เอาความรู้มาแบ่งปันค่ะ เทคนิคการลวงตาในการตกแต่งบ้าน
Visual Illusion เป็นเทคนิคการลวงตาที่นำความรู้บางส่วนมาใช้ในการออกแบบ รวมทั้งการตกแต่งเพื่อให้ผู้ที่ใช้อาคารรู้สึกถึงสภาวะสบายมากที่สุด โดยการลวงตานี้ใช้ประโยชน์จากการรับรู้ทางสายตา (Visual Perception) ของมนุษย์ ซึ่งเป็นประสาทสัมผัสที่สำคัญในการรับรู้ถึงความกว้าง สูง ยาว แคบ และยังมีส่วนในการรับรู้ถึงความเย็น ความร้อน และความรู้สึกสบายอีกด้วย
เราได้รวบรวมเอาเทคนิกง่ายๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นดีไซเนอร์ ผู้รับเหมา หรือเจ้าของบ้าน ก็สามารถนำไปใช้ได้ ดังนี้
ห้องเล็กๆ
การทาสีอ่อนๆ ช่วยหลอกสายตาทำให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่การเลือกใช้สีเดียวกันทั้งห้องจะทำให้ห้องดูแบน เกินไป การเลือกใช้ประมาณ 2-3 สีจะช่วยเพิ่มมิติให้กับห้อง สีอ่อนๆ ทำให้ห้องดูกว้างกว่าความเป็นจริง
บางทฤษฎีเชื่อว่าการใช้สีเข้มบนผนังด้านใดด้านหนึ่ง ก็เป็นการแก้ปัญหาพื้นที่แคบอีกวิธีหนึ่ง ด้วยการ “ดึงความสนใจ” จากขอบของห้องมาที่ผนัง หรือของตกแต่งชิ้นใหญ่ที่น่าสนใจกว่า
ใช้เส้นนอน
การแก้ปัญหาพื้นที่แคบอีกวิธีที่ทำได้ไม่ยาก คือ ใช้เส้นนอนในส่วนที่ต้องการให้ดูกว้างขึ้น อาจจะเป็นการทาสี การเพนท์ การปูกระเบื้อง รวมไปถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะเป็นเส้นแนวนอน เช่น แทนที่จะซื้อตู้หนังสือมาวางไว้ในห้อง ก็ติดชั้นวางหนังสือบนผนังแทน เส้นยาวๆ ของชั้นจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น
เพิ่มความสูง
ห้องที่มีเพดานต่ำมีวิธีแก้ไขง่ายๆ ด้วยการใช้สี 2 วิธี คือ ทาสีฝ้าเพดานด้วยสีสว่าง เช่น ขาว ครีม หรือฟ้าอ่อน เพื่อหลอกสายตาว่าฝ้าอยู่ไกลกว่าความเป็นจริง หรืออีกวิธีคือสร้างลายเส้นตั้งให้ผนังดูสูงขึ้น พื้นที่ก็จะดูโปร่งขึ้นด้วย เทคนิคนี้มักถูกนำไปใช้กับห้องน้ำ หรือห้องที่อยู่ใต้บันได
การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบนๆ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสูงไม่มากนัก ก็ยังช่วยทำให้เพดานห้องดูสูงขึ้นได้อีกด้วย
ทางเดินดูลึกไป
ปัญหาแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน ส่วนมากแล้วมักพบในอาคารขนาดใหญ่ เช่น อพาร์ทเมนต์ หรือโรงพยาบาลที่มักมีระเบียงทางเดิน แคบแต่ลึก พื้นที่แบบนี้จะทำให้ผู้ใช้อาคารรู้สึกว่าต้องเดินระยะไกลกว่าความเป็นจริง แก้ไขด้วยการใช้สีเข้มๆ มาทาผนังที่สายตามองเห็นตรงสิ้นสุดทางเดิน หรือทาคั่นเป็นช่วงๆ เพื่อลดทอนความต่อเนื่องของสี และ space
ลดเหลี่ยมมุม
สำหรับพื้นที่ ที่มีเหลี่ยมมุมโผล่ออกมา เช่น ใต้บันได หรือในห้องที่เห็นเสา และคานชัดเจน ควรใช้สีอ่อนๆในพื้นที่ลักษณะแบบนี้ เพื่อช่วยลดความแข็งของเหลี่ยมมุม และเลือกใช้สีเดียวกันทั้งพื้นที่จะเป็นการอำพรางเส้น มุม ที่ไม่ต้องการได้
แต่เรายังสามารถใช้ประโยชน์จากมุมเหล่านี้ด้วยการใช้เป็นของประดับผนัง หรือฝ้าไปซะเลย เพียงแค่ทาสีผนัง และเสาด้วยสีต่างกัน เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับมุมต่างๆ หรือจะเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกันไปเลย เช่นคอนกรีตกับไม้ เพื่อเพิ่มผิวสัมผัส และความน่าสนใจให้กับห้อง
ทาสีห้องด้วยสีไหนดีนะ?
คำตอบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ตามความชอบของคุณนั่นเอง แต่มารู้จักคุณสมบัติของสีที่จะมีผลต่อความรู้สึกของเรากันก่อนดีกว่า สีแบ่งเป็นโทนร้อน และโทนเย็น
สีโทนร้อนจะมีผลทำให้เราตื่นตัว กระตือรือร้น สร้างสรรค์ ส่วนสีโทนเย็นจะทำให้เรารู้สึกสงบ สบาย และพักผ่อน ด้วยคุณสมบัติมากมายแบบนี้ จึงควรเลือกสีให้เข้ากับการใช้งานของแต่ละห้องห้อง และไลฟ์สไตล์ตัวคุณเอง
สีลวงตา????
