จิ๊นลุง วันนี้เป็นรายการจัดตามคำขอของน้องสาวคนไทยพลัดถิ่นแดนไกล อดีตละอ่อนลูกช้างเชียงใหม่ ซึ่งได้ชิม
และติดใจในรสชาติ สมัยยังเป็นนักศึกษาเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ขอมาว่าอยากลองทำกินเอง ช่วยบอกวิธีทำให้หน่อย
ต้องบอกว่ามึนตึ๊บเลย เรื่องวิธีทำเพราะซื้อเขากินมาตลอดง่ายดี แต่คิดแล้วมันท้าทายนะถ้าจะลองทำดู อันดับแรก
ก็พึ่งพี่กูไว้ก่อน เจอวิธีทำจากหลาย ๆ ท่านเหมือนกัน แล้วก็มาสอบถามจากผู้เฒ่าผู้แก่ในท้องถิ่น เอามาผสมผสาน
กันแล้วลองทำดู ได้จิ๊นลุงหน้าตาน่ากินมา 1 จาน
คำว่า จิ๊น เป็นภาษาเหนือทั่วไปหมายถึงเนื้อสัตว์ใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจะใช้เป็นคำเรียกนำหน้า เช่น จิ๊นหมู จิ๊นวัว จิ๊นควาย
จิ๊นไก่ ฯลฯ ส่วนคำว่า ลุง เป็นภาษาไทยใหญ่ หมายถึง กลม หรือการทำให้เป็นก้อนกลม การทำจิ๊นลุงในวันนี้อาจจะ
ไม่ตรงกับความหมายเลยทีเดียวก็ว่าได้ เป็นอย่างไรต้องตามดู
ก่อนอื่นต้องขออภัยกับผู้รู้จริงเรื่องของการทำจิ๊นลุง เพราะการนำเสนอครั้งนี้เป็นการหาข้อมูลได้มาจากกูเกิ้ลและสอบถาม
จากวงแคบเท่านั้น ถ้าใครจะท้วงติงหรือกรุณาเสริมข้อมูลที่ถุกต้องให้ จะเป็นประโยขน์ต่อการเผยแพร่อาหารท้องถิ่นให้เป็น
ที่รู้จักยิ่งขึ้นไป
เครื่องปรุง เตรียมเลยตามภาพ กระเทียม หอมแดง ข่า ตะไคร้ (เยอะหน่อย) ขมิ้นสด (หรือผงก็ได้) ขิง เมล็ดผักชี พริกแห้ง กะปิ
โขลกไม่ต้องละเอียดมากมาย เพราะต้องการรสสัมผัสตอนเคี้ยว
ผักกลิ่นหอม ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง ต้นหอม ผักชี ซอยเตรียมไว้ มะเขือเทศอูมามิ ใส่ลงไปด้วย
เอาทั้งหมดเทลงคลุกกับหมูบด วันนี้ใช้สันคอติดมันเล็กน้อยเพราะต้องการความนุ่ม แป้งมันช่วยประสานตอนปั้นจะง่ายขึ้น
คลุกให้เข้ากัน แบ่งไปเว็ฟแค่หัวแม่มือเพื่อชิมรสขาดเหลืออะไรจะได้ปรุงเอาตอนนี้
การทำจิ๊นลุง ที่เคยซื้อกินจะเป็นก้อนกลม ๆ เหมือนลูกชิ้น ก้อนเล็กก้อนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับคนทำ ที่ทำวันนี้มันจะแหกคอก แหกกฎ
ไม่ลุงก็ตรงนี้แหละ คือสล่าปู่ได้นำเอาหมูที่คลุกแล้วไปอัดในแม่พิมพ์แทนการปั้น เพราะมันทำง่ายกว่า เร็วกว่า สวยกว่า มาแบบ
รูปหัวใจเลิฟ ๆ เลย
ตำราบอกว่าให้ใช้กระทะก้นแบนจะเป็นการดีที่สุด และอันดับแรกให้ใส่น้ำมันพืชลงไปพอสมควร โปรดสังเกตก้นกระทะ
แล้วก็เติมน้ำลงไป ไม่ต้องมากเท่าไหร่ ให้สูงประมาณสักครึ่งของหมูที่ปั้นไว้
