
เรื่องเกิดจากเจอโพสนี้ในเฟสบุคที่ขอกำลังเสริม
เลยเป็นต้นเหตุให้เกิดความอยากร่วมกิจกรรมค่ะ
คืนนั้นขออนุญาตสามีและลูก บอกว่าอยากไปหั่นผักที่สนามหลวง
ได้รับคำตอบ ก็เก็บของจำเป็นเช่น หมวก ร่ม ยาดม ใส่กระเป๋าเป้
เช้าวันที่20ตุลาคม ก็ออกเดินทางแต่6.00น.เช้า ทางเรือคลองแสนแสบ จากวัดศรีบุญเรือง

ถึงที่ท่าเรือผ่านฟ้า ออกมาก็ ถามพี่วินว่าส่งฟรีมั้ย พี่บอกฟรี ก็ใช้บริการพี่วินฟรีจากท่าเรือมาที่สนามหลวง

เข้ามาในพื้นที่ มีพี่ๆน้องๆ แจกจ่ายขนมกันเยอะมากๆ ตั้งแต่เช้า

ได้ของว่างรองท้องมื้อเช้าแล้วค่ะ ทั้งน้ำและขนม

ตลอดทางเดิน มีน้ำแจกจ่ายมากมาย ไปแบบไม่ต้องกลัวอด ที่น่าชื่นชมคือ น้ำใจของผู้ให้ทุกคนทุกฝ่าย

บริเวณโดยรอบตอนเช้า สะอาด ถังขยะมีตลอดแนว

รถห้องน้ำ จอดให้บริการเรียงรายค่ะ

เดินถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ที่หน้าวัง หน้าศิลปากร มีการปิดถนนเพื่อส่งเสด็จ บรรยากาศสงบ
จะมีประชาชนเยอะก็ตรงส่วนที่เข้าคิว เพื่อเข้าพระบรมมหาราชวัง จุดนั้นคนหนาแน่นมาก
..หลังจาก8.00น. เคารพธงชาติ ลดธงครึ่งเสา ก็เดินหาซุ้มที่ต้องการอาสาสมัครช่วยงาน
โรงครัวของกองทัพบก ที่ตั้งใจไว้ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ ก็เลยเดินหาซุ้มอื่นๆแถวหน้าธรรมศาสตร์ไปเรื่อยๆ

อีกภาพของโรงครัวที่เคยเห็นแต่ในทีวี ในแบบที่พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมาปรุงตามงานต่างๆค่ะ อุปกรณ์เพียบพร้อม สะอาดมาก

ก่อนเริ่มงาน เราเลือกที่จะทานอาหารมังสวัติที่แจกจ่ายที่โรงเจ ปรุงร้อนๆ ทานง่ายสบายท้อง เข้าคิวต่อแถวไปเลย
ทานมาก ทานน้อย บอกคนตักได้ ไม่อยากให้กินเหลือทิ้ง ให้เขาตักแต่พอทานจะดีกว่านะคะ

ได้อาหารเช้า ก็หาที่นั่งใต้ต้นมะขาม นั่งทานข้างๆกับคนไร้บ้าน ที่ฟุตบาทง่ายๆอยู่แล้ว ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร

เดินดูซุ้มก็มีเยอะมาก แต่บางที่ประกอบอาหารด้วยหมู ซึ่งเราไม่สามารถร่วมปรุงด้วยได้ เนื่องจากเราเป็นมุสลิม
แต่ที่มาช่วยงาน เพราะในหลวงไม่เคยแบ่งแยกประชาชนของท่าน จะศาสนาใด ท่านก็เราและดูแลเราเป็นอย่างดีมาตลอดค่ะ
หาสักพัก เลยได้เจอกับพี่ๆกลุ่มนี้ มาในนามของกระทรวงศึกษาธิการ จากกลุ่ม กศน. อำเภอสตึก บุรีรัมย์ ซุ้มที่33

