ตอนที่1 นางฟ้าราคี โสเภณีไฮโซ
http://pantip.com/topic/31086195
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ตอนที่ 2 นางพญามารตัวแสบ
“ค้างคืนเท่าไหร่ครับคนสวย”
ว่านนทีหันหน้ากับท่าทางหื่นๆมายื่นข้อเสนอต่อยาหยี สาวสวยหน้าตาไฉไลออกแนวไฮโซแต่มายืนขายบริการในย่านโลโซ ว่านนทีคิด ปันบุรีก็คิดทำนองเดียวกัน
“หะ.. อะไรนะคะ” แล้วยาหยีก็ถึงบางอ้อ ที่ไอ้ผู้ชายหน้ามอๆ สองคนนี้รับเธอขึ้นรถมา คงนึกว่าเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่า
ปันบุรีไม่อยากใส่ใจกับการต่อรองราคาเนื้อสด คิดเสียว่าจะช่วยสงเคราะห์ไอ้เพื่อนซี้ให้ถึงโรงแรมแล้วจะขอตัวกลับเลย เขาคงไม่ไปนั่งรอว่านนทีทำกิจกามของมันจนเสร็จหรอก
“เท่าไหร่ดีครับ คนสวย อย่างน้องพี่ไม่ขอต่อรองสักคำเรียกมาได้เลย” ว่านนทียิ้มหวาน ความหื่นวิ่งขึ้นสมองจนเต็มพื้นที่ เลือดในกายหนุ่มสูบฉีดเดือดพล่านคนอะไรหน้าก็หวาน หุ่นก็เซ็กซี่สะท้านใจ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ทำนอกกฎไม่ได้ เขานึกเสียดายที่สาวๆสวยๆ สมัยนี้เลือกทางเดินผิด ๆให้กับตนเอง
“ซวยจริงๆ นี่มันผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายนี่หว่า” ยาหยีทำหน้าเหรอหราจากนั้นตั้งสติ ยาหยีน่าหงิก กำลังใช้ความคิด
“ว่าไงนะครับคนสวย” ว่านนทีถามย้ำ
“ตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเรียกค่าตัวสักเท่าไหร่ดี”
“จอด! ฉันสั่งให้จอด จอดเลยเดี๋ยวนี้ ฉันจะลง” ยาหยีโวยวาย เอี๊ยด! รถคันหรูเบรกกะทันหัน ปันบุรีหันมามองหน้าเพื่อนว่านเป็นเชิงคำถาม
“เธอบอกให้เราจอด”
“จอดทำไมว่ะ ไอ้คุณเพื่อนปัน นี่มันเป็นแค่การแสดงของน้องเขาเท่านั้นไม่รู้เรื่อง วิธีการโก่งค่าตัวน่ะ รู้จักป่าว ๆ”
ว่านนทียักคิ้วให้เพื่อนสีหน้าทะเล้น คนขับรถหรูหันมามองหญิงสาวที่เบาะหลังแวบหนึ่งพร้อมส่ายหน้า จากนั้นก็หันกลับไปขับรถต่อ
“ใครบอกว่าเป็นแค่การแสดง ฉันจะลงจริง ๆ คุณเข้าใจผิดแล้วฉันไม่ได้ทำอาชีพเดียวกับผู้หญิงพวกนั้น” ยาหยีรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว ว่านนทีปรบมือเสียงดัง
“น้องนี่แสดงบทสาวน้อยแอ๊บแบ๊วได้เนียนดี พี่ว่านชอบ แอ๊บได้เนียนกว่าน้องพลอยคนที่พี่เจอคราวก่อนเสียอีก”
“แอ๊บบ้าแอ๊บบออะไรฉันไม่ใช่ไก่หลงจริงๆ” ยาหยีเริ่มโมโหไม่รู้ว่าวันนี้มันจะซวยอะไรกันนักกันหนา
“นี่คุณหน้าหื่น ฉันยืนยันว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่า กรุณาบอกเพื่อนของคุณจอดรถให้ด้วย ฉันจะได้ลง” น้ำเสียงหนักแน่นแกมโมโห
ว่านนทีหุบยิ้มมองหน้ายาหยีอย่างชั่งใจ จากนั้นก็หันหน้าไปหาเพื่อน
“ปันนายช่วยเลี้ยวส่งฉันที่โรงแรมข้างหน้าทีว่ะ ความหื่นมันเต็มพิกัด น้องเขาโคตรน่ารัก น่ารักอ่ะ ขี้เล่นสุดๆเลยว่ะ” ว่านนทียังหื่นไม่ลืมหูลืมตาต่อไป เพราะเขาเจอแบบนี้มามาก
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“นี่นายหื่นพูดไม่รู้เรื่องหรือไง บอกว่าฉัน ไม่ใช่ๆ หูตึงหรือเปล่า ฉันไม่ได้แอ๊บ และฉันไม่ได้เป็นโสเภณี” ยาหยีกรีดร้องแต่ว่านนทีหัวเราะชอบใจ
“น้องก็ทำน่ารักดี แต่ไอ้แอ๊บๆแบบนี้ล่ะพี่เจอมามาก พี่ว่าน้องเลิกทำไร้เดียงสาจะดีกว่า พี่ให้ห้าพันเลยตกลงไหม” เขาเลิกคิ้วแล้วยิ้มหยอกอย่างอารมณ์ดี เริ่มเข้าแผนการ
