9
เครื่องมือของคาวาน
เด็กสาว และคาวานได้มาถึงบ้านของธีมาในที่สุด ทว่าเมื่อมาถึงคนที่ออกมาต้อนรับเธอกลับไม่ใช่ธีมาเพื่อนของเธออย่างที่ควรเป็น หากแต่เป็นยายของธีมาซึ่งออกมาเปิดประตูให้ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ดีเหลือเกิน…ยายไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” ยายของธีมาน้ำตาคลอยามเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “อชิไปดูอาการธีมาทีลูก ท่าทางไม่ดีมาสักพักแล้ว”
ใบหน้าของอชิพลันซีดเซียวเมื่อได้ยินสิ่งที่ยายของธีมาพูดออกมาทั้งหมด ก่อนจะเร่งถามออกไปด้วยความตื่นกลัว
“ธีมาเป็นอะ…”
“พ่อของเด็กรู้เรื่องหรือยังครับ”
ชายหนุ่มถามขึ้นตัด อชิหันมองอีกฝ่ายแทบจะทันที ยายของธีมาไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ส่ายหน้าช้าๆ แทนการตอบปฏิเสธ คาวานพยักหน้ารับรู้ก่อนจะว่าขึ้นมาใหม่
“ผมเป็นญาติของอชิ แล้วก็เป็นหมอ…ให้ผมช่วยดูเธอเสียหน่อยเถอะครับ”
ยายของธีมาเพียงแต่พยักหน้าอย่างยินดี ก่อนจะเชื้อเชิญพวกเขาเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ อาจจะด้วยพยายามกลั้นอาการสะอื้น หรือมีเรื่องที่ไม่อาจพูดออกมาได้นั้นเด็กสาวก็ไม่แน่ใจ ช่วงระหว่างที่ยายของธีมานำทางไปนั้น อชิซึ่งเดินตามไปโดยทิ้งระยะห่างพอประมาณก็ได้ถือโอกาสสะกิดเรียกคาวานมาถามให้รู้เรื่อง
“คุณรู้หรือว่ามีเรื่องเกิดขึ้น”
“เปล่า แค่คาดเดาเอาไว้ว่าเพื่อนของเธออาจจะมีอาการเบื้องต้น แต่ไม่นึกว่าจะรุนแรง”
“ธีมาจะเป็น…เป็นอย่างธีธัชเหรอคะ”
อชิถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบเป็นกระซิบ มือทั้งสองข้างซึ่งเย็นเยียบพยายามเกาะกุมเข้าให้กันโดยหวังจะช่วยควบคุมสติตัวเองให้คิดอะไรได้กระจ่างชัดกว่านี้ ยามนี้ทั้งร่างของเด็กสาวมีแต่ความกลัวเข้ามาเกาะกุม เธอไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าสุดปลายทางที่ยายของธีมานำเธอไปนั้นจะเป็นอย่างไร เธอจะได้เห็นเพื่อนคนสนิทของเธอในสภาพแบบไหนกันแน่
“อาจใช่ ถ้าเราไม่รีบทำอะไรสักอย่างในตอนนี้” คาวานว่า ก่อนจะอธิบายเพิ่ม “อาการหลงผิดจะรุนแรงขึ้น หากผู้ที่มีอาการนั้นได้รับเรื่องเข้ามากระทบจิตใจอย่างหนัก เพราะเธอไม่ยอมเล่าเรื่องมาเสียทีฉันเลยประเมินสถานการณ์ไม่ถูก”
“แต่ฉันไม่…”
ฉันไม่คิดว่าธีมาจะเป็นอะไร…นี่คือสิ่งที่อชิเตรียมจะปฏิเสธคำตำหนิจากคาวาน หากแต่เธอก็ไม่อาจพูดออกไปได้เต็มปาก เพราะดูเหมือนว่าหากธีมาเป็นอะไรไป ความผิดอาจตกมาที่เธอซึ่งตัดสินใจผิดพลาด และคิดอะไรอย่างโง่ๆ ไม่รอบคอบให้ดี
“อย่าเพิ่งด่วนคิดอะไร!” คาวานดุเสียงเบา “ฉันคือคาวาน เธอมีคนอย่างฉันอยู่จะกลัวอะไรนักหนา”
“แต่…มันน่ากลัว”
เด็กสาวพึมพำ สายตาหลุบลงต่ำไม่อาจเห็นแววตาที่ทอประกายอ่อนโยนของอีกฝ่าย ซึ่งตรงกันข้ามกับคำพูดและน้ำเสียงที่แสดงออกมา
“รีบคุมสติซะ จากนี้ถ้าเห็นฉันทำอะไรก็นิ่งไว้”
อชิเบิ่งตาโต เมื่อยายของธีมานำพวกเขามาถึงบริเวณหน้าห้องหนึ่ง หลังจากที่ประตูแง้มเปิดออก คาวานก็ก้าวพรวดเดียวมาถึงตัวยายของธีมา และเมื่ออชิทันตั้งสติขึ้นมาได้อีกครั้ง… สิ่งที่เธอเห็นก็คือร่างของหญิงชราซึ่งล้มพับไป
“คุณทำอะไรน่ะ!”
