เรื่องราวของ “สถานรับชำเราบุรุษ” กับที่มาของคำว่า “:)”

บทความของ ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ ใน Matichon Weekly เรื่อง "หญิงนครโสเภณี หญิงแพศยา และสถานรับชำเราบุรุษ ในหลักฐานสมัยอยุธยา" กล่าวไวดังนี้

แหล่งที่ตั้งและย่านการค้าสำคัญ

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พื้นที่บริเวณ คลองขุนละครไชย หรือ คลองตะเคียน ถือเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้กับ ป้อมเพชร ซึ่งเป็นป้อมที่ใหญ่และสำคัญที่สุด หากมองจากป้อมเพชรออกไปทางแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศใต้ จะพบย่านการค้าขนาดใหญ่ 2 ฝั่งน้ำ คือ:

• ฝั่งซ้าย (คลองสวนพลู): เป็นตลาดขนาดใหญ่ของชาวจีน โดยมี วัดพนัญเชิง เป็นศูนย์กลาง

• ฝั่งขวา (คลองตะเคียน): เป็นตลาดใหญ่ของชาวมุสลิม โดยมี มัสยิดตะเกี่ย เป็นศูนย์กลาง
สถานรับชำเราบุรุษ

ทั้งสองฝั่งตลาดมี "สถานรับชำเราบุรุษ" เพื่อให้บริการกะลาสีเรือที่เดินทางมาจากแดนไกล โดยมีที่มาของคำศัพท์ที่น่าสนใจดังนี้:

• ด_อ_k gold : เพี้ยนมาจากภาษาจีนฮกเกี้ยนคำว่า ‘หลกท่ง’ ซึ่งใช้เรียกหญิงขายบริการในย่านคลองสวนพลู

• กะ/ หรี่  : เพี้ยนมาจากคำแสลงในภาษาฮินดีของชาวอินเดียว่า ‘โฉกกฬี’ (Chokri) ที่ใช้เรียกผู้หญิงในย่านคลองตะเคียน

• อีสำเพ็ง: เป็นคำแสลงที่เกิดขึ้นในยุครัตนโกสินทร์ (กรุงเทพฯ) ตามชื่อย่านสำเพ็งที่มีหญิงขายบริการหนาแน่นในสมัยนั้น

สถานะทางกฎหมาย

อาชีพรับชำเราบุรุษในสยามแต่โบราณถือเป็นเรื่อง "ถูกกฎหมาย" มาโดยตลอด เนื่องจากรัฐได้รับผลประโยชน์จากการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียม จนกระทั่งมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 การค้าบริการทางเพศจึงกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายนับแต่นั้นเป็นต้นมา

CR IG Mativhon Weekly

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่