ลัยวัลย์เห็นสไบเอาผ้ามาปูเตียงของเธอจึงยิ้มอย่างอุ่นใจว่ามีเพื่อนนอนด้วย
“ ปิดไฟไหมคะ หรือคุณกลัวจะเปิดไฟเอาไว้ก็ได้นะคะ ”
สไบถาม
“ ปิดก็ได้ค่ะ ฉันไม่ชอบนอนเปิดไฟมันแยงตานอนไม่หลับ ”
สไบลุกขึ้นไปปิดไฟลัยวัลย์ขึ้นเตียงก่อนล้มตัวลงนอนเธอกราบหมอนแล้วสวดนะโมสามจบจึงลงนอน ลัยวัลย์หลับไปได้สักพักก็สะดุ้งตื่นเพราะเธอได้กลิ่นน้ำหอมฉุนเข้าจมูกเหมือนใครมาฉีดใส่หน้าเธออย่างนั้น หญิงสาวลืมตาทันทีชะโงกมองสไบเห็นนอนนิ่งจึงพลิกตัวหันหลังให้สไบ เธอหันหน้ามองไปทางหน้าต่างเธอก็ต้องตกตะลึงเมื่อใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างแต่อยู่ในห้องของเธอร่างนั้นพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็วพร้อมกับหมอนปิดกดหน้าของเธออย่างแรงลัยวัลย์ดิ้นสุดแรงแต่แผลที่ผ่าตัดเอาไว้ยังไม่หายมันจึงปวดแปลบไปทั้งร่างกาย แต่ลัยวัลย์ก็ดิ้นสุดแรงพยายามปัดหมอนที่กดออกจากหน้าเธอแล้วกรีดร้องสุดเสียง
“ ช่วยด้วย กรี๊ดๆๆๆ ”
ร่างในความมืดชะงักปล่อยมือ ลัยวัลย์ลุกขึ้นแล้วลงจากเตียงเซซังไปที่ประตูปากก็ร้องขอความช่วยเหลืออย่างตระหนกสุดขีด
“ ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ”
ลัยวัลย์เปิดประตูได้ก็ออกวิ่งเธอปะทะกับร่างของหมอที่ได้ยินเสียงร้องแล้วรีบเปิดประตูออกมา
“ กรี๊ด ”
“ คุณวัลย์ ผมเอง คุณวัลย์ ”
“ ช่วยฉันด้วย เขาจะฆ่าฉัน ช่วยด้วย ”
ลัยวัลย์ตัวสั่นเทาหมอกอดเธอเอาไว้แล้วเรียกเธอให้หายตกใจ
“ คุณวัลย์ คุณวัลย์ คุณไม่เป็นอะไรแล้วนะ ไม่เป็นไร ”
“ พี่กริม เกิดอะไรขึ้น คุณวัลย์ทำไม ”
หมอพาลัยวัลย์กลับมาที่ห้องโดยมีอนินเดินตามเข้ามาด้วย สไบยืนหน้าตื่นอยู่ในห้อง
“ สไบ เธอเห็นใครเข้ามาในห้องนี้บ้างไหม ”
“ ไม่มีนี่คะคุณหมอ สไบกำลังหลับตกใจตื่นตอนได้ยินเสียงคุณวัลย์ร้องแล้วก็วิ่งออกไปจากห้อง ”
“ เธอไม่เห็นใครจริงๆหรือ ”
“ ไม่เห็นค่ะ ไม่มีใครแน่นอน ”
สไบยืนยืนหมอหันมองลัยวัลย์ที่ยังตัวสั่นเพราะความกลัวอนินยืนมองสไบเงียบๆไม่พูดอะไรแต่สไบไม่กล้าสบตาอนิน
“ คุณคงฝันไปนะคุณวัลย์ ”
หมอบอกแต่ลัยวัลย์สีหน้าเครียดจนน่ากลัว
“ ฉันไม่ได้ฝัน ความฝันอะไรจะชัดเจนรุนแรงแบบนั้น มีคนจะฆ่าฉันจริงๆ ”
“ ผมว่าพี่กริมนอนเป็นเพื่อนคุณวัลย์เธอเองดีกว่านะ ถ้าให้คุณวัลย์เจอเหตุการณ์ประหลาดบ่อยๆแย่แน่ๆ ”
“ ไม่ต้อง ฉันนอนกับพี่สไบได้ ”
ลัยวัลย์รีบปฏิเสธเพราะไม่ต้องการให้หมอมานอนด้วย
“ เอาอย่างนี้ดีกว่านะคืนนี้ผมจะนอนที่นี่แล้วพรุ่งนี้ผมจะให้คุณย้ายเปลี่ยนไปนอนที่ห้องผมแทน ”
“ ไม่ต้อง ฉันขอกลับไปอยู่ที่ไร่คุณย่าไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว ”
“ คุณวัลย์คุณจะหาเหตุไม่อยู่ที่นี่ใช่ไหม ”
“ ฉันไมได้หาเหตุนะ ถ้าฉันอยู่ที่นี่แล้วถูกฆ่าตายคุณจะรับผิดชอบได้หรือไง แต่ถึงคุณรับผิดชอบฉันก็ไม่เอาไม่อยู่ที่นี่ ”
“ ผมจะไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น ให้มันรู้ไปว่าคุณอยู่ที่นี่แล้วมันจะเกิดเหตุการณ์อย่างที่คุณว่าได้ สไบเธอเอาเครื่องนอนของเธอกลับไปที่ห้องของเธอ ต่อไปฉันจะดูแลคุณวัลย์เอง ”
หมอพูดอย่างมีอารมณ์เพราะคิดว่าลัยวัลย์สร้างเรื่องเพื่อที่จะกลับไปอยู่กับพี่ชายที่ไร่โน้น อนินมองลัยวัลย์เห็นรอยแดงที่ข้างลำคอของเธอชัดเจน ลัยวัลย์ไม่ได้ฝันแน่ๆคนฝันทำไมมีรอยขีดข่วนลัยวัลย์คงไม่ข่วนตัวเองได้ขนาดนั้นหรอก
ทุกคนกลับออกไปแล้วหมอยืนมองลัยวัลย์ที่นั่งหน้าตูมอยู่บนเตียง
“ นอนได้แล้วผมรับรองว่าคืนนี้คุณจะปลอดภัยจนสว่าง ”
“ คุณก็กลับไปได้แล้ว ”
“ เมื่อครู่นี่คุณได้ยินชัดเจนแล้วนี่ว่าคืนนี้ผมจะอยู่ดูแลคุณที่นี่ จะนอนห้องนี้ ”
“ ฉันว่าฉันตายซะดีกว่า ”
“ คุณวัลย์ ”
หมอเรียกเธอเสียงเข้มแววตาบอกว่าไม่พอใจที่สุดแล้วนะลัยวัลย์สะบัดหน้าหนีนึกกลัวสายตาของเขาอยู่ไม่น้อยคนอะไรทำสายตายังกับยักษ์ตอนจะกินคน ลัยวัลย์คงนอนเอาผ้าห่มคลุมโปงจนมิดหัวมิดท้ายหมอถอนใจยาวแล้วนั่งลงบนเตียงนอนคนมองคลุมผ้ายังกับมัมมี่ ลัยวัลย์นอนตัวแข่งทื่อเมื่อรู้สึกว่าเขาลงนอนอยู่ข้างๆ แต่ก็นึกอุ่นใจอย่างหนึ่งว่าไอ้ตัวในความตัวนั้นมันคงไม่มาทำร้ายเธออีกแน่
หมอกีรติมายืนที่หลุมฝังศพของแม้นมาศ อนินตามเข้ามา
“ ทำไมถึงมาที่นี่แต่เช้าครับ ”
“ นิน พี่ทำถูกไหมที่ฝังคุณมาศเอาไว้ที่นี่ ”
“ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ครับ มีเยอะแยะไปที่เขาฝังญาติที่พี่น้องที่เขารักเอาไว้ในเขตบ้าน ”
“ พักนี้ทำไมถึงได้มาเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นในบ้านเรา ”
“ พี่กริมคิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกหรือครับ ”
“ แล้วเธอไม่คิดแบบนั้นหรือ ”
“ ไม่หรอก ”
กีรติมองหน้าน้องชายอนินยิ้มแล้วแล้วก้มเด็ดดอกซ่อนกลิ่นเอาขึ้นมาดุก่อนจะส่งให้พี่ชาย
“ พี่กริมกำลังกังวลใจเรื่องที่คุณวัลย์โดนทำร้ายแล้วก็ เอ่อ โดนผีหลอกใช่ไหม ”
“ พี่ไม่อยากเชื่อว่าเขาโดนทำร้ายจริงๆ ”
“ แต่ผมเชื่อ คุณวัลย์น่ะโดนทำร้ายจริงๆ แล้วก็โดนหลอกจริงๆ ”
“ เธอเอาอะไรมาพิสูจน์ว่าเขาโดนทำร้ายจริงๆ ”
“ ถ้าเป็นพี่กริมจะกระโดดลงบันไดจนตัวเองแท้งลูกเลยไหม หรือว่า เอา ถ้าเขาบังเอิญตกบันไดลงมาเพราะความซุ่มซ่ามเองแล้วทำไมต้องไปโทษผี คุณวัลย์เคยรู้จักกับคุณมาศซะที่ไหนเธอจะไปใส่ร้ายคนทีไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทำไม แล้วเมื่อคืนพี่กริมไมได้สังเกตหรือว่าที่ใต้คางคุณวัลย์มีรอยเล็บข่วนจนถลอกเลือดซิบๆ กุเรื่องขึ้นมาแล้วข่วนตัวเองนี่น่ะนะถลอกแบบนั้นน่ะทำเองไม่ได้หรอก ”
“ จริงหรือ พี่ไม่ได้ สังเกตจริงๆ ”
“ พี่กริมมัวแต่คิดว่าเธอจะสร้างเรื่องขึ้นมาเองน่ะสิ ผมว่าคุณวัลย์น่ะยังจะต้องเจออะไรอีกแน่พี่กริมเชขื่อผมสิ ”