“ให้เท่าไหร่ ฉันก็ไม่เอาเก็บเงินของนายไปผ่าหมาออกจากปากซะไป”ยาหยีหน้าแดงและโต้ทันควัน
“ว้าว!ๆๆๆๆๆๆๆ ” น้ำเสียงทะเล้นแบบคนอารมณ์ดี
“ โชคดีของพี่จริงๆ อย่าบอกนะครับว่าคืนนี้คนสวยจัดโปรโมชั่นเป็นของขวัญให้ลูกค้าฉลองเทศกาลปีใหม่ แบบไม่คิดเงิน”
“คืนซวยของฉันจริงๆมาเจอคนโง่และมึน พูดภาษาคนก็ไม่เข้าใจ” “คนสวยเล่นมุข” ว่านนทีหัวเราะเสียงดัง
คิดเข้าไปนั่น ยาหยีมีสีหน้าอึ้งเพราะคุยกับคนกำลังหื่นไม่รู้เรื่อง
“ช่างคิดไปได้นะ ไอ้ๆๆๆ บ้ากาม”
ยาหยีไม่รีรอที่ยื่นแขนยาวไปล็อคคอว่านนทีที่เบาะหน้า จนปันบุรีเองก็ตกใจกับภาพที่เกิดขึ้นเขาจึงตัดสินใจจอดรถอย่างกระทันหัน
“นี่มันอะไรกัน คุณจะทำอะไรเพื่อนผม” ปันบุรีถามสลับกับมองหน้าเพื่อน
“โอ้ย! หา.. หา.. หายใจไม่ออก ปล่อยผม”
ว่านนทีหายใจติดขัด พยายามแกะมือหญิงสาวออก แต่มันเหนียวมากหญิงสาวร่างบาง แต่มีพลังไม่น้อย ถ้าเขาสะบัดให้เธอหลุดตามวิธีที่เรียนมาหุ่นบาง ๆ คงเจ็บไม่น้อยเขาเลยได้แต่ปล่อยเธอไปก่อน พร้อมนึกแปลกใจบางทีเธออาจจะไม่ได้แสดง
“นี่บทเรียนความหื่นที่ไม่ลืมหูลืมตาของนาย”
ยาหยีย้ำข้อมือกดไปที่คอแรงๆ จนว่านนทีแทบจะตาเหลือกเพราะหายใจไม่ออก ตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าคงเป็นการเข้าใจผิด ยัยหน้าสวยจอมโหดคงไม่ใช่โสเภณีแบบที่คิด
“นี่คุณหยุดก่อน” ปันบุรีพยายามง้างมือตุ๊กแกของยาหยีที่บีบคอเพื่อนเขาจนตาเหลือกออก แต่ปันบุรีก็ไม่อยากทำอะไรรุนแรงกับผู้หญิง
ยาหยีเหลือบไปมองเห็นรถสองแถวรอบเมืองที่กำลังวิ่งใกล้เข้ามาจึงรีบปล่อยมือจากชายตรงหน้าและผลักไปไกลๆ
“ปล่อยก็ได้นายไม่ตายด้วยมือฉัน อีกหน่อยก็คงตายเพราะโรคเอดส์เองนั่นแหละ”
หญิงสาวรีบเปิดประตูรถลงไปอย่างรวดเร็ว และโบกรถสองแถวให้จอดแล้วกระโดดขึ้น ก่อนที่สองแถวจะวิ่งออกไปพร้อมผู้โดยสารคนสวยที่นั่งหอบถี่ ๆ เธอก็หันหน้ากลับมาส่งมือบ๊ายบายชายหนุ่มทั้งสองคนที่นั่งอยู่ในรถหรู
“เอาไว้ชาติหน้าค่อยเจอกันใหม่ ฉันไปก่อนคืนนี้ ขอให้โชคดีสำลีแปะหัว” หญิงสาวหัวเราะเสียงดังอย่างสาแก่ใจ แต่เมื่อเห็นผู้โดยสารในรถที่มองเธอเป็นตาเดียวกัน ยาหยีจึงหยุดและยิ้มแหยๆๆ
“แค่กๆๆ ..อะไรกันวะนี่สงสัยจะไม่ใช่ไก่จริงๆ” ปันบุรีที่ใบหน้ายังคงสุขุมมองหน้าเพื่อนรักและหัวเราะหึๆ
“สมแล้วไม่ดูให้ดี เลยเจอของดีเข้าให้ท่าทางเขาก็ไม่เหมือนนี่”
แค่ก แค่ก ว่านนทีกุมคอเอาไว้
“มือหนักชะมัด ใครจะไปรู้ล่ะว่าไม่ใช่ ผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนเขาไปเดินกันตรงนั้น”
ปันบุรีมองตามรถสองแถวไปมันไกลลิบจนแทบจะไม่เห็น ใจหนึ่งรู้สึกห่วงผู้หญิงแปลกหน้าขึ้นมา นึกสงสัยถ้าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่าแล้วเธอเป็นใครกันนะแล้วดึกดื่นไปยืนทำไมในย่านสาวขายบริการ………… ++++++++++++++++++
บ้านสิมิลัน อันดา
บ้านหลังใหญ่ที่ควรจะเรียกคฤหาสน์เสียมากกว่าผู้เป็นเจ้าของบ้านคือคุณสิมิลัน และ คุณอันดา สามีภรรยาผู้ร่ำรวยติดอันดับเศรษฐีพันล้านจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง ทั้งสองยังคงหวานกันไม่ห่างแม้จะอยู่ด้วยกันมาเกือบสามสิบปี
“นี่คุณคะ ตาปันไม่ยอมไปหาหมออันดาเกลี้ยกล่อมยังไง แกก็ไม่ยอมไป” แม้อายุอานามจะเลยเลขสี่มาแล้วแต่คุณอันดาก็ยังคงความงามไม่เปลี่ยนไปมากนัก
