ศาลแพ่งกลางกรุงโซล แผนกพิจารณาคดีแพ่งที่ 31 (ผู้พิพากษาประธานคณะ: นัมอินซู) มีคำพิพากษาเมื่อเช้าวันที่ 12 ในคดีชั้นต้น ซึ่งประกอบด้วย
• คดีที่ ไฮบ์ (HYBE) ยื่นฟ้องเพื่อขอให้ยืนยันการยกเลิก “สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น” ต่อ มินฮีจิน อดีตซีอีโอ
• และคดีที่ มินฮีจิน ยื่นฟ้องเรียกร้อง “ค่าซื้อขายหุ้น” ต่อไฮบ์
ศาลตัดสินว่า มินฮีจิน อดีตซีอีโอ ต้องได้รับเงินจากไฮบ์เป็นมูลค่าประมาณ 25,500 ล้านวอน (ราว 255억 원)
⸻
ประเด็นเรื่องการใช้สิทธิ Put Option
ในเดือนพฤศจิกายน 2024 มินฮีจินได้แจ้งต่อไฮบ์ว่าเธอจะใช้สิทธิ Put Option (สิทธิขายหุ้นคืนให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามสัญญา)
แต่ไฮบ์โต้แย้งว่า
• บริษัทได้แจ้ง “ยกเลิกสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น” ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน
• ดังนั้น สิทธิ Put Option ซึ่งอิงจากสัญญาดังกล่าว จึงหมดผลไปด้วย
ฝ่ายมินฮีจินโต้ว่า
• เธอไม่ได้ละเมิดสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น
• การแจ้งยกเลิกของไฮบ์จึง “ไม่มีผลทางกฎหมาย”
• สิทธิ Put Option จึงยังใช้ได้
⸻
เกณฑ์คำนวณมูลค่า Put Option
ตามสัญญา กำหนดให้ใช้ผลประกอบการปี 2022–2023 เป็นฐานคำนวณ
กำไรจากการดำเนินงานของ ADOR:
• ปี 2022: ขาดทุน 4 พันล้านวอน (영업손실 40억 원)
• ปี 2023: กำไร 33.5 พันล้านวอน (335억 원)
เหตุผลที่ปี 2022 ขาดทุน เพราะศิลปินรายเดียวของค่ายในตอนนั้นคือ NewJeans เพิ่งเดบิวต์เดือนกรกฎาคม 2022
รายงานตรวจสอบบัญชี (เมษายน 2024) ระบุว่า:
• มินฮีจินถือหุ้น ADOR จำนวน 573,160 หุ้น (18%)
• มูลค่าที่เธออาจได้รับ ประมาณ 26,000 ล้านวอน (260억 원)
⸻
คำพิพากษา
ศาลตัดสินว่า
• ไฮบ์ต้องจ่ายเงิน Put Option ให้มินฮีจิน ประมาณ 25,500 ล้านวอน
• นอกจากนี้ยังต้องจ่ายให้ผู้บริหาร ADOR คนอื่นด้วย คือ
• อดีตรองประธาน A: 1,700 ล้านวอน
• อดีต Creative Director B: 1,400 ล้านวอน
⸻
ข้อพิพาท: การยกเลิกสัญญามีเหตุอันควรหรือไม่
ทั้งสองฝ่ายโต้แย้งหนักในประเด็นว่า
• ช่วงเวลา “ยกเลิกสัญญา” ถูกต้องหรือไม่
• มี “เหตุละเมิดร้ายแรง” พอให้ยกเลิกหรือไม่
ข้อกล่าวหาของไฮบ์
ไฮบ์อ้างว่า มินฮีจิน
• พยายาม “ดึง NewJeans ออกไป”
• กล่าวหา ILLIT ว่าลอก NewJeans
• ทำให้บริษัทเสียหายหนัก
• จึงแจ้งยกเลิกสัญญาใน ก.ค. 2024 → สิทธิ Put Option ต้องสิ้นสุด
คำตัดสินศาล
ศาล “รับฟังฝ่ายมินฮีจินเป็นส่วนใหญ่” และ “ปัดข้ออ้างไฮบ์เป็นหลัก”
⸻
ประเด็น: วางแผนแยก ADOR อิสระ
ศาลพิจารณาจากแชต KakaoTalk แล้วเห็นว่า
• การที่มินฮีจินอาจออกจากตำแหน่งเมื่อครบวาระ
→ อาจทำให้มูลค่า ADOR เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญได้จริง
• แต่จะถึงขั้น “กลายเป็นเปลือกเปล่า” หรือไม่
→ หลักฐานยังไม่พอชี้ชัด
ในแชตมีการสมมติว่า