ขั้นตอนนี้เข้าใจว่า คงเป็นการทำให้หมูสุกทั้งข้างนอกข้างใน ตั้งไฟกลางค่อนมาทางอ่อน ปิดฝาไว้
หมูเริ่มจับตัวแข็งพอเขี่ยพอพลิกได้ ก็พลิกกลับด้านบ้าง
น้ำในกระทะจะค่อย ๆ งวดแห้งไป ก้นกระทะจะเหลือแต่น้ำมันกับความหวานของน้ำจากหมู ถึงตอนนี้ต้องหมั่นพลิก
ว่าไปก็คือการทอดในน้ำมันน้อยนั่นแหละ
มัวตื่นเต้นกับการทำจิ๊นลุงครั้งแรก ขั้นตอนทอดไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ในที่สุดก็กลายเป็นแบบนี้
จัดลงจาน ผักแนมก็เท่าที่พอจะหาได้ หน้าตาดีทีเดียว กลิ่นรสน่าจะใช่ไส้อั่วไปเกิน 80 % เพราะเห็นเครื่องปรุงตั้งแต่แรกแล้ว
เพียงแต่เราไม่ได้เอาไปยัดหรือกรอกลงในไส้หมูเท่านั้น
นุ่มครับ หอมกลิ่นสมุนไพร ยิ่งเวลาเคี้ยวโดนกากสมุนไพรที่จงใจโขลกไม่ละเอียด ฟินเลยครับ น่าโดนกับข้าวเหนียวอุ่น ๆ มากเลย
ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงบรรทัดนี้ วิธีการทำอาจจะไม่สมบูรณ์แบบเท่าใดนักเพราะเป็นการทำครั้งแรก แต่ก็หวังว่าคงพอเป็นประโยชน์
และเป็นแนวทางเผื่อใครอยากลองทำได้บ้าง เพราะวัสดุ เครื่องปรุง ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนใด ๆ เลย มีอยู่ในครัวทั้งนั้น
สวัสดีครับ
"จิ๊นลุง" อาหารไทยใหญ่มาแบบหน้าตาดี เห็นแล้วอยากชิมแน่นอน
และติดใจในรสชาติ สมัยยังเป็นนักศึกษาเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ขอมาว่าอยากลองทำกินเอง ช่วยบอกวิธีทำให้หน่อย
ต้องบอกว่ามึนตึ๊บเลย เรื่องวิธีทำเพราะซื้อเขากินมาตลอดง่ายดี แต่คิดแล้วมันท้าทายนะถ้าจะลองทำดู อันดับแรก
ก็พึ่งพี่กูไว้ก่อน เจอวิธีทำจากหลาย ๆ ท่านเหมือนกัน แล้วก็มาสอบถามจากผู้เฒ่าผู้แก่ในท้องถิ่น เอามาผสมผสาน
กันแล้วลองทำดู ได้จิ๊นลุงหน้าตาน่ากินมา 1 จาน
คำว่า จิ๊น เป็นภาษาเหนือทั่วไปหมายถึงเนื้อสัตว์ใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจะใช้เป็นคำเรียกนำหน้า เช่น จิ๊นหมู จิ๊นวัว จิ๊นควาย
จิ๊นไก่ ฯลฯ ส่วนคำว่า ลุง เป็นภาษาไทยใหญ่ หมายถึง กลม หรือการทำให้เป็นก้อนกลม การทำจิ๊นลุงในวันนี้อาจจะ
ไม่ตรงกับความหมายเลยทีเดียวก็ว่าได้ เป็นอย่างไรต้องตามดู
ก่อนอื่นต้องขออภัยกับผู้รู้จริงเรื่องของการทำจิ๊นลุง เพราะการนำเสนอครั้งนี้เป็นการหาข้อมูลได้มาจากกูเกิ้ลและสอบถาม
จากวงแคบเท่านั้น ถ้าใครจะท้วงติงหรือกรุณาเสริมข้อมูลที่ถุกต้องให้ จะเป็นประโยขน์ต่อการเผยแพร่อาหารท้องถิ่นให้เป็น
