สรุปคำพิพากษาคดี HYBE กับ มินฮีจิน ประเด็นดันยอด 140,000 แผ่น



🔎 แปลเนื้อหา
https://www.spochoo.com/news/articleView.html?idxno=120916

มีการยืนยันอย่างเป็นทางการผ่านคำพิพากษาศาลว่า HYBE ใช้วิธีการผลักดันยอดขายอัลบั้มแบบมีเงื่อนไขรับคืนสินค้า (ที่เรียกว่า “การดันของ” หรือ 밀어내기) เพื่อเพิ่มยอดขายเริ่มต้น (ยอดสัปดาห์แรก / 초동)

แม้ที่ผ่านมา HYBE จะปฏิเสธต่อสาธารณะ แต่ในคำพิพากษาระบุว่า ภายในบริษัทเคยทำการตรวจสอบภายใน (internal audit) และทราบเรื่องนี้ พร้อมทั้งออกกฎป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

📌 รายละเอียดจากคำพิพากษา
    •    ปี 2023 มีอัลบั้มจากค่ายในเครือ HYBE 2 อัลบั้ม
    •    อัลบั้มละ 70,000 แผ่น รวม 140,000 แผ่น
    •    จำหน่ายแบบ “มีเงื่อนไขรับคืน”

โครงสร้างคือ:
    •    HYBE ส่งอัลบั้มให้ตัวแทนจำหน่ายในราคาปกติ
    •    ถ้าขายไม่หมด HYBE จะรับซื้อคืน
    •    ตัวแทนจำหน่ายจึงไม่เสี่ยงขาดทุน สามารถสั่งจำนวนมากได้
    •    HYBE นำยอดทั้งหมดนี้ไปนับเป็นยอดขายสัปดาห์แรก

แม้สินค้าจะยังไม่ได้ขายถึงผู้บริโภคจริงก็ตาม

ศาลระบุชัดว่า “มีการคืนสินค้าเกิดขึ้นจริง”



👥 ประเด็นในคดีระหว่าง HYBE กับ
    •    민희진 (มินฮีจิน อดีต CEO ADOR)
    •    방시혁 (บังชีฮยอก ประธาน HYBE)

ศาลแขวงกลางโซลมีคำตัดสินเมื่อ 12 ก.พ. ให้มินฮีจินชนะในประเด็นสัญญาผู้ถือหุ้นบางส่วน

ในเชิงอรรถของคำพิพากษา มีการเปิดเผยแชท KakaoTalk ที่พูดถึง “การดันของไปญี่ปุ่น” และระบุว่าผู้บริหาร HYBE เป็นฝ่ายเสนอแนวคิดนี้ก่อน ศาลรับรองความน่าเชื่อถือของบทสนทนา

นอกจากนี้:
    •    4 ส.ค. 2023 ผู้จัดการฝ่ายวางแผนของ HYBE Japan ใช้คำว่า “밀어내기” (ดันของ) ในเอกสารภายใน
    •    มีเอกสารภายใน 2 ฉบับถูกกล่าวถึงในสภาเกาหลี (การตรวจสอบของรัฐสภา ปี 2024)



❗ จุดยืนของ ADOR

ADOR และมินฮีจินปฏิเสธข้อเสนอนี้ โดยให้เหตุผลว่า
“ขัดกับปรัชญาการบริหารของบริษัท”

ศาลรับรองว่าพวกเขาปฏิเสธจริง



⚖️ ความเห็นของศาล

ศาลระบุชัดว่า:

“การเพิ่มยอดสัปดาห์แรกเพื่อโปรโมตอันดับชาร์ต เป็นการกระทำที่บ่อนทำลายการกระจายสินค้าอย่างเป็นธรรม และควรถูกวิพากษ์วิจารณ์”

ตามกฎหมายส่งเสริมอุตสาหกรรมดนตรีเกาหลี
การปั่นยอดขาย (사재기) อาจมีโทษ:
    •    จำคุกไม่เกิน 2 ปี
    •    หรือปรับไม่เกิน 20 ล้านวอน

