สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
ขอแก้ไขความเข้าใจผิดหน่อยนะครับ
1. ไข่ของพยาธิตืดวัว และ ตืดหมู ไม่อยู่ในเนื้อสัตว์ครับ
ระยะที่อยู่ในเนื้อคือระยะที่เป็น cysticerci (cysticercosis) ครับ หรือเรียกง่ายๆว่า เม็ดสาคู
(ไม่ได้หมายถึงมันกินได้นะ มันไม่ควรกินเช่นกันครับ)
ถ้าคนกินพยาธิตัวติดระยะนี้เข้าไป มันจะกลายไปเป็นระยะตัวเต็มวัยในลำไส้ของคนครับ
เรื่องที่มันจะชอนไชไปตามอวัยวะต่างๆ หรือกลายเป็นเม็ดสาคูในอวัยวะหรือสมองคน...ไม่ได้เกิดจากตัวเต็มวัยหรือการกินเม็ดสาคูแบบนี้เข้าไปครับ....
แต่เกิด.....เมื่อมันโตพอ ปล้องแก่ซึ่งมีไข่อยู่จะออกมากับอุจจาระของคน
ถ้าคนกินไข่พวกนั้นโดยการปนเปื้อนทางใดก็ตามเข้าไป (external autoinfection) เช่น ติดมือแล้วเอามือหยิบอาหารกิน อุจจาระปนเปื้อนผักแล้วไม่ล้างผัก ฯลฯ มันจึงจะกลายเป็ฯระยะตัวอ่อนที่ไชไปตามอวัยวะต่างๆได้ครับ
มีอีกวิธีหนึ่งที่คนจะรับไข่มันเข้าไปคือ มีการขย้อนย้อนกลับปล้องแก่ที่มีไข่ที่ว่าขึ้นมาตามลำไส้จนถึงกระเพาะ (internal autoinfection)
หมายเหตุ....ปัญหา autoinfection และ cysticercosis ในคน มีแต่พยาธิตืดหมูนะครับ พยาธิตืดวัวไม่มีปัญหานี้
อันนี้จริงๆไม่ค่อยน่ากลัวหรอกครับ เพราะ
1.1 เม็ดสาคูมันสังเกตเห็นได้ง่ายมากครับ
1.2 อันตรายที่อันตรายและน่ากลัวคือ cysticercosis ซึ่งมันไม่ได้เกิดจากการกินเนื้อหมูที่มีเม็ดสาคูโดยตรงครับ ต้องมี autoinfection อย่างที่บอก
ถ้ารู้จักรักษาสุขลักษณะที่ดี โอกาสเกิดยากมากครับ
2. นอกจากเรื่องพยาธิแล้ว....
สิ่งที่สำคัญและเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า และอันตรายรุนแรงเช่นกัน ถ้าเข้าใจไม่ผิดมีคนตายทุกปีก็คือ
เนื้อหมูในไทยมีการปนเปื้อนเชื้อstaphylococcus suis staphylococcus suis ได้ครับ (ไม่มีในเนื้อวัว)
และถ้าไม่ทำให้ถึงอุณหภูมิที่จะฆ่าเชื้อนี้ได้ เชื้อนี้ก่ออันตรายในคนได้ครับ
1. ไข่ของพยาธิตืดวัว และ ตืดหมู ไม่อยู่ในเนื้อสัตว์ครับ
ระยะที่อยู่ในเนื้อคือระยะที่เป็น cysticerci (cysticercosis) ครับ หรือเรียกง่ายๆว่า เม็ดสาคู
(ไม่ได้หมายถึงมันกินได้นะ มันไม่ควรกินเช่นกันครับ)
ถ้าคนกินพยาธิตัวติดระยะนี้เข้าไป มันจะกลายไปเป็นระยะตัวเต็มวัยในลำไส้ของคนครับ
เรื่องที่มันจะชอนไชไปตามอวัยวะต่างๆ หรือกลายเป็นเม็ดสาคูในอวัยวะหรือสมองคน...ไม่ได้เกิดจากตัวเต็มวัยหรือการกินเม็ดสาคูแบบนี้เข้าไปครับ....
แต่เกิด.....เมื่อมันโตพอ ปล้องแก่ซึ่งมีไข่อยู่จะออกมากับอุจจาระของคน
ถ้าคนกินไข่พวกนั้นโดยการปนเปื้อนทางใดก็ตามเข้าไป (external autoinfection) เช่น ติดมือแล้วเอามือหยิบอาหารกิน อุจจาระปนเปื้อนผักแล้วไม่ล้างผัก ฯลฯ มันจึงจะกลายเป็ฯระยะตัวอ่อนที่ไชไปตามอวัยวะต่างๆได้ครับ
มีอีกวิธีหนึ่งที่คนจะรับไข่มันเข้าไปคือ มีการขย้อนย้อนกลับปล้องแก่ที่มีไข่ที่ว่าขึ้นมาตามลำไส้จนถึงกระเพาะ (internal autoinfection)
หมายเหตุ....ปัญหา autoinfection และ cysticercosis ในคน มีแต่พยาธิตืดหมูนะครับ พยาธิตืดวัวไม่มีปัญหานี้
อันนี้จริงๆไม่ค่อยน่ากลัวหรอกครับ เพราะ
1.1 เม็ดสาคูมันสังเกตเห็นได้ง่ายมากครับ
1.2 อันตรายที่อันตรายและน่ากลัวคือ cysticercosis ซึ่งมันไม่ได้เกิดจากการกินเนื้อหมูที่มีเม็ดสาคูโดยตรงครับ ต้องมี autoinfection อย่างที่บอก
ถ้ารู้จักรักษาสุขลักษณะที่ดี โอกาสเกิดยากมากครับ
2. นอกจากเรื่องพยาธิแล้ว....
สิ่งที่สำคัญและเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า และอันตรายรุนแรงเช่นกัน ถ้าเข้าใจไม่ผิดมีคนตายทุกปีก็คือ
เนื้อหมูในไทยมีการปนเปื้อนเชื้อ
และถ้าไม่ทำให้ถึงอุณหภูมิที่จะฆ่าเชื้อนี้ได้ เชื้อนี้ก่ออันตรายในคนได้ครับ
สมาชิกหมายเลข 3892279 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5134708 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6312001 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3083606 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1304542 ถูกใจ, กลีบมะเฟือง ถูกใจ, chimerism ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2665536 ถูกใจ, master_zo ถูกใจ, คนท่องยุทธภพ ไหนเลยไม่โดนดาบ ถูกใจรวมถึงอีก 24 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ทำไมเนื้อวัวถึงทานกึ่งสุกกึ่งดิบได้ แต่ทีเนื้อหมูไม่ทาน