใครต้องรับผิดชอบ”เมื่อข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยและตรวจสอบบน Bangkok Asset Management Map ได้ การโยนความรับผิดชอบจะลดลง การติดตามงานจะง่ายขึ้น เพื่อความสะดวกของประชาชนครับ
.
https://www.facebook.com/suphanat.minchaiynunt/posts/pfbid02BMEkbgvo6SqG1fRSXbG6YMAndshrCXKFNeoSobDz8z1Ty2KubsZggymmP3gdMAyPl
.
.
เฉลิมพงศ์ ฉะมาเฟียหาดบางเทา ท้าทายอำนาจรัฐ กลับมาไล่ฟ้องปชช. หลัง ‘นายกฯ’ ลงพื้นที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5761001
.
‘เฉลิมพงศ์’ ฉะมาเฟียหาดบางเทา ท้าทายอำนาจรัฐ กลับมาไล่ฟ้องสื่อ-ปชช. หลัง ‘นายกฯ’ ลงพื้นที่ แต่ยังมีอิทธิพลอยู่ แย้มเบื้องหลังเป็นลมใต้ปีกหนุน
.
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นาย
เฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์มาเฟียบุกรุกชายหาดที่ จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะที่หาดบางเทา ว่า สถานการณ์ตั้งแต่ นาย
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด และผู้ที่มีอิทธิพลที่โดนคดีที่ดินหาดบางเทาก็ไล่ฟ้องร้องสื่อท้องถิ่น หรือไล่ฟ้องร้องประชาชนที่ไปคอมเมนต์ โดยบุคคลที่บุกรุกที่ดินหาดบางเทาคนนี้มีความพัวพันกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนปัจจุบัน และมีความสัมพันธ์อันดีกัน ทำให้เขาไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทุกวันนี้ก็พยายามที่จะเปิดร้านค้าบางส่วนที่จะบริการให้กับนักท่องเที่ยว
.
นาย
เฉลิมพงศ์กล่าวต่อว่า บริเวณที่บุกรุกนั้นเป็นพื้นที่ติดชายหาดเลย เป็นชายหาดที่สวยงาม แต่มีการให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจ โดยมีผู้มีอิทธิพลคอยดูแลพื้นที่ ไม่ให้มีการร้องเรียน หากมีการร้องเรียนก็พยายามที่จะปิดเรื่องร้องเรียนต่างๆ ให้เงียบหายไป ความเสียหายมูลค่าในเรื่องของที่สาธารณะตรงนั้น มีมูลค่าที่ดินหลายร้อยล้าน เป็นแหล่งที่ชาวต่างชาตินิยมไปเที่ยว เลยทำให้ผู้มีอิทธิพลรายนี้ไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมาย และพยายามที่จะท้าทายกฎหมายไทย ท้าทายในเรื่องของอำนาจรัฐ
.
“
ฝากถึงนายกรัฐมนตรี ว่าการที่นายกฯไปลงพื้นที่บางเทาแล้วเรียกผู้มีอิทธิพลตรงนั้นว่ากุ๊ย แต่วันนี้คำว่ากุ๊ยต่างๆ เหล่านี้ กลับมาฟ้องร้องสื่อท้องถิ่น ฟ้องร้องคนที่ไปคอมเมนต์ หรือพยายามที่จะชี้เบาะแสตัวจริงว่าคนคนนี้มีความสัมพันธ์กับรองผู้ว่าฯอย่างไร” นาย
เฉลิมพงศ์กล่าว
.
นาย
เฉลิมพงศ์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านเข้าพื้นที่ได้ค่อนข้างยาก เพราะมีการ์ดหรือมีคนดูแล นอกจากนี้ แท็กซี่ที่จะเข้าไปรับลูกค้าบริเวณธุรกิจหรือกิจการเขา เคยมีเรื่องชกต่อย มีการทำร้ายร่างกายกันมาก่อนหน้านี้แล้วหลายครั้งแล้ว ฉะนั้น จึงต้องเป็นแท็กซี่ที่เขาเตรียมรับลูกค้า รถแอพพลิเคชั่นที่ถูกกฎหมายแล้วลูกค้าเรียกใช้บริการ เข้าไปรับในพื้นที่เขาไม่ได้ หากไปรับก็ต้องเดินออกมาด้านนอก ซึ่งใช้ระยะทางที่ค่อนข้างไกล นักท่องเที่ยวก็ไม่สะดวกที่จะเดิน และไม่ได้สร้างความประทับใจในเมืองท่องเที่ยวเลย อดีตผู้ที่ครอบครองหาด รู้สึกว่าเป็นข้าราชการ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เก่าหรืออย่างไร ค่อนข้างที่จะมีอิทธิพลสูงในพื้นที่
.