“คุณแม่ครับผมนอนพักเดี๋ยวก็หาย ผมแค่ปวดท้องนิดหน่อยไม่เห็นต้องวุ่นวายไปหาหมอเลย” ปันบุรีอธิบายมารดา เมื่อคืนเขาบ่นปวดจุกที่ท้องน้อย คนเป็นแม่ก็เลยไม่สบายใจอยากให้ไปหาหมอเพราะกลัวจะเป็นโรคผู้ชาย
“ไม่ได้หรอกตาปันเกิดเป็นไส้เลื่อนอะไร ขึ้นมาจะทำยังไง แม่ยังไม่มีหลานเลย” คุณสิมิลันหัวเราะ
“ไม่ใช่หรอกคุณอาการที่ลูกบอกมันคงไม่ใช่ แต่ถึงเป็นมันก็มีลูกได้ แต่เอาแค่ง่าย ๆ ให้ตาปันยอมมีเมียเสียก่อนเถอะ”
“นั่นแหละยังไงก็ไปตรวจสักหน่อย ไอ้โรคแบบนี้ผู้ชายเป็นกันเยอะมันคงทรมาน” คุณอันดาพูดอย่างห่วงใยเพราะเพิ่งฟังรายการวิทยุมาสถิติการเป็นโรคนี้สำหรับผู้ชายสูงมาก
ณ.โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ใจกลางกรุงเทพฯ
โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลที่เล่าลือกันว่าเป็นโรงพยาบาลของเศรษฐีคนมีเงิน พวกดารา ไฮโซ นิยมมารักษากันที่นี่ แม้ค่าบริการทางการแพทย์ค่อนข้างแพงแต่ก็บริการดี แพทย์และพยาบาลนั้นได้คัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งหน้าตาและความรู้ความสามารถ
ชายหนุ่มหน้าหล่อเข้มนั่งหน้าไม่รับแขกเพราะถูกมารดาที่มาด้วยบังคับให้มาตรวจอาการหาแนวโน้มที่จะเป็นไส้เลื่อนแม้เขาจะปฏิเสธอย่างไรนางก็ไม่ยอม
“เอาเถอะน่าตาปันตรวจแค่แป๊บเดียว ดูสิทำหน้าเข้า” ปันบุรีถอนใจแต่ก็ขัดใจคนเป็นแม่ไม่ได้
“คุณแม่ครับไอ้โรคไส้เลื่อนมันคงไม่ได้เป็นกันง่ายๆหรอกนะครับ”
“ไม่เป็นก็ตรวจได้” คนเป็นแม่ยังยัดเยียดแพคเกจตรวจสุขภาพอย่างอื่นสำหรับผู้ชายให้อีกด้วย
“นอกจากตรวจภาวะเสี่ยงการเป็นไส้เลื่อน ตรวจอย่างอื่นไปด้วยก็ได้นะตาปัน”
“ดีนะที่คุณแม่ไม่จับผมตรวจน้ำเชื้อทั้งที่ผมยังไม่มีเมีย”
คุณอันดาเป็นคนรักสุขภาพ บางครั้งกลัวจะเป็นโรคนั้นโรคนี้ต่างๆนานา ด้วยความเป็นห่วงสมาชิกในครอบครัวคุณอันดามักขอร้องแกมบังคับให้คนในบ้านตรวจสุขภาพกันบ่อยๆ
“ถ้าแกมีเมียเมื่อไหร่แล้วไม่มีลูก แม่จับตรวจแน่” คุณอันดาหันมายิ้ม
เฮ้อ! ปันบุรีถอนใจ อยากให้ตรวจนักก็จะตรวจให้ เพราะถ้าเถียงไปสุดท้ายเขาก็ต้องยอมแม่อยู่ดี
เนื่องจากวันนี้คนไข้มากเป็นพิเศษหลังจากคุณหมอเดชาตรวจอาการของปันบุรีแล้ว ก็มีความเห็นว่าเขาไม่น่าจะเป็นไส้เลื่อนแต่น่าจะเป็นโรคกระเพาะมากกว่า แต่เพราะหมอเดชามีคนไข้มาก จึงแจ้งให้พยาบาลวิชาชีพที่มีความรู้ ความถนัดในเรื่องโรคไส้เลื่อนนี้เป็นคนตรวจหาความเสี่ยงแทนไปก่อน
ม่านสีขาวที่ปิดกั้นเตียงอยู่ถูกเปิดออกเสียงดังพรึบ ปันบุรีคิดว่าคงจะเป็นหมอหนุ่มหน้าออกไปทางคนจีนเมื่อครู่ แต่กลับเป็นพยาบาลชุดขาวหน้าใสที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหัวใจละลายมองตรงมาที่คนไข้หนุ่มหล่อ แล้วก็ต้องหยุดยิ้มทันที ถ้าเป็นข้างนอกไม่ใช่โรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่ทำงานอันทรงเกียรตินี้ยาหยีคงกรี๊ดลั่นไปแล้ว แต่ทว่าด้วยฟอร์มขาวที่เปรียบเสมือนภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลทำให้หญิงสาวเปลี่ยนเป็นยกมือมาปิดปากและหันหน้ากลับไป
“ให้ตายพวกนายหื่นคืนนั้นนี่ มาได้ไง”หญิงสาวหน้าเลิ่กลั่กจะเดินหนีไปก็ไม่ได้ ก็ได้รับคำสั่งมาตรวจหาความเสี่ยงโรคไส้เลื่อน
“มาตรวจไส้เลื่อนด้วย อึย... เอาไงดีวิ่งหนีก็ไม่ได้”
ใช่ว่าแต่ยาหยีที่ตกใจเป็นคนเดียว ปันบุรีถึงกับลุกขึ้นมานั่งอย่างอัตโนมัติเพราะจำหน้าเธอได้
“นี่มัน........”