ถ้ามินฮีจินออก ADOR จะกลายเป็นเปลือกเปล่า
และมีข้อความว่า เธอเคยพูดเชิงต่อรองว่า
“ถ้าไม่ชดเชยให้เหมาะสม ฉันจะออก และจะทำบอยกรุ๊ป NewJeans”
ศาลมองว่า
• หากมีข้อตกลงเรื่องห้ามแข่งขัน + ราคา Put Option แล้ว
• แผนแยกตัวจะเกิด “หลังพ้นวาระ”
• จึงไม่ใช่การละเมิดสัญญาระหว่างดำรงตำแหน่ง
⸻
ประเด็น: พา NewJeans ออกไป IPO
ไฮบ์กล่าวหาว่าเธอจะ
• ยกเลิกสัญญาศิลปิน
• พาออกไปทำ IPO
ศาลวินิจฉัยว่า
• เธอมีการพบปะนักลงทุนจริง
• แต่เป็น “แผนที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าไฮบ์ยินยอม”
• หากไฮบ์ไม่ยินยอม ก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว
→ ไม่ถือเป็นการละเมิดสัญญา
⸻
ประเด็น: กล่าวหา ILLIT ลอก NewJeans
ศาลตัดสินว่า
• เป็น “ความเห็น/การประเมินคุณค่า”
• ไม่ใช่การกล่าวข้อเท็จจริงเท็จ
→ จึงไม่ใช่การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
ศาลยังระบุว่า
• ดูเหมือนไฮบ์ส่งแผน NewJeans ให้ Belift Lab
• และถูกใช้ในโปรเจกต์ ILLIT
• ผู้ปกครอง NewJeans ก็ยื่นคำร้องเรื่องนี้จริง
• แม้มินฮีจินจะชักชวน แต่ผู้ปกครองเขียนและเซ็นเอง
→ ถือเป็นความเห็นผู้ปกครอง
ศาลยังชี้ว่า
• Belift Lab อ้างว่าหลังเดบิวต์ มีเสียงว่า “ไม่เหมือน” เพิ่มขึ้น
• แต่ไม่ยื่นหลักฐานรองรับ
อีกทั้งระบุเชิงธุรกิจว่า
• การเดบิวต์เกิร์ลกรุ๊ปภาพลักษณ์คล้ายกันภายใน 1 ปี
→ อาจดันราคาหุ้นไฮบ์
→ แม้มี cannibalization แต่กำไรรวมอาจสูงขึ้น
• ฝั่ง ADOR ย่อมกังวลการถูกแย่งตลาด
• เพราะมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลายฝ่าย
→ ความขัดแย้งผลประโยชน์จึงเกิดได้
→ การตั้งข้อกังวลของมินฮีจิน “มีเหตุผล”
⸻
ประเด็น: “การดันยอดอัลบั้ม” (Album Push)
ศาลพิจารณาว่า
• มีการชักชวนจากฝั่งไฮบ์จริง
• แต่ ADOR ปฏิเสธ เพราะขัดปรัชญาธุรกิจ
ในแชตของรองประธานมีข้อความว่า
สามารถดันยอดซื้อในญี่ปุ่นให้มากขึ้นได้
ศาลระบุว่า
• การปั่นยอดเปิดตัวเพื่อดันอันดับชาร์ต
→ สมควรถูกวิจารณ์
• แม้ไฮบ์บอกเป็นการตัดสินใจพนักงาน ไม่ใช่นโยบายบริษัท
→ ก็ไม่อาจปฏิเสธความเกี่ยวข้องของระบบได้
ศาลชี้ว่า
• ประเด็นนี้เกี่ยวข้อง “ประโยชน์สาธารณะ”
• และเนื้อหาที่มินฮีจินตั้งข้อกล่าวหา “เป็นความจริง”
⸻
ประเด็น: สงครามสื่อ (여론전)
ศาลตัดสินว่า
• มินฮีจินส่งอีเมลเรื่อง Copy + Push ไปภายในไฮบ์ก่อน
• ตอนนั้นยังไม่เป็นข่าว
• แต่ฝั่งไฮบ์ทำให้ความขัดแย้งออกสื่อก่อน
ดังนั้น
• การแถลงข่าวของมินฮีจิน
→ ถือเป็น “สิทธิในการโต้แย้ง” (Right of Reply)
⸻
สรุปสาระคำพิพากษา
1. สัญญาผู้ถือหุ้นยังมีผลตอนใช้ Put Option
2. ไม่มีเหตุละเมิดร้ายแรงพอให้ยกเลิก
3. ไฮบ์ต้องจ่ายเงิน ~255억 원
4. ข้อกล่าวหาหลักของไฮบ์ (ดึงศิลปิน, IPO, Copy, ปั่นยอด, สงครามสื่อ)
→ ศาลไม่รับฟังเป็นส่วนใหญ่
แกะคำพิพากษา ทำไมศาลให้มินฮีจินชนะ Put Option เหนือ HYBE?