นาย
เฉลิมพงศ์กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นข้อมูลในพื้นที่ที่ตนสืบทราบมา พบว่ามาเฟียที่ครอบครองหาดบางเทา มีความสัมพันธ์เป็นญาติทางฝ่ายภรรยาของรองผู้ว่าฯภูเก็ต และเป็นผู้ที่สนับสนุนให้รองผู้ว่าฯขึ้นมาสู่ตำแหน่ง โดยรองผู้ว่าฯภูเก็ตคนนี้ เดิมทีมีตำแหน่งเป็นนายอำเภอกะทู้ แล้วขึ้นมาเป็นปลัดจังหวัด และปัจจุบันมาเป็นรองผู้ว่าฯภูเก็ต ซึ่งใช้ระยะเวลาจากนายอำเภอจนถึงรองผู้ว่าฯเพียงแค่ 2 ปี เหมือนเป็นลมใต้ปีก
JJNY : 5in1 เท้งช่วยผู้สมัครส.ก.หาเสียง│“ศุภณัฐ”สาวไส้ระบบ│เฉลิมพงศ์ฉะมาเฟีย│อนุสรณ์ชี้แก้ไขพ.ร.บ.│สตาร์เมอร์ยันจะเผยแผน
https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5761303
.
.
‘เท้ง’ ลุยคลองสาน-บางคอแหลม-ยานนาวา ช่วยผู้สมัคร ส.ก. หาเสียง ชูนโยบายชุมชนปลอดภัย-คลองสะอาด-เดินทางสะดวก สร้างเมืองที่แคร์คนอย่างแท้จริง
.
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงเพื่อช่วยสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตคลองสาน บางคอแหลม และยานนาวา หาเสียงและนำเสนอนโยบายการพัฒนาเมืองที่ตอบโจทย์ชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
.
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทั้งเขตคลองสาน บางคอแหลม และยานนาวาเป็นพื้นที่ที่มีตรอกซอกซอยกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันระบบรักษาความปลอดภัยยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาอาชญากรรม ฉะนั้น นโยบายของทีมผู้ว่าฯ ประชาชน จึงมุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างจริงจัง ด้วยการผลักดันติดตั้งกล้องวงจรปิดในตรอกซอกซอยและจุดเสี่ยงให้ทั่วถึงทุกมุมอับสายตา พร้อมทั้งเพิ่มแสงสว่างในชุมชนด้วยการติดตั้งไฟส่องสว่างระบบ LED ในซอยเปลี่ยวและพื้นที่มืด ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบแจ้งซ่อมที่รวดเร็วแม่นยำ
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการคูคลองในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันประสบทั้งปัญหาน้ำท่วมจากการขาดการขุดลอก ปัญหาขยะสะสม และน้ำเสีย โดยนโยบายของทีมผู้ว่าฯ ประชาชนคือ กทม. จะต้องมีแผนการขุดลอกคลองที่เป็นระบบ ชัดเจน และต้องแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้าเสมอ รวมถึงการเพิ่มจุดทิ้งขยะให้เพียงพอในแต่ละชุมชน การปรับรอบเวลาจัดเก็บขยะให้สอดคล้องกับปริมาณการใช้งานจริง และยกระดับการส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างเป็นรูปธรรม
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนด้านการเดินทางและการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ แม้ทั้ง 3 เขตจะเป็นย่านการค้า ชุมชน และสถานที่สำคัญ แต่การเดินทางสัญจรภายในพื้นที่ยังไม่สะดวกเท่าที่ควร ฉะนั้น ทีมผู้ว่าฯ ประชาชนจึงมีนโยบายยกระดับป้ายรถเมล์ให้สามารถใช้งานได้จริง มีหลังคากันแดดและฝน มีที่นั่ง ไฟส่องสว่าง เดินเข้าถึงง่าย มีกล้องวงจรปิดและระบบข้อมูลเส้นทางเดินรถที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้ จะเร่งรัดการปรับปรุงซ่อมแซมถนนและทางเท้าที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยเฉพาะถนนพระราม 3 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่มีปัญหามาอย่างยาวนาน
