รอวัน...จันทร์ส่องหล้า ตอนที่ 20

กระทู้สนทนา
ลัยวัลย์เห็นสไบเอาผ้ามาปูเตียงของเธอจึงยิ้มอย่างอุ่นใจว่ามีเพื่อนนอนด้วย

“ ปิดไฟไหมคะ  หรือคุณกลัวจะเปิดไฟเอาไว้ก็ได้นะคะ  ”

สไบถาม

“ ปิดก็ได้ค่ะ  ฉันไม่ชอบนอนเปิดไฟมันแยงตานอนไม่หลับ  ”

สไบลุกขึ้นไปปิดไฟลัยวัลย์ขึ้นเตียงก่อนล้มตัวลงนอนเธอกราบหมอนแล้วสวดนะโมสามจบจึงลงนอน  ลัยวัลย์หลับไปได้สักพักก็สะดุ้งตื่นเพราะเธอได้กลิ่นน้ำหอมฉุนเข้าจมูกเหมือนใครมาฉีดใส่หน้าเธออย่างนั้น  หญิงสาวลืมตาทันทีชะโงกมองสไบเห็นนอนนิ่งจึงพลิกตัวหันหลังให้สไบ  เธอหันหน้ามองไปทางหน้าต่างเธอก็ต้องตกตะลึงเมื่อใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างแต่อยู่ในห้องของเธอร่างนั้นพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็วพร้อมกับหมอนปิดกดหน้าของเธออย่างแรงลัยวัลย์ดิ้นสุดแรงแต่แผลที่ผ่าตัดเอาไว้ยังไม่หายมันจึงปวดแปลบไปทั้งร่างกาย  แต่ลัยวัลย์ก็ดิ้นสุดแรงพยายามปัดหมอนที่กดออกจากหน้าเธอแล้วกรีดร้องสุดเสียง

“ ช่วยด้วย  กรี๊ดๆๆๆ  ”
ร่างในความมืดชะงักปล่อยมือ  ลัยวัลย์ลุกขึ้นแล้วลงจากเตียงเซซังไปที่ประตูปากก็ร้องขอความช่วยเหลืออย่างตระหนกสุดขีด

“ ช่วยด้วย  ช่วยฉันด้วย  ”

ลัยวัลย์เปิดประตูได้ก็ออกวิ่งเธอปะทะกับร่างของหมอที่ได้ยินเสียงร้องแล้วรีบเปิดประตูออกมา
“ กรี๊ด  ”
“ คุณวัลย์ ผมเอง  คุณวัลย์  ”
“ ช่วยฉันด้วย  เขาจะฆ่าฉัน  ช่วยด้วย  ”

ลัยวัลย์ตัวสั่นเทาหมอกอดเธอเอาไว้แล้วเรียกเธอให้หายตกใจ

“ คุณวัลย์ คุณวัลย์  คุณไม่เป็นอะไรแล้วนะ  ไม่เป็นไร  ”
“ พี่กริม  เกิดอะไรขึ้น  คุณวัลย์ทำไม  ”

หมอพาลัยวัลย์กลับมาที่ห้องโดยมีอนินเดินตามเข้ามาด้วย  สไบยืนหน้าตื่นอยู่ในห้อง

“ สไบ  เธอเห็นใครเข้ามาในห้องนี้บ้างไหม  ”
“  ไม่มีนี่คะคุณหมอ  สไบกำลังหลับตกใจตื่นตอนได้ยินเสียงคุณวัลย์ร้องแล้วก็วิ่งออกไปจากห้อง  ”
“ เธอไม่เห็นใครจริงๆหรือ  ”
“ ไม่เห็นค่ะ  ไม่มีใครแน่นอน  ”

สไบยืนยืนหมอหันมองลัยวัลย์ที่ยังตัวสั่นเพราะความกลัวอนินยืนมองสไบเงียบๆไม่พูดอะไรแต่สไบไม่กล้าสบตาอนิน

“ คุณคงฝันไปนะคุณวัลย์  ”

หมอบอกแต่ลัยวัลย์สีหน้าเครียดจนน่ากลัว

“ ฉันไม่ได้ฝัน  ความฝันอะไรจะชัดเจนรุนแรงแบบนั้น  มีคนจะฆ่าฉันจริงๆ  ”
“ ผมว่าพี่กริมนอนเป็นเพื่อนคุณวัลย์เธอเองดีกว่านะ  ถ้าให้คุณวัลย์เจอเหตุการณ์ประหลาดบ่อยๆแย่แน่ๆ  ”
“ ไม่ต้อง  ฉันนอนกับพี่สไบได้  ”