“ทำให้สลบไปเฉยๆ ไม่เชื่อก็มาดูสิ”
คาวานพูดพลางวางร่างของหญิงชราในอ้อมแขนลงกับพื้นอย่างเบามือ อชิจ้องมองท่าทีของเขาด้วยสายตาหวาดระแวง ก่อนจะก้าวช้าๆ เข้ามาย่อตัวดูร่างยายของธีมาซึ่งกำลังหลับตาพริ้ม เพียงแต่สลบไปอย่างที่คาวานว่ามาจริงๆ
“คุณทำฉันตกใจนะ จำเป็นต้องทำอย่างนี้ด้วยเหรอ”
“เธอเข้าไปดูเพื่อนเธอก่อนไป เดี๋ยวฉันจะพายายไปหาที่นอนดีๆ ”
จริงอยู่ว่าเด็กสาวยังพะวงเกี่ยวกับยายของธีมาอยู่ไม่น้อย หากแต่เมื่อคาวานพูดขึ้น ด้วยความห่วงใยในตัวธีมาซึ่งรุนแรงมากกว่าก็ทำให้เด็กสาวยอมทำตามคำพูดของเขาไปอย่างว่าง่าย
อชิเหลือบมองแผ่นหลังของคาวานอีกครั้ง ก่อนที่มือบางจะดันประตูที่แง้มอยู่ให้เปิดออก
ภาพที่ปรากฏขึ้นแก่สายตา ทำให้เธอต้องนิ่งงัน
เมื่อห้องที่เคยสะอาดสะอ้านเรียบร้อย กลับกลายเป็นเละเทะ เต็มไปด้วยข้าวของแตกหักวางอยู่ระเกะระกะ เป็นภาพที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต ยิ่งไม่อยากจะคิดต่อไปอีกเลยว่าสภาพห้องแบบนี้เกิดขึ้นจากฝีมือของเพื่อนเธอ อชิไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมีใครที่อารมณ์รุนแรงถึงกับทำลายข้าวของจนเละเละโดยปราศจากเหตุผล
เด็กสาวกวาดตาไปรอบด้านด้วยสีหน้าเป็นกังวล มือไม้เย็นเฉียบ ก่อนที่สายตาของเธอจะสะดุดอยู่ที่ร่างของเพื่อนสาวซึ่งทรุดตัวนั่งลงอยู่ที่พื้น ศีรษะฟุบอยู่กับเตียง สลบไสลไม่ได้สติ
“ธีมา…ธีมา!”
“ดูไม่ค่อยดีนะแบบนี้”
อชิหันไปมองบุรุษเจ้าของเสียงซึ่งก้าวเข้ามายืนดูตั้งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่องรอยความเครียดที่ปรากฏระหว่างคิ้วของชายหนุ่มไม่ได้เป็นสัญญาณสำหรับเธอเลย
“น่าจะอยู่ในระยะสับสน ซึ่งไม่ดีเท่าไหร่ บางรายเมื่อมาถึงระยะนี้ร่างกายก็ทนรับไม่ไหว” คาวานละสายตาจากธีมาขึ้นมาสบตากับเด็กสาว “ได้เวลาเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังได้แล้ว”
อชิเม้มริมฝีปากขณะจ้องมองใบหน้าที่แสดงของชัดถึงความจริงจังของอีกฝ่าย เด็กสาวตระหนักขึ้นมาได้ในตอนนั้นเองว่า ณ ตอนนี้เธอไม่หลงเหลือใครที่เธอสามารถจะพึ่งพิงได้อีกแล้วนอกจากผู้ชายแปลกหน้าที่เดินทางมาจากอดีตกาลคนนี้
เธอได้ตัดสินใจเล่าทุกอย่างที่รับรู้มาจากธีมาให้คาวานฟังโดยไม่ปิดบัง
ชวาลา ตอนที่ ๙ เครื่องมือของคาวาน
เครื่องมือของคาวาน
เด็กสาว และคาวานได้มาถึงบ้านของธีมาในที่สุด ทว่าเมื่อมาถึงคนที่ออกมาต้อนรับเธอกลับไม่ใช่ธีมาเพื่อนของเธออย่างที่ควรเป็น หากแต่เป็นยายของธีมาซึ่งออกมาเปิดประตูให้ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ดีเหลือเกิน…ยายไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” ยายของธีมาน้ำตาคลอยามเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “อชิไปดูอาการธีมาทีลูก ท่าทางไม่ดีมาสักพักแล้ว”
