(กระทู้ระบาย)พี่สาวกับแม่ทะเลาะกันบ่อยๆควรทำอย่างไรดี?

ความจริงแล้วตัดสินใจอยู่ลายครั้งว่าจะนำเรื่องนี้ลง Pantip ดีไหม จนวันนี้แหละพี่กับแม่ก็ทะเลาะกันอีกแล้ว (ทะเลาะกันบ่อยมาก)รู้สึกทนไม่ไหว อยากระบายแต่ไม่รู้จะระบายให้ใครฟังเลยขอพิมพ์เป็นตัวหนังสือลง Pantip แล้วกันค่ะ

บ้านเรามีอยู่แค่สามคนค่ะมีแม่ พี่สาว และก็เรา เราเด็กที่สุดในบ้าน เวลาที่เขาทะเลาะกันเราก็พูดอะไรไม่ได้ นอกจากเงียบ เพราะเราเคยพูดแล้วก็โดนแม่ตอกกลับทำนองว่าเดี๋ยวนี้ปากดีนักนะจากนั้นเราก็ไม่กล้าพูดอะไรตอนที่เขาทะเลาะกันอีกเลย คือเราก็โตแล้วนะอายุ 18 แล้วแต่สำหรับในบ้านเราก็เด็กที่สุด เรารู้สึกตัวเองตัวเล็กที่สุดไม่กล้าทำอะไรมากนอกจากรอจนทั้งคู่จะหายโกรธกัน บางครั้งก็วันเดียว สอง-สามวันบ้าง บางครั้งเป็นอาทิตย์เลย เราก็รู้สึกไม่ดีนะคะที่เห็นคนในครอบครัวทะเลาะกันแล้วเราทำอะไรไม่ได้ บวกกับเราเป็นคนไม่กล้าพูดหรือปลอบใจอะไรมากมาย (ความรู้สึกประมาณรักนะแต่ไม่แสดงออก)

เหมือนทุกครั้งๆที่พี่กับแม่ทะเลาะกันจะเริ่มที่แม่ก่อน ขอบอกก่อนว่าไม่ได้จะว่าแม่ในทางเสียๆหายๆนะคะ ไม่มีใครว่าแม่ตัวเองหรอก อยากจะชี้แจงว่าด้วยนิสัยของแม่เราอาจจะเป็นเหตุผลในการทะเลาะกับพี่อยู่บ่อยๆ คือแม่เราเป็นคนขี้หงุดหงิด+ขี้โมโหเล็กน้อย เมื่อก่อนเป็นมากกว่านี้แต่ปัจจุบันลดลงมากแล้ว คงเพราะอายุมากขึ้น ถ้าแม่เราไม่พอใจอะไรจะแสดงอาการทางสีหน้าและการกระทำทันที เช่น ทำหน้าบึ้งตึง ชักสีหน้า จะเดินแบบเสียงดังตึงๆ แบบกระแทกเท้ากับพื้น ไม่เข้าใจแม่เหมือนกันว่าทำไมแม่ต้องทำแบบนั้นด้วย แอบคิดว่าอาจจะเป็นเพราะแม่อยู่ในวัยทองก็เลยแสดงอาการแบบนั้น ส่วนพี่เราก็ไม่ได้มีนิสัยแบบแม่เลย เหมือนทุกครั้งแม่จะเริ่มก่อนเลย ไม่ได้เข้าข้างใครนะคะ คือสังเกตเอาเอง อย่างเรื่องที่เกิดสดๆร้อนๆคือ แม่เราไปขายของให้เจ้านายเก่าแล้วทำยอดไม่ได้ตามเป้า เจ้านายก็ทำเหมือนจะไม่พอใจพูดกับแม่ทำนองว่างานนี้แม่เราได้ประโยชน์มากที่สุด เขาแทบไม่ได้อะไร เพราะเจ้านายจ้างแม่เป็นรายวัน เขาไว้ใจให้แม่เราเก็บเงินเอง ค่าจ้างก็หักไปเลยจากที่ขายได้ในแต่ละวัน เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร ไม่เราไม่ได้แอบซุกเงินแต่อย่างใด แต่แม่ก็คงคิดมากเลยทำให้เขาอยากออกมาขายของเองมากกว่า มันสบายใจกว่า ได้เงินเท่าไหร่ไม่เป็นไร ไม่ต้องเยอะมากก็อยู่ได้ แม่เราก็เลยหวังจากพี่ค่ะ พี่เราเป็นนักศึกษาจบใหม่เพิ่งมีงานทำไม่ถึงปี ด้วยความที่แม่ทำงานเลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด แม่คงหวังจากพี่เรา พี่เราก็ให้แม่ออกจากงานดูแลผู้ป่วย เพราะแม่ก็ไม่สบายใจที่จะทำงานนั้นด้วย แม่ก็ออกมาไม่ได้ทำอะไร มีบ้างที่ไปขายน้ำเพื่อสุขภาพตามตลาดนัดแต่ไม่ได้ทำประจำเพราะไม่มีรถส่วนตัว ไม่สะดวกต่อการค้าขายมากนัก เสียค่าแท็กซี่ไปแทบจะไม่ได้อะไร จากแต่ก่อนที่แม่เราทำงานคนเดียวก็กลายเป็นพี่เราที่ทำงานเลี้ยงครอบครัวคนเดียว แม่เราไม่ชอบอยู่บ้านเฉยๆค่ะ เลยอยากออกไปขายของอีกแต่ก็ติดอยู่ตรงทีไม่มีรถเนี่ยแหละ พี่เราไม่อยากให้ไปขายเพราะมันได้ไม่คุ้มเสีย ไหนจะฝนตก ไหนจะค่าแท็กซี่ แม่เราก็น้อยใจพูดกับพี่ประมาณว่า