ปัจจุบัน HYBE ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินแล้ว



📝 สรุปสั้นๆ
    •    ศาลยืนยันว่า HYBE เคยขายอัลบั้มแบบ “รับคืนได้” จำนวน 140,000 แผ่น
    •    นำยอดนี้ไปนับเป็นยอดขายสัปดาห์แรก
    •    มีการคืนสินค้าจริง
    •    HYBE เคยตรวจสอบภายในและออกกฎป้องกัน
    •    มินฮีจิน/ADOR ปฏิเสธเข้าร่วม
    •    ศาลมองว่าเป็นการกระทำที่กระทบความเป็นธรรมของตลาด
    •    HYBE กำลังอุทธรณ์


ผลกระทบของการดันยอด

1️⃣ กระทบความน่าเชื่อถือบริษัท (Corporate credibility)

กรณีนี้เกี่ยวข้องกับ HYBE โดยตรง
    •    ภาพลักษณ์เรื่อง “ความโปร่งใส” เสียหาย
    •    นักลงทุนอาจตั้งคำถามเรื่องธรรมาภิบาล
    •    แฟนคลับบางส่วนอาจรู้สึกว่ายอดที่ภูมิใจอาจไม่สะท้อนดีมานด์จริง

แม้ยังอยู่ในขั้นอุทธรณ์ แต่คำว่า “ศาลรับรองว่าเกิดขึ้นจริง” ส่งผลเชิงภาพลักษณ์ทันที



2️⃣ กระทบความเชื่อมั่นในชาร์ต & ยอด “초동” (ยอดสัปดาห์แรก)

วงการ K-pop ให้ความสำคัญกับ “ยอดสัปดาห์แรก” มาก เพราะใช้ในการ:
    •    โปรโมตสถิติ
    •    แข่งขันอันดับ
    •    สร้างภาพลักษณ์ระดับโลก

ถ้ามีการนับยอดที่ยังไม่ถึงมือผู้บริโภคจริง
👉 คนจะเริ่มตั้งคำถามกับ “ทุกวง” ไม่ใช่แค่ค่ายเดียว

มันทำให้มาตรฐานอุตสาหกรรมถูกจับตามองมากขึ้น



3️⃣ กระทบเชิงกฎหมาย

ศาลระบุว่าการกระทำแบบนี้
อาจเข้าข่าย “บ่อนทำลายการกระจายสินค้าอย่างเป็นธรรม”

ถ้าถูกตีความว่าเป็น “ซาแจกิ” (การปั่นยอด) ตามกฎหมายเกาหลี
มีโทษจำคุกหรือปรับเงิน

แม้ตอนนี้ยังไม่มีโทษอาญาโดยตรง
แต่เป็น “บรรทัดฐานทางคำพิพากษา” ที่แรงพอสมควร



4️⃣ กระทบความสัมพันธ์ภายใน (HYBE vs ADOR)

กรณีนี้ยิ่งตอกความขัดแย้งระหว่าง มินฮีจินกับบังชีฮยอก
เพราะศาลรับรองว่า ADOR ”ปฏิเสธ“ แนวทางนี้จริง

→ ทำให้ภาพลักษณ์กลายเป็นว่า
บางเลเบล “ทำ” บางเลเบล “ไม่ทำ”
ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันภายในเครือ



5️⃣ กระทบวงในเครือไหม?

สั้น ๆ คือ:
    •    ❌ ไม่ได้แปลว่าวงทุกวงโกงยอด
    •    ⚠️ แต่ทำให้คนตั้งคำถามกับทุกสถิติที่สูงผิดปกติของหลายวงในค่าย
    

อย่างไรก็ตาม ถ้าวงมีแฟนคลับแข็งแรงจริง ผลกระทบระยะยาวอาจไม่รุนแรงเท่าที่คิด



🎯 สรุป

สิ่งที่กระทบมากที่สุดไม่ใช่ตัวเลข 140,000 แผ่น
แต่คือ “ความน่าเชื่อถือของระบบยอดขาย K-pop”

เพราะยอดสัปดาห์แรกคืออาวุธทางการตลาดหลักของวงการ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่