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่เรื่องระบบขนส่งสาธารณะขนาดรอง เช่น วินรถจักรยานยนต์รับจ้างและรถสองแถว ที่ผ่านมายังขาดการจัดระเบียบที่เป็นสัดส่วน จนบางครั้งส่งผลกระทบต่อการจราจรและความปลอดภัยของผู้โดยสาร ทีมผู้ว่าฯ ประชาชนจึงเตรียมเข้าไปจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์ให้ชัดเจน กำหนดจุดจอดที่เหมาะสม และสร้างศาลาที่พักคอยกันแดดกันฝน ส่วนรถสองแถวจะมีการจัดระเบียบจุดรับ-ส่งผู้โดยสารให้เป็นระบบ ตีเส้นพื้นที่จอดรถให้ชัดเจน และควบคุมไม่ให้เกิดการจอดรถกีดขวางการจราจรบนท้องถนน
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่ในวันนี้ ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะแค่ใน 3 เขตนี้เท่านั้น แต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่เกิดขึ้นในอีกหลายเขตทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งทีมผู้ว่าฯ ประชาชนได้ทำการศึกษาและรวบรวมข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าด้วยความเข้าใจถึงรากเหง้าของปัญหาอย่างแท้จริง ประกอบกับวิสัยทัศน์ที่มุ่งแก้ไขยึดโยงไปถึงต้นเหตุ จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาของชาวกรุงเทพฯ ได้อย่างยั่งยืน เพื่อเปลี่ยนให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นเมืองที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และเป็นเมืองที่พร้อมจะแคร์คนทุกคนได้อย่างแท้จริง
.
.
“ศุภณัฐ” สาวไส้ระบบบริหาร กทม. ถอดบทเรียนฟุตบาทพังมีนบุรี ปัดรับผิดชอบ รฟม.ต้องซ่อมให้แทน
https://ch3plus.com/news/political/morning/464946
.
“ศุภณัฐ” สาวไส้ระบบบริหาร กทม. ซับซ้อนจนงง ขนาดถามหลายตลบยังปฏิเสธเพราะจำไม่ได้ ถอดบทเรียนฟุตบาทพังมีนบุรี ต่างคนต่างปัดรับผิดชอบ สุดท้าย รฟม. ซ่อมให้ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ ดันโมเดลใหม่เสนอ กทม. ทำแผนที่แสดงสิทธิ์ทรัพย์สินสาธารณะ เคลียร์ชัด “ของใคร-ใครซ่อม” สกัดแก้ปัญหาล่าช้า
.
วันที่ 14 มิ.ย. 2569 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “พื้นที่ตรงนี้ ใครเป็นผู้รับผิดชอบกันแน่? บทเรียนจากฟุตบาทพัง-หาคนรับผิดชอบไม่ได้ สู่ข้อเสนอ: การจัดการทรัพย์สินสาธารณะของกรุงเทพฯ ด้วย Bangkok Asset Management Map”
.
นายศุภณัฐ ระบุว่า
.
เมื่อปีที่แล้ว (พฤษภาคม 2568) เพจ Bangkok Sightseeing โพสต์ถึงปัญหาฟุตบาทชำรุดบริเวณตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มในเขตมีนบุรี ผมจึงประสานผ่านสก.ไปยังสำนักงานเขตให้เข้าดำเนินการแก้ไข เพราะถนนรามคำแหงเป็นทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร แต่ได้รับแจ้งว่า จุดดังกล่าวอยู่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม จึงเป็นหน้าที่ของ รฟม.
.
ผมจึงประสานต่อไปยัง รฟม. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาให้ ซึ่งทาง รฟม. ก็ได้เข้ามาซ่อมแซมเรียบร้อยในเดือนมีนาคม 2569 แต่ก็มีหนังสือตอบกลับมาพร้อมแปลนพื้นที่ และยืนยันชัดว่า จุดดังกล่าวจริง ๆ แล้วไม่ได้อยู่ในแนวเขตพื้นที่รับผิดชอบของ รฟม. สรุปสุดท้ายคือ รฟม.ซ่อมฟุตบาทให้เสร็จแล้ว แต่คำถามสำคัญคือ “ตกลงพื้นที่นี้ใครต้องรับผิดชอบกันแน่?”
.