“มันอะไรไม่ทราบคะ” พยาบาลสาวหันมาสวนทันควัน
“เธอที่คืนนั้นไปยืนขาย.............”
พยาบาลสาวยกมือปิดปากคนไข้และจับกดลงไปบนเตียง
“จะทำอะไรผมเนี่ยคุณปล่อยนะ”
“ก็เบาๆสิ ฉันไม่ใช่แบบนั้นนะ บอกแล้วไงว่าคุณเข้าใจผิด”
ขืนหมอนี่พูดอะไรมั่วๆซี้ซั๊วออกมา มีหวังใครได้ยินแล้วไปฟ้องผู้อำนวยการโรงพยาบาลเข้า ยาหยีต้องถูกเรียกไปสอบสวนอย่างแน่นอนเพราะทำให้ภาพลักษณ์โรงพยาบาลเสียหาย
“อืม...อือ..... ปล่อยก่อนสิยัยนางพญามารขาโหด” ปันบุรีจับมือบางที่ปิดปากเขาออก
“เจอทีไรก็ชอบใช้ความรุนแรง คืนก่อนคุณก็บีบคอเพื่อนผมจนคอคล้ำคอเขียวไปเลยรู้ไหม”
“ก็นายหื่นเพื่อนคุณมันหน้าโดนนักนี่ ไม่ดูตาม้าตาเรือ คิดจะพาฉันไปโรงแรมท่าเดียว” ยาหยีต่อว่าเขาฉอดๆ
“ก็ใครเขาจะไปรู้ ไม่ได้ทำอาชีพอย่างว่าแล้วคุณไปยืนทำอะไรในดงนั้น ก็ถูกเหมารวมน่ะสิ”
“ฉันๆๆ เอ่อ...” ยาหยีไม่ตอบ ใครจะกล้าบอกว่าคืนนั้นเธอทะเลาะกับแฟนและขอเลิกกับเขาแล้วก็วิ่งหนีไปอย่างไม่รู้ทิศทาง ปกติปันบุรีไม่ใช่คนช่างพูด แต่ไม่รู้ทำไมเธอคนนี้ทำให้เขาสนุกยามต่อปากต่อคำด้วย
“ทำไมล่ะครับ ทำไมไม่ตอบ อย่าบอกนะว่าคุณพยาบาลทะเลาะกับแฟน แล้วไปยืนประชดหรือว่าเงินเดือนน้อยต้องไปหาจ็อบพิเศษทำ”
“บ้า! คิดอะไรบ้าๆ ”
มันคือความจริงตรงที่เธอทะเลาะกับแฟน ต่างกันตรงที่เธอไม่ได้ไปยืนย่านนั้นเพื่อประชดใคร แต่หลงไปต่างหาก
“ไม่ต้องมาถามอะไรทั้งนั้น นอนลงแล้วถอดกางเกงค่ะ” หญิงสาวสั่ง
“อะไรนะ” ปันบุรีเขินกับคำพูดของหญิงสาว เขายังคงนั่งเฉย
“คุณค่ะ ถ้าคุณไม่นอนลงแล้วปลดกระดุมกางเกงออก พยาบาลจะตรวจได้อย่างไรค่ะ”
หญิงสาวไม่อยากให้เขาพูดหรือซักเรื่องคืนนั้นอีก คิดจะรีบตรวจให้เสร็จ คราวนี้จะได้ต่างคนต่างไปไม่ต้องมาเจอหน้ากันให้อายอีก หญิงสาวรีบสวมถุงมือยางสีขาว ปันบุรีหน้าแดงรู้สึกอายทำไมเขาพบกับเธอทีไร ต้องพบกันในสภาพแบบสองแง่สามง่ามทุกทีไป
“คือผมไม่ต้องการพยาบาล ผมต้องการคุณหมอเท่านั้น”
ปันบุรีไม่ยอมปลดกระดุมตามคำสั่งพยาบาลสาว ที่จริงเพราะเขาอายที่จะต้องเปิดเผยอะไรต่อมิอะไรต่อหน้าเธอ อีกอย่างเธอก็สวยจนทำให้เขาเกิดอาการหน้าแดง แม้จะรู้ว่าเธอเป็นพยาบาล อาการเขินมันก็เกิดขึ้น
นางฟ้าราคี (ตอนที่2 นางพญามาตัวแสบ)
ตอนที่1 นางฟ้าราคี โสเภณีไฮโซ
http://pantip.com/topic/31086195
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ตอนที่ 2 นางพญามารตัวแสบ
“ค้างคืนเท่าไหร่ครับคนสวย”
ว่านนทีหันหน้ากับท่าทางหื่นๆมายื่นข้อเสนอต่อยาหยี สาวสวยหน้าตาไฉไลออกแนวไฮโซแต่มายืนขายบริการในย่านโลโซ ว่านนทีคิด ปันบุรีก็คิดทำนองเดียวกัน
“หะ.. อะไรนะคะ” แล้วยาหยีก็ถึงบางอ้อ ที่ไอ้ผู้ชายหน้ามอๆ สองคนนี้รับเธอขึ้นรถมา คงนึกว่าเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่า
ปันบุรีไม่อยากใส่ใจกับการต่อรองราคาเนื้อสด คิดเสียว่าจะช่วยสงเคราะห์ไอ้เพื่อนซี้ให้ถึงโรงแรมแล้วจะขอตัวกลับเลย เขาคงไม่ไปนั่งรอว่านนทีทำกิจกามของมันจนเสร็จหรอก