“ แล้วใคร ใครที่ต้องการทำร้ายคุณวัลย์ ”
อนินเงียบกีรติคิดไม่ออกว่ามันจะเป็นฝีมือของใครถ้าจะโทษแม้นมาศก็บ้าน่ะสิ
คุณมุกดาเดินทางมาเยี่ยมลัยวัลย์เมื่อรู้เธอคลอดแล้ว
“ แม่จ๋า วัลย์ดีใจที่สุดเลยที่แม่มา ”
“ ไม่ว่าแม่นะลูกที่มาเอาป่านนี้ ตอนที่วินเขาโทรไปบอกแม่แม่ก็อยากจะมาเยี่ยมวัลย์เลยแต่ติดที่แม่รับงานทำขนมส่งให้งานแต่งเขาเลยยังมาไม่ได้ต้องรอจนงานเขาเสร็จแล้ว ”
“ แม่มาตอนนี้วัลย์ก็ดีใจมากแล้วล่ะค่ะ ”
“ ไหนดูหลานยายหน่อยสิ หน้าตาหน้าชังเหมือนวัลย์เปี๊ยบเลย ”
“ ค่ะ เขาหน้าตาเหมือนวัลย์ก็ถือว่าเขาโชคดีไม่ต้องไปหน้าเหมือนยักษ์ใจร้าย ”
“ เอาอีกแล้ว แม่ล่ะอ่อนใจจริงๆกับปากของเราน่ะ ทำไมหน้าตาเหมือนพ่อจะเหมือนยักษ์ตรงไหน คุณหมอเขาออกหน้าตาดี ”
ลัยวัลย์เบ้ปากคุณมุกดาค้อนลูกสาวแล้วว่าให้
“ หน้าตาไม่ดีแล้วเราไปเอาเขาทำไม ”
“ วัลย์เปล่านะ ”
“ ยังจะมาเถียง เกิดอะไรขึ้นล่ะแม่สังเกตว่าเราจะง่อนๆกับเขานะ ตั้งแต่งานศพคุณย่ามาแล้ว ”
ลัยวัลย์ไม่กล้าเล่าให้แม่ฟัง สุดท้ายเธอก็ต้อวงโดนแม่ตำหนิเอาว่าแสนงอนกับสามีเกินเหตุ
ราวินดีใจที่แม่มาเขาขอร้องให้แม่อยู่กับเขาที่นี่ไม่ต้องอยู่คนเดียวที่กรุงเทพ
“ แม่แก่แล้ว ผมอยากให้แม่มาอยู่สบายที่นี่นะครับ ”
“ ขอเวลาแม่อีกสักหน่อยสิ แม่กำลังมีลูกค้าติด เดี๋ยวนี้รายได้วันๆหลายพันบาทแล้วนะลูกไม่เหมือนแต่ก่อนที่ต้องทำแล้วหาส่งเดี๋ยวรับแต่รายการสั่งทำอย่างเดียวก็จะทำไม่ทันแล้ว ”
“ แต่แม่ก็เหนื่อยมาก ”
“ ไม่เท่าไหร่หรอกแม่จ้างคนเพิ่มอีกตั้งสองคนเบาแรงไปเยอะเลย ”
“ เอาอย่างนี้นะครับผมให้แม่ทำขนมไปอีกแค่ครึ่งปีแล้วแม่ต้องมาอยู่กับผมที่นี่ ”
“ ครึ่งปีเองเหรอ เอาอย่างนี้ดีกว่าว่าให้วินแต่งงานแล้วงมีลูกก่อนแล้วแม่จะมาช่วยเลี้ยงหลานให้ถ้ามาอยู่ตอนนี้แม่ไม่ได้ทำอะไรก็เหงาตายนะ ”
“ แล้วเมื่อไหร่กันล่ะครับผมยังไม่คิดแต่งงานมีลูกในเร็ววันนี้หรอก ”
“ อ้าว แล้วจะคิดมีเมียมีลูกมีเมียเมือไหร่กันล่ะ ”
“ โน้นแน่ะ อายุสักสามสิบก่อนค่อยคิดขึ้นมีเมีย ตอนนี้ชีวิตผมก็เหี่ยวเฉาตายน่ะสิครับ ”
“ อุ๊ยตาย สามสิบเลยเหรอแม่คงแก่ตายซะก่อนแล้วล่ะ ”
“ แหมแม่ครับอะไรจะขนาดนั้นอีกไม่กี่ปีเอง ”
“ เราก็มีลูกไม่ทันน้อง น้องเขานำไปแล้วคนหนึ่งเห็นไหม ”
“ ครับ ให้เขานำไปเถอะ คุณหมออายุน้อยอยู่ซะเมื่อไหร่มีลูกตอนนี้ก็สมควรแล้ว ”
“ พูดถึงคุณหมอกับยายวัลย์เพราะอายุห่างกันเกินหรือเปล่าน้องเราถึงได้เจ้าแง่แสนงอนนัก ”
ราวินเงียบ จะบอกแม่ได้อย่างไรว่าจะไม่ให้น้องเจ้าแง่ได้อย่างไรก็หมอเล่นข่มเขาโคขืนกันกลืนหญ้า แถมหญ้าอ่อนเจี๊ยบๆซะด้วย