ลัยวัลย์รีบปฏิเสธเพราะไม่ต้องการให้หมอมานอนด้วย

“ เอาอย่างนี้ดีกว่านะคืนนี้ผมจะนอนที่นี่แล้วพรุ่งนี้ผมจะให้คุณย้ายเปลี่ยนไปนอนที่ห้องผมแทน  ”
“ ไม่ต้อง  ฉันขอกลับไปอยู่ที่ไร่คุณย่าไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว  ”
“ คุณวัลย์คุณจะหาเหตุไม่อยู่ที่นี่ใช่ไหม  ”
“ ฉันไมได้หาเหตุนะ  ถ้าฉันอยู่ที่นี่แล้วถูกฆ่าตายคุณจะรับผิดชอบได้หรือไง  แต่ถึงคุณรับผิดชอบฉันก็ไม่เอาไม่อยู่ที่นี่  ”
“ ผมจะไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น  ให้มันรู้ไปว่าคุณอยู่ที่นี่แล้วมันจะเกิดเหตุการณ์อย่างที่คุณว่าได้  สไบเธอเอาเครื่องนอนของเธอกลับไปที่ห้องของเธอ  ต่อไปฉันจะดูแลคุณวัลย์เอง  ”

หมอพูดอย่างมีอารมณ์เพราะคิดว่าลัยวัลย์สร้างเรื่องเพื่อที่จะกลับไปอยู่กับพี่ชายที่ไร่โน้น  อนินมองลัยวัลย์เห็นรอยแดงที่ข้างลำคอของเธอชัดเจน  ลัยวัลย์ไม่ได้ฝันแน่ๆคนฝันทำไมมีรอยขีดข่วนลัยวัลย์คงไม่ข่วนตัวเองได้ขนาดนั้นหรอก

ทุกคนกลับออกไปแล้วหมอยืนมองลัยวัลย์ที่นั่งหน้าตูมอยู่บนเตียง

“ นอนได้แล้วผมรับรองว่าคืนนี้คุณจะปลอดภัยจนสว่าง  ”
“ คุณก็กลับไปได้แล้ว  ”
“ เมื่อครู่นี่คุณได้ยินชัดเจนแล้วนี่ว่าคืนนี้ผมจะอยู่ดูแลคุณที่นี่  จะนอนห้องนี้  ”
“ ฉันว่าฉันตายซะดีกว่า  ”
“ คุณวัลย์  ”

หมอเรียกเธอเสียงเข้มแววตาบอกว่าไม่พอใจที่สุดแล้วนะลัยวัลย์สะบัดหน้าหนีนึกกลัวสายตาของเขาอยู่ไม่น้อยคนอะไรทำสายตายังกับยักษ์ตอนจะกินคน  ลัยวัลย์คงนอนเอาผ้าห่มคลุมโปงจนมิดหัวมิดท้ายหมอถอนใจยาวแล้วนั่งลงบนเตียงนอนคนมองคลุมผ้ายังกับมัมมี่  ลัยวัลย์นอนตัวแข่งทื่อเมื่อรู้สึกว่าเขาลงนอนอยู่ข้างๆ  แต่ก็นึกอุ่นใจอย่างหนึ่งว่าไอ้ตัวในความตัวนั้นมันคงไม่มาทำร้ายเธออีกแน่  

หมอกีรติมายืนที่หลุมฝังศพของแม้นมาศ  อนินตามเข้ามา

“ ทำไมถึงมาที่นี่แต่เช้าครับ  ”
“ นิน  พี่ทำถูกไหมที่ฝังคุณมาศเอาไว้ที่นี่  ”
“ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ครับ  มีเยอะแยะไปที่เขาฝังญาติที่พี่น้องที่เขารักเอาไว้ในเขตบ้าน  ”
“ พักนี้ทำไมถึงได้มาเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นในบ้านเรา  ”
“ พี่กริมคิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกหรือครับ  ”
“ แล้วเธอไม่คิดแบบนั้นหรือ  ”
“ ไม่หรอก  ”

กีรติมองหน้าน้องชายอนินยิ้มแล้วแล้วก้มเด็ดดอกซ่อนกลิ่นเอาขึ้นมาดุก่อนจะส่งให้พี่ชาย

