อิน - สปาย - เร - ชั่น เมื่อผมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพียงเพราะเข้าใจอะไรผิด...

สวัดดีครับ ผมมีชื่อว่ากอล์ฟนะครับ อายุตอนนี้ย่างเข้า 29 ปี สิงหานี้แหละครับ
วันนี้ผมไม่มีอะไรมากมายครับแค่จะมาแชร์ประสบการณ์ สำหรับคนที่ยังหาทางลดน้ำหนักหรือปฏิเสธการออกกำลังกายมาทั้งชีวิต เพียงแค่ปลอบใจตัวเองไปวันๆ กับคำว่า "พรุ่งนี้เราจะเริ่ม" "เราเป็นตัวของเราแบบนี้" หรือ "ไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น" นี่คือคำจำกัดความของคนที่มักจะเริ่มมีน้ำหนัก 75-80 กก.ขึ้นไป ผมเองเป็นคนธรรมดาหนึ่งคนที่ใช้ชีวิตแบบเสวยสุขมาตลอดด้วยความคิดที่ผิดๆว่า ลดน้ำหนัก ลดเมื่อไหร่ก็ได้ ยังไงมันเป็นสิ่งแน่นอนที่เราจะทำ แต่เชื่อมั๊ย!!! มันฝังใจมาตลอดเพราะมีความสุขกับการ "กิน เล่นเกมส์ นอนดึก ขี้เกียจ ไม่อยากออกกำลังกาย" ตั้งแต่เด็กๆ อากง ย่า ป้า ทางครอบครัวตามใจมาตลอด จนกลายเป็นว่าจากคนธรรมดา กลายเป็นเด็กอ้วน นับตั้งแต่ ป.2 เป็นต้นมา เรื่อยๆ ยังคง Step สุขกับการกินอยู่อย่างนั้น นี่คือสภาพตอน ม.3 ครับ
และเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เหมือนจะคิดได้ เลยเข้าไปยัง คลีนิคลดน้ำหนักแห่งหนึ่ง มีชื่อเสียงเรื่องของตัวยาที่กินแล้ว น้ำหนักลดจริง นี่การคิดหาตัวช่วยที่คงจะดีที่สุดเพราะลดไวไม่ต้องออกกำลังกายมากมาย และที่สำคัญ น้ำหนักผมตอนนี้อยู่ที่ 80+ "อ้วน เตี้ย ล่ำ ดำ สิว" กินไปสักระยะช่วง ม.ปลาย ลดจริงครับ แต่ไม่ได้ควบคุมการกิน จาก 80+ ลงมาที่ 70 ต้นๆ แต่เนื่องจากไม่ได้กินต่อเนื่อง(ทุนทรัพย์เริ่มจาง) มันตีกลับมาที่ 85-90 กก. ไม่ถึงเดือน ท้อครับ เริ่มปล่อยตัวเองมาตลอด จบ ม.ปลาย ก็ทำงาน
นี่คือสภาพเมื่อปี 2010  
สารพัดที่จะทำแต่ไม่ได้ควบคุมตัวเองอย่างจริงจังเลยแม้แต่น้อย เพราะคิดว่ายังไงวันนึงมันต้องลดได้ จนมาพีคสุดที่ น้ำหนักของผม "103 กก." มาได้ไงวะ เริ่มจะคิดได้จริงๆ เริ่มด้วยการอดอาหารมื้อเย็น แต่กำลังกายไม่ออกอยู่ดี แล้วมันลดลงมาอยู่ที่ 95 กก. ลดลงไม่เยอะครับ ขึ้นๆลงๆอยู่อย่างนั้น และก็มาคงที่ 98 กก. แต่คอยโกหกตัวเองและใครๆ ว่า หนัก 95 ก.(เจ็บตรงที่หลอกตัวเองนี่แหละ) นับไปนับมา ผมใช้เวลา 27 ปี กับการ "กิน เที่ยว นอน เล่นเกมส์ ทำงานแบบเรื่อยๆ ไร้สาระไปวันๆ" นี่คือเนื้อเรื่องรวมๆของผม