สี่ทุ่มกว่าแล้วละครทีวีจบแล้วมุกดาจะกลับเข้าห้องนอนนางเดินผ่านห้องของลูกชายเห็นประตูเปิดแง้มและมีแสงไฟลอดออกมาจึงจะเข้าไปดูว่าลูกชายนอนหลับหรือยังแต่พอเธอจะเปิดประตูเข้าไปก็ต้องชะงักยืนตัวแข็งเพราะบนเตียงราวินกับพัดชากำลังร่วมรักกันอย่างเมามันคุณมุกดาถอยหลังออกมายืนตั้งหลักคิดไม่ถึงว่าราวินกับพัดชาจะแอบมีอะไรกัน ”
“ ตายแล้วตาวิน ทำไมถึงทำอย่างนี้โธ่เอ๋ยลูกหนอลูกบอกกับแม่อยู่หยกๆว่ายังไม่คิดมีเมียแล้วที่ลูกกำลังทำอยู่นั่นมันอะไรหืมม์ ”
พัดชานอนเปลือยกายขาวโพลนราวินยังเหนื่อยหอบเพราะเพิ่งจบเกมส์พิศวาส
“ คืนนี้พอเท่านี้นะ ผมไม่ไหวเพลียจัง ”
“ คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่ไม่อยากกลับไปนอนที่ห้องคนเดียวเหงาจะตาย ”
“ ได้ยังไงแม่ผมยังอยู่ด้วยนะเกิดแม่มาเห็นเข้าไม่แย่เหรอกลับไปนอนที่ห้องของคุณเถอะ ”
“ ไม่ ฉันยังไม่กลับ ถ้าจะกลับก็ต้องดึกกว่านี้ ”
ราวินหัวเราะเขารู้ว่าพัดชายังไม่พอ พัดชาร่านร้อนไฟแรงสูงหล่อนหลงใหลในรสสวาสจนน่ากลัว ราวินไม่ต้องการให้เธอไป

กับชายอื่นอย่างที่เธอเคยขู่เอาไว้เขาจึงสนองความต้องการให้เธออย่างเต็มอิ่มทุกคืน พัดชาสะสวยถ้าจะไปให้ชายอื่นเชยชมราวินก็เสียดาย เธอยังสะอาดและเป็นของเขาแค่คนเดียว ราวินไม่รู้ว่าความหวงมันกลายเป็นควายห่วง และไม่ต้องการให้เธอเป็นสมบัติของใครอีกนอกจากเขาในที่สุด พัดชาอาบน้ำล้างตัวมาหอมกรุ่นเธอขึ้นมานั่งบนเตียงและซุกกายเบียดเข้าหาเขาอีกอย่างปรารถนา ราวินจูบเธออย่างดูดดื่มและเล้าโลมเริ่มใหม่ ทั้งสองไม่รู้เลยว่าคุณมุกดานอนเครียดเมื่อรู้ว่าทั้งคู่แอบได้เสียกัน
ลัยวัลย์สะดุ้งตื่นกลางดึกเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ดังแว่วเข้ามาเธอหันมองคนที่ข้างเธอเห็นเขาหลับสนิท เสียงสะอึกสะอื้นยังดังอยู่ภายนอกลัยวัลย์ใจสั่นและลุกขึ้นนั่งเธอตัดสินใจไปดูที่หน้าต่างแม้จะกลัวแสนกลัว แล้วลัยวัลย์ก็ต้องผงะถอยหลังกรูดด้วยความกลัวเมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ดงซ่อนกลิ่นร่างนั้นหันหน้ามามองเธอใบหน้าขาวโพลนท่ามกลางความมืดลัยวัลย์หันหลังวิ่งกลับมาที่เตียงเธอลงนอนผ้าคลุมโปงตัวสั่น ลัยวัลย์ไม่รู้ว่าหมอกีรติรับรู้ทุกอย่างแม้แต่เสียงร้องไห้เขาก็ได้ยินด้วย หมอยังคงนอนนิ่งสงสารลัยวัลย์จับใจเธอเจอกับเรื่องที่เธอบอกจริงๆไม่ได้สร้างเรื่องโกหก
ลัยวัลย์นั่งป้อนนมลูกหน้าตาของเธอซีดเซียวหมอกีรติเข้ามา
“ ไงลูก กินแต่เช้าถึงได้โตวันโตคืนนะเรา ”
หมอทักลูกแล้วจับมือน้อยแล้วก้มลงจูบ
“ วันนี้ต้องตรวจร่างกายคุณแล้วนะ ”
“ ตรวจอะไรคะ ”
“ ตรวจหลังคลอดไงให้หมอดูแหลผ่าตัดด้วยว่าปรกติดีไหม ”
“ ไม่ต้อวงตรวจไม่ได้หรือคะ ฉันรู้สึกว่ามันไม่เป็นอะไร ”
“ รู้สึกกลัวน่ะสิ ”
หมอว่ายิ้มๆ
“ ไม่กลัวแต่ไม่อยากตรวจ ”
“ ถ้าไม่ไปให้หมอตรวจอย่างนั้นผมจะตรวจให้เองนะ ”
“ ไม่ต้อง ”
ลัยวัลย์รีบลุกพูดอย่างเร็วปรื๋อจนหมอหัวเราะ
