JJNY : ทนายอั๋นยื่นสว.ลงชื่อส่งศาลรธน.│ทนายรณรงค์ร้องผู้ตรวจการ│กสม.ห่วงข้อผิดพลาดเลือกตั้ง│ชาวไร่อ้อยหวั่นตึงเครียดซ้ำ

ทนายอั๋น ยื่น สว.อิสระ ขอ 20 คน ลงชื่อส่งศาลรธน.วินิจจัย ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เหตุบาร์โค้ดส่อผิดกม. https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5599633
.
.
ทนายอั๋น ยื่น สว.อิสระ ขอ 20 คน ลงชื่อส่งศาลรธน.วินิจจัย ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เหตุบาร์โค้ดส่อผิดกม. 
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ก.พ. ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือต่อน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กรณีขอให้วุฒิสภาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
.
โดยนายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนมีข้อกังขาว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงคนไทยตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการโกงมากกว่าปี 2500 ด้วยซ้ำ ตนจึงมายื่นหนังสือต่อ น.ส.นันทนา ซึ่งหนทางที่พวกตนพยายามทำ คือ การไปร้องต่อหน่วยงานต่างๆ รวมถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดยที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่องกับสว. ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นต่างๆ แต่ไม่เคยสำเร็จ
.
วันนี้มีข้อกังวลที่หนักอึ้งในหัวใจที่รู้สึกแปลกๆ ว่าหากไม่พยายามจะสกัด คือหากกกต. มีการรับรองสส. ที่มีที่มาสกปรกไม่ต่างกับ สว.เสียงส่วนใหญ่ในขณะนี้ ช่องทางที่ขณะนี้คิดว่าน่าจะรวดเร็วที่สุด คือสว. รวมเสียงกัน 20 คน เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ และเป็นความลับตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่ หวังว่าสว. ฝ่ายอิสระจะสามารถรวมเสียงกันได้ 20 เสียง เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
.
ฝากไปถึงส.ว. ส่วนใหญ่ วันนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของตัวเอง หากท่านยังมีความเป็นข้าราชการทางการเมือง เพราะท่านเคยอ้างประชาชนหลายครั้งในการอภิปรายว่า ถ้าจะทำเพื่อประชาชนจริงๆ สักครั้ง ครั้งนี้มาร่วมลงชื่อกับอาจารย์นันทนา ผมหวังอยากจะเห็นอย่างนั้น”นายภัทรพงศ์ กล่าว
.
ขณะที่ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า คิวอาร์หรือบาร์โค้ดไม่ควรอยู่ในบัตรเลือกตั้ง เพราะทำให้ประชาชนไม่มีความปลอดภัย และส่วนตัวมองว่าการแถลงข่าวแต่ละครั้งของ กกต.ก็เป็นเหมือนเป็นการแถมากกว่า ซึ่งการที่กกต.บอกว่าสามารถป้องกันการปลอมแปลงบัตรได้ จึงอยากจะถามว่าบัตรเขย่งมาจากไหน เยอะจนจะได้แชมป์โลก หากมีการแข่งขันโอลิมปิก เรื่องบัตรเขย่ง เชื่อว่าหากส่ง กกต.ชุดนี้ไปเป็นโค้ชรับรองว่าประเทศไทยได้เป็นแชมป์แน่นอน พร้อมตั้งคำถามว่าขณะนี้ผลการเลือกตั้งมีแค่ 94% อีก 6% ไว้เกลี่ยให้ลงตัวหรือไม่
.
ด้าน น.ส.นันทนา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในการไทย นับจากปี 2500 เป็นต้นมา นอกจากสกปรกเลอะเทอะแล้ว การจัดการก็ยังสกปรกไม่เป็นระบบ มีบัตรเขย่งรวมถึงมีการทำคะแนนที่ยาวนาน เรายังไม่สามารถทราบได้ว่าผลการเลือกตั้งที่แท้จริงเป็นอย่างไร แต่ทางซีกพรรคการเมืองที่เขาได้เสียงข้างมาก ก็ไปจัดตั้งรัฐบาลกันแล้ว ทั้งที่ผลการเลือกตั้งยังมีปัญหา จากที่ทราบขณะนี้มีกรณีที่ไม่ปกติมาร้องเรียนที่กกต. ถึง 5,000 คดี ถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์
.
อีกทั้งการนับคะแนนยังไม่เรียบร้อย มีบัตรเขย่ง มีปัญหาการซื้อเสียงทั่วราชอาณาจักร กกต. จับไม่ได้แม้แต่รายเดียว จึงเป็นการเลือกตั้งที่เละเทะที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งยังมีปัญหาในเรื่องของการนับคะแนนมากมายที่ไม่ตรงกัน ยอดของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับยอดของคะแนนที่ผู้ได้รับคะแนนนั้น ได้รับสูงกว่าผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง เป็นไปได้อย่างไร นั่นคือการเติมบัตรเข้าไป
.
