ราตรีสีอำพัน (118)
หลังอาหารเช้าท่านชายสั่งสปาเก็ตตี้มีทบอลใส่กล่องสำหรับอาหารมื้อเที่ยง เวลากะได้ไม่แน่นอน อาจไปกินกันที่หมู่บ้านท่านเซียดก็ได้
รถเก๋งอับดุลวิ่งนำไปก่อน มีท่านป้าใหญ่ ลุงหม่อม และจีซา
รถตู้วิ่งตามมา ท่านชายขอตัวไปนั่งคู่เป็นเพื่อนมูซา ทุกคนที่เหลือก็เลือกตามสบาย หมอเติ้ลนั่งกลางระหว่างป๋ากับมะ
เบาะหลังสุด พี่รองกับแป้งจอง
แป้งขึ้นปุ๊บก็ซบพี่รองแล้วหลับสบาย “ดูว่าที่ลูกสะไภ้ของมะซิ นั่งเป็นหลับ ตื่นมาก็ส่งเสียงแจ๋วๆ”
มะยิ้ม แป้งเป็นคนโวยวายเป็นบางครั้ง แต่ตามใจทุกคน เอาใจใส่มะกับป๋าเหมือนบุรพการี มะจะวานให้ทำสิ่งไดไม่มีเกี่ยง
รู้จักอะไรเหมาะอะไรควร
พี่รองมองหน้ากลมขนตางอนใบหน้าใสน่ารัก สุดท้ายหัวใจที่เดาะของพี่รองก็ได้แป้งมาดามให้
ความสนิทสนมกันมาเนิ่นนาน จากความรักเหมือนน้องก็เลยมากว่าที่เป็นอยู่ แต่พี่รองจะให้เกียรติแป้งไม่ใช่ประเภทได้คืบเอาศอก
ป๋ายังเอ่ยต่อ”มะนี่แปลกนะแดง ที่จะเอาลูกสาวชาวบ้านมาเป็นสะไภ้ ไม่เห็นเรื่องเยอะเลยนะ”
แดงยิ้มและพยักหน้า “ที่ลูกสาวตัวเอง ทำใจแคบ ตีปีกป้องเป็นแม่ไก่เลย มะรู้ไหม เติ้ลเขาเป็นเด็กฉลาด
และโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว มันเป็นความสุขของลูกนะ ฝ่ายชายก็เป็นถึงท่านชาย แต่ป๋าไม่ได้มองแค่นี้
เขาเป็นคนสุภาพ มีวุฒิภาวะ เป็นคนที่มีความรับผิดชอบและอบอุ่น ดูแลทุกคนอย่างใส่ใจ ทางท่านแม่ละทุกคนก็รักลูกเราดี ยิ่งท่านป้าใหญ่งี้เปิดไฟเขียวให้หลานชายก่อนใคร” มะค้อนให้ แก้ตัวไมได้สักข้อเพระที่ป๋าพูดมาล้วนถูกหมด
หมอเติ้ลนั่งฟังมานานอดไม่ได้
”ป๋าค่ะ ป๋าพูดคนเดียวทั้งหมดเลยนะคะ” แม้ใจตัวเองก็อดหวั่นไหวไม่ได้มานานแล้วแต่ยังทำเฉยอยู่
“เติ้ล ป๋า อุ้มหนูมาแต่แบเบาะ ป๋ารู้จักหนูดี หากไม่ชอบ นิดเดียวก็ไม่ยอมให้แตะ”
เติ้ลเงียบ “หรือใจข้ามอบให้แก่ท่านชายไปแล้ว”
“เห็นไหม เถียงไม่ได้เงียบเลย”
“เฮ!” เสียงเฮฮาทั้งคันรถ ไม่เว้น แป้งที่เพิ่งตื่นขึ้นนมา
ท่านชายเหลียวหน้ามามองแล้วทำหน้าแปลกใจเพราะฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง แต่พอเดาว่าเป็นเรื่องเขากับหมอเติ้ล เพราะมองดูเธอหน้าแดงกล่ำ และส่งเสียงขึ้น “มะ...” เติ้ลหาตัวช่วย
มะยิ้มเพราะหมดปัญญาเถียงท่านป๋า