“ อย่างนั้นจะเอาอย่างไรก็ว่ามา ไปให้หมอที่โรงพยาบาลตรวจนะ ”
“ ก็ได้ ”
ลัยวัลย์พูดอุบอิ๊บหมออมยิ้มอย่างผู้ชนะ ลัยวัลย์ยังเด็กความน่ารักน่าเอ็นดูทำให้หมอนึกอย่างแกล้งเธอเหมือนกัน หมออายุแก่กว่าลัยวัลย์ถึงสิบสองปี ตรงนี้บางทีหมอเองก็นึกอายเหมือนกันที่เขารังแกเด็ก
รอวัน...จันทร์ส่องหล้า ตอนที่ 20
“ ปิดไฟไหมคะ หรือคุณกลัวจะเปิดไฟเอาไว้ก็ได้นะคะ ”
สไบถาม
“ ปิดก็ได้ค่ะ ฉันไม่ชอบนอนเปิดไฟมันแยงตานอนไม่หลับ ”
สไบลุกขึ้นไปปิดไฟลัยวัลย์ขึ้นเตียงก่อนล้มตัวลงนอนเธอกราบหมอนแล้วสวดนะโมสามจบจึงลงนอน ลัยวัลย์หลับไปได้สักพักก็สะดุ้งตื่นเพราะเธอได้กลิ่นน้ำหอมฉุนเข้าจมูกเหมือนใครมาฉีดใส่หน้าเธออย่างนั้น หญิงสาวลืมตาทันทีชะโงกมองสไบเห็นนอนนิ่งจึงพลิกตัวหันหลังให้สไบ เธอหันหน้ามองไปทางหน้าต่างเธอก็ต้องตกตะลึงเมื่อใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างแต่อยู่ในห้องของเธอร่างนั้นพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็วพร้อมกับหมอนปิดกดหน้าของเธออย่างแรงลัยวัลย์ดิ้นสุดแรงแต่แผลที่ผ่าตัดเอาไว้ยังไม่หายมันจึงปวดแปลบไปทั้งร่างกาย แต่ลัยวัลย์ก็ดิ้นสุดแรงพยายามปัดหมอนที่กดออกจากหน้าเธอแล้วกรีดร้องสุดเสียง
“ ช่วยด้วย กรี๊ดๆๆๆ ”
ร่างในความมืดชะงักปล่อยมือ ลัยวัลย์ลุกขึ้นแล้วลงจากเตียงเซซังไปที่ประตูปากก็ร้องขอความช่วยเหลืออย่างตระหนกสุดขีด
“ ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ”
ลัยวัลย์เปิดประตูได้ก็ออกวิ่งเธอปะทะกับร่างของหมอที่ได้ยินเสียงร้องแล้วรีบเปิดประตูออกมา
“ กรี๊ด ”
“ คุณวัลย์ ผมเอง คุณวัลย์ ”
“ ช่วยฉันด้วย เขาจะฆ่าฉัน ช่วยด้วย ”
ลัยวัลย์ตัวสั่นเทาหมอกอดเธอเอาไว้แล้วเรียกเธอให้หายตกใจ
“ คุณวัลย์ คุณวัลย์ คุณไม่เป็นอะไรแล้วนะ ไม่เป็นไร ”
“ พี่กริม เกิดอะไรขึ้น คุณวัลย์ทำไม ”
หมอพาลัยวัลย์กลับมาที่ห้องโดยมีอนินเดินตามเข้ามาด้วย สไบยืนหน้าตื่นอยู่ในห้อง
“ สไบ เธอเห็นใครเข้ามาในห้องนี้บ้างไหม ”
“ ไม่มีนี่คะคุณหมอ สไบกำลังหลับตกใจตื่นตอนได้ยินเสียงคุณวัลย์ร้องแล้วก็วิ่งออกไปจากห้อง ”
“ เธอไม่เห็นใครจริงๆหรือ ”
“ ไม่เห็นค่ะ ไม่มีใครแน่นอน ”
สไบยืนยืนหมอหันมองลัยวัลย์ที่ยังตัวสั่นเพราะความกลัวอนินยืนมองสไบเงียบๆไม่พูดอะไรแต่สไบไม่กล้าสบตาอนิน
“ คุณคงฝันไปนะคุณวัลย์ ”
หมอบอกแต่ลัยวัลย์สีหน้าเครียดจนน่ากลัว
“ ฉันไม่ได้ฝัน ความฝันอะไรจะชัดเจนรุนแรงแบบนั้น มีคนจะฆ่าฉันจริงๆ ”
“ ผมว่าพี่กริมนอนเป็นเพื่อนคุณวัลย์เธอเองดีกว่านะ ถ้าให้คุณวัลย์เจอเหตุการณ์ประหลาดบ่อยๆแย่แน่ๆ ”
“ ไม่ต้อง ฉันนอนกับพี่สไบได้ ”
ลัยวัลย์รีบปฏิเสธเพราะไม่ต้องการให้หมอมานอนด้วย
“ เอาอย่างนี้ดีกว่านะคืนนี้ผมจะนอนที่นี่แล้วพรุ่งนี้ผมจะให้คุณย้ายเปลี่ยนไปนอนที่ห้องผมแทน ”