“ พี่กริมกำลังกังวลใจเรื่องที่คุณวัลย์โดนทำร้ายแล้วก็  เอ่อ  โดนผีหลอกใช่ไหม  ”
“ พี่ไม่อยากเชื่อว่าเขาโดนทำร้ายจริงๆ  ”
“ แต่ผมเชื่อ  คุณวัลย์น่ะโดนทำร้ายจริงๆ  แล้วก็โดนหลอกจริงๆ  ”
“ เธอเอาอะไรมาพิสูจน์ว่าเขาโดนทำร้ายจริงๆ   ”
“ ถ้าเป็นพี่กริมจะกระโดดลงบันไดจนตัวเองแท้งลูกเลยไหม  หรือว่า  เอา  ถ้าเขาบังเอิญตกบันไดลงมาเพราะความซุ่มซ่ามเองแล้วทำไมต้องไปโทษผี  คุณวัลย์เคยรู้จักกับคุณมาศซะที่ไหนเธอจะไปใส่ร้ายคนทีไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทำไม  แล้วเมื่อคืนพี่กริมไมได้สังเกตหรือว่าที่ใต้คางคุณวัลย์มีรอยเล็บข่วนจนถลอกเลือดซิบๆ  กุเรื่องขึ้นมาแล้วข่วนตัวเองนี่น่ะนะถลอกแบบนั้นน่ะทำเองไม่ได้หรอก  ”
“ จริงหรือ  พี่ไม่ได้ สังเกตจริงๆ  ”
“ พี่กริมมัวแต่คิดว่าเธอจะสร้างเรื่องขึ้นมาเองน่ะสิ  ผมว่าคุณวัลย์น่ะยังจะต้องเจออะไรอีกแน่พี่กริมเชขื่อผมสิ  ”
“ แล้วใคร  ใครที่ต้องการทำร้ายคุณวัลย์  ”

อนินเงียบกีรติคิดไม่ออกว่ามันจะเป็นฝีมือของใครถ้าจะโทษแม้นมาศก็บ้าน่ะสิ

คุณมุกดาเดินทางมาเยี่ยมลัยวัลย์เมื่อรู้เธอคลอดแล้ว

“  แม่จ๋า  วัลย์ดีใจที่สุดเลยที่แม่มา  ”
“ ไม่ว่าแม่นะลูกที่มาเอาป่านนี้  ตอนที่วินเขาโทรไปบอกแม่แม่ก็อยากจะมาเยี่ยมวัลย์เลยแต่ติดที่แม่รับงานทำขนมส่งให้งานแต่งเขาเลยยังมาไม่ได้ต้องรอจนงานเขาเสร็จแล้ว  ”
“ แม่มาตอนนี้วัลย์ก็ดีใจมากแล้วล่ะค่ะ  ”
“ ไหนดูหลานยายหน่อยสิ  หน้าตาหน้าชังเหมือนวัลย์เปี๊ยบเลย  ”
“ ค่ะ  เขาหน้าตาเหมือนวัลย์ก็ถือว่าเขาโชคดีไม่ต้องไปหน้าเหมือนยักษ์ใจร้าย  ”
“ เอาอีกแล้ว  แม่ล่ะอ่อนใจจริงๆกับปากของเราน่ะ  ทำไมหน้าตาเหมือนพ่อจะเหมือนยักษ์ตรงไหน  คุณหมอเขาออกหน้าตาดี  ”

ลัยวัลย์เบ้ปากคุณมุกดาค้อนลูกสาวแล้วว่าให้

“ หน้าตาไม่ดีแล้วเราไปเอาเขาทำไม  ”
“ วัลย์เปล่านะ  ”
“ ยังจะมาเถียง  เกิดอะไรขึ้นล่ะแม่สังเกตว่าเราจะง่อนๆกับเขานะ  ตั้งแต่งานศพคุณย่ามาแล้ว  ”

ลัยวัลย์ไม่กล้าเล่าให้แม่ฟัง  สุดท้ายเธอก็ต้อวงโดนแม่ตำหนิเอาว่าแสนงอนกับสามีเกินเหตุ