“เท่าไหร่ดีครับ คนสวย อย่างน้องพี่ไม่ขอต่อรองสักคำเรียกมาได้เลย” ว่านนทียิ้มหวาน ความหื่นวิ่งขึ้นสมองจนเต็มพื้นที่ เลือดในกายหนุ่มสูบฉีดเดือดพล่านคนอะไรหน้าก็หวาน หุ่นก็เซ็กซี่สะท้านใจ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ทำนอกกฎไม่ได้ เขานึกเสียดายที่สาวๆสวยๆ สมัยนี้เลือกทางเดินผิด ๆให้กับตนเอง
“ซวยจริงๆ นี่มันผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายนี่หว่า” ยาหยีทำหน้าเหรอหราจากนั้นตั้งสติ ยาหยีน่าหงิก กำลังใช้ความคิด
“ว่าไงนะครับคนสวย” ว่านนทีถามย้ำ
“ตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเรียกค่าตัวสักเท่าไหร่ดี”
“จอด! ฉันสั่งให้จอด จอดเลยเดี๋ยวนี้ ฉันจะลง” ยาหยีโวยวาย เอี๊ยด! รถคันหรูเบรกกะทันหัน ปันบุรีหันมามองหน้าเพื่อนว่านเป็นเชิงคำถาม
“เธอบอกให้เราจอด”
“จอดทำไมว่ะ ไอ้คุณเพื่อนปัน นี่มันเป็นแค่การแสดงของน้องเขาเท่านั้นไม่รู้เรื่อง วิธีการโก่งค่าตัวน่ะ รู้จักป่าว ๆ”
ว่านนทียักคิ้วให้เพื่อนสีหน้าทะเล้น คนขับรถหรูหันมามองหญิงสาวที่เบาะหลังแวบหนึ่งพร้อมส่ายหน้า จากนั้นก็หันกลับไปขับรถต่อ
“ใครบอกว่าเป็นแค่การแสดง ฉันจะลงจริง ๆ คุณเข้าใจผิดแล้วฉันไม่ได้ทำอาชีพเดียวกับผู้หญิงพวกนั้น” ยาหยีรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว ว่านนทีปรบมือเสียงดัง
“น้องนี่แสดงบทสาวน้อยแอ๊บแบ๊วได้เนียนดี พี่ว่านชอบ แอ๊บได้เนียนกว่าน้องพลอยคนที่พี่เจอคราวก่อนเสียอีก”
“แอ๊บบ้าแอ๊บบออะไรฉันไม่ใช่ไก่หลงจริงๆ” ยาหยีเริ่มโมโหไม่รู้ว่าวันนี้มันจะซวยอะไรกันนักกันหนา
“นี่คุณหน้าหื่น ฉันยืนยันว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่า กรุณาบอกเพื่อนของคุณจอดรถให้ด้วย ฉันจะได้ลง” น้ำเสียงหนักแน่นแกมโมโห
ว่านนทีหุบยิ้มมองหน้ายาหยีอย่างชั่งใจ จากนั้นก็หันหน้าไปหาเพื่อน
“ปันนายช่วยเลี้ยวส่งฉันที่โรงแรมข้างหน้าทีว่ะ ความหื่นมันเต็มพิกัด น้องเขาโคตรน่ารัก น่ารักอ่ะ ขี้เล่นสุดๆเลยว่ะ” ว่านนทียังหื่นไม่ลืมหูลืมตาต่อไป เพราะเขาเจอแบบนี้มามาก
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“นี่นายหื่นพูดไม่รู้เรื่องหรือไง บอกว่าฉัน ไม่ใช่ๆ หูตึงหรือเปล่า ฉันไม่ได้แอ๊บ และฉันไม่ได้เป็นโสเภณี” ยาหยีกรีดร้องแต่ว่านนทีหัวเราะชอบใจ
“น้องก็ทำน่ารักดี แต่ไอ้แอ๊บๆแบบนี้ล่ะพี่เจอมามาก พี่ว่าน้องเลิกทำไร้เดียงสาจะดีกว่า พี่ให้ห้าพันเลยตกลงไหม” เขาเลิกคิ้วแล้วยิ้มหยอกอย่างอารมณ์ดี เริ่มเข้าแผนการ
“ให้เท่าไหร่ ฉันก็ไม่เอาเก็บเงินของนายไปผ่าหมาออกจากปากซะไป”ยาหยีหน้าแดงและโต้ทันควัน
“ว้าว!ๆๆๆๆๆๆๆ ” น้ำเสียงทะเล้นแบบคนอารมณ์ดี
“ โชคดีของพี่จริงๆ อย่าบอกนะครับว่าคืนนี้คนสวยจัดโปรโมชั่นเป็นของขวัญให้ลูกค้าฉลองเทศกาลปีใหม่ แบบไม่คิดเงิน”
“คืนซวยของฉันจริงๆมาเจอคนโง่และมึน พูดภาษาคนก็ไม่เข้าใจ” “คนสวยเล่นมุข” ว่านนทีหัวเราะเสียงดัง
คิดเข้าไปนั่น ยาหยีมีสีหน้าอึ้งเพราะคุยกับคนกำลังหื่นไม่รู้เรื่อง
“ช่างคิดไปได้นะ ไอ้ๆๆๆ บ้ากาม”