• คดีที่ ไฮบ์ (HYBE) ยื่นฟ้องเพื่อขอให้ยืนยันการยกเลิก “สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น” ต่อ มินฮีจิน อดีตซีอีโอ
• และคดีที่ มินฮีจิน ยื่นฟ้องเรียกร้อง “ค่าซื้อขายหุ้น” ต่อไฮบ์
ศาลตัดสินว่า มินฮีจิน อดีตซีอีโอ ต้องได้รับเงินจากไฮบ์เป็นมูลค่าประมาณ 25,500 ล้านวอน (ราว 255억 원)
⸻
ประเด็นเรื่องการใช้สิทธิ Put Option
ในเดือนพฤศจิกายน 2024 มินฮีจินได้แจ้งต่อไฮบ์ว่าเธอจะใช้สิทธิ Put Option (สิทธิขายหุ้นคืนให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามสัญญา)
แต่ไฮบ์โต้แย้งว่า
• บริษัทได้แจ้ง “ยกเลิกสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น” ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน
• ดังนั้น สิทธิ Put Option ซึ่งอิงจากสัญญาดังกล่าว จึงหมดผลไปด้วย
ฝ่ายมินฮีจินโต้ว่า
• เธอไม่ได้ละเมิดสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น
• การแจ้งยกเลิกของไฮบ์จึง “ไม่มีผลทางกฎหมาย”
• สิทธิ Put Option จึงยังใช้ได้
⸻
เกณฑ์คำนวณมูลค่า Put Option
ตามสัญญา กำหนดให้ใช้ผลประกอบการปี 2022–2023 เป็นฐานคำนวณ
กำไรจากการดำเนินงานของ ADOR:
• ปี 2022: ขาดทุน 4 พันล้านวอน (영업손실 40억 원)
• ปี 2023: กำไร 33.5 พันล้านวอน (335억 원)
เหตุผลที่ปี 2022 ขาดทุน เพราะศิลปินรายเดียวของค่ายในตอนนั้นคือ NewJeans เพิ่งเดบิวต์เดือนกรกฎาคม 2022
รายงานตรวจสอบบัญชี (เมษายน 2024) ระบุว่า:
• มินฮีจินถือหุ้น ADOR จำนวน 573,160 หุ้น (18%)
• มูลค่าที่เธออาจได้รับ ประมาณ 26,000 ล้านวอน (260억 원)
⸻
คำพิพากษา
ศาลตัดสินว่า
• ไฮบ์ต้องจ่ายเงิน Put Option ให้มินฮีจิน ประมาณ 25,500 ล้านวอน
• นอกจากนี้ยังต้องจ่ายให้ผู้บริหาร ADOR คนอื่นด้วย คือ
• อดีตรองประธาน A: 1,700 ล้านวอน
• อดีต Creative Director B: 1,400 ล้านวอน
⸻
ข้อพิพาท: การยกเลิกสัญญามีเหตุอันควรหรือไม่
ทั้งสองฝ่ายโต้แย้งหนักในประเด็นว่า
• ช่วงเวลา “ยกเลิกสัญญา” ถูกต้องหรือไม่
• มี “เหตุละเมิดร้ายแรง” พอให้ยกเลิกหรือไม่
ข้อกล่าวหาของไฮบ์
ไฮบ์อ้างว่า มินฮีจิน
• พยายาม “ดึง NewJeans ออกไป”
• กล่าวหา ILLIT ว่าลอก NewJeans
• ทำให้บริษัทเสียหายหนัก
• จึงแจ้งยกเลิกสัญญาใน ก.ค. 2024 → สิทธิ Put Option ต้องสิ้นสุด
คำตัดสินศาล
ศาล “รับฟังฝ่ายมินฮีจินเป็นส่วนใหญ่” และ “ปัดข้ออ้างไฮบ์เป็นหลัก”
⸻
ประเด็น: วางแผนแยก ADOR อิสระ
ศาลพิจารณาจากแชต KakaoTalk แล้วเห็นว่า
• การที่มินฮีจินอาจออกจากตำแหน่งเมื่อครบวาระ
→ อาจทำให้มูลค่า ADOR เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญได้จริง
• แต่จะถึงขั้น “กลายเป็นเปลือกเปล่า” หรือไม่
→ หลักฐานยังไม่พอชี้ชัด
ในแชตมีการสมมติว่า
ถ้ามินฮีจินออก ADOR จะกลายเป็นเปลือกเปล่า