ใบหน้าของอชิพลันซีดเซียวเมื่อได้ยินสิ่งที่ยายของธีมาพูดออกมาทั้งหมด ก่อนจะเร่งถามออกไปด้วยความตื่นกลัว
“ธีมาเป็นอะ…”
“พ่อของเด็กรู้เรื่องหรือยังครับ”
ชายหนุ่มถามขึ้นตัด อชิหันมองอีกฝ่ายแทบจะทันที ยายของธีมาไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ส่ายหน้าช้าๆ แทนการตอบปฏิเสธ คาวานพยักหน้ารับรู้ก่อนจะว่าขึ้นมาใหม่
“ผมเป็นญาติของอชิ แล้วก็เป็นหมอ…ให้ผมช่วยดูเธอเสียหน่อยเถอะครับ”
ยายของธีมาเพียงแต่พยักหน้าอย่างยินดี ก่อนจะเชื้อเชิญพวกเขาเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ อาจจะด้วยพยายามกลั้นอาการสะอื้น หรือมีเรื่องที่ไม่อาจพูดออกมาได้นั้นเด็กสาวก็ไม่แน่ใจ ช่วงระหว่างที่ยายของธีมานำทางไปนั้น อชิซึ่งเดินตามไปโดยทิ้งระยะห่างพอประมาณก็ได้ถือโอกาสสะกิดเรียกคาวานมาถามให้รู้เรื่อง
“คุณรู้หรือว่ามีเรื่องเกิดขึ้น”
“เปล่า แค่คาดเดาเอาไว้ว่าเพื่อนของเธออาจจะมีอาการเบื้องต้น แต่ไม่นึกว่าจะรุนแรง”
“ธีมาจะเป็น…เป็นอย่างธีธัชเหรอคะ”
อชิถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบเป็นกระซิบ มือทั้งสองข้างซึ่งเย็นเยียบพยายามเกาะกุมเข้าให้กันโดยหวังจะช่วยควบคุมสติตัวเองให้คิดอะไรได้กระจ่างชัดกว่านี้ ยามนี้ทั้งร่างของเด็กสาวมีแต่ความกลัวเข้ามาเกาะกุม เธอไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าสุดปลายทางที่ยายของธีมานำเธอไปนั้นจะเป็นอย่างไร เธอจะได้เห็นเพื่อนคนสนิทของเธอในสภาพแบบไหนกันแน่
“อาจใช่ ถ้าเราไม่รีบทำอะไรสักอย่างในตอนนี้” คาวานว่า ก่อนจะอธิบายเพิ่ม “อาการหลงผิดจะรุนแรงขึ้น หากผู้ที่มีอาการนั้นได้รับเรื่องเข้ามากระทบจิตใจอย่างหนัก เพราะเธอไม่ยอมเล่าเรื่องมาเสียทีฉันเลยประเมินสถานการณ์ไม่ถูก”
“แต่ฉันไม่…”
ฉันไม่คิดว่าธีมาจะเป็นอะไร…นี่คือสิ่งที่อชิเตรียมจะปฏิเสธคำตำหนิจากคาวาน หากแต่เธอก็ไม่อาจพูดออกไปได้เต็มปาก เพราะดูเหมือนว่าหากธีมาเป็นอะไรไป ความผิดอาจตกมาที่เธอซึ่งตัดสินใจผิดพลาด และคิดอะไรอย่างโง่ๆ ไม่รอบคอบให้ดี
“อย่าเพิ่งด่วนคิดอะไร!” คาวานดุเสียงเบา “ฉันคือคาวาน เธอมีคนอย่างฉันอยู่จะกลัวอะไรนักหนา”
“แต่…มันน่ากลัว”
เด็กสาวพึมพำ สายตาหลุบลงต่ำไม่อาจเห็นแววตาที่ทอประกายอ่อนโยนของอีกฝ่าย ซึ่งตรงกันข้ามกับคำพูดและน้ำเสียงที่แสดงออกมา
“รีบคุมสติซะ จากนี้ถ้าเห็นฉันทำอะไรก็นิ่งไว้”
อชิเบิ่งตาโต เมื่อยายของธีมานำพวกเขามาถึงบริเวณหน้าห้องหนึ่ง หลังจากที่ประตูแง้มเปิดออก คาวานก็ก้าวพรวดเดียวมาถึงตัวยายของธีมา และเมื่ออชิทันตั้งสติขึ้นมาได้อีกครั้ง… สิ่งที่เธอเห็นก็คือร่างของหญิงชราซึ่งล้มพับไป
“คุณทำอะไรน่ะ!”