“เอาเถอะๆ โตๆกันแล้ว หากรักกันจริงและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหา มะก็มีความสุขด้วย”
“อ้าว!” เสียงหมอเติ้ลอุทานอย่างผิดหวัง “ไงเป็นแบบนี้ล่ะ”
มูซามองท่านชายแล้วยิ้ม ความสุขของท่านชายเป็นสิ่งที่ทำให้มูซาดีใจนัก
ด้วยความผูกพันของทั้งสองตั้งแต่เยาว์วัย มูซารักท่านชายดุจน้องชาย และตัวหมอเติ้ลเองก็เป็นคนดี
แม้เรื่องในอดีตที่ผ่านมาจะผ่านไปหมดแล้ว แต่ทั้งคู่ ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสองนั้นมีความผูกพันกันอย่างลึกล้ำ
“ช่างเหมาะกันเหลือเกิน”มูซาคิด
เส้นทางเข้าหมู่บ้านเบดูอินของท่านเซียดเปลี่ยนไปมาก
ต้นปาล์มและต้นอินทผลัมปลูกขึ้นเรียงราย เป็นแนวก่อนทางเข้าหมู่บ้าน และช่วงนี้เป็นฤดูหนาวด้วย อากาศยังไม่หนาวจัด
ความชื้นยังพอมีที่จะช่วยให้ต้นไม้ยังดูเขียวขจี
ส่วนหน้าได้รับการปรับปรุงให้เป็นที่พัก ออกแบบเหมือนเดิมเป็นแบบที่พักชาวเบดูอิน
แต่ทำใหม่หมด ทั้งห้องน้ำ และห้องอาบน้ำชายหญิงที่แยกกันชัดเจนมีป้ายติดบอกไว้อย่างเป็นระเบียบ
กระโจมใหญ่ด้านหน้า สำหรับการแสดงพื้นบ้านและ นั่งรับประทานอาหารร่วมกัน
โต๊ะ เก้าอี้ไม้เปลี่ยนใหม่หมดดูดี เบาะปูนั่ง บุด้วยผ้าวูลสีดำลายสดใส เต้นท์ที่พักทุกเต็นท์เป็นสีดำหมดด้านหน้ามีลายปักเป็นลายดอกสีสด
ใช้ขอเกี่ยวเลิกชายขึ้นเพื่อนั่งเล่นดูพระจันทร์ดวงโตทอแสงนวลตา ไม่มียุ่งและแมลง หน้าเต็นท์ทำเป็นโคมไฟหุ้มกระดาษสาเหมือนเดิม
มีอยู่หน้าเต้นท์ทุกเต็นท์ ตั้งบนแท่นที่ทาสีขาวไว้ให้เห็นชัดในความมืด
“ท่านหมอ ป๋า มะ ท่านพ่อเชิญรับประทานอาหารเที่ยงก่อนครับ แล้วข้าจะนำไปดูห้องวีไอพี”
“โอ้โฮ! ไม่เลวเลยนะมีห้องแบบนี้ด้วยเหรอมูซา”
“ก็ดูสะดวก กว้างกว่าปกติเท่านั้นไม่หรูอะไรหรอกครับ”
”อือ!ใช่ เข้ามาลึกถึงกลางทะเลทรายยังอยากจะนอนหรูๆ คงต้องขับรถย้อนกลับไปนอนในเมืองเอาก็แล้วกัน ฮึ!” เสียงหมอเติ้ลบ่นเบาๆ
ท่านชายสั่งอาหารมาเยอะมาก “ท่านเซียดเรียกหัวหน้าที่ดูแลมาร่วมวงกับเรา พนักงาน และครอบครัวท่าน ข้าสั่งมามากมายเลย”
ท่านเซียดให้ไปเรียกหัวหน้างานมาและเจ้าหน้าที่อื่นๆมา ระหว่างนั่งรอคนมาให้ครบ
ที่ว่างจากเต็นอาหารและบุปเฟ่ ดูเขียวขึ้นเยอะเพราะลงต้นมะกอก และอินทผลัมเพิ่ม หลายต้นเริ่มสุกกิ่งหนักใหญ่โน้นลงมาละดิน มีแปลงผักสด พวกมิ้นต์ (สาระแหน่) ใบโหระพา ตระไคร้ กั้นเป็นล็อค ไว้น่าดู