มาถึงเนื้อเรื่องหลักกันบ้างครับ ช่วงที่ผมอยู่บ้านทำงานฟรีแลนซ์ รับเป็น DJ จัดรายการวิทยุตามคลื่นต่างๆเงินไม่เยอะมากมาย พอกินพอใช้ งานสบายเลยไม่ค่อยสนใจเรื่องการดูแลตัวเอง ถ่ายรูปทีไร ก็มักจะมีมุมส่วนตัวเสมอๆ "มุมสูงเข้าว่า ได้รูปมาก็ดัดแปลงด้วย App ที่บีบหน้า ทำหน้าใส" ทั้งที่จริงๆคือเรา อ้วน อ้วน อ้วน และก็อ้วน หน้าสิว ผิวดำ ไม่เคยคิดดูแลตัวเอง แต่ดีตรงที่ว่า เสียงดันหล่อ เวลาจัดรายการวิทยุทีไร สาวๆมักจะติด ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!! มีข้อดีแค่ข้อเดียวจริงๆ
อ่อ!!! ลืมเกริ่นว่าก่อนจะมาเป็น DJ สถานีวิทยุเนี่ย ต้นๆผมเริ่มเข้าสู่วงการ DJ Camfrog มาก่อนเน้นเปิดเพลง และคอยทักทายคนที่เข้ามาสู่ห้อง GENERAL ที่ผมดูแล แต่ผมมักจะใช้รูปคนหน้าตาดีๆขึ้นแทนรูปโปรไฟล์ และมักจะอ้างว่ากล้องผมเสียตลอด เพียงเพราะไม่กล้ารับความจริงว่าตัวเองสภาพแย่แค่ไหน เมื่อผมคิดจะมีความรักเหมือนกับคนอื่นๆบ้าง ผมมักจะหาข้ออ้างเข้าข้างตัวเอง ยังไงเราเป็นเรา ใครจะรักเรา เค้าก็ต้องรักเราในสิ่งที่เราเป็นสิ ปล่อยตัวบ้าง ดูแลบ้าง ยังไงน้ำหนักก็ไม่ลด ยังหลอกตัวเองไปวันๆอยู่ดี ยิ่งช่วงที่แม่เปิดร้านขายอาหารตามสั่งนะครับ เป็นช่วงที่พีคสุดจิงๆ มันทะลุไปถึง 103 กก. เลยทีเดียวเชียว ไม่อ้วนได้ไงตามใจปากตัวเองขนาดนี้ ดูเหล่าอาหารที่ผมทำทานในแต่ละวันสิครับ จากเมนูที่ทุกๆคนเห็นแหละครับ ผ่านไปหลายปีดีดับครับ สภาพเลยกลายเป็นแบบนี้ พีคจริงๆ แต่ก็มิวายนะครับยังจะหลอกตัวเองต่อไป แม้การถ่ายรูป

พยายามใช้แสงลบความหน้าหยาบจากสิว และ ใช้ App บีบหน้า ทำหน้าใส สารพัดที่จะทำให้ตัวเองดูดี ทั้งที่จริงๆแย่ขนาดที่เพื่อนๆเห็นข้างบนแหละครับ 555+ (เจ็บปวดเนอะหลอกตัวเองไม่พอ หลอกใครต่อใครอีก) นี่คืออีกภาพเมื่อ 3 มีนาคม 2556  สภาพจากกล้องของ Iphone 5 ในห้าง Banana IT สาขายะลา มันฟ้องจริงๆว่าผมเป็นอย่างไรในตอนนั้น
กาลเวลาผ่านไปตามยถาภาพ มาถึงเดือนพฤษภาคม 2556 ผมได้มานั่งเล่นที่ร้านน้องที่รู้จักกันในยะลาซึ่งเป็นร้านขาย ข้าวเกรียบทอด(กรือโปะ) ก็คุยกันตามประสาเพื่อนฝูงครับ แต่แล้ว คนๆนึงเดินเข้ามา เค้ามาเพื่อ Set ตัว แท๊ปเลทที่น้องที่ผมรู้จักเพิ่งจะถอยมา เจอแว๊บแรกปิ๊งเลย แต่เหมือนน้องมันจะรู้ทัน มันเลยดักคอว่าคนๆนี้ไม่ใช้แบบที่แกคิดนะพี่ยู ("ยู"คือชื่อผมในช่วงวัยทำงาน จริงๆผมชื่อกอล์ฟนะครับลืมแนะนำตัว) ได้ยินคำนี้เงิบสิครับ Confirm มาซะขนาดนี้ ก็ได้แต่แอบชอบ แอบมองต่อไป ระยะเวลารวมๆ 2 ปีได้ ที่ขับรถสวนกันบ่อยๆ (และมีช่วงนึงที่เค้าก็อ้วนนะ แต่ไงเราก็ยังอ้วนกว่าอยู่ดี) กระทั่งช่วงสำคัญมาถึงครับ ต้นเดือน ม.