Visual Illusion เป็นเทคนิคการลวงตาที่นำความรู้บางส่วนมาใช้ในการออกแบบ รวมทั้งการตกแต่งเพื่อให้ผู้ที่ใช้อาคารรู้สึกถึงสภาวะสบายมากที่สุด โดยการลวงตานี้ใช้ประโยชน์จากการรับรู้ทางสายตา (Visual Perception) ของมนุษย์ ซึ่งเป็นประสาทสัมผัสที่สำคัญในการรับรู้ถึงความกว้าง สูง ยาว แคบ และยังมีส่วนในการรับรู้ถึงความเย็น ความร้อน และความรู้สึกสบายอีกด้วย
เราได้รวบรวมเอาเทคนิกง่ายๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นดีไซเนอร์ ผู้รับเหมา หรือเจ้าของบ้าน ก็สามารถนำไปใช้ได้ ดังนี้
ห้องเล็กๆ
การทาสีอ่อนๆ ช่วยหลอกสายตาทำให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่การเลือกใช้สีเดียวกันทั้งห้องจะทำให้ห้องดูแบน เกินไป การเลือกใช้ประมาณ 2-3 สีจะช่วยเพิ่มมิติให้กับห้อง สีอ่อนๆ ทำให้ห้องดูกว้างกว่าความเป็นจริง
บางทฤษฎีเชื่อว่าการใช้สีเข้มบนผนังด้านใดด้านหนึ่ง ก็เป็นการแก้ปัญหาพื้นที่แคบอีกวิธีหนึ่ง ด้วยการ “ดึงความสนใจ” จากขอบของห้องมาที่ผนัง หรือของตกแต่งชิ้นใหญ่ที่น่าสนใจกว่า
ใช้เส้นนอน
การแก้ปัญหาพื้นที่แคบอีกวิธีที่ทำได้ไม่ยาก คือ ใช้เส้นนอนในส่วนที่ต้องการให้ดูกว้างขึ้น อาจจะเป็นการทาสี การเพนท์ การปูกระเบื้อง รวมไปถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะเป็นเส้นแนวนอน เช่น แทนที่จะซื้อตู้หนังสือมาวางไว้ในห้อง ก็ติดชั้นวางหนังสือบนผนังแทน เส้นยาวๆ ของชั้นจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น
เพิ่มความสูง
ห้องที่มีเพดานต่ำมีวิธีแก้ไขง่ายๆ ด้วยการใช้สี 2 วิธี คือ ทาสีฝ้าเพดานด้วยสีสว่าง เช่น ขาว ครีม หรือฟ้าอ่อน เพื่อหลอกสายตาว่าฝ้าอยู่ไกลกว่าความเป็นจริง หรืออีกวิธีคือสร้างลายเส้นตั้งให้ผนังดูสูงขึ้น พื้นที่ก็จะดูโปร่งขึ้นด้วย เทคนิคนี้มักถูกนำไปใช้กับห้องน้ำ หรือห้องที่อยู่ใต้บันได
การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบนๆ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสูงไม่มากนัก ก็ยังช่วยทำให้เพดานห้องดูสูงขึ้นได้อีกด้วย
ทางเดินดูลึกไป
ปัญหาแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน ส่วนมากแล้วมักพบในอาคารขนาดใหญ่ เช่น อพาร์ทเมนต์ หรือโรงพยาบาลที่มักมีระเบียงทางเดิน แคบแต่ลึก พื้นที่แบบนี้จะทำให้ผู้ใช้อาคารรู้สึกว่าต้องเดินระยะไกลกว่าความเป็นจริง แก้ไขด้วยการใช้สีเข้มๆ มาทาผนังที่สายตามองเห็นตรงสิ้นสุดทางเดิน หรือทาคั่นเป็นช่วงๆ เพื่อลดทอนความต่อเนื่องของสี และ space
ลดเหลี่ยมมุม
สำหรับพื้นที่ ที่มีเหลี่ยมมุมโผล่ออกมา เช่น ใต้บันได หรือในห้องที่เห็นเสา และคานชัดเจน ควรใช้สีอ่อนๆในพื้นที่ลักษณะแบบนี้ เพื่อช่วยลดความแข็งของเหลี่ยมมุม และเลือกใช้สีเดียวกันทั้งพื้นที่จะเป็นการอำพรางเส้น มุม ที่ไม่ต้องการได้
แต่เรายังสามารถใช้ประโยชน์จากมุมเหล่านี้ด้วยการใช้เป็นของประดับผนัง หรือฝ้าไปซะเลย เพียงแค่ทาสีผนัง และเสาด้วยสีต่างกัน เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับมุมต่างๆ หรือจะเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกันไปเลย เช่นคอนกรีตกับไม้ เพื่อเพิ่มผิวสัมผัส และความน่าสนใจให้กับห้อง
ทาสีห้องด้วยสีไหนดีนะ?
คำตอบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ตามความชอบของคุณนั่นเอง แต่มารู้จักคุณสมบัติของสีที่จะมีผลต่อความรู้สึกของเรากันก่อนดีกว่า สีแบ่งเป็นโทนร้อน และโทนเย็น
สีโทนร้อนจะมีผลทำให้เราตื่นตัว กระตือรือร้น สร้างสรรค์ ส่วนสีโทนเย็นจะทำให้เรารู้สึกสงบ สบาย และพักผ่อน ด้วยคุณสมบัติมากมายแบบนี้ จึงควรเลือกสีให้เข้ากับการใช้งานของแต่ละห้องห้อง และไลฟ์สไตล์ตัวคุณเอง