หยุดจินตนาการแล้วเริ่มทำความฝันให้เป็นจริง

The Secret Life of Walter Mitty  (ชีวิตพิศวงของวอตเตอร์ มิตตี้)

ผมเพิ่งดูหนังเรื่องนี้จบไปไม่กี่วินาทีนี้เองครับผมดูจบแล้วอยากจะถ่ายถอดความรู้สึกที่ดูหลังเรื่องนี้ผมเองไม่คิดว่าชีวิตคนเราจะทำได้เหมือนกับ วอลเตอร์ มิตตี้ (สติลเลอร์) หรอกนะครับแต่ผมชอบแนวคิดในการสร้างหนังที่สามารถทำหนังชีวิตที่ดูแล้วไม่น่าเบื่อทำให้คิดได้เมื่อดูจบว่าชีวิตนี้สั้นนักอยากจะเริ่มทำอะไรก้ทำเลย ไม่มีอะไรที่คนที่มีความฝันจะทำไม่ได้หรอกครับเพียงแต่คุณมีความพยายามที่ทำมันเท่านั้น ผมชอบการแสดงของสติลเลอร์ในหลาย ๆเรื่องเลยครับเขาแสดงหนังได้ดีมากแสดงความรู้สึกที่ถ่ายทอดมาให้คนดูได้อย่างยอดเยี่ยมเลย

หนังเรื่องนี้ผมว่ามันเหมาะมากสำหรับคนที่คิดอยากทำนู่นอยากทำนี่แต่ก็เพียงได้แต่จิตนาการเท่านั้น หนังเรื่องนี้เริ่มต้นจากหนุ่มที่ชื่อว่า วอลเตอร์ วิตตี้ เป็นพนักงานผู้ลำดับภาพนิ่งให้กับนิตยสาร  ซึ่งชีวิตการทำงานจำเจตามแบบพนักงานออฟฟิศเลยครับ เหมือนกับชีวิตคนหลายคนในเมือง หนุ่มวอลเตอร์เป็นคนที่ช่างฝันช่างจินตนาการอย่างมาก ตอนแรกของหนังอาจจะดูแล้วไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรเพราะว่ามันมีทั้งจินตนาการและความคจริงผสมกันมั่ว แต่เมื่อดูไปซักพัดเพื่อนๆจะคิดเหมือนผมว่าสิ่งที่ดูมาเรื่อย ๆที่เห็นหนุ่มวอตเตอร์ตะลุยไปทุกที่เพื่อหาช่างภาพที่เขาต้องการถามคำถามเดียวว่ารูปที่ 25 อยู่ที่ไหน ซึ่งในความคิดของผมตอนนั้นคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดต้องจบลงด้วยหนุ่มวอตเตอร์เพ้อฝันกลางวันอีกแน่นอนแต่มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ ช่วงหลังๆหนุ่มวอลเตอร์ได้ไปตะลุยในสถานที่ต่าง ๆจริง โดยระหว่างที่หนุ่มคนนี้เดินทางไปหาช่างภาพก็เจอทั้งอุปสรรคมากมายแต่เขาก็ยังคิดถึงผู้หญิงที่เขาหลงรัก ซึ่งตอนจบของเรื่องนี้มันยังมีเรื่องให้คุณลุ้นอีกว่าหนุ่มวอตเตอร์จะสามารถหารูปที่ 25 เจอหรือเปล่าและรูปที่ 25 ซึ่งเป็นรูปปกเล่มสุดท้ายของนิตยสาร จะเป็นรูปอะไร

ถ้าให้ผมคิดคำที่จะพูดถึงหนังเรื่องนี้ผมก็คงเอาคำจากโปรเตอร์ของหนังเรื่องนี้มาพูดให้ฟังละครับว่า "หยุดจินตนาการแล้วเริ่มทำความฝันให้เป็นจริง" ใครอยากได้แรงบันดาลใจหนังเรื่องนี้จะสร้างไฟในตัวคุณได้อย่างแน่นอนเพียงคุณกล้าที่จะเปลี่ยนตัวเองเท่านั้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่