สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน
เมื่อเช้านี้ปิดร้านครับ ตั้งใจจะไปเดินหาซื้อของที่โบ๊เบ๊ซะหน่อย
ออกจากบ้านเจ็ดโมงนิด ๆ มีเวลาเหลือเฟือทั้งวันก็เลยรอนั่งรถเมล์แอร์สาย.7 จากป้ายหน้าปากซอยบ้านที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแค
นั่งชมวิวข้างทางยาว ๆ ไปลงแถววงเวียน 22 ค่ารถ 20.- แสดงบัตร ปชช.เพื่อยืนยันว่าแก่ ได้ลดเหลือ 14.-
ที่ผมเลือกลงวงเวียน 22 ก่อน เพราะตั้งใจจะไปกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดน้ำใส เจ้าแรกเจ้าเดียวในเมืองไทย ตามที่เคยเซฟร้านไว้จากคลิปในเฟสบุ๊คครับ
ออกจากวงเวียนก็ลงแลวเดินย้อนมาหาตัววงเวียน 22
แล้วค่อยเดินเข้าถนนสันติภาพ
เดินไปไม่ไกล ก่อนจะออกริมคลอง ร้านจะอยู่ทางขวามือครับ
เป็นร้านห้องแถวห้องเดียว มีโต๊ะให้ลูกค้านั่งแค่สองโต๊ะ เน้นขายแบบกลับบ้านมากกว่านั่กินที่ร้าน
วันจันทร์ - เสาร์ เปิด 7.30 ปิด 19.30 วันอาทิตย์เปิด 7.30 แต่ปิดบ่ายสอง
ก๋วยเตี๋ยวมีครบทุกเส้น ทั้งเกี๊ยมอี๋ เส้นก๋วยจั๊บ เครื่องก็สั่งได้ว่าเป็ดล้วน หรือทุกอย่าง
ผมสั่งเป็นบะหมี่เปาะ หรือ บะหมี่เส้นแบน ใส่ทุกอย่าง ก็เลยมีหมูกรอบและเครื่องในหมูใส่มาด้วย
ซึ่งถือว่าผิดเป้าหมายไปหน่อย เพราะใจอยากกินเป็ดล้วนมากกว่า ไว้โอกาสหน้าค่อยแก้ตัวใหม่
ทั้งเป็ดทั้งเครื่องในหมู หั่นหนา ชิ้นใหญ่ เต็มคำดี
ซดน้ำซุปไปคำแรกให้อารมณ์เหมือนซดก๋วยจั๊บน้ำใสแบบสมัยก่อน เพียงแต่ชามนี้จะมีรสเป็ดกลิ่นเป็ดปนมาด้วยจาง ๆ
ซึ่งก็ตรงตามที่คิดจริง ๆ เพราะอาเจ้บอกว่าเหมือนกันแหละเพียงแต่มีเป็ดสดลงไปต้มด้วยก็เลยมีกลิ่นเป็ดรสเป็ดติดมาด้วย
ชามนี้ 70.- ถ้าถามผมว่าแล้วอร่อยไหม สำหรับผมนะ ถ้าบ้านอยู่ละแวกนี้สงสัยจะได้แวะบ่อยแน่ ๆ ครับ
กินเสร็จก็เดินออกไปริมคลอง สมัยนี้ไม่มีกลิ่นน้ำคลองให้รำลึกถึงอดีตแล้วเพราะทาง กทม.ปรับปรุงทั้งน้ำและสภาพสองฝั่งคลองจนน่าดูน่าเดิน
เดินย้อนศรมาไม่ไกลก็เป็นโรงเรียนสายปัญญา มีจักรยานของทาง กทม.ให้เช่าแบบแสกนคิวอาร์โค๊ดด้วย ... น่าลอง
มีท่าเรือแบบไฟฟ้าลำไม่ใหญ่ของทาง กทม.บริการฟรีด้วย แต่เปิดดูข้อมูลบอกว่ามาชั่วโมงละลำ ... นานเกินใครจะรอไหว
เดินมาถึงแยกนพวงศ์ข้ามไปก็เป็นโรงเรียนเทพศิรินทร์ แวะชมวัดดีกว่าครับ