ค พศ. 2558 จุดเปลี่ยนของชีวิตผมที่จะได้เริ่มต้นคุณแม่พูดกับผมเช้าเย็น เรื่องที่น้ำหนักผมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแกจะบอกเสมอว่าถ้าเป็นอะไรขึ้นมาแม่ก็ดูแลผมไม่ไหวเหมือนกัน และผมพยายามทำ ทำ ทำ แล้วก็ทำแต่มันก็ยังไม่ได้สักที จนผมได้เล่น Facebook เหมือนที่ผ่านๆมาครับ และแล้วระบบมันก็แนะนำให้ติดตั้งโปรแกรมนึงขึ้นมามันคือ Badoo ครับ ผมก็เลยลองติดตั้ง และได้รู้ว่ามันคือโปรแกรมแชท ปกติ แต่มันจะแจ้งพิกัดคนที่อยู่ใกล้ๆเคียงเรา ใช่ครับ!!! ผมเจอคนๆนั้นในโปรแกรมนี้ คนที่ผมแอบชอบมาตลอด 2 ปี จึงได้เข้าไปทักทายโดยยังเหมือนเดิมครับ ใส่รูปคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวผมเองเพราะผมรู้สึกอยากรู้ว่าใช่คนที่เราคิดไว้จริงๆหรือเปล่า และแล้วก็ได้คุยกันจริงๆสักที คุยกันแบบสนิทใจเลยด้วย อัธยาศัยดีมากครับ เราคุยกันมาสองอาทิตย์กว่าๆ ในที่สุดคนๆนั้นชวนผมไปทานอาหารญี่ปุ่น เหมือนทำความรู้จักตัวเป็นๆ ทำไงล่ะ รูปไม่ใช่ตัวผม??? ผมเลยต้องสารภาพความจริงไป แต่ก็แบบเดิมอีก คือเอารูปที่ดูดีที่สุดผอมสุด 555+ ไม่สิ้นสุดจริงๆว่ามั๊ยครับ วันนั้นก็มาถึงครับวันที่นัดเจอกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นร้านโปรดของผมด้วย เจอกันครั้งแรกในรอบของการแอบชอบมาตลอด 2 ปี เดือนกุมภาพันธ์ครับผมจำได้ดีเลย แว๊บแรกที่เจอปุ๊บ คือเค้าดูดีกว่าเมื่อก่อนเยอะมากครับด้วยเค้าออกกำลังกายแต่เราไม่เลย ความแตกต่างเห็นชัดเจนจริงๆ สายตาเค้ามองผมเหมือนราวๆสงสัยว่าใช่คนเดียวกันรึเปล่า ก็เข้าไปในร้านอาหารครับ บอกเลยปกติถ้าผมเข้าร้านนี้ คือต้องเป็นพวกของทอด "ข้าวแกงกะหรี่ไก่ทอด เซ็ตเบนโตะทอด" แต่วันนั้นผมพินิจพิเคราะห์เมนูอาหารพักใหญ่ๆก่อนตัดสินใจสั่งแค่ "ยำสาหร่าย" อ่านไม่ผิดครับ ยำสาหร่ายจานเดียวจริงๆ ซึ่งเค้าเองก็ถามว่าไม่สั่งอะไรเพิ่มหรือ เค้าเลี้ยงไม่ต้องเกรงใจ ผม บอกว่าไม่เป็นไรครับ (ในใจผมตอนนั้นคือ สั่งได้วะจานเดียว) ตลอดเวลาที่นั่งทานอาหาร เค้าเหลือบๆมองผมเป็นระยะๆ ผมเองก็ทำได้แค่ก้มๆหน้า เพราะอายที่เหมือนหลอกเค้า อยู่ดีๆก็ลั่นปากออกไปว่า "ผมจะลดน้ำหนักและเริ่มกินคลีนตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้น" เชี่ยละ!!! งานเข้า พูดได้ไง และผมก็เริ่มนับตั้งแต่วันถัดมาจริงๆครับ คือหักดิบวันที่เริ่มเลย งดของมัน ละของหวาน กินพอดี ยอมอดมื้อเย็นซึ่งปกติผมจะชอบทานข้าวค่ำๆ ดึกๆ 2-3 อาทิตแรกทรมานมาก ถึงขั้นนอนหลับทั้งน้ำตา เพราะด้วยความหิว (ช่วงนั้นเองผมกับคนๆนั้น ก็คุยกันน้อยลงครับ) อ่อ!!! นับตั้งแต่วันนั้นที่นัดทานข้าว ผมมีเพื่อนคนนึง นางเป็นแนะนำให้ผมออกกำลังกายด้วยฟิตเนตนางเป็นตัวตั้งตัวตี