เบื้องต้นทางผมขอแนะนำตัวเองก่อน ผม นาย ยิ่งศักดิ์ แซ่แต้ เป็นลูกค้าของ Dtac มาเป็น 10 ปี ผมใช้เบอร์ Dtac อยู่ 2 หมายเลข ตลอดระยะเวลาที่ใช้งานมาก็รู้สึกดีกับการบริการ และโปรโมชั่นต่าง ๆ มาโดยตลอด จนกระทั่งมา ณ ปัจจุบันถึงได้รู้ซึ้ง และรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก
เรื่องมีอยู่ว่า ผมเป็นคนใช้งานโทรศัพท์อยู่ 2 เครื่อง 3 เบอร์ ซึ่งผมมักจะสลับซิมไป ๆ มา ๆ จนกระทั่งผมหาซิมไม่พบ แล้วพอดีผมพึ่งได้โทรศัพท์เครื่องใหม่มา 1 เครื่อง นึกขึ้นได้ว่าเรามีเบอร์สวยที่ใช้มานานมาก ๆ แล้ว แต่เราหาซิมไม่เจอ เราก็พยายามไปค้นหามันจนเจอ แล้วนำมาใส่กับเครื่องใหม่ ในใจก็คิดอยู่ว่าซิมเราจะถูกตัดไปหรือยัง แต่ก็เป็นไปดั่งที่ใจคิดซิมเราถูกตัดไปแล้ว ก็ช่างใจอยู่พักใหญ่ เสียดายทั้งเบอร์ เสียดายทั้งเงินที่คงค้างอยู่ในซิมราว พันกว่าบาทได้ วันนั้นน่าจะเป็ฯวันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2556 เวลาประมาณ 1 ทุ่ม โดยเราใช้เบอร์อีกหมายเลขของทรู รีบโทรเข้าไปทาง Call Center เพื่อทำการปรึกษา และขอคำแนะนำ ทางเจ้าหน้าที่ (จำชื่อไม่ได้และ) เราปรึกษาว่าพอดีซิมหมายเลขดังกล่าวเราพึ่งหาพบ อยากให้ตรวจสอบข้อมูลให้ว่าถูกตัดหรือยัง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแจ้งว่าถูกตัดแล้วเมื่อประมาณปลายเดือน ต.ค. เราเลยถามว่าเราอยากกู้เบอร์เดิม พร้อมยอดเงิน สามารถทำได้ไหม เราก็ได้ให้คำแนะนำกับเราว่าให้ไปติดต่อกับทาง Shop Dtac เพื่อทำการขอซิมใหม่เบอร์เดิม เราก็เลยสอบถามไปว่า เป็นไปได้ไหมหากว่าเราฝากเรื่องกับทาง Call Center เพื่อทำการประสานกับทาง Shop Dtac ที่ Siam Paragon (ต้องเกริ่นก่อนว่าเหตุการณ์ที่ซิมเราหายแล้วถูกตัดก็เคยเกิดมาแล้วครั้งนึง เจ้าหน้าที่ก็ช่วยประสานงานให้อย่างรวดเร็ว) แต่ทางเจ้าหน้าที่ Call Center ท่านดังกล่าวแจ้งว่าต้องรบกวนให้เข้าไปติดต่อกับทาง Shop โดยตรงก่อนที่เบอร์จะถูกดำเนินการตัดจำหน่าย เราก็เลยถามไปอีกหนึ่งคำถามว่า ถ้างั้นหากเราขอเบอร์เดิมมาได้แล้วจะสามารถกู้ยอดเงินที่คงค้างอยู่ในตัวซิมได้หรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าสามารถทำได้ หลังจากที่ได้รับคำแนะนำดังกล่าวมา เราชั่งใจอยู่พักนึงได้ว่านี่ก็ทุ่มนึงแล้ว จะไปดีไหม จนสุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจที่จะรีบไปติดต่อ เพื่อเราจะได้เบอร์เรากลับมาพร้อมยอดเงินที่คงค้างอยู๋