เมนูที่ทำแจกคือ ตำปลาร้า กับผัดหมี่ค่ะ เห็นว่าคนช่วยยังน้อยแต่งานสับมะละกอต้องให้ความปราณีต และใช้เวลา
ว่าแล้วเราก็แนะนำตัว นั่งลงร่วมวงสับๆๆๆๆ มะละกอ เห็นว่าต่อวันใช้60-70 กก. ทำแจก2รอบ ซึ่งเยอะมากๆ
ระหว่างที่สับ พี่ๆก็ มีเสริฟผัดหมี่ให้รองท้องด้วย ทุกคนน่ารัก คุยกันเองเหมือนรู้จักกันมาก่อนทั้งๆที่เพิ่งเจอกัน

ไม่มีใครเหนื่อยเลยค่ะ ทำด้วยใจกันทุกคน

คนนี้มีหน้าที่โขลกพริก กระเทียมค่ะ กลิ้นฟุ้งมาก

แผนก ล้าง หั่น สับ จบลงที่ฝ่ายปรุง ปลาร้าต้มสุก กลิ่นหอมอบอวล แซ่บๆมากๆ

ที่เห็นพี่เค้าทำ น่าจะ6 หม้อใหญ่ๆต่อรอบแจกค่ะ คลุกกันมันส์เลย เมนูที่มีคนเข้าคิวรอตั้งแต่ยังไม่แจก

เสร็จแล้วค่ะ ผัดหมี่ กับตำปลาร้า เข้ากันๆ เป็นตาแซ่บ ลำแต้ๆค่ะ!!!

ได้เวลาแจกจ่ายค่ะ ต่างคนต่างที่มาแต่ใจเดียวกันเพื่อพ่อหลวงของเรา

เบื้องหลังการทำงานค่ะ อยู่ในแบบแคบๆพื้นที่จำกัด แต่สุขใจกับการเป็นผู้ให้

เข้าคิว ต่อแถวกันมาเลยค่ะ คิดว่าเมนูที่แซ่บ และนัวที่สุดในงาน ทานกันได้ทุกภาค

เสร็จแล้ว แจกจ่ายหมด ก็เคลียร์พื้นที่ นั่งกินข้าวล้อมวงกับทีมงาน มีความเป็นกันเอง คนไทยคือพี่น้องกัน
ตอนแรกเขาบอกว่า ระวังจะกินไม่ลงนะ เอาเข้าจริงก็เป็นตามนั้น อาหารมีกองตรงหน้า แต่กินไม่ลง อิ่มค่ะ อิ่มใจ

เดินออกมาเข้าห้องน้ำ เจอโรงครัวของร่วมกตัญญูค่ะ กะทะใหญ่มากกกกกก

ข้างๆซุ้มกัน ก็มีพี่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ก็มาเจียวไข่แจกค่ะ

กลิ่นไข่เจียว หอมฟุ้งมากๆค่ะ

ผักและงานโรงครัวยังมีให้ทำอีกเยอะนะคะ ใครว่างลองมาช่วยกันดูไม่ต้องเตียมอะไรมา เอาแค่ใจมาก็พอ
@@@วิธีหาที่ลงไปช่วยคือ เดินหาตามซุ้ม เห็นอะไรตรงไหนว่าง พอจะช่วยได้ ให้แนะนำตัวและเข้าร่วมได้เลยค่ะ@@@