“ ไม่ต้อง ฉันขอกลับไปอยู่ที่ไร่คุณย่าไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว ”
“ คุณวัลย์คุณจะหาเหตุไม่อยู่ที่นี่ใช่ไหม ”
“ ฉันไมได้หาเหตุนะ ถ้าฉันอยู่ที่นี่แล้วถูกฆ่าตายคุณจะรับผิดชอบได้หรือไง แต่ถึงคุณรับผิดชอบฉันก็ไม่เอาไม่อยู่ที่นี่ ”
“ ผมจะไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น ให้มันรู้ไปว่าคุณอยู่ที่นี่แล้วมันจะเกิดเหตุการณ์อย่างที่คุณว่าได้ สไบเธอเอาเครื่องนอนของเธอกลับไปที่ห้องของเธอ ต่อไปฉันจะดูแลคุณวัลย์เอง ”
หมอพูดอย่างมีอารมณ์เพราะคิดว่าลัยวัลย์สร้างเรื่องเพื่อที่จะกลับไปอยู่กับพี่ชายที่ไร่โน้น อนินมองลัยวัลย์เห็นรอยแดงที่ข้างลำคอของเธอชัดเจน ลัยวัลย์ไม่ได้ฝันแน่ๆคนฝันทำไมมีรอยขีดข่วนลัยวัลย์คงไม่ข่วนตัวเองได้ขนาดนั้นหรอก
ทุกคนกลับออกไปแล้วหมอยืนมองลัยวัลย์ที่นั่งหน้าตูมอยู่บนเตียง
“ นอนได้แล้วผมรับรองว่าคืนนี้คุณจะปลอดภัยจนสว่าง ”
“ คุณก็กลับไปได้แล้ว ”
“ เมื่อครู่นี่คุณได้ยินชัดเจนแล้วนี่ว่าคืนนี้ผมจะอยู่ดูแลคุณที่นี่ จะนอนห้องนี้ ”
“ ฉันว่าฉันตายซะดีกว่า ”
“ คุณวัลย์ ”
หมอเรียกเธอเสียงเข้มแววตาบอกว่าไม่พอใจที่สุดแล้วนะลัยวัลย์สะบัดหน้าหนีนึกกลัวสายตาของเขาอยู่ไม่น้อยคนอะไรทำสายตายังกับยักษ์ตอนจะกินคน ลัยวัลย์คงนอนเอาผ้าห่มคลุมโปงจนมิดหัวมิดท้ายหมอถอนใจยาวแล้วนั่งลงบนเตียงนอนคนมองคลุมผ้ายังกับมัมมี่ ลัยวัลย์นอนตัวแข่งทื่อเมื่อรู้สึกว่าเขาลงนอนอยู่ข้างๆ แต่ก็นึกอุ่นใจอย่างหนึ่งว่าไอ้ตัวในความตัวนั้นมันคงไม่มาทำร้ายเธออีกแน่
หมอกีรติมายืนที่หลุมฝังศพของแม้นมาศ อนินตามเข้ามา
“ ทำไมถึงมาที่นี่แต่เช้าครับ ”
“ นิน พี่ทำถูกไหมที่ฝังคุณมาศเอาไว้ที่นี่ ”
“ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ครับ มีเยอะแยะไปที่เขาฝังญาติที่พี่น้องที่เขารักเอาไว้ในเขตบ้าน ”
“ พักนี้ทำไมถึงได้มาเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นในบ้านเรา ”
“ พี่กริมคิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกหรือครับ ”
“ แล้วเธอไม่คิดแบบนั้นหรือ ”
“ ไม่หรอก ”
กีรติมองหน้าน้องชายอนินยิ้มแล้วแล้วก้มเด็ดดอกซ่อนกลิ่นเอาขึ้นมาดุก่อนจะส่งให้พี่ชาย
“ พี่กริมกำลังกังวลใจเรื่องที่คุณวัลย์โดนทำร้ายแล้วก็ เอ่อ โดนผีหลอกใช่ไหม ”
“ พี่ไม่อยากเชื่อว่าเขาโดนทำร้ายจริงๆ ”
“ แต่ผมเชื่อ คุณวัลย์น่ะโดนทำร้ายจริงๆ แล้วก็โดนหลอกจริงๆ ”
“ เธอเอาอะไรมาพิสูจน์ว่าเขาโดนทำร้ายจริงๆ ”
“ ถ้าเป็นพี่กริมจะกระโดดลงบันไดจนตัวเองแท้งลูกเลยไหม หรือว่า เอา ถ้าเขาบังเอิญตกบันไดลงมาเพราะความซุ่มซ่ามเองแล้วทำไมต้องไปโทษผี คุณวัลย์เคยรู้จักกับคุณมาศซะที่ไหนเธอจะไปใส่ร้ายคนทีไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทำไม แล้วเมื่อคืนพี่กริมไมได้สังเกตหรือว่าที่ใต้คางคุณวัลย์มีรอยเล็บข่วนจนถลอกเลือดซิบๆ กุเรื่องขึ้นมาแล้วข่วนตัวเองนี่น่ะนะถลอกแบบนั้นน่ะทำเองไม่ได้หรอก ”
