ยาลดความอ้วน กับชีวิต

"ความอ้วน " เป็นเรื่องยอดนิยม ซึ่งคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะวัยรุ่นจะให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยความงามเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องสุขภาพหรือสุขภาวะของร่างกายถือเป็นอันดับรอง แต่เมื่อพิจารณามิติของระดับชาติและนานาชาติแล้วจะเห็นว่า ความอ้วนเป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญ แต่ก่อนคนจะมองว่าอ้วนแปลว่าการมีสุขภาพดีอุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันกลับมองว่าความอ้วน นั้นคือ โรคชนิดหนึ่งที่เรียกทับศัพท์ว่า "โรคอ้วน"  ความอ้วนหรือโรคอ้วนเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดโรคต่างๆ หลายชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น
ในปัจจุบันคนอ้วนหรือโรคอ้วน เกิดขึ้นได้กับทุกคน ขึ้นนอยู่กับการกินอาหาร การดูแลตัวเอง แต่สำหรับวัยรุ่นไทยกลับมองว่า ความอ้วน คือสิ่งผิดปกติเกิดความแตกต่างจากผู้อื่น จึงเกิดความคิดขึ้นมา "อ้วนได้ก็ต้องผอมได้" แต่ดันเป็นความคิดที่ผิดแบบ โดยจากการที่ต้องควบดูแลการกินอาหารของตัวเองหรือออกกำลังกาย  กลับหันมาพึ่งยาลดความอ้วนหรืออาหารเสริมเพื่อสุขภาพ เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวบรัดเร็วและเห็นผลจริงๆ  ประกอบกับปัจจุบัน การขายของ ผลิตภัณฑ์ประเภทยาลดความอ้วน สามารถเข้าถึงต่อบุคคลได้ง่าย ทั้งจากเฟสบุ๊ค ไลน์ อินสตาแกรมหรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ อีกทั้งยังอวดอ้างสรรพคุณว่าดีมีส่วนผสมของสมุนไพร ไม่มีผลค้างเคียง มีหน่วยงาน มีรางวัล รองรับมาตรฐานยิ่งเป็นตัวส่งเสริมทำให้เกิดความน่าเชื่อมากยิ่งขึ้น  เพียงเท่านี้ก็ทำให้ดึงดูดผู้ที่สนใจได้เป็นจำนวนมาก  หลายคนเกิดอาการหน้ามืดตามัวหลงเชื่อง่ายๆ โดยไม่ทำการศึกษาข้อมูลหรือตรวจเช็คความถูกต้อง เพียงได้ยินการโฆษณาที่ดี ก็เกิดความอยากรู้ อยากลอง  แต่ไม่คำนึงผลที่จะตามภายหลังว่าจะสาหัสหรือเลวร้ายแค่ไหน เพราะยาลดความอ้วน มักจะประกอบไปด้วยยาหลายชนิดเพื่อช่วยเสริมผลในการลดน้ำหนัก เช่น ยาลดความอยากอาหาร ชื่อ เฟนเทอร์มีน (phentermine) ยาธัยรอยด์ฮอร์โมน ยาขับปัสสาวะ และยาระบาย ซึ่งยาเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้หากมีการใช้ผิดวิธี ข้อมูลจาก http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/7/ยาลดความอ้วน-ยาลดน้ำหนัก-Phentermine-ข้อควรระวัง/    
หากร่างกายรับยาเหล่านี้เข้าไป ก็จะเกิดอาการแปลกๆ ตามมา เช่นคอแห้ง  กระหายน้ำบ่อย  ท้องผูก  รู้สึกกระตุ้นตัวเองอยู่ตลอดเวลา  มึนงง อัตราการของหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ  นอนไม่หลับ และอีกหลายอาการที่แทรกซ้อน  ล้วนเกิดจากผลค้างเคียงของการทานยาลดความอ้วน  อีกทั้งผลที่ตามมาหลังจากทานยาลดความอ้วนแล้ คือการเกิดโย-โย่ เอฟเฟค ซึ่งคือการที่เปรียบเทียบปรากฏการณ์ที่เกิดหลังการลดน้ำหนักกับการเล่นลูกดิ่งโย-โย่เมื่อคนอ้วนที่พยายามลดความอ้วนจนกลายเป็นคนผอมแต่ผอมอยู่ได้ไม่นานก็กลับไปอ้วนอีกครั้ง มิหนำซ้ำยังอ้วนมากกว่าเดิม  ซึ่งเกิดขึ้นได้จากความจริงข้อหนึ่งที่เกิดในคนที่ตั้งใจจะลดความอ้วนคือแทบไม่มีใคร เลยที่คิดจะค่อยๆ  ลดน้ำหนักลงทีละน้อยๆ มีแต่คนใจร้อน อยากลดได้มากๆ เร็วๆ ทั้งๆ ที่การสะสมไขมันจนอ้วนนั้นต้องใช้เวลาแรมปี สปีดที่เหมาะสม ที่สุดในการลดน้ำหนักคือ ช้าๆ ได้พร้าเล่มงามตัวเลขมาตรฐานที่ สวยและเหมาะสมที่สุด เพราะไม่เป็นการทรมานหรือหักโหมร่างกายมากเกินไป คือ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ถ้าหวังมากกว่านั้นต้องระวังว่าโย-โย่เอฟเฟ็กต์ จะเกิดขึ้น
ที่มา http://www.slim-yanhee.lnwshop.com
ยาลดความอ้วน ล้วนให้โทษมากกว่าคุณประโยชน๋์  จึงอยากแนะนำให้ใครหลายๆคนที่คิดจะลดน้ำหนัก โดยการพึ่งยาเพียงเพราะคิดว่าเป็นทางออกที่ง่ายและดีที่สุดพึ่งไตร่ตรองสักนิดกับผลเสียที่จะตามมา ควรหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพด้วยตัวเองจะดีกว่า เพียงหมั่นออกกำลังกาย ควบคุมดูแลอาหารการกิน ที่มีประโยชน์ ทำชีวิตให้คิดบวก เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีความสุขกับชีวิตแล้ว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่