ราวินดีใจที่แม่มาเขาขอร้องให้แม่อยู่กับเขาที่นี่ไม่ต้องอยู่คนเดียวที่กรุงเทพ

“ แม่แก่แล้ว  ผมอยากให้แม่มาอยู่สบายที่นี่นะครับ  ”
“ ขอเวลาแม่อีกสักหน่อยสิ  แม่กำลังมีลูกค้าติด  เดี๋ยวนี้รายได้วันๆหลายพันบาทแล้วนะลูกไม่เหมือนแต่ก่อนที่ต้องทำแล้วหาส่งเดี๋ยวรับแต่รายการสั่งทำอย่างเดียวก็จะทำไม่ทันแล้ว  ”
“ แต่แม่ก็เหนื่อยมาก  ”
“ ไม่เท่าไหร่หรอกแม่จ้างคนเพิ่มอีกตั้งสองคนเบาแรงไปเยอะเลย  ”
“ เอาอย่างนี้นะครับผมให้แม่ทำขนมไปอีกแค่ครึ่งปีแล้วแม่ต้องมาอยู่กับผมที่นี่  ”
“ ครึ่งปีเองเหรอ  เอาอย่างนี้ดีกว่าว่าให้วินแต่งงานแล้วงมีลูกก่อนแล้วแม่จะมาช่วยเลี้ยงหลานให้ถ้ามาอยู่ตอนนี้แม่ไม่ได้ทำอะไรก็เหงาตายนะ  ”
“ แล้วเมื่อไหร่กันล่ะครับผมยังไม่คิดแต่งงานมีลูกในเร็ววันนี้หรอก  ”
“ อ้าว  แล้วจะคิดมีเมียมีลูกมีเมียเมือไหร่กันล่ะ  ”
“ โน้นแน่ะ  อายุสักสามสิบก่อนค่อยคิดขึ้นมีเมีย  ตอนนี้ชีวิตผมก็เหี่ยวเฉาตายน่ะสิครับ  ”
“ อุ๊ยตาย  สามสิบเลยเหรอแม่คงแก่ตายซะก่อนแล้วล่ะ  ”
“ แหมแม่ครับอะไรจะขนาดนั้นอีกไม่กี่ปีเอง  ”
“ เราก็มีลูกไม่ทันน้อง  น้องเขานำไปแล้วคนหนึ่งเห็นไหม  ”
“ ครับ  ให้เขานำไปเถอะ  คุณหมออายุน้อยอยู่ซะเมื่อไหร่มีลูกตอนนี้ก็สมควรแล้ว  ”
“ พูดถึงคุณหมอกับยายวัลย์เพราะอายุห่างกันเกินหรือเปล่าน้องเราถึงได้เจ้าแง่แสนงอนนัก  ”

ราวินเงียบ  จะบอกแม่ได้อย่างไรว่าจะไม่ให้น้องเจ้าแง่ได้อย่างไรก็หมอเล่นข่มเขาโคขืนกันกลืนหญ้า  แถมหญ้าอ่อนเจี๊ยบๆซะด้วย

สี่ทุ่มกว่าแล้วละครทีวีจบแล้วมุกดาจะกลับเข้าห้องนอนนางเดินผ่านห้องของลูกชายเห็นประตูเปิดแง้มและมีแสงไฟลอดออกมาจึงจะเข้าไปดูว่าลูกชายนอนหลับหรือยังแต่พอเธอจะเปิดประตูเข้าไปก็ต้องชะงักยืนตัวแข็งเพราะบนเตียงราวินกับพัดชากำลังร่วมรักกันอย่างเมามันคุณมุกดาถอยหลังออกมายืนตั้งหลักคิดไม่ถึงว่าราวินกับพัดชาจะแอบมีอะไรกัน  ”

“ ตายแล้วตาวิน  ทำไมถึงทำอย่างนี้โธ่เอ๋ยลูกหนอลูกบอกกับแม่อยู่หยกๆว่ายังไม่คิดมีเมียแล้วที่ลูกกำลังทำอยู่นั่นมันอะไรหืมม์  ”

พัดชานอนเปลือยกายขาวโพลนราวินยังเหนื่อยหอบเพราะเพิ่งจบเกมส์พิศวาส

“  คืนนี้พอเท่านี้นะ  ผมไม่ไหวเพลียจัง  ”
“ คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่ไม่อยากกลับไปนอนที่ห้องคนเดียวเหงาจะตาย  ”
“ ได้ยังไงแม่ผมยังอยู่ด้วยนะเกิดแม่มาเห็นเข้าไม่แย่เหรอกลับไปนอนที่ห้องของคุณเถอะ  ”
“ ไม่  ฉันยังไม่กลับ  ถ้าจะกลับก็ต้องดึกกว่านี้  ”