“ จริงหรือ พี่ไม่ได้ สังเกตจริงๆ ”
“ พี่กริมมัวแต่คิดว่าเธอจะสร้างเรื่องขึ้นมาเองน่ะสิ ผมว่าคุณวัลย์น่ะยังจะต้องเจออะไรอีกแน่พี่กริมเชขื่อผมสิ ”
“ แล้วใคร ใครที่ต้องการทำร้ายคุณวัลย์ ”
อนินเงียบกีรติคิดไม่ออกว่ามันจะเป็นฝีมือของใครถ้าจะโทษแม้นมาศก็บ้าน่ะสิ
คุณมุกดาเดินทางมาเยี่ยมลัยวัลย์เมื่อรู้เธอคลอดแล้ว
“ แม่จ๋า วัลย์ดีใจที่สุดเลยที่แม่มา ”
“ ไม่ว่าแม่นะลูกที่มาเอาป่านนี้ ตอนที่วินเขาโทรไปบอกแม่แม่ก็อยากจะมาเยี่ยมวัลย์เลยแต่ติดที่แม่รับงานทำขนมส่งให้งานแต่งเขาเลยยังมาไม่ได้ต้องรอจนงานเขาเสร็จแล้ว ”
“ แม่มาตอนนี้วัลย์ก็ดีใจมากแล้วล่ะค่ะ ”
“ ไหนดูหลานยายหน่อยสิ หน้าตาหน้าชังเหมือนวัลย์เปี๊ยบเลย ”
“ ค่ะ เขาหน้าตาเหมือนวัลย์ก็ถือว่าเขาโชคดีไม่ต้องไปหน้าเหมือนยักษ์ใจร้าย ”
“ เอาอีกแล้ว แม่ล่ะอ่อนใจจริงๆกับปากของเราน่ะ ทำไมหน้าตาเหมือนพ่อจะเหมือนยักษ์ตรงไหน คุณหมอเขาออกหน้าตาดี ”
ลัยวัลย์เบ้ปากคุณมุกดาค้อนลูกสาวแล้วว่าให้
“ หน้าตาไม่ดีแล้วเราไปเอาเขาทำไม ”
“ วัลย์เปล่านะ ”
“ ยังจะมาเถียง เกิดอะไรขึ้นล่ะแม่สังเกตว่าเราจะง่อนๆกับเขานะ ตั้งแต่งานศพคุณย่ามาแล้ว ”
ลัยวัลย์ไม่กล้าเล่าให้แม่ฟัง สุดท้ายเธอก็ต้อวงโดนแม่ตำหนิเอาว่าแสนงอนกับสามีเกินเหตุ
ราวินดีใจที่แม่มาเขาขอร้องให้แม่อยู่กับเขาที่นี่ไม่ต้องอยู่คนเดียวที่กรุงเทพ
“ แม่แก่แล้ว ผมอยากให้แม่มาอยู่สบายที่นี่นะครับ ”
“ ขอเวลาแม่อีกสักหน่อยสิ แม่กำลังมีลูกค้าติด เดี๋ยวนี้รายได้วันๆหลายพันบาทแล้วนะลูกไม่เหมือนแต่ก่อนที่ต้องทำแล้วหาส่งเดี๋ยวรับแต่รายการสั่งทำอย่างเดียวก็จะทำไม่ทันแล้ว ”
“ แต่แม่ก็เหนื่อยมาก ”
“ ไม่เท่าไหร่หรอกแม่จ้างคนเพิ่มอีกตั้งสองคนเบาแรงไปเยอะเลย ”
“ เอาอย่างนี้นะครับผมให้แม่ทำขนมไปอีกแค่ครึ่งปีแล้วแม่ต้องมาอยู่กับผมที่นี่ ”
“ ครึ่งปีเองเหรอ เอาอย่างนี้ดีกว่าว่าให้วินแต่งงานแล้วงมีลูกก่อนแล้วแม่จะมาช่วยเลี้ยงหลานให้ถ้ามาอยู่ตอนนี้แม่ไม่ได้ทำอะไรก็เหงาตายนะ ”
“ แล้วเมื่อไหร่กันล่ะครับผมยังไม่คิดแต่งงานมีลูกในเร็ววันนี้หรอก ”
“ อ้าว แล้วจะคิดมีเมียมีลูกมีเมียเมือไหร่กันล่ะ ”
“ โน้นแน่ะ อายุสักสามสิบก่อนค่อยคิดขึ้นมีเมีย ตอนนี้ชีวิตผมก็เหี่ยวเฉาตายน่ะสิครับ ”
“ อุ๊ยตาย สามสิบเลยเหรอแม่คงแก่ตายซะก่อนแล้วล่ะ ”
“ แหมแม่ครับอะไรจะขนาดนั้นอีกไม่กี่ปีเอง ”
“ เราก็มีลูกไม่ทันน้อง น้องเขานำไปแล้วคนหนึ่งเห็นไหม ”
“ ครับ ให้เขานำไปเถอะ คุณหมออายุน้อยอยู่ซะเมื่อไหร่มีลูกตอนนี้ก็สมควรแล้ว ”
“ พูดถึงคุณหมอกับยายวัลย์เพราะอายุห่างกันเกินหรือเปล่าน้องเราถึงได้เจ้าแง่แสนงอนนัก ”