ทุกคนมาถึงทำความเคารพท่านชาย
“มาๆนั่งด้วยกัน ข้าไม่มีพิธีมากมายมาเถอะ”
ท่านเซียดแนะนำผู้จัดการเรื่องอาหาร “ยูซุป เป็นคนมีฝีมือ น่าจะเป็นเพื่อนกับเจ้านะมูซา”
“ครับ เขาเป็นกุ๊กฝีมือดีทีเดียวครับ”
“โจเซฟดูแลห้องพัก เราได้ความช่วยเหลือจากท่านชายส่งเขาไปอบรมที่มาริออทก่อนเปิดเดือนหนึ่งครับ”
“อีกคน คือโอมาร์ ดูแลทั่วไปจัด ทัวร์วาดิรัมและขี่อูฐ รวมงานซ่อมบำรุงทังหมดครับ”
ทุกคนทักทายกันแล้วอาหารเที่ยงอิ่มอร่อยก็หมดลง
“เรามีเวลาเหลือชั่วโมงครึ่ง ใครจะอาบน้ำก็ได้นะครับ เพราะกลับจากทะเลทรายวาดิรัมจะหนาวเกินครับ ทุกคนมาพร้อมกันที่นี่ห้าโมงนะครับจะได้ไปที่วาดิรัมดูพระอาทิตย์ตกดิน” ท่านชายแจ้งโปรแกรม
มูซาใช้เวลาที่เหลือไปแวะดูห้องวีไอพี ที่จัดไว้รับรองคณะท่านหมอ
เป็นเต็นท์ขนาดใหญ่กว่าปกติ ตั้งเตียงคิงไซส์สองเตียง มีโต๊ะทำงานตั้งกลาง โคมไฟทองเหลือทรงโบราณงดงาม
ข้างๆมีอูฐขนาดย่อมวางอยู่อย่างแน่นหนา
“ครับติดกาวตราช้างเพราะหายบ่อย” มูซาพูดแล้วยิ้มกว้าง
บนโต๊ะ ยังมีถาดทองเหลืองใส่ผลไม้ทั้งส้ม แอปเบิล และกล้วยหอม ตระกร้าสานใบเล็กบรรจุเครื่องอาบน้ำ และครีมทาตัว ผ้าห่ม เก้าอี้โยกวางไว้ที่ปลายเท้า ลากออกมานั่งดูดาวชมเดือนยามราตรีได้สบายๆ
ทุกคนจัดกระเป๋าเตรียมอาบน้ำ
ห้องแรกท่านป้า จีซา ท่านชาย และมูซา ส่วนห้องสองครอบครัวป๋า ห้องสาม ป้าอำไพ พี่แดงและแป้ง
อับดุลไปนอนบ้านท่านเซียด บ้านของชาวเบดูอิน สร้างห่างที่พักแขกลึกเข้าไปด้านใน
โอมาร์เตรียมรถเรียบร้อย ท่านเซียดแจกของชำรวยเป็นผ้ากรูซต้าร์
“เอาโผกหัวเลยครับเดี๋ยวผุ่นเยอะ”มูซาบอก
ทุกคนเข้ามาทำหน้าที่โผกผ้า ท่านชายคว้าผ้าลายหมากรุกแดงขาว มาโผกให้หมอเติ้ล
ท่านป้ากับลุงหม่อมยิ้ม หมอเติ้ลใส่เสื้อยืดแขนยาวสีครีม กางเกงยีนต์ขาเดฟ และรองเท้าบู๊ท
“อยู่เฉยๆซิครับ แน่นไปไหม”
“กำลังดีค่ะ”
“แล้วเป็นเรื่องอะไรต้องมาจ้องทำให้ฉันด้วย” เขายิ้มกับเสียงขึ้นจมูกแบบไม่พอใจแล้วตอบ
”ก็ในบรรดาท่านๆเหล่านี้ ผมโผกได้สวยที่สุดครับท่านหญิงอิสลาเบล”
“ฮึ” แต่มองดูแล้วของหมอจะแน่นเป็นเกลียวสวย ห้อยลงมาพร้อมผืนผ้าที่ดึงมากันฝุ่นได้ด้วย
”อือ!ใช้ได้อุตส่าห์ฝึกเมื่อคืนตั้งหลายชั่วโมง” ครูมูซานึกชม
แล้วรถก็ตลุยผืนทรายที่กว้างสุดตามาจอดที่จุดชมวิว
