อาทิตย์อับแสง (บทที่ 33) โดย มานัส

กระทู้สนทนา
อาทิตย์อับแสง (บทที่ 33)



สายตาที่มอง…แปลก

มันเป็นสายตาที่บ่งบอกความไม่ไว้วางใจ การจ้องจับผิด ขยะแขยง แกมสมเพช

เป็นสายตาที่ณัฐรังเกียจที่สุด

เขาขยับแขนเสื้อสูททอม ฟอร์ดสีเข้มที่สวมใส่อยู่ เพียงแต่ว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด สูท และเน็คไทล้วนราคาแพงลิบลิ่วกลับทำห้เขาอึดอัด…ไม่ชิน

ต่อให้ผ่านมากี่ปีก็ยังไม่ชินเสียที

ทั้งร่างกาย…สิ่งที่สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสูท นาฬิกา รองเท้า สนนราคาเป็นหมื่นเป็นแสน ซึ่งควรทำให้คนอื่นมองด้วยความทึ่งอิจฉาริษยา ควรทำให้เขาดูเด่น

แต่ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้ณัฐอึดอัด

แล้วยังขาเทียมอีก!

ทั้งหมดเป็นเพราะ…ไอ้หมอนั่นคนเดียว!

“เชิญค่ะ” เสียงของฝ่ายต้อนรับบนชั้นบริหารของธนาคารแอลทัสในประเทศไทยดังพอได้ยิน ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะเดินนำเข้าไปในห้องประชุมเล็ก “รอสักครู่นะคะ”

การบอกสั้นๆ ก่อนประตูห้องจะถูกปิดลง ทิ้งให้ชายหนุ่มในสูทราคาแพงยืนอยู่เพียงลำพัง หันซ้ายขวา ก่อนจะติดสินใจนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ใกล้สุด

เวลาผ่านไปนานนักในความรู้สึกของคนที่รอ จนกระทั่งเกือบชั่วโมงต่อมากว่าที่ประตูห้องประชุมจะถูกเปิดออกอีกครั้ง

ในแวบแรกณัฐดีใจเสียด้วยซ้ำเมื่อเห็นผู้จัดการใหญ่ของธนาคารแอลทัสประจำประเทศไทยปรากฏตัว เพียงแต่ว่าชายหญิงอีกสองคนที่เดินตามมา…ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายบุคคล

นั่นทำให้รอยยิ้มแสยะอย่างมีชัยของเขาค่อยๆ จางหายไป

ทั้งสามนั่งลงยังอีกฟากโต๊ะ ก่อนที่ฝ่ายบุคคลจะแจ้ง

“เรากำลังสอบสวนกรณีทุจริตยักยอกเงินของลูกค้าจำนวน ห้าล้านดอลล่าร์ ดังนั้น ในระหว่างที่การสืบสวนยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน เราจึงเห็นควรว่าจำเป็นต้องพักงานคุณจนกว่า จะสามารถพิสูจน์ได้แน่ชัดว่าคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”

“อะไร!” เสียงกระชากแรงพร้อมกับกำปั้นทุบโต๊ะดังปัง! “ก็กำลังสอบไอ้ภูเก็ตอยู่ ผมเกี่ยวอะไรด้วย”

“เพื่อความรอบคอบ”

“รอบคอบอะไร คุณไม่มีหลักฐานว่าผมกระทำผิด ลายเซ็นเอกสารทุกอย่างออกมาจากทีมเอ”

“หลายอย่างน่าสงสัย ที่แม้แต่ดาราที่การศึกษาไม่สูงเช่นเกษรายังดูออก” ผู้แทนฝ่ายกฎหมายของธนาคารยื่นแฟ้มที่มีสำเนาเอกสารให้อีกฝ่าย “เธอสงสัยว่ามีการปลอมลายเซ็นของเธอบนเอกสารที่มีลายเซ็นของคุณกำกับ สงสัยกระทั่งลายเซ็นของคุณภูเก็ตซึ่งไม่ตรงกับเอกสารส่วนตัวของเธอที่มีเก็บไว้ แล้วส่งมาให้เรา”

“ภูเก็ตมีความสัมพันธ์กับลูกค้าแล้วไม่รายงาน นั่นผิด!” ณัฐหาทางแย้ง ดิ้นเพื่อให้ตัวเองรอด

เกษราเข้ามายุ่ง…ไม่เพียงแต่ช่วยให้ภูเก็ตรอดในวันโน้น แต่จะมัดเขาในวันนี้ให้จนมุม

ไม่มีทาง!