ราวินเงียบ จะบอกแม่ได้อย่างไรว่าจะไม่ให้น้องเจ้าแง่ได้อย่างไรก็หมอเล่นข่มเขาโคขืนกันกลืนหญ้า แถมหญ้าอ่อนเจี๊ยบๆซะด้วย
สี่ทุ่มกว่าแล้วละครทีวีจบแล้วมุกดาจะกลับเข้าห้องนอนนางเดินผ่านห้องของลูกชายเห็นประตูเปิดแง้มและมีแสงไฟลอดออกมาจึงจะเข้าไปดูว่าลูกชายนอนหลับหรือยังแต่พอเธอจะเปิดประตูเข้าไปก็ต้องชะงักยืนตัวแข็งเพราะบนเตียงราวินกับพัดชากำลังร่วมรักกันอย่างเมามันคุณมุกดาถอยหลังออกมายืนตั้งหลักคิดไม่ถึงว่าราวินกับพัดชาจะแอบมีอะไรกัน ”
“ ตายแล้วตาวิน ทำไมถึงทำอย่างนี้โธ่เอ๋ยลูกหนอลูกบอกกับแม่อยู่หยกๆว่ายังไม่คิดมีเมียแล้วที่ลูกกำลังทำอยู่นั่นมันอะไรหืมม์ ”
พัดชานอนเปลือยกายขาวโพลนราวินยังเหนื่อยหอบเพราะเพิ่งจบเกมส์พิศวาส
“ คืนนี้พอเท่านี้นะ ผมไม่ไหวเพลียจัง ”
“ คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่ไม่อยากกลับไปนอนที่ห้องคนเดียวเหงาจะตาย ”
“ ได้ยังไงแม่ผมยังอยู่ด้วยนะเกิดแม่มาเห็นเข้าไม่แย่เหรอกลับไปนอนที่ห้องของคุณเถอะ ”
“ ไม่ ฉันยังไม่กลับ ถ้าจะกลับก็ต้องดึกกว่านี้ ”
ราวินหัวเราะเขารู้ว่าพัดชายังไม่พอ พัดชาร่านร้อนไฟแรงสูงหล่อนหลงใหลในรสสวาสจนน่ากลัว ราวินไม่ต้องการให้เธอไป
ลัยวัลย์สะดุ้งตื่นกลางดึกเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ดังแว่วเข้ามาเธอหันมองคนที่ข้างเธอเห็นเขาหลับสนิท เสียงสะอึกสะอื้นยังดังอยู่ภายนอกลัยวัลย์ใจสั่นและลุกขึ้นนั่งเธอตัดสินใจไปดูที่หน้าต่างแม้จะกลัวแสนกลัว แล้วลัยวัลย์ก็ต้องผงะถอยหลังกรูดด้วยความกลัวเมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ดงซ่อนกลิ่นร่างนั้นหันหน้ามามองเธอใบหน้าขาวโพลนท่ามกลางความมืดลัยวัลย์หันหลังวิ่งกลับมาที่เตียงเธอลงนอนผ้าคลุมโปงตัวสั่น ลัยวัลย์ไม่รู้ว่าหมอกีรติรับรู้ทุกอย่างแม้แต่เสียงร้องไห้เขาก็ได้ยินด้วย หมอยังคงนอนนิ่งสงสารลัยวัลย์จับใจเธอเจอกับเรื่องที่เธอบอกจริงๆไม่ได้สร้างเรื่องโกหก
ลัยวัลย์นั่งป้อนนมลูกหน้าตาของเธอซีดเซียวหมอกีรติเข้ามา
“ ไงลูก กินแต่เช้าถึงได้โตวันโตคืนนะเรา ”
หมอทักลูกแล้วจับมือน้อยแล้วก้มลงจูบ
“ วันนี้ต้องตรวจร่างกายคุณแล้วนะ ”
“ ตรวจอะไรคะ ”
“ ตรวจหลังคลอดไงให้หมอดูแหลผ่าตัดด้วยว่าปรกติดีไหม ”
“ ไม่ต้อวงตรวจไม่ได้หรือคะ ฉันรู้สึกว่ามันไม่เป็นอะไร ”
“ รู้สึกกลัวน่ะสิ ”
หมอว่ายิ้มๆ
“ ไม่กลัวแต่ไม่อยากตรวจ ”
“ ถ้าไม่ไปให้หมอตรวจอย่างนั้นผมจะตรวจให้เองนะ ”
“ ไม่ต้อง ”
ลัยวัลย์รีบลุกพูดอย่างเร็วปรื๋อจนหมอหัวเราะ
“ อย่างนั้นจะเอาอย่างไรก็ว่ามา ไปให้หมอที่โรงพยาบาลตรวจนะ ”
“ ก็ได้ ”
ลัยวัลย์พูดอุบอิ๊บหมออมยิ้มอย่างผู้ชนะ ลัยวัลย์ยังเด็กความน่ารักน่าเอ็นดูทำให้หมอนึกอย่างแกล้งเธอเหมือนกัน หมออายุแก่กว่าลัยวัลย์ถึงสิบสองปี ตรงนี้บางทีหมอเองก็นึกอายเหมือนกันที่เขารังแกเด็ก