จากเรื่องที่ฝังในใจ บาดแผลคงลึกผุดขึ้นมาเป็นระยะ
พอได้ปัญญาจากหลายๆท่าน เลยรู้ว่าเราอ่อนพรหมวิหารสี่
คือปกติก็ไม่ได้ค่อยคิดร้ายกับใคร แถมพอพยายามละกิเลส ละเวทนา ละตัณหา ก็คิดดีกับคนอื่นทั่วไป ทีไม่ได้ทำร้ายเรา อยากให้เค้าพ้นทุกข์ ยินดีกับคนอื่นที่ได้ดี ไปโดยอัติโนมัติ แต่ยังไม่พอ
แถมไม่ค่อยได้แผ่เมตตาเป็นวงกว้าง ส่วนใหญ่เน้นสู้กับกิเลส เวทนาเรื่องศิลปะที่เป็นสัญญาเดิม เผลอไปจับเข้า ผลงานออกมาได้ดังใจทุกที ถึงขั้นทำงานศิลปะไปฟังเทศน์ไป
ส่วนตัวก็กลายเป็นกินง่ายอยู่ง่าย ไม่เอาดีเอาเด่น ไม่สะสมดิ้นรนไปทั่วเหมือนเมื่อก่อน ชีวิตโล่งสว่างสงบ โดนส่วนใหญ่
ต่อเนื่องให้ผ่านพ้นเหตุการ์ณต่างๆมาได้
ตอนนี้พอนึกถึงเรื่องเก่าฝังใจที่รู้สึกโกรธ เสียใจ ไม่ยุติธรรม
ส่วนใหญ่จะผุดขึ้นมา หลังทำงานศิลปะ เผลอหลงไปกับของไม่เที่ยง ว่าสวยงามมีความชอบ
พอนึกทุกข์ขึ้นมาก็สวดแผ่เมตตาเลยครับ
เลยไม่ต้องรอให้สติมา เหมือนเมื่อก่อน บางทีก็เป็นชั่วโมง หลายชั่วโมง
กว่าจะคิดได้ ว่าเคยไปทำเขามา ไม่เอาคืนแล้วนะ ขอบคุณที่เขาทำให้เราหันหาทางธรรม มันเช่นนั้นเอง
ขอบพระคุณมากครับ
เข้ามาขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำครับ เวลาปฎิบัติเราเน้นบางจุดบางทีก็ไปอ่อนในจุดอื่น ต้องอาศัยปัญญาผู้รู้เตือนตนเช่นนี้หนอ
พอได้ปัญญาจากหลายๆท่าน เลยรู้ว่าเราอ่อนพรหมวิหารสี่
คือปกติก็ไม่ได้ค่อยคิดร้ายกับใคร แถมพอพยายามละกิเลส ละเวทนา ละตัณหา ก็คิดดีกับคนอื่นทั่วไป ทีไม่ได้ทำร้ายเรา อยากให้เค้าพ้นทุกข์ ยินดีกับคนอื่นที่ได้ดี ไปโดยอัติโนมัติ แต่ยังไม่พอ
แถมไม่ค่อยได้แผ่เมตตาเป็นวงกว้าง ส่วนใหญ่เน้นสู้กับกิเลส เวทนาเรื่องศิลปะที่เป็นสัญญาเดิม เผลอไปจับเข้า ผลงานออกมาได้ดังใจทุกที ถึงขั้นทำงานศิลปะไปฟังเทศน์ไป
ส่วนตัวก็กลายเป็นกินง่ายอยู่ง่าย ไม่เอาดีเอาเด่น ไม่สะสมดิ้นรนไปทั่วเหมือนเมื่อก่อน ชีวิตโล่งสว่างสงบ โดนส่วนใหญ่
ต่อเนื่องให้ผ่านพ้นเหตุการ์ณต่างๆมาได้
ตอนนี้พอนึกถึงเรื่องเก่าฝังใจที่รู้สึกโกรธ เสียใจ ไม่ยุติธรรม
ส่วนใหญ่จะผุดขึ้นมา หลังทำงานศิลปะ เผลอหลงไปกับของไม่เที่ยง ว่าสวยงามมีความชอบ
พอนึกทุกข์ขึ้นมาก็สวดแผ่เมตตาเลยครับ
เลยไม่ต้องรอให้สติมา เหมือนเมื่อก่อน บางทีก็เป็นชั่วโมง หลายชั่วโมง
กว่าจะคิดได้ ว่าเคยไปทำเขามา ไม่เอาคืนแล้วนะ ขอบคุณที่เขาทำให้เราหันหาทางธรรม มันเช่นนั้นเอง
ขอบพระคุณมากครับ