ดังนั้นเราก็รีบตัดสินใจขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปทำการติดต่อที่ Shop Dtac Siam Paragon ทันที ไปถึงที่นั่นก็น่าจะประมาณ 1 ทุ่มครึ่งเห็นจะได้ เราก็รีบดิ่งไปที่ Shop Dtac ชั้น 3 ทันที พอไปถึงโอ้แม่เจ้า คนเยอะดีแท้หนอแต่ไม่เป็นไรไหน ๆ ก็มาแล้วเรารอได้ ก็กดบัตรคิวปกติรอคิวเรียก พอถึงคิวเราก็ไปที่เคาท์เตอร์เจ้าหน้าที่ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นเคาท์เตอร์ด้านซ้าย น่าจะเคาท์เตอร์ 7 หรือ 8 มั้ง ก็ไปติดต่อเป็นเจ้าหน้าที่ผู้หญิง ใส่ผม ผมประมาณบ่ามั้ง (แต่ไม่ได้ดูชื่ออะ) รับเรื่องตรวจสอบ และขอซิมพร้อมถ่ายสำเนาบัตรไว้เพื่อดำเนินการ ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็แนะนำว่าให้เราเปลี่ยนเป็นรายเดือน แล้วส่วนยอดเงินดึงกลับมาก็จะเป็นการตัดรายเดือนจากยอดที่ได้คืน ซึ่งเราก็คิดอยู่แปปนึงก็ตัดสินใจว่ายังยืนยันที่จะใช้เป็นเติมเงิน เจ้าหน้าที่ก็รับเอกสารไปแล้วไปหยิบซิมใหม่มาให้ พร้อมแจ้งว่าใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3-5 วันทำการสัญญาณจะใช้ได้ และยอดเงินจะได้รับคืนมาหลังจากสัญญาณใช้งานได้ หลังจากนั้นเราเองก็ใจชื้นโอเค อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ก็แจ้งมาอย่างนั้น
เวลาก็ล่วงเลยมาจนกระทั่งผ่านปีใหม่ไป ระหว่างนั้นมือถือเครื่องใหม่เราก็เอาซิม Dtac อีกหมายเลขนึงมาใช้งานชั่วคราว จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาประมาณ วันที่ 2 มกราคม 2557 มั้ง ไม่แน่ใจว่าวันไหน เราก็จึงนำซิมใหม่เบอร์เดิมที่ขอมา มาใส่กับมือถือเครื่องใหม่ แต่บทสรุป คือ ...สัญญาณไม่มีครับพี่น้อง เสมือนว่ายังไม่ได้รับการเปิดสัญญาณแต่อย่างใด เหมือนเป็นซิมที่ไร้ซึ่งการช่วยเหลือจากเครือข่ายเลย เราก็โอเคไม่เป็นไร อาจจะเป็นเพราะติดปีใหม่ด้วยอะไรด้วย เราก็รอจนกระทั่งถึงค่ำวันนั้น เออสัญญาณทำไมยังไม่ขึ้น ปิดเครื่องเปิดใหม่ก็แล้ว ค้นหาสัญญาณก็แล้ว ก็ยังไม่ได้แหะ เราเลยตัดสินใจติดต่อเข้าไปสอบถามกับทาง Call Center อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ (ลืมถามชื่ออีก) รับเรื่องตรวจสอบประสานงานให้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าสัญญาณจะมีการจ่ายให้ ณ วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2557 ช่วงบ่าย ๆ เราก็โอเคใจชื้นมาในระดับนึง แต่ก็ยังอดถามไม่ได้ว่าหากสัญญาณกลับมายอดเงินที่คงค้างก่อน ณ ถูกตัดจะกลับมาด้วยหรือไม่ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าก็สามารถกู้กลับมาให้ได้ โอเคครับ รู้สึกดีมากที่ได้คำตอบให้ใจชื้นขนาดนี้
เราก็รอจนกระทั่ง วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2557 เวลาช่วงบ่าย ๆ ตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง โอ้สัญญาณกลับมาแล้ว...แต่ทำไมทำอะไรไม่ได้ โทรเข้าไม่ได้ โทรออกไม่ได้ หว่า....เฮ้ย! เกิดไรขึ้นเนี่ย มาพร้อมกับคำถามว่า...แล้วพี่พวกคุณ ๆ บอกผมมันคือ ??? แต่ก็โอเค เราก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะรอดูกันไป เราก็รอไปรอมาจนกระทั่งวันเสาร์ช่วงบ่าย ๆ แต่แล้วสุดท้ายตอนนี้โทรเข้าได้ มียอดเงิน 1 บาท คำถามตามมาอีกว่าแล้วที่บอกว่าจะกู้เงินก่อนซิมถูกตัดไป....