ภายนอกพระอุโบสถกำลังบูรณะ
แต่ยังถือว่าพอมีโชคเพราะปกติพระอุโบสถจะเปิดแค่ช่วงทำวัตรเช้าและวัตรเย็น
แต่เผอิญด้านในมีพระสงฆ์กำลังนั่งคุยธุระกับนายช่างผมก็เลยมีโอกาสเข้าไปชมภายนในได้แป๊บนึง ห้าหกนาทีก็ยังดี
ออกจากวัดเทพศิรินทร์ ผมเดินออกไปทางด้านหลังวัดครับ ไปย้อนอดีตนิดนึงแม้จะจำอะะไรไม่ได้ก็ตามทีเพราะตอนเกิด บ้านอากงหรือปู่ผมอยู่แถวนี้ ผมก็เลยอยู่ตั้งแต่เกิดจนสามสี่ขวบเตี่ยก็พากันย้ายไปตลาดพลู
อยู่แถวหลังวัดเทพศิรินทร์ ผมก็ต้องคลอดที่นี่ละครับ ร.พ.หัวเฉียว
เพียงแต่ 62 ปีที่แล้ว ตึกไม่ดูทันสมัยโอ่อ่าแบบนี้แน่นอน แต่จะออกแนวเก่า ๆ หลอน ๆ มากกว่า
เดินพ้นหัวเฉียวก็จะเข้าย่านโบ๊เบ๊ โบ๊เบ๊ในวันนี้บอกเลยว่าบรรยากาศต่างจากสมัยที่ผมยังวิ่งมาหาซื้อเสื้อผ้าไปขายเมื่อซักสิบกว่าเกือบยี่สิบปีก่อนมากกกกก สมัยนั้นจนบ่ายแล้วคนก็ยังเดินกันแน่นทั้งย่านนี้ในทุกครั้งที่ต้องแวะมา
เดินดูอยู่พักนึงคิดว่าคงหาของที่ต้องการไม่ได้แน่ ๆ ก็เลยออกไปรอรถเมล์สาย 53 นั่งไปซักสามสี่ป้ายเพื่อลงไปชมวัดโสมนัสฯ ดีกว่า
พระอุโบสถเปิดให้เข้าชมได้ตลอด
ภายในพระอุโบสถ ผนังทั้งสี่ด้านมีแต่จิตรกรรมฝาผนังเต็มทุกตารางนิ้ว
เดินไปด้านหลังพระอุโบสถ ทางเข้าพระเจดีย์ประตูปิดล๊อค พระวิหารก็ห้ามเข้าเพราะกำลังบูรณะ
ก็เลยต้องเดินออกจากวัด เดินย้อนมาทางแยกเทวกรรมเพื่อจะไปกินอีกร้านที่เซฟไว้นานแล้ว บนถนนนครสวรรค์ ชื่อว่า ร้านจิ๊บกี่ ครับ

ผมสั่งเป็นข้าวสองหมูครับ หมูแดง กับ หมูย่าง หมูรสชาติดี ไม่เหนียว มีกลิ่นหอมเตาถ่าน แต่ข้าวสวยมันไม่ร่วนออกไปทางไม่ถูกปากผมซักเท่าไร
จานนี้ 70.- ถ้าถามผมว่าผ่านมาจะแวะซ้ำอีกไหม คงต้องตอบว่าขอข้ามไปลองเดินในตลาดนางเลิ้งบ้างดีกว่า
จากนั้นพอกินเสร็จก็เดินย้อนไปแยกเทวกรรม ไปรอสาย 53 เพื่อนั่งย้อนไปลงหน้าหัวลำโพง เพื่อที่จะกลับบ้านครับ
ที่หน้าหัวลำโพงผมมีสองทางเลือกเพื่อกลับบ้าน หนึ่งคือไปนั่ง mrt ไปลงหลักสอง
แต่ผมเลือกแบบสอง คือหันหน้าเข้าหาหัวลำโพงแล้วเดินไปทางด้านซ้าย ไปรอรถเมล์แอร์ สาย 7 กลับบ้านเพราะเวลาเหลือเฟือจะได้นั่งชมบรรยากาศ
ขอขอบคุณที่แวะเข้ามาชม เข้ามาทักทาย
พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ สวัสดี