และมีข้อความว่า เธอเคยพูดเชิงต่อรองว่า
“ถ้าไม่ชดเชยให้เหมาะสม ฉันจะออก และจะทำบอยกรุ๊ป NewJeans”
ศาลมองว่า
• หากมีข้อตกลงเรื่องห้ามแข่งขัน + ราคา Put Option แล้ว
• แผนแยกตัวจะเกิด “หลังพ้นวาระ”
• จึงไม่ใช่การละเมิดสัญญาระหว่างดำรงตำแหน่ง
⸻
ประเด็น: พา NewJeans ออกไป IPO
ไฮบ์กล่าวหาว่าเธอจะ
• ยกเลิกสัญญาศิลปิน
• พาออกไปทำ IPO
ศาลวินิจฉัยว่า
• เธอมีการพบปะนักลงทุนจริง
• แต่เป็น “แผนที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าไฮบ์ยินยอม”
• หากไฮบ์ไม่ยินยอม ก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว
→ ไม่ถือเป็นการละเมิดสัญญา
⸻
ประเด็น: กล่าวหา ILLIT ลอก NewJeans
ศาลตัดสินว่า
• เป็น “ความเห็น/การประเมินคุณค่า”
• ไม่ใช่การกล่าวข้อเท็จจริงเท็จ
→ จึงไม่ใช่การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
ศาลยังระบุว่า
• ดูเหมือนไฮบ์ส่งแผน NewJeans ให้ Belift Lab
• และถูกใช้ในโปรเจกต์ ILLIT
• ผู้ปกครอง NewJeans ก็ยื่นคำร้องเรื่องนี้จริง
• แม้มินฮีจินจะชักชวน แต่ผู้ปกครองเขียนและเซ็นเอง
→ ถือเป็นความเห็นผู้ปกครอง
ศาลยังชี้ว่า
• Belift Lab อ้างว่าหลังเดบิวต์ มีเสียงว่า “ไม่เหมือน” เพิ่มขึ้น
• แต่ไม่ยื่นหลักฐานรองรับ
อีกทั้งระบุเชิงธุรกิจว่า
• การเดบิวต์เกิร์ลกรุ๊ปภาพลักษณ์คล้ายกันภายใน 1 ปี
→ อาจดันราคาหุ้นไฮบ์
→ แม้มี cannibalization แต่กำไรรวมอาจสูงขึ้น
• ฝั่ง ADOR ย่อมกังวลการถูกแย่งตลาด
• เพราะมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลายฝ่าย
→ ความขัดแย้งผลประโยชน์จึงเกิดได้
→ การตั้งข้อกังวลของมินฮีจิน “มีเหตุผล”
⸻
ประเด็น: “การดันยอดอัลบั้ม” (Album Push)
ศาลพิจารณาว่า
• มีการชักชวนจากฝั่งไฮบ์จริง
• แต่ ADOR ปฏิเสธ เพราะขัดปรัชญาธุรกิจ
ในแชตของรองประธานมีข้อความว่า
สามารถดันยอดซื้อในญี่ปุ่นให้มากขึ้นได้
ศาลระบุว่า
• การปั่นยอดเปิดตัวเพื่อดันอันดับชาร์ต
→ สมควรถูกวิจารณ์
• แม้ไฮบ์บอกเป็นการตัดสินใจพนักงาน ไม่ใช่นโยบายบริษัท
→ ก็ไม่อาจปฏิเสธความเกี่ยวข้องของระบบได้
ศาลชี้ว่า
• ประเด็นนี้เกี่ยวข้อง “ประโยชน์สาธารณะ”
• และเนื้อหาที่มินฮีจินตั้งข้อกล่าวหา “เป็นความจริง”
⸻
ประเด็น: สงครามสื่อ (여론전)
ศาลตัดสินว่า
• มินฮีจินส่งอีเมลเรื่อง Copy + Push ไปภายในไฮบ์ก่อน
• ตอนนั้นยังไม่เป็นข่าว
• แต่ฝั่งไฮบ์ทำให้ความขัดแย้งออกสื่อก่อน
ดังนั้น
• การแถลงข่าวของมินฮีจิน
→ ถือเป็น “สิทธิในการโต้แย้ง” (Right of Reply)
⸻
สรุปสาระคำพิพากษา
1. สัญญาผู้ถือหุ้นยังมีผลตอนใช้ Put Option
2. ไม่มีเหตุละเมิดร้ายแรงพอให้ยกเลิก
3. ไฮบ์ต้องจ่ายเงิน ~255억 원
4. ข้อกล่าวหาหลักของไฮบ์ (ดึงศิลปิน, IPO, Copy, ปั่นยอด, สงครามสื่อ)
→ ศาลไม่รับฟังเป็นส่วนใหญ่