ยาหยีไม่รีรอที่ยื่นแขนยาวไปล็อคคอว่านนทีที่เบาะหน้า จนปันบุรีเองก็ตกใจกับภาพที่เกิดขึ้นเขาจึงตัดสินใจจอดรถอย่างกระทันหัน
“นี่มันอะไรกัน คุณจะทำอะไรเพื่อนผม” ปันบุรีถามสลับกับมองหน้าเพื่อน
“โอ้ย! หา.. หา.. หายใจไม่ออก ปล่อยผม”
ว่านนทีหายใจติดขัด พยายามแกะมือหญิงสาวออก แต่มันเหนียวมากหญิงสาวร่างบาง แต่มีพลังไม่น้อย ถ้าเขาสะบัดให้เธอหลุดตามวิธีที่เรียนมาหุ่นบาง ๆ คงเจ็บไม่น้อยเขาเลยได้แต่ปล่อยเธอไปก่อน พร้อมนึกแปลกใจบางทีเธออาจจะไม่ได้แสดง
“นี่บทเรียนความหื่นที่ไม่ลืมหูลืมตาของนาย”
ยาหยีย้ำข้อมือกดไปที่คอแรงๆ จนว่านนทีแทบจะตาเหลือกเพราะหายใจไม่ออก ตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าคงเป็นการเข้าใจผิด ยัยหน้าสวยจอมโหดคงไม่ใช่โสเภณีแบบที่คิด
“นี่คุณหยุดก่อน” ปันบุรีพยายามง้างมือตุ๊กแกของยาหยีที่บีบคอเพื่อนเขาจนตาเหลือกออก แต่ปันบุรีก็ไม่อยากทำอะไรรุนแรงกับผู้หญิง
ยาหยีเหลือบไปมองเห็นรถสองแถวรอบเมืองที่กำลังวิ่งใกล้เข้ามาจึงรีบปล่อยมือจากชายตรงหน้าและผลักไปไกลๆ
“ปล่อยก็ได้นายไม่ตายด้วยมือฉัน อีกหน่อยก็คงตายเพราะโรคเอดส์เองนั่นแหละ”
หญิงสาวรีบเปิดประตูรถลงไปอย่างรวดเร็ว และโบกรถสองแถวให้จอดแล้วกระโดดขึ้น ก่อนที่สองแถวจะวิ่งออกไปพร้อมผู้โดยสารคนสวยที่นั่งหอบถี่ ๆ เธอก็หันหน้ากลับมาส่งมือบ๊ายบายชายหนุ่มทั้งสองคนที่นั่งอยู่ในรถหรู
“เอาไว้ชาติหน้าค่อยเจอกันใหม่ ฉันไปก่อนคืนนี้ ขอให้โชคดีสำลีแปะหัว” หญิงสาวหัวเราะเสียงดังอย่างสาแก่ใจ แต่เมื่อเห็นผู้โดยสารในรถที่มองเธอเป็นตาเดียวกัน ยาหยีจึงหยุดและยิ้มแหยๆๆ
“แค่กๆๆ ..อะไรกันวะนี่สงสัยจะไม่ใช่ไก่จริงๆ” ปันบุรีที่ใบหน้ายังคงสุขุมมองหน้าเพื่อนรักและหัวเราะหึๆ
“สมแล้วไม่ดูให้ดี เลยเจอของดีเข้าให้ท่าทางเขาก็ไม่เหมือนนี่”
แค่ก แค่ก ว่านนทีกุมคอเอาไว้
“มือหนักชะมัด ใครจะไปรู้ล่ะว่าไม่ใช่ ผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนเขาไปเดินกันตรงนั้น”
ปันบุรีมองตามรถสองแถวไปมันไกลลิบจนแทบจะไม่เห็น ใจหนึ่งรู้สึกห่วงผู้หญิงแปลกหน้าขึ้นมา นึกสงสัยถ้าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่าแล้วเธอเป็นใครกันนะแล้วดึกดื่นไปยืนทำไมในย่านสาวขายบริการ………… ++++++++++++++++++
บ้านสิมิลัน อันดา
บ้านหลังใหญ่ที่ควรจะเรียกคฤหาสน์เสียมากกว่าผู้เป็นเจ้าของบ้านคือคุณสิมิลัน และ คุณอันดา สามีภรรยาผู้ร่ำรวยติดอันดับเศรษฐีพันล้านจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง ทั้งสองยังคงหวานกันไม่ห่างแม้จะอยู่ด้วยกันมาเกือบสามสิบปี
“นี่คุณคะ ตาปันไม่ยอมไปหาหมออันดาเกลี้ยกล่อมยังไง แกก็ไม่ยอมไป” แม้อายุอานามจะเลยเลขสี่มาแล้วแต่คุณอันดาก็ยังคงความงามไม่เปลี่ยนไปมากนัก
“คุณแม่ครับผมนอนพักเดี๋ยวก็หาย ผมแค่ปวดท้องนิดหน่อยไม่เห็นต้องวุ่นวายไปหาหมอเลย” ปันบุรีอธิบายมารดา เมื่อคืนเขาบ่นปวดจุกที่ท้องน้อย คนเป็นแม่ก็เลยไม่สบายใจอยากให้ไปหาหมอเพราะกลัวจะเป็นโรคผู้ชาย
“ไม่ได้หรอกตาปันเกิดเป็นไส้เลื่อนอะไร ขึ้นมาจะทำยังไง แม่ยังไม่มีหลานเลย” คุณสิมิลันหัวเราะ