ซุ้มนี้ก็ทำข้าวกระเพราไข่เจียวค่ะ

กินกลางวันแล้ว บ่ายแก่ๆแล้ว ฝนทำท่าจะตก วันนี้ได้แค่นี้ก็สุขใจในสิ่งที่ทำแล้วค่ะ เดินทางออกจากสนามหลวง
ด้วยพี่วินฟรีอีกเช่นเคย ส่งที่ท่าเรือผ่านฟ้า ไหว้ขอบคุณสวยๆ ใช้เวลาสัก2ชม.ก็ถึงบ้าน พร้อมกับความปลื้มปิติในการเป็นจิตอาสาครั้งนี้
สรุปค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ค่าเรือไป-กลับ 18* 2เที่ยว รวม 36 บาท >> ค่ารถเมล์ 9 บาท รวมทั้งหมด 45 บาท ถึงบ้านแบบสุขใจกับการทำดีในวันนี้
เอาตัวพาใจ ไปเป็นจิตอาสา โรงครัว ที่สนามหลวงมาค่ะ
เรื่องเกิดจากเจอโพสนี้ในเฟสบุคที่ขอกำลังเสริม
เลยเป็นต้นเหตุให้เกิดความอยากร่วมกิจกรรมค่ะ
คืนนั้นขออนุญาตสามีและลูก บอกว่าอยากไปหั่นผักที่สนามหลวง
ได้รับคำตอบ ก็เก็บของจำเป็นเช่น หมวก ร่ม ยาดม ใส่กระเป๋าเป้
เช้าวันที่20ตุลาคม ก็ออกเดินทางแต่6.00น.เช้า ทางเรือคลองแสนแสบ จากวัดศรีบุญเรือง
ถึงที่ท่าเรือผ่านฟ้า ออกมาก็ ถามพี่วินว่าส่งฟรีมั้ย พี่บอกฟรี ก็ใช้บริการพี่วินฟรีจากท่าเรือมาที่สนามหลวง
เข้ามาในพื้นที่ มีพี่ๆน้องๆ แจกจ่ายขนมกันเยอะมากๆ ตั้งแต่เช้า
ได้ของว่างรองท้องมื้อเช้าแล้วค่ะ ทั้งน้ำและขนม
ตลอดทางเดิน มีน้ำแจกจ่ายมากมาย ไปแบบไม่ต้องกลัวอด ที่น่าชื่นชมคือ น้ำใจของผู้ให้ทุกคนทุกฝ่าย
บริเวณโดยรอบตอนเช้า สะอาด ถังขยะมีตลอดแนว
รถห้องน้ำ จอดให้บริการเรียงรายค่ะ
เดินถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ที่หน้าวัง หน้าศิลปากร มีการปิดถนนเพื่อส่งเสด็จ บรรยากาศสงบ
จะมีประชาชนเยอะก็ตรงส่วนที่เข้าคิว เพื่อเข้าพระบรมมหาราชวัง จุดนั้นคนหนาแน่นมาก
..หลังจาก8.00น. เคารพธงชาติ ลดธงครึ่งเสา ก็เดินหาซุ้มที่ต้องการอาสาสมัครช่วยงาน
โรงครัวของกองทัพบก ที่ตั้งใจไว้ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ ก็เลยเดินหาซุ้มอื่นๆแถวหน้าธรรมศาสตร์ไปเรื่อยๆ
อีกภาพของโรงครัวที่เคยเห็นแต่ในทีวี ในแบบที่พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมาปรุงตามงานต่างๆค่ะ อุปกรณ์เพียบพร้อม สะอาดมาก
ก่อนเริ่มงาน เราเลือกที่จะทานอาหารมังสวัติที่แจกจ่ายที่โรงเจ ปรุงร้อนๆ ทานง่ายสบายท้อง เข้าคิวต่อแถวไปเลย
ทานมาก ทานน้อย บอกคนตักได้ ไม่อยากให้กินเหลือทิ้ง ให้เขาตักแต่พอทานจะดีกว่านะคะ
ได้อาหารเช้า ก็หาที่นั่งใต้ต้นมะขาม นั่งทานข้างๆกับคนไร้บ้าน ที่ฟุตบาทง่ายๆอยู่แล้ว ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร
เดินดูซุ้มก็มีเยอะมาก แต่บางที่ประกอบอาหารด้วยหมู ซึ่งเราไม่สามารถร่วมปรุงด้วยได้ เนื่องจากเราเป็นมุสลิม