นางชื่อว่า "ส้มโอ" แรกๆนางไปออกกำลังกับผมดี๊ดี ไม่กี่วันเองครับ นางติดท้อง 555+ สามีทำนางท้อง นางเลยไม่ได้ไปกะผมอีก ผมต้องไปฟิตเนตเองคนเดียวมาตลอด อาหารการกินช่วงเย็นผมก็ต้องเปลี่ยนแปลง ในตอนนี้ผมกับคนๆนั้นห่างกันอย่างชัดเจนครับ ไม่รู้เพราะอะไร(แต่ผมคิดเอาเองว่าเค้าคงไม่ชอบคนอ้วนแบบผม) ชีวิตยังคงดำเนินต่อไปจนช่วงเดือน กพ - มีค. 58 มีงานสัมภาษณ์นักร้องที่มาเยี่ยมให้สัมภาษณสดผ่านในรายการวิทยุที่ผมจัด ไม่ว่าจะเป็น วง SDF / วงพัทลุง / พี่อ๊อด คีรีบูน ครับ
ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีครับ ผมก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ กินควบคุมวันนึงไม่เกิน 1500 Cal. เข้าฟิตเนตวันนึง 1.30 ชม. - 2 ชม. ผ่านไปนานวันนี่คือสภาพวันที่ 7/4/58
รู้สึกว่าไม่ลดเท่าไหร่ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ ผ่านไป 2 เดือนครับ น้ำหนักลดลงมา 13 กก. เหลือที่ 85 กก. ผมขับรถไปออกกำลังกายปกติ บังเอิญได้เจอคนๆนั้นที่ 4 แยกไฟแดง เค้าจำผมได้แต่ผมไม่ได้สังเกต เค้าทักผมว่าไปทำอะไรมา นี่แหละครับสิ่งที่ผมพยายามมาตลอด เราได้คุยกัน ณ. วันนั้นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมได้ไปไหนมาไหนกะเค้าบ่อยขึ้น เป็นอีกครั้งที่ผมได้ไปกินอะไรๆ กันบ่อยขึ้น 14/6/58 ไปทานอะไรๆเบา 22/6/58 จิ้มจุ่ม 27/6/58 และ 6/7/58   ทุกอย่างไปด้วยดีครับ ยังคงทำมันต่อไปเรื่อยๆ
สภาพ มิ.ย.-ก.ค.ซึ่งช่วงน้ำหนักจาก 80 ลงมาเป็นอะไรที่ยากมากจริงๆ แต่ไม่ขอยอมแพ้ทำมาถึงขนาดนี้แล้ว

และโมเม้นสำคัญมาถึงเมื่อต้องพาคนๆนั้นไป สอบที่หาดใหญ่ ซึ่งสถานที่สอบเป็นโรงเรียน สมัย ม.ต้นของผมเอง เราเริ่มจากนั่งรถไฟ ยะลา - นครศรีธรรมราช เที่ยวเช้า เวลา 6.35 น. มาถึงหาดใหญ่ ก็ 10 โมงกว่าๆไปละ เข้าที่พัก เก็บสัมภาระ แล้วออกมาหาไรทานกัน ก่อนจะไปที่คิวรถ หน้าหอนาฬิกา <แต่รถที่จะเข้าโรงเรียนผมน่ะมันมีแค่ช่วงเช้าซึ่งผมก็ลืมคิดเรื่องนี้ไป> แต่ก็ไม่หวั่น ผมเคยเป็นเจ้าบ้านที่นี่ และต้องพาเค้าไปสอบให้ทันให้ได้ เลยนั่งรถอีกสายไปแทน แต่รถที่นั่งไปมันจะจอดแค่ปากทางเข้าโรงเรียน และโรงเรียนอยู่ห่างจากปากทางเข้าอีกราวๆเกือบ 2 กิโลเมตร ถ้าไม่มีรถสายประจำจะต้องเดินเข้าไปแทน แต่วันนั้นโชคเข้าข้างผมสองคน มีรถมอเตอร์ไซ รับจ้าง มารับมาส่ง (คงเป็นเพราะว่ามีคนมาสอบที่นี่เยอะแน่ๆ) ก็เลยถึงสนามสอบก่อนเวลาอีก 45 นาที <ฟู่ โล่งงงงใจสิครับ>
พิมมาจะหมดตัวอักษรละเดี๋ยวผมมาต่อนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่