โดยทั่วไปถนนเส้นของ กทม. ก็ต้อง กทม.ดูแล แต่ก็อาจจะเป็น กฟน.เพราะมีการทำสายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งจะมีการส่งมอบพื้นที่กันชั่วคราว ปัญหา การหาผู้รับผิดชอบไม่พบ ไม่ได้มีจุดนี้จุดเดียว แต่เป็นทั่วกรุงเทพ และส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้าเพราะ ทรัพย์สินสาธารณะจำนวนมาก มีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง จึงเกิดความสับสน ต้องไล่เช็คหลายหน่วยงาน บางทีเจ้าของทรัพย์สินยังปฎิเสธว่าไม่ใช่ เพราะจำไม่ได้ ถนนหนึ่งเส้น มีทั้ง ผิวถนน ฟุตบาท สะพานลอย ฝาบ่อ ศาลารอรถเมล์ โคมไฟ เสาไฟฟ้า เสาสื่อสาร ท่อระบายน้ำ ท่อประปา ท่อสายสื่อสาร ป้ายโฆษณาต่างๆ และมีพื้นที่ก่อสร้างชั่วคราวของอีกหน่วยงานซ้อนอยู่
.
ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขต, สำนักการโยธา, สำนักการระบายน้ำ, สำนักการจราจรและขนส่ง, สำนักสิ่งแวดล้อม, กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, การทางพิเศษฯ, รฟม., รฟท., กฟน., กปน., NT, ผู้รับสัมปทานระบบสื่อสารต่าง ๆ ยิ่งในช่วงที่มีการก่อสร้างหรือขอใช้พื้นที่ชั่วคราว ความรับผิดชอบก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก ประชาชนเห็นเพียงว่าฟุตบาทพัง ถนนเป็นหลุม ฝาท่อทรุด เสาไฟเอียง หรือสะพานชำรุด แต่กว่าจะหาคำตอบได้ว่า “ใครต้องซ่อม” บางครั้งต้องโทรถามหลายหน่วยงานและส่งเรื่องกันไปมาหลายรอบ
.
ผมจึงเห็นว่า กทม.ควรเป็นเจ้าภาพจัดทำ “Bangkok Asset Management Map” หรือแผนที่แสดงทรัพย์สินสาธารณะและหน่วยงานผู้รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยควรแสดงข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ เช่น แนวถนน ฟุตบาท สะพาน สะพานลอย อุโมงค์ คลอง เขื่อน บ่อสูบน้ำ ฝาท่อ โคมไฟ เสาไฟฟ้า เสาสื่อสาร กล้อง CCTV และสาธารณูปโภคอื่นๆ อยู่ในความรับผิดชอบของใคร?
.
พื้นที่ใดถูกส่งมอบให้หน่วยงานอื่นใช้ชั่วคราว ระหว่างการก่อสร้าง? หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบในการบำรุงรักษาปัจจุบัน? ประวัติการปรับปรุงบำรุงรักษา งบประมาณที่ใช้ และระบบแจ้งเตือนรอบที่ต้องปรับปรุง กรณีถนนเอกชน ก็ควรมีระบุไว้ เพื่อแยกระหว่างถนนสาธารณะ และถนนเอกชนที่ชัดเจน เพราะการแก้ปัญหาเมืองที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากการซ่อมแซมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการรู้ก่อนว่า “ของใคร” และ “ใครต้องรับผิดชอบ”เมื่อข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยและตรวจสอบบน Bangkok Asset Management Map ได้ การโยนความรับผิดชอบจะลดลง การติดตามงานจะง่ายขึ้น เพื่อความสะดวกของประชาชนครับ
.
https://www.facebook.com/suphanat.minchaiynunt/posts/pfbid02BMEkbgvo6SqG1fRSXbG6YMAndshrCXKFNeoSobDz8z1Ty2KubsZggymmP3gdMAyPl
.
.
เฉลิมพงศ์ ฉะมาเฟียหาดบางเทา ท้าทายอำนาจรัฐ กลับมาไล่ฟ้องปชช. หลัง ‘นายกฯ’ ลงพื้นที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5761001
.
‘เฉลิมพงศ์’ ฉะมาเฟียหาดบางเทา ท้าทายอำนาจรัฐ กลับมาไล่ฟ้องสื่อ-ปชช. หลัง ‘นายกฯ’ ลงพื้นที่ แต่ยังมีอิทธิพลอยู่ แย้มเบื้องหลังเป็นลมใต้ปีกหนุน
.
