บางทีเราคิดไปเอง ว่าเราอยู่คนเดียว เหงา อ้างว้าง เราคิดไปเองทั้งนั้น เพราะกิเลสพาให้คิด พาให้จำแต่เรื่องราวไม่ดี เพื่อมาทำร้ายตัวเองเสมอ แต่พอเรามาศึกษาเพิ่มขึ้น เรากลับเห็นว่า แท้ที่จริง เราไม่ได้อยู่คนเดียวซะหน่อย เราอยู่กับอีกหลายล้านชีวิต ที่เกาะอยู่ตามร่างกาย ในสภาพต่างๆ มันมีบางพวกที่เป็นประโยชน์ต่อสังขารร่างกายนี้ เราลืมนึกถึงพวกเขา จนเห็นแก่ตัว ที่เราลืมดูแลพวกเขา ให้อยู่แบบพึ่งพาอาศัยกัน อย่างสันติสุข คำมั่นสัญญาไม่มีต่อกัน แต่เราพึ่งพากันได้ อย่างสมดุลทีเดียว นักปฏิบัติธรรมลืมนึกถึงเรื่องนี้ คือการดูแลสุขภาพ แบบองค์รวม ที่ประกอบด้วยร่างกาย จิตใจและสังคม แต่ที่ดิฉันกำลังพูดถึงคือ สังคมพวกสิ่งมีชีวิตที่อาศัยแบบพึ่งพาและเป็นประโยชน์ในร่างกายของเรา นั่นเอง หากเราคิดถึงเรื่องนี้ เราจะสามารถรักษาสังขาร ไว้เพื่อขยายศาสนาต่อไป อีกได้มากเลยทีเดียว สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ เกาะอยู่ในร่างกายเรา เพื่อพึ่งพาอาศัย พวกที่เป็นประโยชน์ก็จะคงสภาพ ให้เรา มีสังขารที่แข็งแรง และมีชีวิตยืนยาว แต่หากเราไม่สนใจใส่ใจ พวกเขาก็จะเปลี่ยนจากที่ใจดีกับเรามาตลอด มาเป็นใจร้ายกับเรา จนเราต้องพ่ายแพ้ทีเดียว ฉะนั้นถึงแม้เขาจะเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เราควรที่จะหันมา เรียนรู้พวกเขาบ้าง ดิฉันเห็นคนจำนวนไม่น้อยไม่ค่อย นึกถึงเรื่องการปรุงอาหารสำหรับถวายพระสงฆ์ ลืมไปว่า พระก็เป็นโรคได้เช่นกัน เพราะพระสงฆ์ก็คือ สิ่งมีชีวิต ที่ต้องการ การเอาใจใส่ดูแล มากกว่า การไปนั่งจับผิดท่าน ในแต่ละวัน การปรุงรสควร ศึกษาก่อนว่าอะไรควร ใส่ลงไป บ้าง น้ำตาล ควรดูแลเป็นพิเศษสำหรับ พระสงฆ์ที่เป็นเบาหวาน เครื่องปรุงรสอื่นๆก็เช่นเดียวกัน. เพราะพระท่านปรุงอาหารเองไม่ได้..พระที่ชราภาพ ก็ควรเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ ถ้าเป็นไปได้ ดิฉันแอบคิดเล่นๆ ในใจว่า อยากสร้าง รพ.ดผฃูแลพระสงฆ์ แบบครบวงจร มีเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปใส่ใจ ตรวจเช็ค พระสงฆ์ตามวัดให้ความรู้ ในการเบือกบริโภคอาหาร เพราะสมัยนี้ ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ อาหารน้อย จะเห็นพระไปรพ. ก็ต่อเมื่อ ท่านป่วยหนักแล้ว ลองศึกษาเพิ่มเติมดูนะคะ ดิฉันคิดว่าเราควรหันมาสนใจ สุขภาพควบคู่กับการปฎิบัติธรรมเพราะนั่นหมายถึงเรา ไม่ได้อยู่คนเดียวนั่นเอง คุณคิดว่าอย่างไร...เชิญแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เลยนะคะ
เราอยู่คนเดียวฝึกปฏิบัติธรรมคนเดียวจริงหรือ