การบิดเบือนที่เหมือนกัน จากมาตรา 68 ศาลรัฐธรรมนูญวันนั้น ถึงมาตรา 5 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติวันนี้

กระทู้สนทนา
รัฐธรรมนูญ 2550
เราได้เห็นการบิดเบือนรัฐธรรมนูญอย่างไร้ยางอายจากศาลรัฐธรรมนูญ  ในเรื่องมาตรา 68

ทั้งที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญชัดเจนว่า  การยื่นคำร้องตามมาตรา 68 นั้น  ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น



แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็บิดเบือนว่า สามารถยื่นโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เลย

ทั้งนี้  ก็เพราะให้เข้าสู่เป้าหมายทางการเมืองได้เท่านั้นเอง
คือให้พวก ปชป.  ส.ว.สรรหา  หรือพวกอื่นใดที่ร่วมอยู่ในขบวนการโค่นล้มทางการเมือง
สามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เลย  ไม่ต้องผ่านอัยการ  เพราะถ้าผ่านอัยการ  เรื่องอาจไม่ถึงศาล  เพราะอัยการไม่บิดเบือนด้วยแน่

เช่น  เรื่องการ ส.ส. และ ส.ว. โหวตในสภาฯ นั่นแหละครับ    
ไม่มีทางเลยที่จะเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ หรือได้อำนาจการปกครองโดยมิชอบ

หากยื่นเรื่องไปหาอัยการ  มีแต่อัยการจะตีตกไปเท่านั้น
จึงต้องบิดเบือนมาตรา 68  เพื่อให้สามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง
ศาลรัฐธรรมนูญจะได้วินิจฉัยแบบหลุดโลกไปตามธง

นี่คือการบิดเบือน  ฉ้อฉลกฎหมายสูงสุดของบ้านเมือง  เพื่อเป้าหมายทางการเมือง
เป็นการสมรู้ร่วมคิดที่สร้างความเสียหายให้บ้านเมืองอย่างมาก

แต่ไม่เคยสำนึก

....



ถึงวันนี้  เรากำลังจะได้เห็นการพยายามบิดเบือนรัฐธรรมนูญ  เพื่อเป้าหมายทางการเมืองอีกครั้ง

รัฐธรรมนูญ 2557
ไม่ได้มีบทบัญญัติใดให้อำนาจการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้
อำนาจหน้าที่นี้ของ ส.ว.  ได้สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ 2550 ไปแล้ว

แต่ก็ยังมีการพยายามบิดเบือน

เริ่มจาก ป.ป.ช.  ทั้งที่รู้ว่ารัฐธรรมนูญ 50  สิ้นสภาพไปแล้ว  แต่ก็ยังชงเรื่องถอดถอนให้ สนช.
เพื่อ สนช. จะได้รับไม้บิดเบือนตีความว่ามีอำนาจทำได้

เป็นการสมรู้ร่วมคิดที่น่ารังเกียจอีกครั้ง

สนช. อ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 6   ที่บอกว่า สนช. ทำหน้าที่ ส.ส. และ ส.ว.
แล้วก็อ้างรัฐธรรมนูญ 2557  มาตรา 5   ว่าสามารถทำหน้าที่ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

มาตรา 5  บอกไว้ว่า




อ่านยังไง  ตีความยังไง  ก็ไม่ใช่เรื่องการถอดถอนครับ



ปกติแล้ว  ส.ส. และ ส.ว. จะมีหน้าที่อยู่สองเรื่อง
คือหน้าที่ทางด้านนิติบัญญัติ  คือการผ่านร่างกฎหมาย  
และด้านการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร(รัฐบาล)

ส่วนหน้าที่อื่น ๆ   เช่น  การถอดถอน  การให้ความเห็นชอบเรื่องสำคัญ ๆ   การให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง
เรื่องพวกนี้  รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้   หากไม่ได้บัญญัติไว้   ก็แปลว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องเหล่านี้

สนช. จะไปตีความรัฐธรรมนูญตามใจชอบไม่ได้ !!!



รัฐธรรมนูญ 2557  มาตรา 5  
เป็นการให้อำนาจ สนช. วินิจฉัยในเรื่องที่ตัวรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้
ไม่ใช่ให้อำนาจในการวินิจฉัยว่า สนช. มีอำนาจหน้าที่เรื่องนั้นเรื่องนี้หรือไม่

เมื่อรัฐธรรมนูญ 50  กำหนดให้มีอำนาจถอดถอน  ก็มีอำนาจถอดถอน
เมื่อรัฐธรรมนูญ 50  สิ้นสุดลง  อำนาจถอดถอนก็สิ้นสุดลงด้วย

เมื่อรัฐธรรมนูญ 57  ไม่ได้กำหนดให้มีอำนาจถอดถอน  ก็ไม่มีอำนาจถอดถอน
ไม่สามารถจะไปวินิจฉัยเองได้ว่า  มีอำนาจถอดถอนหรือไม่

สิ่งที่มาตรา 5  ให้ไว้   คือการวินิจฉัยในเรื่องที่อยู่ในสถานการณ์ตามรัฐธรรมนูญ 2557 เท่านั้น
เช่น  วันนี้  เกิดนายสมชัย  ศรีสุทธิยากร  เป็นโรคลมชัก  ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ กกต. ได้

สนช. ก็จะมีหน้าที่ในการสรรหา กกต. คนใหม่มาแทนนายสมชัย
แม้รัฐธรรมนูญ 57  จะไม่ได้บัญญัติไว้  แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ สนช. สามารถวินิจฉัยได้เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง

มันคนละเรื่องกับสิ่งที่ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว (รัฐธรรมนูญ 2550 สิ้นสุดลง)  แต่จะมาวินิจฉัยว่าตัวเองยังมีอำนาจอยู่



การที่ ป.ป.ช. ชงเรื่องถอดถอนส่งต่อ สนช.  และ สนช. บางกลุ่มพยายามบิดเบือนรัฐธรรมนูญ
ไม่มีอะไรมากไปกว่า  "เชื้อซากกากเดน" เก่า ๆ ที่ยังต้องการทำลายล้างทางการเมือง

เพราะหากทำลายล้างได้สำเร็จ  พวกตัวเองก็มีที่ยืน
หากทำลายล้างไม่สำเร็จ เลือกตั้งเมื่อไร  พวกตัวเองก็กลายเป็นตัวประหลาดในบ้านเมือง

ลองคิดดูสิครับ

หากวันนี้  คสช. สร้างความเป็นธรรมอันแท้จริงให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองได้
พวกอย่างศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระทั้งหลาย  จะมีหน้าอยู่ในสังคมได้อย่างไร




คสช. จัดการให้สักหน่อยเถิดครับ
แล้วท่านจะได้ใจประชาชนไปครองทันที

อมยิ้ม01
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่