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์มาเฟียบุกรุกชายหาดที่ จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะที่หาดบางเทา ว่า สถานการณ์ตั้งแต่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด และผู้ที่มีอิทธิพลที่โดนคดีที่ดินหาดบางเทาก็ไล่ฟ้องร้องสื่อท้องถิ่น หรือไล่ฟ้องร้องประชาชนที่ไปคอมเมนต์ โดยบุคคลที่บุกรุกที่ดินหาดบางเทาคนนี้มีความพัวพันกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนปัจจุบัน และมีความสัมพันธ์อันดีกัน ทำให้เขาไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทุกวันนี้ก็พยายามที่จะเปิดร้านค้าบางส่วนที่จะบริการให้กับนักท่องเที่ยว
.
นายเฉลิมพงศ์กล่าวต่อว่า บริเวณที่บุกรุกนั้นเป็นพื้นที่ติดชายหาดเลย เป็นชายหาดที่สวยงาม แต่มีการให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจ โดยมีผู้มีอิทธิพลคอยดูแลพื้นที่ ไม่ให้มีการร้องเรียน หากมีการร้องเรียนก็พยายามที่จะปิดเรื่องร้องเรียนต่างๆ ให้เงียบหายไป ความเสียหายมูลค่าในเรื่องของที่สาธารณะตรงนั้น มีมูลค่าที่ดินหลายร้อยล้าน เป็นแหล่งที่ชาวต่างชาตินิยมไปเที่ยว เลยทำให้ผู้มีอิทธิพลรายนี้ไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมาย และพยายามที่จะท้าทายกฎหมายไทย ท้าทายในเรื่องของอำนาจรัฐ
.
“ฝากถึงนายกรัฐมนตรี ว่าการที่นายกฯไปลงพื้นที่บางเทาแล้วเรียกผู้มีอิทธิพลตรงนั้นว่ากุ๊ย แต่วันนี้คำว่ากุ๊ยต่างๆ เหล่านี้ กลับมาฟ้องร้องสื่อท้องถิ่น ฟ้องร้องคนที่ไปคอมเมนต์ หรือพยายามที่จะชี้เบาะแสตัวจริงว่าคนคนนี้มีความสัมพันธ์กับรองผู้ว่าฯอย่างไร” นายเฉลิมพงศ์กล่าว
.
นายเฉลิมพงศ์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านเข้าพื้นที่ได้ค่อนข้างยาก เพราะมีการ์ดหรือมีคนดูแล นอกจากนี้ แท็กซี่ที่จะเข้าไปรับลูกค้าบริเวณธุรกิจหรือกิจการเขา เคยมีเรื่องชกต่อย มีการทำร้ายร่างกายกันมาก่อนหน้านี้แล้วหลายครั้งแล้ว ฉะนั้น จึงต้องเป็นแท็กซี่ที่เขาเตรียมรับลูกค้า รถแอพพลิเคชั่นที่ถูกกฎหมายแล้วลูกค้าเรียกใช้บริการ เข้าไปรับในพื้นที่เขาไม่ได้ หากไปรับก็ต้องเดินออกมาด้านนอก ซึ่งใช้ระยะทางที่ค่อนข้างไกล นักท่องเที่ยวก็ไม่สะดวกที่จะเดิน และไม่ได้สร้างความประทับใจในเมืองท่องเที่ยวเลย อดีตผู้ที่ครอบครองหาด รู้สึกว่าเป็นข้าราชการ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เก่าหรืออย่างไร ค่อนข้างที่จะมีอิทธิพลสูงในพื้นที่
.
นายเฉลิมพงศ์กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นข้อมูลในพื้นที่ที่ตนสืบทราบมา พบว่ามาเฟียที่ครอบครองหาดบางเทา มีความสัมพันธ์เป็นญาติทางฝ่ายภรรยาของรองผู้ว่าฯภูเก็ต และเป็นผู้ที่สนับสนุนให้รองผู้ว่าฯขึ้นมาสู่ตำแหน่ง โดยรองผู้ว่าฯภูเก็ตคนนี้ เดิมทีมีตำแหน่งเป็นนายอำเภอกะทู้ แล้วขึ้นมาเป็นปลัดจังหวัด และปัจจุบันมาเป็นรองผู้ว่าฯภูเก็ต ซึ่งใช้ระยะเวลาจากนายอำเภอจนถึงรองผู้ว่าฯเพียงแค่ 2 ปี เหมือนเป็นลมใต้ปีก