จุดยืนส่วนตัว ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษทุกรูปแบบ ไม่ว่ากรณีไหน ไม่ว่ามันจะเป็นประโยชน์กับการปรองดองหรือไม่ เพราะมันเป็นการลดความศักดิ์สิทธิ์ ของกฎหมายที่บังคับใช้ในขณะนั้น และทำให้กฎหมายนั้นอยู่ในสภาวะ สีเทา ดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ และมีผลเช่นเดียวกันคำพิพากษาของศาลที่อาศัยกฎหมายนั้นด้วย ความเป็นสีเทาของกฎหมายและคำพิพากษาของศาลจะกลายเป็นข้อถกเถียงไม่มีที่สิ้นสุด เพราะความยุติธรรม ที่ปกติจะต้องยุติกันที่ศาลซึ่งเป็นองค์กรสำหรับทำให้เรื่องราวยุติ นั้นมันไม่ยุติจริงๆเสียแล้ว การนิรโทษข้ามหัวศาล ก็เท่ากับทำลายหน้าที่ของศาล ทำลายความน่าเชื่อถือของศาลที่เคยเป็นที่ยุติของทุกเรื่องแล้วทีนี้จะให้เรื่องไปยุติกันที่ไหน ในสงครามหรือ ที่ว่าการนิรโทษจะทำลายกฎหมายก็อธิบายได้ว่า เราอาจยอมรับกฎหมายได้ใน 2 กรณีใหญ่ๆคือ 1 เพราะมันคือกฎที่ออกจากผู้มีอำนาจ 2 เพราะมันคือความยุติธรรมที่ยอมรับได้ การยอมรับกฎหมายจะกำหนด ว่ากฎหมายนั้นศักดิ์สิทธิ์ควรเคารพแค่ไหน แต่การนิรโทษ เป็นการแสดงออกถึงการไม่ยอมรับกฎหมายเลย ไม่ว่ามันจะมาจากคำสั่งของผู้มีอำนาจ หรือมันคือความยุติธรรม แล้วจะมีกฎหมายไว้ทำไม เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ การทำลายความภูมิใจในตัวเองของปวงชนชาวไทย ว่าเราไม่ได้มีความคิดที่ดีกว่านี้แล้วหรือในการสร้างความปรองดอง เราไม่มีคนที่ดีกว่านี้แล้วหรืออยู่ในชนชั้นนำ จึงจะต้องยึดติดที่ตัวบุคคลจนบ้าคลั่งแตกแยก และชนชั้นนำของเราไม่มีใครเลยหรือที่อยากจะสร้างบรรทัดฐานศีลธรรมที่ดีของนักการเมือง สร้างวัฒนธรรมการเมืองที่น่าชื่นชม ในเมื่อต่างฝ่ายต่างบอกว่าตนไม่ผิด แต่มีความเสียหาย มีคนตาย ทางออกเห็นจะเป็นรบราฆ่าฟันกันจนชนะแล้วฝ่ายแพ้ผิด แล้วจิตใจคนแพ้จะเป็นยังไง เก็บกดจนไปก่อการร้ายอีก แต่แค่ทั้งคู่ยอมรับว่าผิด มันก็ให้อภัยกันได้ ลดศักดิ์ศรีลงหน่อยเพื่อส่วนรวม แล้วค่อยมาช่วยกันสร้างบรรทัดฐานกันว่าที่ผ่านมาอะไรมันไม่ดี ไม่ควรทำ ไม่ควรเกิดขึ้นอีก ไม่ดีกว่าหรือ หรือว่าทั้งสองฝ่ายคิดถึงแต่ตัวเอง
จุดยืนของนักศึกษากม.คนหนึ่งต่อกม.นิรโทษ