[CR] น้า Low Batt :: เที่ยวสองวัด ชิมสองร้าน ย่านคลองผดุงกรุงเกษม
เมื่อเช้านี้ปิดร้านครับ ตั้งใจจะไปเดินหาซื้อของที่โบ๊เบ๊ซะหน่อย
ออกจากบ้านเจ็ดโมงนิด ๆ มีเวลาเหลือเฟือทั้งวันก็เลยรอนั่งรถเมล์แอร์สาย.7 จากป้ายหน้าปากซอยบ้านที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแค
นั่งชมวิวข้างทางยาว ๆ ไปลงแถววงเวียน 22 ค่ารถ 20.- แสดงบัตร ปชช.เพื่อยืนยันว่าแก่ ได้ลดเหลือ 14.-
ที่ผมเลือกลงวงเวียน 22 ก่อน เพราะตั้งใจจะไปกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดน้ำใส เจ้าแรกเจ้าเดียวในเมืองไทย ตามที่เคยเซฟร้านไว้จากคลิปในเฟสบุ๊คครับ
ออกจากวงเวียนก็ลงแลวเดินย้อนมาหาตัววงเวียน 22
แล้วค่อยเดินเข้าถนนสันติภาพ
เดินไปไม่ไกล ก่อนจะออกริมคลอง ร้านจะอยู่ทางขวามือครับ
เป็นร้านห้องแถวห้องเดียว มีโต๊ะให้ลูกค้านั่งแค่สองโต๊ะ เน้นขายแบบกลับบ้านมากกว่านั่กินที่ร้าน
วันจันทร์ - เสาร์ เปิด 7.30 ปิด 19.30 วันอาทิตย์เปิด 7.30 แต่ปิดบ่ายสอง
ก๋วยเตี๋ยวมีครบทุกเส้น ทั้งเกี๊ยมอี๋ เส้นก๋วยจั๊บ เครื่องก็สั่งได้ว่าเป็ดล้วน หรือทุกอย่าง
ผมสั่งเป็นบะหมี่เปาะ หรือ บะหมี่เส้นแบน ใส่ทุกอย่าง ก็เลยมีหมูกรอบและเครื่องในหมูใส่มาด้วย
ซึ่งถือว่าผิดเป้าหมายไปหน่อย เพราะใจอยากกินเป็ดล้วนมากกว่า ไว้โอกาสหน้าค่อยแก้ตัวใหม่
ทั้งเป็ดทั้งเครื่องในหมู หั่นหนา ชิ้นใหญ่ เต็มคำดี
ซดน้ำซุปไปคำแรกให้อารมณ์เหมือนซดก๋วยจั๊บน้ำใสแบบสมัยก่อน เพียงแต่ชามนี้จะมีรสเป็ดกลิ่นเป็ดปนมาด้วยจาง ๆ
ซึ่งก็ตรงตามที่คิดจริง ๆ เพราะอาเจ้บอกว่าเหมือนกันแหละเพียงแต่มีเป็ดสดลงไปต้มด้วยก็เลยมีกลิ่นเป็ดรสเป็ดติดมาด้วย
ชามนี้ 70.- ถ้าถามผมว่าแล้วอร่อยไหม สำหรับผมนะ ถ้าบ้านอยู่ละแวกนี้สงสัยจะได้แวะบ่อยแน่ ๆ ครับ
กินเสร็จก็เดินออกไปริมคลอง สมัยนี้ไม่มีกลิ่นน้ำคลองให้รำลึกถึงอดีตแล้วเพราะทาง กทม.ปรับปรุงทั้งน้ำและสภาพสองฝั่งคลองจนน่าดูน่าเดิน
เดินย้อนศรมาไม่ไกลก็เป็นโรงเรียนสายปัญญา มีจักรยานของทาง กทม.ให้เช่าแบบแสกนคิวอาร์โค๊ดด้วย ... น่าลอง
มีท่าเรือแบบไฟฟ้าลำไม่ใหญ่ของทาง กทม.บริการฟรีด้วย แต่เปิดดูข้อมูลบอกว่ามาชั่วโมงละลำ ... นานเกินใครจะรอไหว
เดินมาถึงแยกนพวงศ์ข้ามไปก็เป็นโรงเรียนเทพศิรินทร์ แวะชมวัดดีกว่าครับ
ภายนอกพระอุโบสถกำลังบูรณะ