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ในกรณีที่หนักสาหัสที่สุดคือกรณีบาร์โค้ด ถ้าทำเพื่อที่จะรักษาความถูกต้องตรวจสอบว่าเป็นบัตรปลอมหรือไม่ เขาจะไม่ทำ 1 ต่อ 1 แต่จะทำเป็นเล่ม บาร์โค้ด 1 ชุดต่อ 1 เล่ม 20 ใบ เลขท้ายที่อยู่ในบัตรเราสแกนออกมาจะตรงกัน 20 ใบ หมายความว่ามาจากเล่มเดียวกัน ก็ตรวจสอบได้ว่าบัตรไม่ปลอม แต่การทำบาร์โค้ดให้ตรง 1 ต่อ1 จะทราบทันทีว่าคนที่กาเลือกใคร เป็นสิ่งของผู้เลือกไม่ควรรู้ว่าเขาเลือกใคร ขัดกับรัฐธรรมนูญ และยังขัดกับหลักปฏิญญาสิทธิมนุษยชนข้อ 20 (3) การเลือกตั้งต้องเป็นความลับเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิ์เลือกเท่านั้น ผิดทั้งหลักสากลและรัฐธรรมนูญ
.
นี่คือปัญหาว่าทำไมเราจึงปล่อยให้การเลือกตั้งครั้งนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้ เพราะตราบใดที่บาร์โค้ดยังปรากฏอยู่ที่ในบัตรเลือกตั้งของเรา เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าใครจะไปสแกนบัตรเลือกตั้งของเรา แล้วตรวจกับต้นฉบับซึ่งเก็บอยู่ที่เดียวกัน ตามระเบียบของกกกต. ข้อ 183 บอกว่า บัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วเก็บอยู่ที่เดียวกัน และจะไม่เจอกันได้อย่างไร เมื่อเจอกันแล้วหายนะจะเกิดตรงที่เมื่อมีคนเข้าถึงว่าเราเลือกใคร อาจจะมีใครบางคนที่เดินไปเคาะประตูบ้านแล้วบอกว่า รู้นะว่าคุณเลือกใคร ฉะนั้น พฤติกรรมการเลือกตั้งจะเปลี่ยนไปหมด บัตรเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นอันตรายที่สุด
.
ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเป็นโมฆะ และทำลายบัตรเลือกตั้งชุดนี้ไม่ให้เหลือซาก เพราะคนเลือกตั้งกำลังอกสั่นขวัญแขวน ทำไปแล้วมีคนรับรู้และมีผลต่อชีวิตอย่างไร ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนและและเอกสิทธิ์ของประชาชนถูกทำลายไป
.
เมื่อถามว่าจะใช้เวลาเข้าชื่อและยื่นต่อประธานวุฒิสภาได้ภายในเวลาเท่าใด น.ส.นันทนา กล่าวว่า จะทำให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ตนขอเรียกร้อง สว.อิสระ สว.เสียงข้างน้อยให้เห็นแก่อนาคตของประเทศและการเมืองไทย ให้ร่วมลงชื่อดังกล่าว ซึ่งตนมองว่าเป็นประเด็นสำคัญ เพราะกรณีที่สามารถตรวจสอบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนเลือกบุคคลใดจะทำให้เกิดความเดือดร้อนได้ อย่างไรก็ดีตนคาดหวังว่านายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วยความเป็นกลาง
.
หากมีพรรคการเมืองที่เข้าถึงชุดข้อมูลของการเลือกตั้งได้ จะสามารถคุมเลือกตั้งในประเทศได้ทุกระดับ ทั้งสส. สว. อบต. เทศบาล เพราะสามารถรู้ได้ว่าใครเลือกอย่างไร ซึ่งจะทำให้ผลเลือกตั้งมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ดังนั้น จะพยายามเร่งรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด ส่วนที่กรณีที่การเข้าชื่อ รวมถึงยื่นศาลรัฐธรมนูญ แต่การวินิจฉัยไม่ทันก่อนที่กกต.รับรองผลเลือกตั้งนั้น มองว่าไม่เป็นไรเพราะหากผลพิจารณาว่าจัดการเลือกตั้งงไม่ชอบ จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ” น.ส.นันทนา กล่าว
.