ท่านสุภาพบุรุษช่วยดึงผู้อาวุโสขึ้นมานั่งชมความงามบนแท่นหินกว้างที่ต่ำลงมาหน่อย แต่ก่อนคงเป็นเนินหินที่โดนลมและเม็ดทรายกัดเซาะ
จนกลายเป็นรูปทรงแปลกตา
ส่วนหนุ่มสาวปีนกันขึ้นไปที่แท่นหินซึ่งสูงกว่า
“ขึ้นยากจะตายยังจะให้ขึ้นอีก” หมอเติ้ลบ่นเพราะกลัวความสูง
แต่พอขึ้นไปได้ก็รีบนั่งลง ท่านชายนั่งข้างๆ “โอเคไหมครับ หน้าซีดเลย” “เขาส่งน้ำให้จิบ
“ดีแล้วค่ะขอบคุณ”
อาทิตย์ดวงกลมโตเริ่มไต่ฝั่งฟ้าลงมาช้าๆ
ทรายสีส้มปนแดงละเอียดนวลตา ทะเลทรายกว้างไกลสุดตาแลเห็นเนินเขาอยู่ไกลลิบๆ
ตะวันแตะอยู่ที่เนินเขาดวงกลมโตเจิดจ้า ส่งแสงสีทองทาบทับลงบนผืนทรายงดงามยิ่งนัก
“โอ้สวยมากครับท่านป้า” เสียงลุงหม่อม ที่ไม่ยอมห่างท่านป้าเลย
“แต่เพราะเหตุใด” ช่างเป็นเรื่องที่ทั้งท่านชายและหมอเติ้ลยังค้างคาใจ
“หรือเรื่องยังไม่จบแน่” “เฮ้อ!”ทั้งสองถอนใจพร้อมๆกัน
ตะวันลับฟ้าแล้ว “โอ้วาดิรัม ความงดงามที่เทพสร้างให้แก่มวลมนุยษ์ตัวน้อยๆ ช่างสวยงามนัก”
แสงลำสุดท้ายที่สะท้อนจับขอบฟ้าเป็นสีอำพัน กระทบทาบลงบนผืนทรายเป็นสีอำพันทอง
“โอ้ทะเลทรายวาดิรัมที่ทรงเสน่ห์อย่างไม่มีสิ่งใดเทียบได้”
“ขอบคุณพระเจ้า”
ราตรีสีอำพัน (118)
หลังอาหารเช้าท่านชายสั่งสปาเก็ตตี้มีทบอลใส่กล่องสำหรับอาหารมื้อเที่ยง เวลากะได้ไม่แน่นอน อาจไปกินกันที่หมู่บ้านท่านเซียดก็ได้
รถเก๋งอับดุลวิ่งนำไปก่อน มีท่านป้าใหญ่ ลุงหม่อม และจีซา
รถตู้วิ่งตามมา ท่านชายขอตัวไปนั่งคู่เป็นเพื่อนมูซา ทุกคนที่เหลือก็เลือกตามสบาย หมอเติ้ลนั่งกลางระหว่างป๋ากับมะ
เบาะหลังสุด พี่รองกับแป้งจอง
แป้งขึ้นปุ๊บก็ซบพี่รองแล้วหลับสบาย “ดูว่าที่ลูกสะไภ้ของมะซิ นั่งเป็นหลับ ตื่นมาก็ส่งเสียงแจ๋วๆ”
มะยิ้ม แป้งเป็นคนโวยวายเป็นบางครั้ง แต่ตามใจทุกคน เอาใจใส่มะกับป๋าเหมือนบุรพการี มะจะวานให้ทำสิ่งไดไม่มีเกี่ยง
รู้จักอะไรเหมาะอะไรควร
พี่รองมองหน้ากลมขนตางอนใบหน้าใสน่ารัก สุดท้ายหัวใจที่เดาะของพี่รองก็ได้แป้งมาดามให้
ความสนิทสนมกันมาเนิ่นนาน จากความรักเหมือนน้องก็เลยมากว่าที่เป็นอยู่ แต่พี่รองจะให้เกียรติแป้งไม่ใช่ประเภทได้คืบเอาศอก
ป๋ายังเอ่ยต่อ”มะนี่แปลกนะแดง ที่จะเอาลูกสาวชาวบ้านมาเป็นสะไภ้ ไม่เห็นเรื่องเยอะเลยนะ”
แดงยิ้มและพยักหน้า “ที่ลูกสาวตัวเอง ทำใจแคบ ตีปีกป้องเป็นแม่ไก่เลย มะรู้ไหม เติ้ลเขาเป็นเด็กฉลาด
และโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว มันเป็นความสุขของลูกนะ ฝ่ายชายก็เป็นถึงท่านชาย แต่ป๋าไม่ได้มองแค่นี้
เขาเป็นคนสุภาพ มีวุฒิภาวะ เป็นคนที่มีความรับผิดชอบและอบอุ่น ดูแลทุกคนอย่างใส่ใจ ทางท่านแม่ละทุกคนก็รักลูกเราดี ยิ่งท่านป้าใหญ่งี้เปิดไฟเขียวให้หลานชายก่อนใคร” มะค้อนให้ แก้ตัวไมได้สักข้อเพระที่ป๋าพูดมาล้วนถูกหมด
หมอเติ้ลนั่งฟังมานานอดไม่ได้
”ป๋าค่ะ ป๋าพูดคนเดียวทั้งหมดเลยนะคะ” แม้ใจตัวเองก็อดหวั่นไหวไม่ได้มานานแล้วแต่ยังทำเฉยอยู่
“เติ้ล ป๋า อุ้มหนูมาแต่แบเบาะ ป๋ารู้จักหนูดี หากไม่ชอบ นิดเดียวก็ไม่ยอมให้แตะ”
เติ้ลเงียบ “หรือใจข้ามอบให้แก่ท่านชายไปแล้ว”
“เห็นไหม เถียงไม่ได้เงียบเลย”
“เฮ!” เสียงเฮฮาทั้งคันรถ ไม่เว้น แป้งที่เพิ่งตื่นขึ้นนมา
ท่านชายเหลียวหน้ามามองแล้วทำหน้าแปลกใจเพราะฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง แต่พอเดาว่าเป็นเรื่องเขากับหมอเติ้ล เพราะมองดูเธอหน้าแดงกล่ำ และส่งเสียงขึ้น “มะ...” เติ้ลหาตัวช่วย
มะยิ้มเพราะหมดปัญญาเถียงท่านป๋า
“เอาเถอะๆ โตๆกันแล้ว หากรักกันจริงและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหา มะก็มีความสุขด้วย”
“อ้าว!” เสียงหมอเติ้ลอุทานอย่างผิดหวัง “ไงเป็นแบบนี้ล่ะ”
มูซามองท่านชายแล้วยิ้ม ความสุขของท่านชายเป็นสิ่งที่ทำให้มูซาดีใจนัก
ด้วยความผูกพันของทั้งสองตั้งแต่เยาว์วัย มูซารักท่านชายดุจน้องชาย และตัวหมอเติ้ลเองก็เป็นคนดี
แม้เรื่องในอดีตที่ผ่านมาจะผ่านไปหมดแล้ว แต่ทั้งคู่ ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสองนั้นมีความผูกพันกันอย่างลึกล้ำ
“ช่างเหมาะกันเหลือเกิน”มูซาคิด
เส้นทางเข้าหมู่บ้านเบดูอินของท่านเซียดเปลี่ยนไปมาก
ต้นปาล์มและต้นอินทผลัมปลูกขึ้นเรียงราย เป็นแนวก่อนทางเข้าหมู่บ้าน และช่วงนี้เป็นฤดูหนาวด้วย อากาศยังไม่หนาวจัด
ความชื้นยังพอมีที่จะช่วยให้ต้นไม้ยังดูเขียวขจี
ส่วนหน้าได้รับการปรับปรุงให้เป็นที่พัก ออกแบบเหมือนเดิมเป็นแบบที่พักชาวเบดูอิน
แต่ทำใหม่หมด ทั้งห้องน้ำ และห้องอาบน้ำชายหญิงที่แยกกันชัดเจนมีป้ายติดบอกไว้อย่างเป็นระเบียบ
กระโจมใหญ่ด้านหน้า สำหรับการแสดงพื้นบ้านและ นั่งรับประทานอาหารร่วมกัน