“ทำให้สลบไปเฉยๆ ไม่เชื่อก็มาดูสิ”
คาวานพูดพลางวางร่างของหญิงชราในอ้อมแขนลงกับพื้นอย่างเบามือ อชิจ้องมองท่าทีของเขาด้วยสายตาหวาดระแวง ก่อนจะก้าวช้าๆ เข้ามาย่อตัวดูร่างยายของธีมาซึ่งกำลังหลับตาพริ้ม เพียงแต่สลบไปอย่างที่คาวานว่ามาจริงๆ
“คุณทำฉันตกใจนะ จำเป็นต้องทำอย่างนี้ด้วยเหรอ”
“เธอเข้าไปดูเพื่อนเธอก่อนไป เดี๋ยวฉันจะพายายไปหาที่นอนดีๆ ”
จริงอยู่ว่าเด็กสาวยังพะวงเกี่ยวกับยายของธีมาอยู่ไม่น้อย หากแต่เมื่อคาวานพูดขึ้น ด้วยความห่วงใยในตัวธีมาซึ่งรุนแรงมากกว่าก็ทำให้เด็กสาวยอมทำตามคำพูดของเขาไปอย่างว่าง่าย
อชิเหลือบมองแผ่นหลังของคาวานอีกครั้ง ก่อนที่มือบางจะดันประตูที่แง้มอยู่ให้เปิดออก
ภาพที่ปรากฏขึ้นแก่สายตา ทำให้เธอต้องนิ่งงัน
เมื่อห้องที่เคยสะอาดสะอ้านเรียบร้อย กลับกลายเป็นเละเทะ เต็มไปด้วยข้าวของแตกหักวางอยู่ระเกะระกะ เป็นภาพที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต ยิ่งไม่อยากจะคิดต่อไปอีกเลยว่าสภาพห้องแบบนี้เกิดขึ้นจากฝีมือของเพื่อนเธอ อชิไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมีใครที่อารมณ์รุนแรงถึงกับทำลายข้าวของจนเละเละโดยปราศจากเหตุผล
เด็กสาวกวาดตาไปรอบด้านด้วยสีหน้าเป็นกังวล มือไม้เย็นเฉียบ ก่อนที่สายตาของเธอจะสะดุดอยู่ที่ร่างของเพื่อนสาวซึ่งทรุดตัวนั่งลงอยู่ที่พื้น ศีรษะฟุบอยู่กับเตียง สลบไสลไม่ได้สติ
“ธีมา…ธีมา!”
“ดูไม่ค่อยดีนะแบบนี้”
อชิหันไปมองบุรุษเจ้าของเสียงซึ่งก้าวเข้ามายืนดูตั้งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่องรอยความเครียดที่ปรากฏระหว่างคิ้วของชายหนุ่มไม่ได้เป็นสัญญาณสำหรับเธอเลย
“น่าจะอยู่ในระยะสับสน ซึ่งไม่ดีเท่าไหร่ บางรายเมื่อมาถึงระยะนี้ร่างกายก็ทนรับไม่ไหว” คาวานละสายตาจากธีมาขึ้นมาสบตากับเด็กสาว “ได้เวลาเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังได้แล้ว”
อชิเม้มริมฝีปากขณะจ้องมองใบหน้าที่แสดงของชัดถึงความจริงจังของอีกฝ่าย เด็กสาวตระหนักขึ้นมาได้ในตอนนั้นเองว่า ณ ตอนนี้เธอไม่หลงเหลือใครที่เธอสามารถจะพึ่งพิงได้อีกแล้วนอกจากผู้ชายแปลกหน้าที่เดินทางมาจากอดีตกาลคนนี้
เธอได้ตัดสินใจเล่าทุกอย่างที่รับรู้มาจากธีมาให้คาวานฟังโดยไม่ปิดบัง