แต่ที่มาช่วยงาน เพราะในหลวงไม่เคยแบ่งแยกประชาชนของท่าน จะศาสนาใด ท่านก็เราและดูแลเราเป็นอย่างดีมาตลอดค่ะ
หาสักพัก เลยได้เจอกับพี่ๆกลุ่มนี้ มาในนามของกระทรวงศึกษาธิการ จากกลุ่ม กศน. อำเภอสตึก บุรีรัมย์ ซุ้มที่33
เมนูที่ทำแจกคือ ตำปลาร้า กับผัดหมี่ค่ะ เห็นว่าคนช่วยยังน้อยแต่งานสับมะละกอต้องให้ความปราณีต และใช้เวลา
ว่าแล้วเราก็แนะนำตัว นั่งลงร่วมวงสับๆๆๆๆ มะละกอ เห็นว่าต่อวันใช้60-70 กก. ทำแจก2รอบ ซึ่งเยอะมากๆ
ระหว่างที่สับ พี่ๆก็ มีเสริฟผัดหมี่ให้รองท้องด้วย ทุกคนน่ารัก คุยกันเองเหมือนรู้จักกันมาก่อนทั้งๆที่เพิ่งเจอกัน
ไม่มีใครเหนื่อยเลยค่ะ ทำด้วยใจกันทุกคน
คนนี้มีหน้าที่โขลกพริก กระเทียมค่ะ กลิ้นฟุ้งมาก
แผนก ล้าง หั่น สับ จบลงที่ฝ่ายปรุง ปลาร้าต้มสุก กลิ่นหอมอบอวล แซ่บๆมากๆ
ที่เห็นพี่เค้าทำ น่าจะ6 หม้อใหญ่ๆต่อรอบแจกค่ะ คลุกกันมันส์เลย เมนูที่มีคนเข้าคิวรอตั้งแต่ยังไม่แจก
เสร็จแล้วค่ะ ผัดหมี่ กับตำปลาร้า เข้ากันๆ เป็นตาแซ่บ ลำแต้ๆค่ะ!!!
ได้เวลาแจกจ่ายค่ะ ต่างคนต่างที่มาแต่ใจเดียวกันเพื่อพ่อหลวงของเรา
เบื้องหลังการทำงานค่ะ อยู่ในแบบแคบๆพื้นที่จำกัด แต่สุขใจกับการเป็นผู้ให้
เข้าคิว ต่อแถวกันมาเลยค่ะ คิดว่าเมนูที่แซ่บ และนัวที่สุดในงาน ทานกันได้ทุกภาค
เสร็จแล้ว แจกจ่ายหมด ก็เคลียร์พื้นที่ นั่งกินข้าวล้อมวงกับทีมงาน มีความเป็นกันเอง คนไทยคือพี่น้องกัน
ตอนแรกเขาบอกว่า ระวังจะกินไม่ลงนะ เอาเข้าจริงก็เป็นตามนั้น อาหารมีกองตรงหน้า แต่กินไม่ลง อิ่มค่ะ อิ่มใจ
เดินออกมาเข้าห้องน้ำ เจอโรงครัวของร่วมกตัญญูค่ะ กะทะใหญ่มากกกกกก
ข้างๆซุ้มกัน ก็มีพี่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ก็มาเจียวไข่แจกค่ะ
กลิ่นไข่เจียว หอมฟุ้งมากๆค่ะ
ผักและงานโรงครัวยังมีให้ทำอีกเยอะนะคะ ใครว่างลองมาช่วยกันดูไม่ต้องเตียมอะไรมา เอาแค่ใจมาก็พอ
@@@วิธีหาที่ลงไปช่วยคือ เดินหาตามซุ้ม เห็นอะไรตรงไหนว่าง พอจะช่วยได้ ให้แนะนำตัวและเข้าร่วมได้เลยค่ะ@@@
ซุ้มนี้ก็ทำข้าวกระเพราไข่เจียวค่ะ
กินกลางวันแล้ว บ่ายแก่ๆแล้ว ฝนทำท่าจะตก วันนี้ได้แค่นี้ก็สุขใจในสิ่งที่ทำแล้วค่ะ เดินทางออกจากสนามหลวง
ด้วยพี่วินฟรีอีกเช่นเคย ส่งที่ท่าเรือผ่านฟ้า ไหว้ขอบคุณสวยๆ ใช้เวลาสัก2ชม.ก็ถึงบ้าน พร้อมกับความปลื้มปิติในการเป็นจิตอาสาครั้งนี้
สรุปค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ค่าเรือไป-กลับ 18* 2เที่ยว รวม 36 บาท >> ค่ารถเมล์ 9 บาท รวมทั้งหมด 45 บาท ถึงบ้านแบบสุขใจกับการทำดีในวันนี้