LDL-Cholesterol ทำไมจึงกลายเป็นตัวอันตราย กับโรคหลอดเลือดอุดตัน
ประเด็นเรื่องคอเลสเตอรอล ยังมีการเข้าใจสับสนอยู่ ที่มันมีความเกี่ยวข้องกับสาเหตุของ เส้นเลือดอุดตัน ทั้งหัวใจ และสมอง ความจริงแล้วสาเหตุหลัก เกิดจากกรดไขมันที่จับกับคอเลสเตอรอล ในรูปของ Cholesterol Ester อยู่ใน package ของ LDL cholesterol ล่องลอยในกระแสเลือด แล้วพาเข้าไปสู่ ผนังเส้นเลือด จับตัวกันเป็น plaque ทำให้ ผนังเส้นเลือดหนาตัวและเมื่อหนาตัวมากขึ้น แต่ไม่แข็งแรง เกิดการฉีกขาด มีลิ่มเลือดเกิดขึ้นและอุดตันเส้นเลือดนั้นอย่างฉับพลัน จึงเกิดอาการตามมา แต่โชคดีที่โดยปรกติร่างกายจะมีกระบวนการ ดึงเอา LDL-C จากผนังเส้นเลือดกลับเข้าสู่กระแสเลือด โดยไชมันที่ดี คือ HDL-C ที่ร่างกายสร้างขึ้น จะเข้าไปจับ LDL-C และนำกลับไปที่ตับตามปกติอยู่แล้ว แต่เนื่องจาก สารอนุมูลอิสระ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย จากการใช้ oxygen ในขบวนการใข้พลังงานในร่างกาย หรือรับเข้าไปจากอาหารจำพวก ทอด ปิ้ง ย่าง สูดควันบุหรี่ เป็นต้น มากเกินไป จนไปเปลี่ยนแปลงให้ LDL-C เป็น Oxidized LDL-C คือถูกแย่ง electron ไป เกิดความไม่เสถียรในโครงสร้าง ทำให้ HDL-C ไม่สามารถจับตัวและนำ LDL-C กลับเข้าสู่กระแสเลือดได้ ส่วน Oxidized LDL-C ที่อยู่ในผนังเส้นเลือด ก็จะพยายามแย่ง eletron จากเซลล์ผนังเส้นเลือดข้างเคียง เกิดการอักเสบขึ้นมา ทำให้ร่างกายต้องกำจัด โดยส่งเม็ดลือดขาว Macrophage มากิน Oxidized LDL-C ที่รบกวนอยู่ เมื่อกินเข้าไปมากเข้า มากเข้า จนอ้วนบวม ตัวเองก็ถูกรบกวนด้วยเช่นกัน จนเซลโดนทำลายแตกออกกลายเป็น plaque เคลือบผนังเส้นเลือด ไปเรื่อยๆ
ดังนั้น เราต้องมาให้ความสนใจ กับชนิดของกรดไขมันว่า ชนิดไหนจะถูก ออกซิไดซ์ จากสารอนุมูลอิสระได้ง่ายกว่ากัน นั่นก็คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ที่จะถูก oxidized ได้ง่าย ได้แก่ น้ำมันพืช ตระกูล ถั่วเหลือง ข้าวโพด ทานตะวัน ที่มีปริมาณชนิด oleic 18:1และ linoleic 18:2 จำนวนมาก ส่วนไขมันสัตว์ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว มีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวไม่มาก แต่จะมีชนิดอิ่มตัวมากกว่า ซึ่งจะถูก oxidized ได้ยากกว่า สังเกตได้ว่าของทอดด้วยน้ำมันปาลม์ น้ำมันหมู จะเก็บอยู่ได้นาน ไม่เหม็นหีน มีการทดลองนำเอา plaque จากผนังหลอดเลือดมาวิจัย ดูส่วนประกอบของกรดไขมัน พบว่า มากกว่า 50% เป็นกรดไขมัน oleic 18:1 และ linoleic18:2 รวมกัน ส่วนกรดไขมันจากสัตว์ stearic18:0, น้ำมันปาลม์ palmitic 16:0, น้ำมันมะพร้าว Lauric 12:0 กลับพบน้อย ลองเข้าไปดูในรายละเอียด