เมื่อถามว่ากรณีข้อครหาของการเลือกตั้งหาก กกต.เร่งรับรองผลก่อนมีคำตัดสินจะมีผลกระทบตามมาอย่างไรต่อสภาฯ หรือการจัดตั้งรัฐบาล น.ส.นันทนา กล่าวว่า กรณีที่พรรคที่ได้อันดับหนึ่ง เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ถือเป็นการชิงความได้เปรียบ ซึ่งตามมารยาทควรรอให้ กกต. มีข้อยุติและประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก่อน แต่ขณะนี้คะแนนยังไม่นิ่ง ประชาชนมีข้อสงสัย อีกทั้งคะแนนยังประกาศไม่ได้ การเร่งรัดชิงจัดตั้งรัฐบาลทำให้คิดได้ว่าเป็นกระบวนการสมคบคิดกันหรือไม่ จึงอยากได้คำตอบจากกกต. และแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการรับหนังสือและตอบคำถามสื่อมวลชน น.ส.นันทนา และคณะ ได้ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ชู 2 นิ้ว เป็นสัญลักษณ์วิคตอรี่ พร้อมระบุว่า “สู้อีกสักตั้ง” ทั้งนี้ก่อนหน้านั้น เมื่อส.ค. 68 น.ส.นันทนา ได้พยายามเข้าชื่อกันเพื่อส่งศาลรัฐฐธรรมนูญ ให้ถอดถอน สว. 136 คน เพื่อยุติกระบวนการแต่งตั้งองค์กรอิสระ เนื่องจากที่มีประเด็นถูกตรวจสอบที่มาจากการเลือกกันเองที่ไม่สุจริต หรือมาโดยกระบวนการฮั้ว แต่ไม่สำเร็จเพราะมีสว.ร่วมลงชื่อไม่ถึง 1 ใน 10.
.

.
‘ทนายรณรงค์’ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญ ปมคิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
https://www.dailynews.co.th/news/5609957/
.
‘ทนายรณรงค์’ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญ ปมคิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง จี้กกต.ถ้ามั่นใจก็ชี้แจงเลยไม่ต้องรอถึง 7 วัน
.
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่สำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายรณรงค์ แก้วเพรช ทนายความชื่อดัง เข้ายื่นหนังสื่อถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เนื่องจากการที่กกต.พิมพ์คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ว่า ตนได้ฟังการแถลงข่าวของกกต. เรื่องคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแล้วก็กังวลว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะเป็นความลับหรือไม่ตามมาตรา 85 อีกทั้งยังกลัวคนจะล่วงรู้ว่าเราเลือกพรรคไหน กาให้กับใคร ดังนั้นหลังจากกกต.แถลงเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนจึงได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อกกต. โดยประเด็นที่ได้ไปแจ้งความ คือการที่กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากนี้ยังยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการที่กกต.ออกระเบียบหรือกฎหมายให้มีคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งขัดต่อกฎหมายหรือไม่
.
เราแค่ทวงถามสิทธิเลือกตั้งเราว่า ทำไมต้องอยากรู้ว่าเราใส่กางเกงในสีอะไร ไม่ต้องรู้ขนาดนั้น ไม่จำเป็น เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ที่เรามีสิทธิ์จะเลือกชอบหรือไม่ชอบพรรคไหนก็ได้ การที่ระบุคิวอาร์โค้ดและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ แม้กกต.จะบอกว่าถูกกฎหมาย ถูกระเบียบดันนั้นจึงยื่นต่อผู้ตรวจการณ์แผ่นดิน ระเบียบและกฎหมายต่างๆที่กกต.ได้ทำออกมาขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างไร และประชาชนกระทบสิทธิ์อย่างไร กับการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับ” นายรณรงค์กล่าว
.
นายรณรงค์ กล่าวต่อว่า เมื่อกฎหมายระบุว่า เป็นความลับแต่กกต.ออกกฏหมายเพิ่มเติมให้ทำอะไรก็ได้ ให้ทำสัญลักษณ์บนบัตรเลือกตั้งโดยไม่บอกประชาชนก่อน ว่าข้อมูลสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงอยากให้กกต.ชี้แจงกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ทันทีโดยไม่ต้องรอ 7 วัน ถ้ายืนยันว่าตัวเองถูก
.

.
กสม.ออกแถลงการณ์ ห่วงข้อผิดพลาดเลือกตั้งสส. จี้เร่งตรวจสอบ พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5599537
.
กสม.ออกแถลงการณ์ ห่วงข้อผิดพลาดเลือกตั้งสส. จี้เร่งตรวจสอบ พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริง 
.
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ เร่งตรวจสอบและเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 โดยระบุว่า ตามที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิแสดงเจตจำนงอย่างเสรีและเสมอภาค ตามที่รัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ให้การรับรองไว้
.
กสม. ได้ติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยความห่วงกังวลยิ่งต่อกรณีความผิดพลาดและความแตกต่างของผลคะแนนที่นำไปสู่การตั้งคำถามถึงการเลือกตั้งว่า เป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมาย และโดยบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ รวมถึงบัตรเสียที่มีจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีประชาชนกลุ่มต่างๆ นิสิตนักศึกษา และนักวิชาการ เรียกร้องให้มีการตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
.
ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งที่มีผลโดยตรงต่อสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมืองของประชาชน รวมทั้งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสายตานานาชาติ อันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนจากต่างประเทศได้ด้วย
.
กสม. ขอเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งโดยเสรี สุจริต เป็นธรรม ปราศจากการข่มขู่ คุกคาม หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชน จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจและหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส รวดเร็ว โดยคำนึงถึงหลักนิติธรรม และเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก
.
รวมทั้งชี้แจงต่อสาธารณะอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และเพื่อให้การเลือกตั้งนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่อยู่บนพื้นฐานของการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่