ทำไมไม่เห็นเป็นอย่างที่พวกคุณ ๆ บอกเลยอะ...เราเลยทิ้งช่วงไปจนกระทั่งช่วงเย็น จึงโทรไปทาง Call Center ใช้เบอร์ทรูติดต่อไป แต่ครั้งนี้เรามีถามชื่อเจ้าหน้าที่ด้วย ชื่อ คุณสุพิชญา (ถ้าสะกดผิดขอโทษครับ) เพื่อให้ช่วยทำการตรวจสอบรายละเอียดให้ คำตอบที่ได้มานั้น คือ เนื่องจากสัญญาณพึ่งได้ปล่อยสัญญาณมาให้ ส่วนของยอดเงินก่อนที่จะถูกตัดไปอาจจะยังไม่ได้ถูกปรับคืนมาให้ ขอรับเรื่องประสานกับทาง Shop Paragon แล้วจะติดต่อกลับ โดยขอเบอร์ติดต่อกลับไว้ เราก็ให้เบอร์ทรูไว้ เพราะเราพกติดต่อเบอร์นี้ไว้เพื่อให้ติดต่อ เวลานั้นน่าจะประมาณ 15.30 น. มั้งจำไม่ค่อยได้และ ก็ผ่านไปประมาณซักครึ่ง ชม. เห็นจะได้ คุณสุพิชญา ก็ติดต่อกลับมาแจ้งว่าได้ทำการประสานกับทางเจ้าหน้าที่ที่ Shop Paragon ให้แล้ว รบกวนให้รอการติดต่อกลับจากทางเจ้าหน้าที่ เราก็รู้สึกดีขึ้นมากกับการบริการ แต่จนแล้วจนรอดนั้นเองเวลาล่วงเลยผ่านไปจนเย็น จนมืด จนวันรุ่งขึ้น ก็ยังไร้วี่แววที่จะมีเจ้าหน้าที่คนใดติตด่อมา ในวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2557 เราก็เลยทำการติดต่อกลับไปทาง Call Center อีกครั้งนึง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง เพราะผมก็คอยเช็ครายละเอียดอยู่ตลอด แต่ก็ยังไม่มียอดเงินคืนมาแต่อย่างใด ผมเลยติดต่อไปทาง Call Center เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งนึง สรุปว่าเจ้าหน้าที่ไม่ทราบรายละเอียดอะไรเลยครับ บอกเบอร์ให้ตรวจสอบรายละเอียดบอกไม่มีข้อมูลอะไรเลย โอ้พระเจ้าไม่มีข้อมูลอะไรเลยได้ไงวะ ติดต่อหลายครั้งและไม่ลงบันทึกอะไรกันเลยหรือไงเนี่ย จนสุดท้ายก็เลยขอสาย คุณสุพิชญา...เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งนึง สรุปว่า คุณสุพิชญา ได้ทำการรับเรื่องและประสานข้อมูลให้แล้ว รบกวนให้รอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ ผมก็โอเค ฉันรอมาขนาดนี้แล้ว รออีกหน่อยแล้วกัน
ผมก็ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเรื่อย ๆ จนวันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2557 พอดีวันนี้ผมลางาน เพื่อนำลงไปติดต่อเรื่องเคลมสีรถ และเช็คอาการเสียรถ ผมก็บึงรถแต่เช้าไปส่งรถ แล้วทิ้งรถไว้ที่ศูนย์ หลังจากนั้นเราก็ดิ่งมาที่ Siam Paragon ใจตอนแรกก็ไม่ได้คิดจะมาตามเรื่องกับ Dtac ใจคิดว่าจะแวะมาดูมือถือ Samsung Galaxy Note3 LTE เท่านั้น เราไปถึงที่ Siam Paragon ประมาณเกือบ ๆ จะ 11 โมงเห็นจะได้ เราก็เดินไปที่ Shop วันนั้น shop เปิด 11 โมง เรามีเวลาอยู่นิดหน่อย ก็เลยแวะไป Shop Samsung Mobile รอจนกระทั่ง 11 โมง Shop Dtac เปิดเราก็เลยกดบัตรคิว แล้วรอติดต่อเจ้าหน้าที่ เนื่องจากยังเช้าอยู่รอไม่นานก็ถึงคิว เจ้าหน้าที่ก็เรียกหากจำไม่ผิดน่าจะเป็นเคาท์เตอร์ 11 เป็นผู้หญิง น่ารัก ๆ (เหมือนเดิมลืมชื่อ) สอบถามว่าติดต่อเรื่องอะไร เราก็แจ้งรายละเอียดพร้อมเบอร์ ตอนแรกก็ไม่มีข้อมูล เราก็บอกว่าเรามีติดต่อทาง Call Center ก็เล่า ๆ ไปว่ามาขอซิมจากที่นี่ ติดต่อประสานตามเรื่องจนกระทั่งซิมเปิดสัญญาณ แต่ยอดเงินที่ร้องขอคืนกับยังไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบข้อมูลไปมา ก็แจ้งว่าทางเจ้าหน้าที่ Call Center คุณสุพิชญา มีส่งเรื่องให้แล้วให้รอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าจะส่งเรื่องย้ำให้อีกครั้ง เราก็โอเคใจชื้นขึ้นและพูดซะหนาดนี้ เราก็ออกจาก Shop Dtac ก็เลยไปเดินดูมือถือ แล้วก็สรุปซื้อ ทำนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย จนเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอีก 1 วัน ระหว่างนี้ทุกวันทางเราก็เฝ้ารอการติดต่อกลับจากทางเจ้าหน้าที่มาตลอด แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แวว ที่จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาเลย เรารอกระทั่งถึงวันนี้ ก็ยังไม่มี ....ใดติดต่อมาเลยครับ ตอนนี้บอกตามตรงเลยรู้สึกผิดหวัง เสียความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่เราก็ไว้ใจกับการใช้ Dtac มาโดยตลอดไม่ว่าจะใช้โปรบี ๆ โปรโทรคุย โปรเน็ต แต่สุดท้ายแล้วความไว้เนื้อเชื่อใจ มั่นใจ จะหมดกันก็คร่าวนี้แหละ
ตอนนี้ผมคิดอยู่ว่า หากว่าคำมั่นที่ให้ไว้ หรือคำพูดที่ให้ไว้ ทาง Dtac ไม่สามารถทำให้ได้ แล้วคุณจะรับปากลูกค้า จะแนะนำลูกค้าให้เดินเรื่องไปทำไม ส่วนตัวผมเองก็ทำงานด้านบริการมาร่วม ๆ 6 ปี หากผมรับปากลูกค้าแล้วผมก็ต้องรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด และสุดความสามารถเท่าที่จะสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้ แต่การทำงานก็ต้องมีบ้างที่อาจจะมีการผิดคำสัญญาลูกค้าบ้าง ไม่ว่าจะด้วยเพราะขั้นตอนของบริษัท หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม คำขอโทษ หรือคำอธิบายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรมี
ทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าวไปนั้น ผมมีความคาดหวังว่าจะได้รับการติดต่อกลับมา และแนวทางการแก้ไขช่วยเหลือเป็นอย่างดี เหมาะสม เพราะหากว่าการบริการยังเป็นเช่นนี้ ผมจะทำการปิดเบอร์ Dtac ที่ผมมีอยู่ทั้ง 2 เบอร์ และเบอร์ที่คุณพ่อ คุณแม่ ใช้อยู๋ ผมจะให้ทำการย้ายค่ายไปค่ายอื่นแทน แล้วจะบอกทุก ๆ ผู้คนที่ผมรู้จักให้ย้าย ๆ ไปซะ เพราะการบริการยังไม่มีความเป็นมืออาชีพพอ
สุดท้ายผมใคร่หวังว่าจะได้รับการติดต่อกลับ โดยเร็ว และได้รับการดูแลตามที่ผมได้คาดหวังไว้