http://twcbgh5.blogspot.com/
ไขมันชนิดใดที่เป็นอันตรายกันแน่
ประเด็นเรื่องคอเลสเตอรอล ยังมีการเข้าใจสับสนอยู่ ที่มันมีความเกี่ยวข้องกับสาเหตุของ เส้นเลือดอุดตัน ทั้งหัวใจ และสมอง ความจริงแล้วสาเหตุหลัก เกิดจากกรดไขมันที่จับกับคอเลสเตอรอล ในรูปของ Cholesterol Ester อยู่ใน package ของ LDL cholesterol ล่องลอยในกระแสเลือด แล้วพาเข้าไปสู่ ผนังเส้นเลือด จับตัวกันเป็น plaque ทำให้ ผนังเส้นเลือดหนาตัวและเมื่อหนาตัวมากขึ้น แต่ไม่แข็งแรง เกิดการฉีกขาด มีลิ่มเลือดเกิดขึ้นและอุดตันเส้นเลือดนั้นอย่างฉับพลัน จึงเกิดอาการตามมา แต่โชคดีที่โดยปรกติร่างกายจะมีกระบวนการ ดึงเอา LDL-C จากผนังเส้นเลือดกลับเข้าสู่กระแสเลือด โดยไชมันที่ดี คือ HDL-C ที่ร่างกายสร้างขึ้น จะเข้าไปจับ LDL-C และนำกลับไปที่ตับตามปกติอยู่แล้ว แต่เนื่องจาก สารอนุมูลอิสระ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย จากการใช้ oxygen ในขบวนการใข้พลังงานในร่างกาย หรือรับเข้าไปจากอาหารจำพวก ทอด ปิ้ง ย่าง สูดควันบุหรี่ เป็นต้น มากเกินไป จนไปเปลี่ยนแปลงให้ LDL-C เป็น Oxidized LDL-C คือถูกแย่ง electron ไป เกิดความไม่เสถียรในโครงสร้าง ทำให้ HDL-C ไม่สามารถจับตัวและนำ LDL-C กลับเข้าสู่กระแสเลือดได้ ส่วน Oxidized LDL-C ที่อยู่ในผนังเส้นเลือด ก็จะพยายามแย่ง eletron จากเซลล์ผนังเส้นเลือดข้างเคียง เกิดการอักเสบขึ้นมา ทำให้ร่างกายต้องกำจัด โดยส่งเม็ดลือดขาว Macrophage มากิน Oxidized LDL-C ที่รบกวนอยู่ เมื่อกินเข้าไปมากเข้า มากเข้า จนอ้วนบวม ตัวเองก็ถูกรบกวนด้วยเช่นกัน จนเซลโดนทำลายแตกออกกลายเป็น plaque เคลือบผนังเส้นเลือด ไปเรื่อยๆ
ดังนั้น เราต้องมาให้ความสนใจ กับชนิดของกรดไขมันว่า ชนิดไหนจะถูก ออกซิไดซ์ จากสารอนุมูลอิสระได้ง่ายกว่ากัน นั่นก็คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ที่จะถูก oxidized ได้ง่าย ได้แก่ น้ำมันพืช ตระกูล ถั่วเหลือง ข้าวโพด ทานตะวัน ที่มีปริมาณชนิด oleic 18:1และ linoleic 18:2 จำนวนมาก ส่วนไขมันสัตว์ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว มีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวไม่มาก แต่จะมีชนิดอิ่มตัวมากกว่า ซึ่งจะถูก oxidized ได้ยากกว่า สังเกตได้ว่าของทอดด้วยน้ำมันปาลม์ น้ำมันหมู จะเก็บอยู่ได้นาน ไม่เหม็นหีน มีการทดลองนำเอา plaque จากผนังหลอดเลือดมาวิจัย ดูส่วนประกอบของกรดไขมัน พบว่า มากกว่า 50% เป็นกรดไขมัน oleic 18:1 และ linoleic18:2 รวมกัน ส่วนกรดไขมันจากสัตว์ stearic18:0, น้ำมันปาลม์ palmitic 16:0, น้ำมันมะพร้าว Lauric 12:0 กลับพบน้อย ลองเข้าไปดูในรายละเอียด
http://twcbgh5.blogspot.com/