โต๊ะ เก้าอี้ไม้เปลี่ยนใหม่หมดดูดี เบาะปูนั่ง บุด้วยผ้าวูลสีดำลายสดใส เต้นท์ที่พักทุกเต็นท์เป็นสีดำหมดด้านหน้ามีลายปักเป็นลายดอกสีสด
ใช้ขอเกี่ยวเลิกชายขึ้นเพื่อนั่งเล่นดูพระจันทร์ดวงโตทอแสงนวลตา ไม่มียุ่งและแมลง หน้าเต็นท์ทำเป็นโคมไฟหุ้มกระดาษสาเหมือนเดิม
มีอยู่หน้าเต้นท์ทุกเต็นท์ ตั้งบนแท่นที่ทาสีขาวไว้ให้เห็นชัดในความมืด
“ท่านหมอ ป๋า มะ ท่านพ่อเชิญรับประทานอาหารเที่ยงก่อนครับ แล้วข้าจะนำไปดูห้องวีไอพี”
“โอ้โฮ! ไม่เลวเลยนะมีห้องแบบนี้ด้วยเหรอมูซา”
“ก็ดูสะดวก กว้างกว่าปกติเท่านั้นไม่หรูอะไรหรอกครับ”
”อือ!ใช่ เข้ามาลึกถึงกลางทะเลทรายยังอยากจะนอนหรูๆ คงต้องขับรถย้อนกลับไปนอนในเมืองเอาก็แล้วกัน ฮึ!” เสียงหมอเติ้ลบ่นเบาๆ
ท่านชายสั่งอาหารมาเยอะมาก “ท่านเซียดเรียกหัวหน้าที่ดูแลมาร่วมวงกับเรา พนักงาน และครอบครัวท่าน ข้าสั่งมามากมายเลย”
ท่านเซียดให้ไปเรียกหัวหน้างานมาและเจ้าหน้าที่อื่นๆมา ระหว่างนั่งรอคนมาให้ครบ
ที่ว่างจากเต็นอาหารและบุปเฟ่ ดูเขียวขึ้นเยอะเพราะลงต้นมะกอก และอินทผลัมเพิ่ม หลายต้นเริ่มสุกกิ่งหนักใหญ่โน้นลงมาละดิน มีแปลงผักสด พวกมิ้นต์ (สาระแหน่) ใบโหระพา ตระไคร้ กั้นเป็นล็อค ไว้น่าดู
ทุกคนมาถึงทำความเคารพท่านชาย
“มาๆนั่งด้วยกัน ข้าไม่มีพิธีมากมายมาเถอะ”
ท่านเซียดแนะนำผู้จัดการเรื่องอาหาร “ยูซุป เป็นคนมีฝีมือ น่าจะเป็นเพื่อนกับเจ้านะมูซา”
“ครับ เขาเป็นกุ๊กฝีมือดีทีเดียวครับ”
“โจเซฟดูแลห้องพัก เราได้ความช่วยเหลือจากท่านชายส่งเขาไปอบรมที่มาริออทก่อนเปิดเดือนหนึ่งครับ”
“อีกคน คือโอมาร์ ดูแลทั่วไปจัด ทัวร์วาดิรัมและขี่อูฐ รวมงานซ่อมบำรุงทังหมดครับ”
ทุกคนทักทายกันแล้วอาหารเที่ยงอิ่มอร่อยก็หมดลง
“เรามีเวลาเหลือชั่วโมงครึ่ง ใครจะอาบน้ำก็ได้นะครับ เพราะกลับจากทะเลทรายวาดิรัมจะหนาวเกินครับ ทุกคนมาพร้อมกันที่นี่ห้าโมงนะครับจะได้ไปที่วาดิรัมดูพระอาทิตย์ตกดิน” ท่านชายแจ้งโปรแกรม
มูซาใช้เวลาที่เหลือไปแวะดูห้องวีไอพี ที่จัดไว้รับรองคณะท่านหมอ
เป็นเต็นท์ขนาดใหญ่กว่าปกติ ตั้งเตียงคิงไซส์สองเตียง มีโต๊ะทำงานตั้งกลาง โคมไฟทองเหลือทรงโบราณงดงาม
ข้างๆมีอูฐขนาดย่อมวางอยู่อย่างแน่นหนา
“ครับติดกาวตราช้างเพราะหายบ่อย” มูซาพูดแล้วยิ้มกว้าง