**หมายเหตุ : บางรายละเอียดที่กล่าวไปข้างต้น อาจจะมีการคลาดเคลื่อนเรื่องวันและเวลาเล็กน้อย และข้อมูลบางส่วนอาจจะไม่ครบถ้วน เนื่องจากก็ผ่านมาหลายวัน**
ขอร้องเรียนการบริการอันแสนล่าช้า และขาดความเป็นมืออาชีพ ของทาง Dtac
เรื่องมีอยู่ว่า ผมเป็นคนใช้งานโทรศัพท์อยู่ 2 เครื่อง 3 เบอร์ ซึ่งผมมักจะสลับซิมไป ๆ มา ๆ จนกระทั่งผมหาซิมไม่พบ แล้วพอดีผมพึ่งได้โทรศัพท์เครื่องใหม่มา 1 เครื่อง นึกขึ้นได้ว่าเรามีเบอร์สวยที่ใช้มานานมาก ๆ แล้ว แต่เราหาซิมไม่เจอ เราก็พยายามไปค้นหามันจนเจอ แล้วนำมาใส่กับเครื่องใหม่ ในใจก็คิดอยู่ว่าซิมเราจะถูกตัดไปหรือยัง แต่ก็เป็นไปดั่งที่ใจคิดซิมเราถูกตัดไปแล้ว ก็ช่างใจอยู่พักใหญ่ เสียดายทั้งเบอร์ เสียดายทั้งเงินที่คงค้างอยู่ในซิมราว พันกว่าบาทได้ วันนั้นน่าจะเป็ฯวันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2556 เวลาประมาณ 1 ทุ่ม โดยเราใช้เบอร์อีกหมายเลขของทรู รีบโทรเข้าไปทาง Call Center เพื่อทำการปรึกษา และขอคำแนะนำ ทางเจ้าหน้าที่ (จำชื่อไม่ได้และ) เราปรึกษาว่าพอดีซิมหมายเลขดังกล่าวเราพึ่งหาพบ อยากให้ตรวจสอบข้อมูลให้ว่าถูกตัดหรือยัง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแจ้งว่าถูกตัดแล้วเมื่อประมาณปลายเดือน ต.ค. เราเลยถามว่าเราอยากกู้เบอร์เดิม พร้อมยอดเงิน สามารถทำได้ไหม เราก็ได้ให้คำแนะนำกับเราว่าให้ไปติดต่อกับทาง Shop Dtac เพื่อทำการขอซิมใหม่เบอร์เดิม เราก็เลยสอบถามไปว่า เป็นไปได้ไหมหากว่าเราฝากเรื่องกับทาง Call Center เพื่อทำการประสานกับทาง Shop Dtac ที่ Siam Paragon (ต้องเกริ่นก่อนว่าเหตุการณ์ที่ซิมเราหายแล้วถูกตัดก็เคยเกิดมาแล้วครั้งนึง เจ้าหน้าที่ก็ช่วยประสานงานให้อย่างรวดเร็ว) แต่ทางเจ้าหน้าที่ Call Center ท่านดังกล่าวแจ้งว่าต้องรบกวนให้เข้าไปติดต่อกับทาง Shop โดยตรงก่อนที่เบอร์จะถูกดำเนินการตัดจำหน่าย เราก็เลยถามไปอีกหนึ่งคำถามว่า ถ้างั้นหากเราขอเบอร์เดิมมาได้แล้วจะสามารถกู้ยอดเงินที่คงค้างอยู่ในตัวซิมได้หรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าสามารถทำได้ หลังจากที่ได้รับคำแนะนำดังกล่าวมา เราชั่งใจอยู่พักนึงได้ว่านี่ก็ทุ่มนึงแล้ว จะไปดีไหม จนสุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจที่จะรีบไปติดต่อ เพื่อเราจะได้เบอร์เรากลับมาพร้อมยอดเงินที่คงค้างอยู๋
ดังนั้นเราก็รีบตัดสินใจขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปทำการติดต่อที่ Shop Dtac Siam Paragon ทันที ไปถึงที่นั่นก็น่าจะประมาณ 1 ทุ่มครึ่งเห็นจะได้ เราก็รีบดิ่งไปที่ Shop Dtac ชั้น 3 ทันที พอไปถึงโอ้แม่เจ้า คนเยอะดีแท้หนอแต่ไม่เป็นไรไหน ๆ ก็มาแล้วเรารอได้ ก็กดบัตรคิวปกติรอคิวเรียก พอถึงคิวเราก็ไปที่เคาท์เตอร์เจ้าหน้าที่ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นเคาท์เตอร์ด้านซ้าย