“เรื่องนั้นก็ว่ากันไป ความสัมพันธ์แค่ไหนเราก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ข่าวของคุณกับเกษราเป็นข่าวดังมาก”

“นายธนาคาร…อาจจะเป็นคนอื่น ทำไมต้องผม!”

“รูปที่ถูกแอบถ่ายไว้ต้อนที่คุณไปกินข้าวกัน ก็มีให้เห็นเกลื่อน คุณเองก็เองไปคุยโม้กับลูกค้า และคนในธนาคารหลายคน”

“ก็แค่คุย ผมไม่มีสิทธิ์หรือไง”

“แต่ถ้าเป็นความจริง คุณก็ควรรายงานความสัมพันธ์ มันเป็นกฎ” ฝ่ายบุคคลแย้งทันที “คุณก็รู้อยู่แก่ใจ”

การโต้กลับแบบนั้นทำให้ณัฐนิ่งไป ราวจำนน เพราะข่าว…คาวระหว่างเขากับเกษราที่ณัฐเคยภาคภูมิใจนักหนา เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยรายงานต่อธนาคารถึงความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ

ทุกอย่างแค่ข่าว…ซ้ำเป็นข่าวที่ล้วนเต้าขึ้นมาโดยนักข่าว และมโนของนักสร้างข่าว

และยังแฟนคลับบ้าๆ นั่น

“ทุกคนรู้อยู่แล้ว จะต้องรายงานทำไม” ชายหนุ่มอ้าง ขยับชายของสูททอม ฟอร์ดเมื่อร่างของเขาเคลื่อนไหวๆ ในเก้าอี้นั่งหลังโต๊ะประชุม

“เอาเถอะ” ผู้จัดการใหญ่ของธนาคารแอลทัสโบกมือตัดบท ภาษาอังกฤษที่พูดชัดเจนทุกถ้อยคำ ราวเตรียมคำพูดมาเป็นอย่างดี “แต่เรื่องเอกสารปลอมและลายเซ็นนั่นเป็นอะไรที่เราต้องพิจารณา เพราะฉะนั้นระหว่างที่ยังไม่มีข้อสรุปและเพื่อยุติข้อกังขาทั้งปวง เราจึงตัดสินใจพักงานของคุณ และจะระงับธุกรรมต่างๆ ของฝ่ายชั่วคราวจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด”

“เรื่องนี้เจ้านาย…”

“เจ้านายของคุณโดนพักงานด้วยเช่นกัน”

“คนที่มีอำนาจอนุมัติคือเจ้านายของผม” ณัฐโบ้ยเช่นนั้น “ถ้าหัวหน้าฝ่ายไม่อนุมัติ…”

“เราต้องสืบ แต่ในตอนนี้ ผมแนะนำว่าคุณควรรับข้อเสนอของเรา”

“ผมยังได้รับเงินเดือนปรกติหรือไม่”

“ได้…ถ้าคุณไม่ต้องโทษทางกฎหมายเกี่ยวกับคดีนี้” ฝ่ายกฎหมายยืนยันก่อนจะยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้อีกฝ่าย “เซ็นรับรองด้วย”

และณัฐเซ็นแต่โดยดี เพราะเนื้อหาไม่มีอะไรน่าสงสัย ตอนไอ้ภูเก็ตโดนบีบ มันก็ต้องเซ็นเช่นกัน

รอยยิ้มบางๆ ระคนสะใจปรากฏมุมปาก อีกคนั้งเมื่อการคุยกับแอลทัสสิ้นสุด

โดนพักงาน…และอาจจะต้องออกจากงาน แต่ไม่เป็นไรเพราะตอนนี้เขาไม่มีอะไรจะเสีย เงินอีกสองสามก้อนสุดท้ายที่โอนออกไม่ทัน ก็ถือว่าให้เสียไป จะกลัวอะไร เขาไม่คิดเสียดาย เพราะอย่างน้อยเขามีเงินกว่าห้าล้านดอลล์ร่าในมือ หักโน่นนี่ไป…เงินที่ได้มาง่ายๆ ก็พอที่จะหาที่กลบดานใช้ชีวิตสบายๆ ไปพักใหญ่

ไม่เหมือนไอ้ภูเก็ต…รายนั้น มีแต่เสียกับเสีย

เสียชื่อ

เสียเงิน

เสียเวลา

เสียอนาคต

และเสียคนที่เคยรักและเอ็นดูมัน พวกลูกค้าโง่ๆ เหล่านั้น รวมทั้งนางเอกสาวคนดัง แล้วยังคนในครอบครัวของไอ้ภูเก็ต…ยัยคุณหญิงจอมเจ้ายศเจ้าอย่างที่บัดนี้ไม่เพียงไม่ช่วยเหลือ แต่กลับซ้ำเติมด้วยการยื่นฟ้อง

เทพบุตรของสำนักงานใหญ่…สุดท้ายก็มีแต่ชื่อเสียๆ

ร่างในสูททอม ฟอร์ดกดลิฟท์ลงมาด้านล่างยังชั้นของฝ่ายเพื่อเก็บข้าวของตามที่ตกลงในสัญญา…พักงานที่เขาเพิ่งเซ็น การเดินทุกท่วงท่าเป็นของคนที่มั่นใจในชัยชนะ เพียงแต่ว่าความเงียบเชียบภายในฝ่ายที่ปรกติมักจะมีเสียสนทนาเสมอทำให้เขาเอะใจ

ยังไม่เที่ยงวัน แต่ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดนั่งทำงานอยู่ในฝ่าย

หากความคิดก็เพียงแวบ เพราะไม่ทันถึงอึกใจ ร่างของชายฉกรรจ์สี่คนก็ปรากฏตัว ปรี่เข้ามาราวสายฟ้าแลบ

“คุณถูกจับข้อหายักยอกทรัพย์ และปลอมแปลงเอกสาร” เสียงชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน แม้จะยังไม่มีการรวบตัว "คุณมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ ถ้อยคำของคุณนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ และคุณมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความหรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ"

หมายจับถูกยื่นให้แต่ณัฐไม่รับ ไม่แม้แต่จะฟังหมายที่ถูกอ่านเป็นฉากๆ เขารับรู้ว่าต้องไปที่ทำการกองปราบ และการรับรู้นั่นก็พร้อมกับกุญแจมือเย็นๆ ที่ถูกใส่มัดเขาเสียจนแน่น

ร่างในสูทราคาแพงได้แต่เดินตามเจ้าหน้าที่ ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆ จะรับรู้เพียง เสียงซุบซิบและสายตาของคนที่ผ่านสวนไปมา

สายตาที่มอง…สงสัย หวาดกลัว สมน้ำหน้า สมเพช

และณัฐก็เกลียดสายตาเหล่านี้ที่สุด!

ทั้งหมดก็เพราะไอ้หมอนั่น

และการที่เขาถูกจับก็เป็นเพราะดาราสาวคนนั้นหลงเสน่ห์ไอ้หมอนั่น จับผิดเขาจนได้!








เกษรารีบคว้าโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงกรีดร้อง การกรอกเสียงทันทีนั้น ไม่สนใจแม้แต่ที่จะดูว่าใครโทรฯ เข้ามา

“ฮัลโหล”

เพียงแต่ว่าปลายสายเงียบไปเพียงครู่ ก่อนจะมีเสียงตอบ “ผมจะเอาชุดนอนที่แม่ยืมคุณไปคืน แล้วก็จะเอาเน็คไทที่ผมลืมทิ้งไว้คืนด้วย” เสียงคุ้นเคย เพียงแต่ว่าคนฟังยังไม่ชินนักกับความเรียบเฉยที่ปรากฏ “คุณจะอยู่ที่ห้องวันนี้หรือเปล่า ผมคงไปถึงช่วงเย็นๆ ค่ำๆ หน่อย ถ้าไม่อยู่ผมจะเอาชุดไปแขวนไว้ที่หน้าห้องให้ ส่วนเน็คไทนั่น รบกวนคุณหย่อนใส่ตู้จดหมายของผมก็แล้วกัน ห้อง...”

การบอกเลขห้องรวดเร็ว ไม่ได้รีรอหรือไถ่ถามว่าอีกฝ่ายจะจดทันหรือไม่ และเมื่อบอกเสร็จก็เงียบไป จนหญิงสาวกระชากเสียง

“ฉันยุ่ง!”

“ถ้าอย่างงั้นผมจะเอาไปแขวนไว้ที่หน้าห้อง หรือว่าคุณอยากจะให้ผมฝากไว้ฟรอนท์” เขายังอุตส่าห์หาอีกหนึ่งทางเลือกให้อีกฝ่าย

“เรื่องของคุณ แต่เอามาคืนฉันก็แล้วกัน อย่าให้เป็นเหมือนเครื่องชามเบญจรงค์ของฉันล่ะ”

“อย่าห่วง ผมไม่เอาของๆ คุณหรอก ถ้วยชามที่ทำแตกก็จะหาคืนให้” ประโยคนั่นอ่อนล้า พอๆ กับการตัดบทวางสายของเขา

