**สายใยในวงข้าว**

ลองถามตัวเองดูครับ ว่าทำกับข้าวกับคนในครอบครัวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แล้วบรรยากาศครั้งนั้นเป็นยังไงบ้าง......
สังคมสมัยนี้เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ทุกอย่างต้องแข่งขันกัน
และเราก็ต้องแข่งแม้กระทั่งเวลา ตื่น - เดินทาง - ทำงาน - พักเที่ยง - ทำงาน - เลิกงาน - เดินทาง - ......... - นอน - ตื่น
ไอ้เวลาที่ผม.......นี่ก็แล้วแต่จะจัดกันตามวิถีชีวิตของแต่ละคน
บางคนก็ไปแฮงค์เอาท์ บางคนก็ดูหนัง บางคนก็เล่นกีฬาก็ตามสบายกันเลยครับชีวิตเราเรากำหนด
แต่สิ่งหนึ่งที่เรามักจะไม่ค่อยเห็นก็คือการเข้าครัวทำกับข้าวแบบพร้อมหน้าพร้อมตาของครอบครัว
ซึ่งส่วนมากก็จะพากันออกมากินข้าวนอกบ้านกัน
เพราะมันสะดวกสะบายหลายๆอย่าง ไม่ต้องมานั่งทำให้เสียเวลา รสชาติก็ดีกว่า มีคนคอยบริการ ที่สำคัญคือ ไม่ต้องล้าง..
ผมไม่ได้บอกว่าการกินข้าวนอกบ้านเป็นสิ่งไม่ดีนะครับ
เพราะผมก็พาพ่อและครอบครัวไปกินบ่อยๆ
แต่วันนี้ผมมานั่งกินน้ำพริก จู่ๆเรื่องราวบางเรื่องมันก็แว่บเข้ามาในสมองเลยครับแล้วน้ำตามันก็ไหล ที่น้ำตาไหลไม่ใช่อะไรหรอกครับ
ผมคิดถึงแม่ที่จากไปนับสิบปีแล้ว ทำไมน้ำพริกถึงทำให้ผมคิดถึงแม่หรอครับ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังและเชื่อว่าหลายๆคนก็มีเรื่องราวและที่มาไม่ต่างจากผมหรอก เพียงแต่ทุกคนมัวแต่ใช้ชีวิตกับการแข่งกับเวลา.......
ผมเป็นเด็กบ้านนอก เกิดและโตมาจากบ้านนอก จำได้ว่าตอนเด็กๆ ทุกเช้าผมจะได้ยินเสียงกวาดใบไม้จากไม้กวาดที่ทำจากกิ่งไม้ ปู่จะกวาดอยู่หน้าบ้าน ได้ยินเสียงโขลกพริกดังสนั่น
เสียงมีดสับกับเขียงเป็นจังหวะ กลิ่นคั่วพริก เจียวกระเทียม
และกลิ่นควันฟืน ใช่ครับ..พ่อกับแม่ผมช่วยกันทำกับข้าว
เพื่อจะใส่บาตร และบางวันถ้าเป็นวันพระใหญ่ก็จะนำไปวัด
อารมณ์ตอนนั้นผมก็เฉยๆนะ บางทีออกแนวรำคานด้วยซ้ำ
เพราะคนกำลังหลับสบายเลย และแม่ก็จะปลุกให้ตื่นมาอาบน้ำ เตรียมตัวยกของไปวัดกับแม่ แต่สิ่งที่ผมทำประจำเลยคือ
แอบกินอาหารที่พ่อกับแม่ทำ กินประจำ อิอิ
ตอนนั้นในหัวคิดอย่างเดียวว่า หิว!! 555
อยากกินข้าวมากๆ นั่งมองพระฉันไปก็กลืนน้ำลายไป
พอพระฉันเสร็จเด็กๆก็จะเตรียมยกกับข้าวช่วยพ่อแม่ลงมา
กลางศาลา รับพรจากพระแล้วก็ส่งพระลงศาลา
แต่ต่อจากนี้นี่แหละครับไฮไลท์มันอยู่ตรงนี้!!!
แต่ละบ้านก็จะจัดสำรับลงในถาดใบใหญ่ๆที่มีลายดอกไม้
ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ก็จะล้อมวงกันเป็นวงใหญ่ๆ
แต่ถ้าคนเยอะก็จะแบ่งเป็นหลายๆวง
พอถึงเวลาก็บรรเลงสิครับรออะไร เด็กๆอย่างเราก็จัดการกับอาหารดั่งอยู่ในสนามรบกันเลยทีเดียว อาหารนานาชนิดเปรียบเหมือนข้าศึกที่เราจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันพิชิตให้ได้
แกงเขียวหวาน ไข่พะโล้ ลาบหมู คือพระเอกของงาน จะต้องมีพี่แกอยู่ในงานต่างๆแบบผูกขาดทุกงานสิพับผ่า
แต่ด้วยหน้าที่เราต้องจัดการฟาดให้เลียบ 555
บรรยกาศตอนนั้นมันช่างอบอุ่นมากๆพ่อก็จะนั่งคุยกับกลุ่มผู้ชายเรื่องไก่ชน เรื่องฤดูการทำนา ฝนฟ้าอากาศจิปาถะ
ส่วนแม่ก็จะนั่งคุยกับบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ในเรื่องลูกหลาน งานบ้านงานเรือน...