น่าจะเคาท์เตอร์ 7 หรือ 8 มั้ง ก็ไปติดต่อเป็นเจ้าหน้าที่ผู้หญิง ใส่ผม ผมประมาณบ่ามั้ง (แต่ไม่ได้ดูชื่ออะ) รับเรื่องตรวจสอบ และขอซิมพร้อมถ่ายสำเนาบัตรไว้เพื่อดำเนินการ ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็แนะนำว่าให้เราเปลี่ยนเป็นรายเดือน แล้วส่วนยอดเงินดึงกลับมาก็จะเป็นการตัดรายเดือนจากยอดที่ได้คืน ซึ่งเราก็คิดอยู่แปปนึงก็ตัดสินใจว่ายังยืนยันที่จะใช้เป็นเติมเงิน เจ้าหน้าที่ก็รับเอกสารไปแล้วไปหยิบซิมใหม่มาให้ พร้อมแจ้งว่าใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3-5 วันทำการสัญญาณจะใช้ได้ และยอดเงินจะได้รับคืนมาหลังจากสัญญาณใช้งานได้ หลังจากนั้นเราเองก็ใจชื้นโอเค อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ก็แจ้งมาอย่างนั้น
เวลาก็ล่วงเลยมาจนกระทั่งผ่านปีใหม่ไป ระหว่างนั้นมือถือเครื่องใหม่เราก็เอาซิม Dtac อีกหมายเลขนึงมาใช้งานชั่วคราว จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาประมาณ วันที่ 2 มกราคม 2557 มั้ง ไม่แน่ใจว่าวันไหน เราก็จึงนำซิมใหม่เบอร์เดิมที่ขอมา มาใส่กับมือถือเครื่องใหม่ แต่บทสรุป คือ ...สัญญาณไม่มีครับพี่น้อง เสมือนว่ายังไม่ได้รับการเปิดสัญญาณแต่อย่างใด เหมือนเป็นซิมที่ไร้ซึ่งการช่วยเหลือจากเครือข่ายเลย เราก็โอเคไม่เป็นไร อาจจะเป็นเพราะติดปีใหม่ด้วยอะไรด้วย เราก็รอจนกระทั่งถึงค่ำวันนั้น เออสัญญาณทำไมยังไม่ขึ้น ปิดเครื่องเปิดใหม่ก็แล้ว ค้นหาสัญญาณก็แล้ว ก็ยังไม่ได้แหะ เราเลยตัดสินใจติดต่อเข้าไปสอบถามกับทาง Call Center อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ (ลืมถามชื่ออีก) รับเรื่องตรวจสอบประสานงานให้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าสัญญาณจะมีการจ่ายให้ ณ วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2557 ช่วงบ่าย ๆ เราก็โอเคใจชื้นมาในระดับนึง แต่ก็ยังอดถามไม่ได้ว่าหากสัญญาณกลับมายอดเงินที่คงค้างก่อน ณ ถูกตัดจะกลับมาด้วยหรือไม่ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าก็สามารถกู้กลับมาให้ได้ โอเคครับ รู้สึกดีมากที่ได้คำตอบให้ใจชื้นขนาดนี้
เราก็รอจนกระทั่ง วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2557 เวลาช่วงบ่าย ๆ ตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง โอ้สัญญาณกลับมาแล้ว...แต่ทำไมทำอะไรไม่ได้ โทรเข้าไม่ได้ โทรออกไม่ได้ หว่า....เฮ้ย! เกิดไรขึ้นเนี่ย มาพร้อมกับคำถามว่า...แล้วพี่พวกคุณ ๆ บอกผมมันคือ ??? แต่ก็โอเค เราก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะรอดูกันไป เราก็รอไปรอมาจนกระทั่งวันเสาร์ช่วงบ่าย ๆ แต่แล้วสุดท้ายตอนนี้โทรเข้าได้ มียอดเงิน 1 บาท คำถามตามมาอีกว่าแล้วที่บอกว่าจะกู้เงินก่อนซิมถูกตัดไป....ทำไมไม่เห็นเป็นอย่างที่พวกคุณ ๆ บอกเลยอะ...