“โทรศัพท์เป็นหมื่นๆยังซื้อได้ แค่นี้ซื้อไม่ได้”

คำว่าแค่นี้ก็คือรถแหละค่ะ ในความคิดเรา เราว่าพี่เราเพิ่งทำงานนะเงินยังไม่ทันเก็บเลย ยังไม่พร้อม ไหนจะค่าดาวน์ค่าผ่อน รายได้ก็ไม่ได้เยอะอะไรมากมาย เราก็เงียบ พี่เราก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร แม่ก็บ่นไปเรื่อยๆว่า

“ให้ฉันอยู่เฉยๆ 2 ปี อยู่ไม่ได้หรอก”

พี่เราก็ยังเงียบ ดูทีวีต่อจนแม่พูดว่า “ลูกคนอื่นยังซื้อของเป็นแสนๆให้แม่” พี่เราคงทนไม่ไหวตอบโต้กลับ

“ทีหนูยังไม่เคยพูดเลยว่าทำไมหนูไม่เห็นมีนั่นมีนี่เหมือนคนอื่น หนูเพิ่งจะทำงาน แม่จะเอาอะไรจากหนูอีก  ”
เราจำประโยคพูดได้คร่าวๆประมาณนี้ค่ะ พอแม่เข้าไปนอน พี่เราก็จะเข้าไปเอาของในห้องที่แม่นอน พี่เราคงเปิดประตูพรวดเข้าไปแม่เลยไม่พอใจ พอพี่เดินออกจากห้องไปแม่ก็เดินกระทืบเท้ามามองพี่ (เป็นประตูกระจก) แล้วก็กลับไปนอนต่อ แม่เรามักจะเป็นแบบนี้
จนพี่เราร้องไห้บอกทนไม่ไหวแล้ว ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว อะไรของแม่ก็ไม่รู้ แล้วก็บอกให้เรารีบๆเรียนจบจะได้มาช่วยพี่หาเงิน คือเราแทบจะร้องไห้ตาม เราไม่รู้จะทำไงได้แต่มองพี่แล้วเงียบเหมือนเดิม (รู้สึกตัวเองผิดด้วยที่ช่วยอะไรไม่ได้) แต่ละครั้งที่ทะเลาะกันคือมันไม่ได้ร้ายแรงนะ แต่มันเกิดบ่อยมาก แล้วส่วนใหญ่แม่จะทะเลาะกับพี่มากกว่าทะเลาะกับเรา จนพี่บอกเราเป็นลูกคนโปรดของแม่ แต่จริงๆแม่ก็รักเราเท่ากันแหละ เราไม่รู้จะทำยังไงต่อไปแล้วค่ะ มันบ่อยจนรู้สึกว่ามันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้  รบกวนช่วยชี้แนะทางให้กับเราด้วยนะคะ ควรจะทำอย่างไรต่อไปดี อยากให้ครอบครัวมีแต่เสียงหัวเราะเหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่