แต่ยังถือว่าพอมีโชคเพราะปกติพระอุโบสถจะเปิดแค่ช่วงทำวัตรเช้าและวัตรเย็น
แต่เผอิญด้านในมีพระสงฆ์กำลังนั่งคุยธุระกับนายช่างผมก็เลยมีโอกาสเข้าไปชมภายนในได้แป๊บนึง ห้าหกนาทีก็ยังดี
ออกจากวัดเทพศิรินทร์ ผมเดินออกไปทางด้านหลังวัดครับ ไปย้อนอดีตนิดนึงแม้จะจำอะะไรไม่ได้ก็ตามทีเพราะตอนเกิด บ้านอากงหรือปู่ผมอยู่แถวนี้ ผมก็เลยอยู่ตั้งแต่เกิดจนสามสี่ขวบเตี่ยก็พากันย้ายไปตลาดพลู
อยู่แถวหลังวัดเทพศิรินทร์ ผมก็ต้องคลอดที่นี่ละครับ ร.พ.หัวเฉียว
เพียงแต่ 62 ปีที่แล้ว ตึกไม่ดูทันสมัยโอ่อ่าแบบนี้แน่นอน แต่จะออกแนวเก่า ๆ หลอน ๆ มากกว่า
เดินพ้นหัวเฉียวก็จะเข้าย่านโบ๊เบ๊ โบ๊เบ๊ในวันนี้บอกเลยว่าบรรยากาศต่างจากสมัยที่ผมยังวิ่งมาหาซื้อเสื้อผ้าไปขายเมื่อซักสิบกว่าเกือบยี่สิบปีก่อนมากกกกก สมัยนั้นจนบ่ายแล้วคนก็ยังเดินกันแน่นทั้งย่านนี้ในทุกครั้งที่ต้องแวะมา
เดินดูอยู่พักนึงคิดว่าคงหาของที่ต้องการไม่ได้แน่ ๆ ก็เลยออกไปรอรถเมล์สาย 53 นั่งไปซักสามสี่ป้ายเพื่อลงไปชมวัดโสมนัสฯ ดีกว่า
พระอุโบสถเปิดให้เข้าชมได้ตลอด
ภายในพระอุโบสถ ผนังทั้งสี่ด้านมีแต่จิตรกรรมฝาผนังเต็มทุกตารางนิ้ว
เดินไปด้านหลังพระอุโบสถ ทางเข้าพระเจดีย์ประตูปิดล๊อค พระวิหารก็ห้ามเข้าเพราะกำลังบูรณะ
ก็เลยต้องเดินออกจากวัด เดินย้อนมาทางแยกเทวกรรมเพื่อจะไปกินอีกร้านที่เซฟไว้นานแล้ว บนถนนนครสวรรค์ ชื่อว่า ร้านจิ๊บกี่ ครับ
ผมสั่งเป็นข้าวสองหมูครับ หมูแดง กับ หมูย่าง หมูรสชาติดี ไม่เหนียว มีกลิ่นหอมเตาถ่าน แต่ข้าวสวยมันไม่ร่วนออกไปทางไม่ถูกปากผมซักเท่าไร
จานนี้ 70.- ถ้าถามผมว่าผ่านมาจะแวะซ้ำอีกไหม คงต้องตอบว่าขอข้ามไปลองเดินในตลาดนางเลิ้งบ้างดีกว่า
จากนั้นพอกินเสร็จก็เดินย้อนไปแยกเทวกรรม ไปรอสาย 53 เพื่อนั่งย้อนไปลงหน้าหัวลำโพง เพื่อที่จะกลับบ้านครับ
ที่หน้าหัวลำโพงผมมีสองทางเลือกเพื่อกลับบ้าน หนึ่งคือไปนั่ง mrt ไปลงหลักสอง
แต่ผมเลือกแบบสอง คือหันหน้าเข้าหาหัวลำโพงแล้วเดินไปทางด้านซ้าย ไปรอรถเมล์แอร์ สาย 7 กลับบ้านเพราะเวลาเหลือเฟือจะได้นั่งชมบรรยากาศ
ขอขอบคุณที่แวะเข้ามาชม เข้ามาทักทาย
พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ สวัสดี
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้