เราเลยทิ้งช่วงไปจนกระทั่งช่วงเย็น จึงโทรไปทาง Call Center ใช้เบอร์ทรูติดต่อไป แต่ครั้งนี้เรามีถามชื่อเจ้าหน้าที่ด้วย ชื่อ คุณสุพิชญา (ถ้าสะกดผิดขอโทษครับ) เพื่อให้ช่วยทำการตรวจสอบรายละเอียดให้ คำตอบที่ได้มานั้น คือ เนื่องจากสัญญาณพึ่งได้ปล่อยสัญญาณมาให้ ส่วนของยอดเงินก่อนที่จะถูกตัดไปอาจจะยังไม่ได้ถูกปรับคืนมาให้ ขอรับเรื่องประสานกับทาง Shop Paragon แล้วจะติดต่อกลับ โดยขอเบอร์ติดต่อกลับไว้ เราก็ให้เบอร์ทรูไว้ เพราะเราพกติดต่อเบอร์นี้ไว้เพื่อให้ติดต่อ เวลานั้นน่าจะประมาณ 15.30 น. มั้งจำไม่ค่อยได้และ ก็ผ่านไปประมาณซักครึ่ง ชม. เห็นจะได้ คุณสุพิชญา ก็ติดต่อกลับมาแจ้งว่าได้ทำการประสานกับทางเจ้าหน้าที่ที่ Shop Paragon ให้แล้ว รบกวนให้รอการติดต่อกลับจากทางเจ้าหน้าที่ เราก็รู้สึกดีขึ้นมากกับการบริการ แต่จนแล้วจนรอดนั้นเองเวลาล่วงเลยผ่านไปจนเย็น จนมืด จนวันรุ่งขึ้น ก็ยังไร้วี่แววที่จะมีเจ้าหน้าที่คนใดติตด่อมา ในวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2557 เราก็เลยทำการติดต่อกลับไปทาง Call Center อีกครั้งนึง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง เพราะผมก็คอยเช็ครายละเอียดอยู่ตลอด แต่ก็ยังไม่มียอดเงินคืนมาแต่อย่างใด ผมเลยติดต่อไปทาง Call Center เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งนึง สรุปว่าเจ้าหน้าที่ไม่ทราบรายละเอียดอะไรเลยครับ บอกเบอร์ให้ตรวจสอบรายละเอียดบอกไม่มีข้อมูลอะไรเลย โอ้พระเจ้าไม่มีข้อมูลอะไรเลยได้ไงวะ ติดต่อหลายครั้งและไม่ลงบันทึกอะไรกันเลยหรือไงเนี่ย จนสุดท้ายก็เลยขอสาย คุณสุพิชญา...เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งนึง สรุปว่า คุณสุพิชญา ได้ทำการรับเรื่องและประสานข้อมูลให้แล้ว รบกวนให้รอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ ผมก็โอเค ฉันรอมาขนาดนี้แล้ว รออีกหน่อยแล้วกัน
ผมก็ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเรื่อย ๆ จนวันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2557 พอดีวันนี้ผมลางาน เพื่อนำลงไปติดต่อเรื่องเคลมสีรถ และเช็คอาการเสียรถ ผมก็บึงรถแต่เช้าไปส่งรถ แล้วทิ้งรถไว้ที่ศูนย์ หลังจากนั้นเราก็ดิ่งมาที่ Siam Paragon ใจตอนแรกก็ไม่ได้คิดจะมาตามเรื่องกับ Dtac ใจคิดว่าจะแวะมาดูมือถือ Samsung Galaxy Note3 LTE เท่านั้น เราไปถึงที่ Siam Paragon ประมาณเกือบ ๆ จะ 11 โมงเห็นจะได้ เราก็เดินไปที่ Shop วันนั้น shop เปิด 11 โมง เรามีเวลาอยู่นิดหน่อย ก็เลยแวะไป Shop Samsung Mobile รอจนกระทั่ง 11 โมง Shop Dtac เปิดเราก็เลยกดบัตรคิว แล้วรอติดต่อเจ้าหน้าที่ เนื่องจากยังเช้าอยู่รอไม่นานก็ถึงคิว เจ้าหน้าที่ก็เรียกหากจำไม่ผิดน่าจะเป็นเคาท์เตอร์ 11 เป็นผู้หญิง น่ารัก ๆ (เหมือนเดิมลืมชื่อ) สอบถามว่าติดต่อเรื่องอะไร เราก็แจ้งรายละเอียดพร้อมเบอร์ ตอนแรกก็ไม่มีข้อมูล เราก็บอกว่าเรามีติดต่อทาง Call Center ก็เล่า ๆ ไปว่ามาขอซิมจากที่นี่ ติดต่อประสานตามเรื่องจนกระทั่งซิมเปิดสัญญาณ แต่ยอดเงินที่ร้องขอคืนกับยังไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบข้อมูลไปมา ก็แจ้งว่าทางเจ้าหน้าที่ Call Center คุณสุพิชญา มีส่งเรื่องให้แล้วให้รอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าจะส่งเรื่องย้ำให้อีกครั้ง เราก็โอเคใจชื้นขึ้นและพูดซะหนาดนี้ เราก็ออกจาก Shop Dtac ก็เลยไปเดินดูมือถือ แล้วก็สรุปซื้อ ทำนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย จนเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอีก 1 วัน ระหว่างนี้ทุกวันทางเราก็เฝ้ารอการติดต่อกลับจากทางเจ้าหน้าที่มาตลอด แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แวว ที่จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาเลย เรารอกระทั่งถึงวันนี้ ก็ยังไม่มี ....ใดติดต่อมาเลยครับ ตอนนี้บอกตามตรงเลยรู้สึกผิดหวัง เสียความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่เราก็ไว้ใจกับการใช้ Dtac มาโดยตลอดไม่ว่าจะใช้โปรบี ๆ โปรโทรคุย โปรเน็ต แต่สุดท้ายแล้วความไว้เนื้อเชื่อใจ มั่นใจ จะหมดกันก็คร่าวนี้แหละ
ตอนนี้ผมคิดอยู่ว่า หากว่าคำมั่นที่ให้ไว้ หรือคำพูดที่ให้ไว้ ทาง Dtac ไม่สามารถทำให้ได้ แล้วคุณจะรับปากลูกค้า จะแนะนำลูกค้าให้เดินเรื่องไปทำไม ส่วนตัวผมเองก็ทำงานด้านบริการมาร่วม ๆ 6 ปี หากผมรับปากลูกค้าแล้วผมก็ต้องรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด และสุดความสามารถเท่าที่จะสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้ แต่การทำงานก็ต้องมีบ้างที่อาจจะมีการผิดคำสัญญาลูกค้าบ้าง ไม่ว่าจะด้วยเพราะขั้นตอนของบริษัท หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม คำขอโทษ หรือคำอธิบายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรมี
ทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าวไปนั้น ผมมีความคาดหวังว่าจะได้รับการติดต่อกลับมา และแนวทางการแก้ไขช่วยเหลือเป็นอย่างดี เหมาะสม เพราะหากว่าการบริการยังเป็นเช่นนี้ ผมจะทำการปิดเบอร์ Dtac ที่ผมมีอยู่ทั้ง 2 เบอร์ และเบอร์ที่คุณพ่อ คุณแม่ ใช้อยู๋ ผมจะให้ทำการย้ายค่ายไปค่ายอื่นแทน แล้วจะบอกทุก ๆ ผู้คนที่ผมรู้จักให้ย้าย ๆ ไปซะ เพราะการบริการยังไม่มีความเป็นมืออาชีพพอ
สุดท้ายผมใคร่หวังว่าจะได้รับการติดต่อกลับ โดยเร็ว และได้รับการดูแลตามที่ผมได้คาดหวังไว้
**หมายเหตุ : บางรายละเอียดที่กล่าวไปข้างต้น อาจจะมีการคลาดเคลื่อนเรื่องวันและเวลาเล็กน้อย และข้อมูลบางส่วนอาจจะไม่ครบถ้วน เนื่องจากก็ผ่านมาหลายวัน**