ราวินหัวเราะเขารู้ว่าพัดชายังไม่พอ  พัดชาร่านร้อนไฟแรงสูงหล่อนหลงใหลในรสสวาสจนน่ากลัว  ราวินไม่ต้องการให้เธอไปยิ้มกับชายอื่นอย่างที่เธอเคยขู่เอาไว้เขาจึงสนองความต้องการให้เธออย่างเต็มอิ่มทุกคืน  พัดชาสะสวยถ้าจะไปให้ชายอื่นเชยชมราวินก็เสียดาย  เธอยังสะอาดและเป็นของเขาแค่คนเดียว  ราวินไม่รู้ว่าความหวงมันกลายเป็นควายห่วง  และไม่ต้องการให้เธอเป็นสมบัติของใครอีกนอกจากเขาในที่สุด  พัดชาอาบน้ำล้างตัวมาหอมกรุ่นเธอขึ้นมานั่งบนเตียงและซุกกายเบียดเข้าหาเขาอีกอย่างปรารถนา ราวินจูบเธออย่างดูดดื่มและเล้าโลมเริ่มใหม่  ทั้งสองไม่รู้เลยว่าคุณมุกดานอนเครียดเมื่อรู้ว่าทั้งคู่แอบได้เสียกัน

ลัยวัลย์สะดุ้งตื่นกลางดึกเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ดังแว่วเข้ามาเธอหันมองคนที่ข้างเธอเห็นเขาหลับสนิท  เสียงสะอึกสะอื้นยังดังอยู่ภายนอกลัยวัลย์ใจสั่นและลุกขึ้นนั่งเธอตัดสินใจไปดูที่หน้าต่างแม้จะกลัวแสนกลัว  แล้วลัยวัลย์ก็ต้องผงะถอยหลังกรูดด้วยความกลัวเมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ดงซ่อนกลิ่นร่างนั้นหันหน้ามามองเธอใบหน้าขาวโพลนท่ามกลางความมืดลัยวัลย์หันหลังวิ่งกลับมาที่เตียงเธอลงนอนผ้าคลุมโปงตัวสั่น  ลัยวัลย์ไม่รู้ว่าหมอกีรติรับรู้ทุกอย่างแม้แต่เสียงร้องไห้เขาก็ได้ยินด้วย  หมอยังคงนอนนิ่งสงสารลัยวัลย์จับใจเธอเจอกับเรื่องที่เธอบอกจริงๆไม่ได้สร้างเรื่องโกหก

ลัยวัลย์นั่งป้อนนมลูกหน้าตาของเธอซีดเซียวหมอกีรติเข้ามา

“ ไงลูก  กินแต่เช้าถึงได้โตวันโตคืนนะเรา  ”

หมอทักลูกแล้วจับมือน้อยแล้วก้มลงจูบ

“ วันนี้ต้องตรวจร่างกายคุณแล้วนะ  ”
“ ตรวจอะไรคะ  ”
“ ตรวจหลังคลอดไงให้หมอดูแหลผ่าตัดด้วยว่าปรกติดีไหม  ”
“ ไม่ต้อวงตรวจไม่ได้หรือคะ  ฉันรู้สึกว่ามันไม่เป็นอะไร  ”
“ รู้สึกกลัวน่ะสิ  ”

หมอว่ายิ้มๆ

“ ไม่กลัวแต่ไม่อยากตรวจ  ”
“ ถ้าไม่ไปให้หมอตรวจอย่างนั้นผมจะตรวจให้เองนะ  ”
“ ไม่ต้อง  ”

ลัยวัลย์รีบลุกพูดอย่างเร็วปรื๋อจนหมอหัวเราะ

“ อย่างนั้นจะเอาอย่างไรก็ว่ามา  ไปให้หมอที่โรงพยาบาลตรวจนะ  ”
“ ก็ได้  ”

ลัยวัลย์พูดอุบอิ๊บหมออมยิ้มอย่างผู้ชนะ  ลัยวัลย์ยังเด็กความน่ารักน่าเอ็นดูทำให้หมอนึกอย่างแกล้งเธอเหมือนกัน  หมออายุแก่กว่าลัยวัลย์ถึงสิบสองปี  ตรงนี้บางทีหมอเองก็นึกอายเหมือนกันที่เขารังแกเด็ก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่