บนโต๊ะ ยังมีถาดทองเหลืองใส่ผลไม้ทั้งส้ม แอปเบิล และกล้วยหอม ตระกร้าสานใบเล็กบรรจุเครื่องอาบน้ำ และครีมทาตัว ผ้าห่ม เก้าอี้โยกวางไว้ที่ปลายเท้า ลากออกมานั่งดูดาวชมเดือนยามราตรีได้สบายๆ
ทุกคนจัดกระเป๋าเตรียมอาบน้ำ
ห้องแรกท่านป้า จีซา ท่านชาย และมูซา ส่วนห้องสองครอบครัวป๋า ห้องสาม ป้าอำไพ พี่แดงและแป้ง
อับดุลไปนอนบ้านท่านเซียด บ้านของชาวเบดูอิน สร้างห่างที่พักแขกลึกเข้าไปด้านใน
โอมาร์เตรียมรถเรียบร้อย ท่านเซียดแจกของชำรวยเป็นผ้ากรูซต้าร์
“เอาโผกหัวเลยครับเดี๋ยวผุ่นเยอะ”มูซาบอก
ทุกคนเข้ามาทำหน้าที่โผกผ้า ท่านชายคว้าผ้าลายหมากรุกแดงขาว มาโผกให้หมอเติ้ล
ท่านป้ากับลุงหม่อมยิ้ม หมอเติ้ลใส่เสื้อยืดแขนยาวสีครีม กางเกงยีนต์ขาเดฟ และรองเท้าบู๊ท
“อยู่เฉยๆซิครับ แน่นไปไหม”
“กำลังดีค่ะ”
“แล้วเป็นเรื่องอะไรต้องมาจ้องทำให้ฉันด้วย” เขายิ้มกับเสียงขึ้นจมูกแบบไม่พอใจแล้วตอบ
”ก็ในบรรดาท่านๆเหล่านี้ ผมโผกได้สวยที่สุดครับท่านหญิงอิสลาเบล”
“ฮึ” แต่มองดูแล้วของหมอจะแน่นเป็นเกลียวสวย ห้อยลงมาพร้อมผืนผ้าที่ดึงมากันฝุ่นได้ด้วย
”อือ!ใช้ได้อุตส่าห์ฝึกเมื่อคืนตั้งหลายชั่วโมง” ครูมูซานึกชม
แล้วรถก็ตลุยผืนทรายที่กว้างสุดตามาจอดที่จุดชมวิว
ท่านสุภาพบุรุษช่วยดึงผู้อาวุโสขึ้นมานั่งชมความงามบนแท่นหินกว้างที่ต่ำลงมาหน่อย แต่ก่อนคงเป็นเนินหินที่โดนลมและเม็ดทรายกัดเซาะ
จนกลายเป็นรูปทรงแปลกตา
ส่วนหนุ่มสาวปีนกันขึ้นไปที่แท่นหินซึ่งสูงกว่า
“ขึ้นยากจะตายยังจะให้ขึ้นอีก” หมอเติ้ลบ่นเพราะกลัวความสูง
แต่พอขึ้นไปได้ก็รีบนั่งลง ท่านชายนั่งข้างๆ “โอเคไหมครับ หน้าซีดเลย” “เขาส่งน้ำให้จิบ
“ดีแล้วค่ะขอบคุณ”
อาทิตย์ดวงกลมโตเริ่มไต่ฝั่งฟ้าลงมาช้าๆ
ทรายสีส้มปนแดงละเอียดนวลตา ทะเลทรายกว้างไกลสุดตาแลเห็นเนินเขาอยู่ไกลลิบๆ
ตะวันแตะอยู่ที่เนินเขาดวงกลมโตเจิดจ้า ส่งแสงสีทองทาบทับลงบนผืนทรายงดงามยิ่งนัก
“โอ้สวยมากครับท่านป้า” เสียงลุงหม่อม ที่ไม่ยอมห่างท่านป้าเลย
“แต่เพราะเหตุใด” ช่างเป็นเรื่องที่ทั้งท่านชายและหมอเติ้ลยังค้างคาใจ
“หรือเรื่องยังไม่จบแน่” “เฮ้อ!”ทั้งสองถอนใจพร้อมๆกัน
ตะวันลับฟ้าแล้ว “โอ้วาดิรัม ความงดงามที่เทพสร้างให้แก่มวลมนุยษ์ตัวน้อยๆ ช่างสวยงามนัก”
แสงลำสุดท้ายที่สะท้อนจับขอบฟ้าเป็นสีอำพัน กระทบทาบลงบนผืนทรายเป็นสีอำพันทอง
“โอ้ทะเลทรายวาดิรัมที่ทรงเสน่ห์อย่างไม่มีสิ่งใดเทียบได้”
“ขอบคุณพระเจ้า”