เกษราผ่อนลมหายใจช้า ไม่ต่างจากการกดปิดโทรศัทพ์มือถือ ความรู้สึกของเธอเบาหวิว ต่างจากรถตู้คันงามที่กำลังแล่นไปบนทางด่วนด้วยความเร็วสูงในเวลานี้

ดวงตาล้ำลึก เศร้าสร้อยไม่มีใครได้เห็น แม้แต่ผู้เป็นเจ้าของ ที่ยังคงพร่ำรำพึงในใจ

…ทำไมถึงรู้สึกเช่นนี้…

ใจแม้รู้สึกขาดรอนๆ เจียนจะขาด…แต่ทำไมต้องขาด ราวกำลังหมดสิ้นลมหายใจ

หลับตายังเห็นภาพของเขา…แต่ทำไมต้องเห็น

ความคิดวกวนอยู่กับความทรงจำ…แต่ทำไมต้องจำ

มันมีอะไรให้จำนักหรือ

มีอะไรตราตรึงหรือ

หรือจะเป็นเสียงเปียโนที่เขาเคยบรรเลงเล่น จนเธอต้องไข่วคว้าพยายามเล่นให้ได้ตาม

หรือจะเป็นรอยประทับแนบสนิทในคืนนั้น ที่พอลืมตาตื่นมาก็จางหายไปไม่ต่างจากน้ำค้างเมื่อต้องแสงอรุณคลอไออุ่นละมุนละไมของยามเช้า

หรือจะเป็นความคิด ความหวัง…My Huckleberry Friend

We're after the same rainbows end
Waitin' 'round the bend


[“Moon River” คำร้องโดย Johnny Mercer]



เพียงแต่ว่าในความเป็นจริง เรา…ยังรอกันอยู่หรือไร

เคย…รอกันด้วยหรือ

เพราะในความเป็นจริง ภูเก็ตใช้ชีวิตเพื่อรอเพียงผู้หญิงคนนั้นเท่านั้น




“กลับคอนโด”

หญิงสาวเปิดที่คั่นระหว่างห้องคนขับกับส่วนของผู้โดยสาร แล้วสั่งการทันที

คำสั่งสร้างความงุนงงแก่คนขับรถอยู่ไม่น้อยเพราะ เพราะเมื่อเช้าดาราสาวเป็นผู้ออกคำสั่งเองว่า จะค้างที่บ้านพีทซี่สองสามวัน

เพียงแต่ว่าตอนนี้ เมื่อคำสั่งเปลี่ยน รถตู้คันงามก็จำต้องวกตัวกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่ออกมาเมื่อตอนเช้าตรู่ของวัน

คำสั่งที่เปลี่ยนมาพร้อมกับการบอก “วันนี้เกดไม่ออกไปไหนอีก พรุ่งนี้ลุงค่อยมาฟังคำสั่งอีกทีตอนสายๆ”

คนขับรถเพียงแต่รับคำสั่ง แม้จะมีคำถาม แต่ก็ไม่กล้าถาม คนที่จะถามก็คงมีแต่พีทซี่ที่รออยู่ ณ บ้านใหญ่…

“ฉันอยากอยู่เงียบๆ” เกษราอ้างเช่นนั้นเมื่อเพื่อนสนิทโทรฯ มาเซ้าซี้

“ไหนว่าจะคุยกับฉันเรื่องละครที่มีเสนอเข้ามาไง”

“ไว้วันหลัง” การบอกเรียบง่าย ไม่ใยดี จนอีกฝ่ายต้องอุทาน

“อ้าว”

แต่ก็แค่นั้น เพราะทั้งพีทซี่และเหมียวเปรี้ยวต่างพร้อมใจกันยอมรับ…ช่วงนี้ ผีเข้าผีออก

“งั้นพรุ่งนี้ฉันไปหาเธอที่คอนโดนะ จะได้เอาบทที่เขาส่งมาไปให้…”

คำบอกของเพื่อนสนิทผ่านมาแล้วผ่านไป เพราะเกษราไม่ได้ใคร่ใส่ใจนัก

อีกแล้วที่ใจของเธอว้าวุ่นเพราะ…เรื่องไม่เป็นเรื่อง!

ใจของเธอไม่เป็นสุข จนทำให้ไม่ทันสังเกตเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนหลบอยู่บริเวณทางเข้าอาณาเขตของตึกสูงที่เป็นทั้งเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์และคอนโดหรู

สิ่งที่เกษราเห็นคือดวงหน้าและคำพูดของนายธนาคารรูปงามที่เธอคงไม่แคล้ว…หลง เสียแล้ว




(ต่อ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่