ถึงวงข้าวจะมีหลายวงและอยู่กันคนละวง แต่ไม่มีคำว่าห่างเหิน
คนหัวหมู่บ้านท้ายหมู่บ้านรู้จักกันหมด สนิทกันเหมือนอย่างกับบ้านติดกันเลยทีเดียว ย่าก็จะนั่งตำหมากเสียงดังโป๊กๆ
คุยกันทีน้ำหมากก็กระจายเลย 555
ใครมีโมเมนท์แบบนี้บ้างครับ ยังจำกันได้มั้ย?
ทีนี้ย้อนกลับมาที่ปัจจุบันกันครับ วิถีชีวิตต่างๆก็เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะในเมืองกรุง สายสัมพันในครอบครัวจากวงข้าวมันหายไป การร่วมทำอาหารก็ไม่ค่อยมีให้เห็น อาจจะมีบ้างแต่จะเป็นในโอกาสพิเศษต่างๆอย่างเช่นวันเกิด ปาร์ตี้โน่นนี่นั่น แต่คุณลองเสพอารมณ์ตอนที่ได้ร่วมทำอาหารกับครอบครัว กับคนที่เรารักดูสิครับ มีลูกคอยเป็นลูกมือ บางทีลูกก็ต้องมาเป็นกรรมการห้ามทัพพ่อกับแม่เสียเอง 555
มันมีความสุขมากๆเลยนะครับ แล้วยิ่งลูกต้องมาตัดสินฝีมือของพ่อกับแม่ว่าใครอร่อยกว่ากันนี่ยิงกดดันมากๆเลย อิอิ
ถึงจะมีการแข่งขันแต่มันอบอุ่นมากนะครับ
ข้าวทุกเม็ด หมูทุกชิ้น ไก่ทุกคำ น้ำพริกทุกถ้วย ก้นหม้อก้นกระทะที่ดำจากเขม่าฟืน มันมีเรื่องราวและสายใยรักในครอบครัวแฝงอยู่ มันต่างกับนั่งในร้านอาหารมากครับ
ผมรู้ว่าพวกคุณไม่มีเวลาที่จะทำอย่างที่ผมกล่าวหรอก
แค่คุณลองชวนแฟนคุณ ลูกคุณ คนในครอบครัวคุณ
ช่วยกันหยิบกระทะมาตั้งไฟ ตีไข่ลงไปเจียว หั่นผักหั่นหมูลงไปผัดกับกระเทียมน้ำปลาแบบง่ายๆ แต่เชื่อมั้ยว่ามันโคตรยิ่งใหญ่ในความรู้สึกเลย แต่ถ้าใครที่ทำกับข้าวไม่เป็นก็ลองหัดทำสิครับ อย่างน้อยคุณก็ได้การผจญภัยหน้าเตาแหละน่าาาา
อยากให้ลองค้นหาความรู้สึกที่มันขาดหายไปครับ..
บางทีไม่ต้องไปพึ่งจิตแพทย์หรือยาอะไรเลย
แค่นั่งกุมมือคนที่รักและครอบครัว
นั่งถามสาระทุกข์สุกดิบของกันและกัน
ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับคนรัก
มีลูกตัวน้อยๆคอยให้เราป้อนข้าว
มีพ่อมีแม่นั่งมองดูเรากินกับข้าวจานโปรดในวัยเด็กของเราด้วยความอร่อย ฝีมือแม่ไม่เคยเปลี่ยน อร่อยยังไงก็ยังอร่อยแบบนั้น และเราเด็กแบบไหนพ่อแม่ก็ยังมองเราเด็กแบบนั้น
พอพิมพ์มาถึงเรื่องแม่ ผมน้ำตาไหลอีกแล้ว T T
เพราะวันนี้ในวงข้าว ผมทำได้แค่กินข้าวกับ "รูปของแม่"
เย็นนี้รู้แล้วใช่ไหมครับ ว่าจะกินข้าวที่ไหนกับใคร......
ผมขอสนับสนุนให้คนไทยหันมาใส่ใจสายใยในวงข้าวนะครับ
...ตี๋คุงครีเอถีบนอกโลก...
18/5/2560
เวลา 15:52 น.
-----------------------------------------------------------
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่