“ไม่ใช่หรอกคุณอาการที่ลูกบอกมันคงไม่ใช่ แต่ถึงเป็นมันก็มีลูกได้ แต่เอาแค่ง่าย ๆ ให้ตาปันยอมมีเมียเสียก่อนเถอะ”
“นั่นแหละยังไงก็ไปตรวจสักหน่อย ไอ้โรคแบบนี้ผู้ชายเป็นกันเยอะมันคงทรมาน” คุณอันดาพูดอย่างห่วงใยเพราะเพิ่งฟังรายการวิทยุมาสถิติการเป็นโรคนี้สำหรับผู้ชายสูงมาก
ณ.โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ใจกลางกรุงเทพฯ
โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลที่เล่าลือกันว่าเป็นโรงพยาบาลของเศรษฐีคนมีเงิน พวกดารา ไฮโซ นิยมมารักษากันที่นี่ แม้ค่าบริการทางการแพทย์ค่อนข้างแพงแต่ก็บริการดี แพทย์และพยาบาลนั้นได้คัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งหน้าตาและความรู้ความสามารถ
ชายหนุ่มหน้าหล่อเข้มนั่งหน้าไม่รับแขกเพราะถูกมารดาที่มาด้วยบังคับให้มาตรวจอาการหาแนวโน้มที่จะเป็นไส้เลื่อนแม้เขาจะปฏิเสธอย่างไรนางก็ไม่ยอม
“เอาเถอะน่าตาปันตรวจแค่แป๊บเดียว ดูสิทำหน้าเข้า” ปันบุรีถอนใจแต่ก็ขัดใจคนเป็นแม่ไม่ได้
“คุณแม่ครับไอ้โรคไส้เลื่อนมันคงไม่ได้เป็นกันง่ายๆหรอกนะครับ”
“ไม่เป็นก็ตรวจได้” คนเป็นแม่ยังยัดเยียดแพคเกจตรวจสุขภาพอย่างอื่นสำหรับผู้ชายให้อีกด้วย
“นอกจากตรวจภาวะเสี่ยงการเป็นไส้เลื่อน ตรวจอย่างอื่นไปด้วยก็ได้นะตาปัน”
“ดีนะที่คุณแม่ไม่จับผมตรวจน้ำเชื้อทั้งที่ผมยังไม่มีเมีย”
คุณอันดาเป็นคนรักสุขภาพ บางครั้งกลัวจะเป็นโรคนั้นโรคนี้ต่างๆนานา ด้วยความเป็นห่วงสมาชิกในครอบครัวคุณอันดามักขอร้องแกมบังคับให้คนในบ้านตรวจสุขภาพกันบ่อยๆ
“ถ้าแกมีเมียเมื่อไหร่แล้วไม่มีลูก แม่จับตรวจแน่” คุณอันดาหันมายิ้ม
เฮ้อ! ปันบุรีถอนใจ อยากให้ตรวจนักก็จะตรวจให้ เพราะถ้าเถียงไปสุดท้ายเขาก็ต้องยอมแม่อยู่ดี
เนื่องจากวันนี้คนไข้มากเป็นพิเศษหลังจากคุณหมอเดชาตรวจอาการของปันบุรีแล้ว ก็มีความเห็นว่าเขาไม่น่าจะเป็นไส้เลื่อนแต่น่าจะเป็นโรคกระเพาะมากกว่า แต่เพราะหมอเดชามีคนไข้มาก จึงแจ้งให้พยาบาลวิชาชีพที่มีความรู้ ความถนัดในเรื่องโรคไส้เลื่อนนี้เป็นคนตรวจหาความเสี่ยงแทนไปก่อน
ม่านสีขาวที่ปิดกั้นเตียงอยู่ถูกเปิดออกเสียงดังพรึบ ปันบุรีคิดว่าคงจะเป็นหมอหนุ่มหน้าออกไปทางคนจีนเมื่อครู่ แต่กลับเป็นพยาบาลชุดขาวหน้าใสที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหัวใจละลายมองตรงมาที่คนไข้หนุ่มหล่อ แล้วก็ต้องหยุดยิ้มทันที ถ้าเป็นข้างนอกไม่ใช่โรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่ทำงานอันทรงเกียรตินี้ยาหยีคงกรี๊ดลั่นไปแล้ว แต่ทว่าด้วยฟอร์มขาวที่เปรียบเสมือนภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลทำให้หญิงสาวเปลี่ยนเป็นยกมือมาปิดปากและหันหน้ากลับไป
“ให้ตายพวกนายหื่นคืนนั้นนี่ มาได้ไง”หญิงสาวหน้าเลิ่กลั่กจะเดินหนีไปก็ไม่ได้ ก็ได้รับคำสั่งมาตรวจหาความเสี่ยงโรคไส้เลื่อน
“มาตรวจไส้เลื่อนด้วย อึย... เอาไงดีวิ่งหนีก็ไม่ได้”
ใช่ว่าแต่ยาหยีที่ตกใจเป็นคนเดียว ปันบุรีถึงกับลุกขึ้นมานั่งอย่างอัตโนมัติเพราะจำหน้าเธอได้
“นี่มัน........”