ที่รู้จักยิ่งขึ้นไป
เครื่องปรุง เตรียมเลยตามภาพ กระเทียม หอมแดง ข่า ตะไคร้ (เยอะหน่อย) ขมิ้นสด (หรือผงก็ได้) ขิง เมล็ดผักชี พริกแห้ง กะปิ
โขลกไม่ต้องละเอียดมากมาย เพราะต้องการรสสัมผัสตอนเคี้ยว
ผักกลิ่นหอม ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง ต้นหอม ผักชี ซอยเตรียมไว้ มะเขือเทศอูมามิ ใส่ลงไปด้วย
เอาทั้งหมดเทลงคลุกกับหมูบด วันนี้ใช้สันคอติดมันเล็กน้อยเพราะต้องการความนุ่ม แป้งมันช่วยประสานตอนปั้นจะง่ายขึ้น
คลุกให้เข้ากัน แบ่งไปเว็ฟแค่หัวแม่มือเพื่อชิมรสขาดเหลืออะไรจะได้ปรุงเอาตอนนี้
การทำจิ๊นลุง ที่เคยซื้อกินจะเป็นก้อนกลม ๆ เหมือนลูกชิ้น ก้อนเล็กก้อนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับคนทำ ที่ทำวันนี้มันจะแหกคอก แหกกฎ
ไม่ลุงก็ตรงนี้แหละ คือสล่าปู่ได้นำเอาหมูที่คลุกแล้วไปอัดในแม่พิมพ์แทนการปั้น เพราะมันทำง่ายกว่า เร็วกว่า สวยกว่า มาแบบ
รูปหัวใจเลิฟ ๆ เลย
ตำราบอกว่าให้ใช้กระทะก้นแบนจะเป็นการดีที่สุด และอันดับแรกให้ใส่น้ำมันพืชลงไปพอสมควร โปรดสังเกตก้นกระทะ
แล้วก็เติมน้ำลงไป ไม่ต้องมากเท่าไหร่ ให้สูงประมาณสักครึ่งของหมูที่ปั้นไว้
ขั้นตอนนี้เข้าใจว่า คงเป็นการทำให้หมูสุกทั้งข้างนอกข้างใน ตั้งไฟกลางค่อนมาทางอ่อน ปิดฝาไว้
หมูเริ่มจับตัวแข็งพอเขี่ยพอพลิกได้ ก็พลิกกลับด้านบ้าง
น้ำในกระทะจะค่อย ๆ งวดแห้งไป ก้นกระทะจะเหลือแต่น้ำมันกับความหวานของน้ำจากหมู ถึงตอนนี้ต้องหมั่นพลิก
ว่าไปก็คือการทอดในน้ำมันน้อยนั่นแหละ
มัวตื่นเต้นกับการทำจิ๊นลุงครั้งแรก ขั้นตอนทอดไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ในที่สุดก็กลายเป็นแบบนี้
จัดลงจาน ผักแนมก็เท่าที่พอจะหาได้ หน้าตาดีทีเดียว กลิ่นรสน่าจะใช่ไส้อั่วไปเกิน 80 % เพราะเห็นเครื่องปรุงตั้งแต่แรกแล้ว
เพียงแต่เราไม่ได้เอาไปยัดหรือกรอกลงในไส้หมูเท่านั้น
นุ่มครับ หอมกลิ่นสมุนไพร ยิ่งเวลาเคี้ยวโดนกากสมุนไพรที่จงใจโขลกไม่ละเอียด ฟินเลยครับ น่าโดนกับข้าวเหนียวอุ่น ๆ มากเลย
ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงบรรทัดนี้ วิธีการทำอาจจะไม่สมบูรณ์แบบเท่าใดนักเพราะเป็นการทำครั้งแรก แต่ก็หวังว่าคงพอเป็นประโยชน์
และเป็นแนวทางเผื่อใครอยากลองทำได้บ้าง เพราะวัสดุ เครื่องปรุง ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนใด ๆ เลย มีอยู่ในครัวทั้งนั้น
สวัสดีครับ