“มันอะไรไม่ทราบคะ” พยาบาลสาวหันมาสวนทันควัน
“เธอที่คืนนั้นไปยืนขาย.............”
พยาบาลสาวยกมือปิดปากคนไข้และจับกดลงไปบนเตียง
“จะทำอะไรผมเนี่ยคุณปล่อยนะ”
“ก็เบาๆสิ ฉันไม่ใช่แบบนั้นนะ บอกแล้วไงว่าคุณเข้าใจผิด”
ขืนหมอนี่พูดอะไรมั่วๆซี้ซั๊วออกมา มีหวังใครได้ยินแล้วไปฟ้องผู้อำนวยการโรงพยาบาลเข้า ยาหยีต้องถูกเรียกไปสอบสวนอย่างแน่นอนเพราะทำให้ภาพลักษณ์โรงพยาบาลเสียหาย
“อืม...อือ..... ปล่อยก่อนสิยัยนางพญามารขาโหด” ปันบุรีจับมือบางที่ปิดปากเขาออก
“เจอทีไรก็ชอบใช้ความรุนแรง คืนก่อนคุณก็บีบคอเพื่อนผมจนคอคล้ำคอเขียวไปเลยรู้ไหม”
“ก็นายหื่นเพื่อนคุณมันหน้าโดนนักนี่ ไม่ดูตาม้าตาเรือ คิดจะพาฉันไปโรงแรมท่าเดียว” ยาหยีต่อว่าเขาฉอดๆ
“ก็ใครเขาจะไปรู้ ไม่ได้ทำอาชีพอย่างว่าแล้วคุณไปยืนทำอะไรในดงนั้น ก็ถูกเหมารวมน่ะสิ”
“ฉันๆๆ เอ่อ...” ยาหยีไม่ตอบ ใครจะกล้าบอกว่าคืนนั้นเธอทะเลาะกับแฟนและขอเลิกกับเขาแล้วก็วิ่งหนีไปอย่างไม่รู้ทิศทาง ปกติปันบุรีไม่ใช่คนช่างพูด แต่ไม่รู้ทำไมเธอคนนี้ทำให้เขาสนุกยามต่อปากต่อคำด้วย
“ทำไมล่ะครับ ทำไมไม่ตอบ อย่าบอกนะว่าคุณพยาบาลทะเลาะกับแฟน แล้วไปยืนประชดหรือว่าเงินเดือนน้อยต้องไปหาจ็อบพิเศษทำ”
“บ้า! คิดอะไรบ้าๆ ”
มันคือความจริงตรงที่เธอทะเลาะกับแฟน ต่างกันตรงที่เธอไม่ได้ไปยืนย่านนั้นเพื่อประชดใคร แต่หลงไปต่างหาก
“ไม่ต้องมาถามอะไรทั้งนั้น นอนลงแล้วถอดกางเกงค่ะ” หญิงสาวสั่ง
“อะไรนะ” ปันบุรีเขินกับคำพูดของหญิงสาว เขายังคงนั่งเฉย
“คุณค่ะ ถ้าคุณไม่นอนลงแล้วปลดกระดุมกางเกงออก พยาบาลจะตรวจได้อย่างไรค่ะ”
หญิงสาวไม่อยากให้เขาพูดหรือซักเรื่องคืนนั้นอีก คิดจะรีบตรวจให้เสร็จ คราวนี้จะได้ต่างคนต่างไปไม่ต้องมาเจอหน้ากันให้อายอีก หญิงสาวรีบสวมถุงมือยางสีขาว ปันบุรีหน้าแดงรู้สึกอายทำไมเขาพบกับเธอทีไร ต้องพบกันในสภาพแบบสองแง่สามง่ามทุกทีไป
“คือผมไม่ต้องการพยาบาล ผมต้องการคุณหมอเท่านั้น”
ปันบุรีไม่ยอมปลดกระดุมตามคำสั่งพยาบาลสาว ที่จริงเพราะเขาอายที่จะต้องเปิดเผยอะไรต่อมิอะไรต่อหน้าเธอ อีกอย่างเธอก็สวยจนทำให้เขาเกิดอาการหน้าแดง แม้จะรู้ว่าเธอเป็นพยาบาล อาการเขินมันก็เกิดขึ้น