ก่อนอื่นต้องแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมเป็นชาวอุดร เกิดและโตที่อุดร ชีวิตค่อนข้างสำเร็จรูปเหมือนเพื่อนๆหลายๆทาน คือ เรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัด จบม.6 ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยโชคดีหน่อยที่สอบได้ ได้เรียนคณะวิศวะ ม.ขอนแก่น และเพื่อนในห้องเกินครึ่งก็เข้าม.ขอนแก่นได้ ส่วนที่เข้าไม่ได้ตอนโควต้า ทั้งหมดก็สอบม.รัฐในบางกอกได้กันทุกคน พอไปเรียน อ้อลืมบอกไปนะครับ ตอนจบม.6 ผมหนัก 45 กิโลกรัมบวกลบ 1 กางเกงนักเรียนตัวสุดท้ายในชีวิตเอว 29 นิ้ว พอไปเรียนปี 1 ก็เป็นที่รู้กันนะครับว่าเด็กวิศวะกินเหล้ากันยังกะอาบยิ่งปี 1ด้วยแล้ว
มีคำคมหลายคำให้เรียนรู้เช่น "สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ" ในที่นี้หมายถึง รุ่นพี่จะเป็นคนเลี้ยงรุ่นน้องตลอด ไม่ว่าจะเจอกันที่ไหน เวลาใดถ้าเราจะจ่ายพี่เขาจะบอกว่า ให้เก็บเงินไปเลี้ยงน้องๆปีถัดไปไม่ต้องจ่ายเพราะพี่ของพี่เขาก็ทำมาแบบนี้(ดีไหมละครับคณะผม) แสดงว่าอะไรครับ ก็ต้องแสดงว่าเรามีเวลากินฟรีแค่ปีนี้ปีเดียว ปีหน้าเราต้องเริ่มจ่าย ปี2 ยังเบาหน่อยมีน้องปีเดียว ปี3-ปี4ละโดนเต็มๆ ตอนนั้นคิดได้แค่นี้จริงๆ ผมเลยจัดหมูกะทะฟรีทุกเย็นเลย เรียกได้ว่าเดินเข้าไปในร้านแล้วเจอใครที่เราจำหน้าได้ เข้าไปทัก"พี่ครับสวัสดีครับ" กินฟรีทันทีแถมยังไม่จบแต่หมูกะทะสิครับ ยังต่อเบียร์อีกไม่ต่ำกว่าวันละ3ขวด/คน ถ้าเจอสายแข็งยกกันที่เป็นกล่องๆ พอรู้ตัวอีกที่เพื่อนๆเรียกผมว่า บักอ้วนเสียแล้วตอนน้นจำได้ว่าหนัก 70 กิโล กางเกงเอว 29-30 ที่ทางบ้านซื้อให้ตอนต้นปีใส่ไม่ได้สักตัวแล้ว นั่นคือจุดเริ่มต้นของความอ้วนของผม
วันคืนผ่านไปผมจบการศึกษาที่นน.85 กิโลกรัม เอว 36 แน่นๆพุงไม่ต้องพูดถึงสุดๆ พอช่วงจะแต่งงานเลยลาออกมาสอนพิเศษอยู่ที่บ้านเพราะแฟนก็เป็นคนอุดรคือกัน ตอนนั้นก็ได้ยินข่าวว่าเพื่อนๆตอน ม.ปลายหลายคนก็ลาออกมาอยู่อุดรกันส่วนใหญ่แล้วแต่ไม่ได้เคยเจอกันเลยไม่รู้ทำไม แต่งงานสักพักแฟนก็มีน้องตอนแฟนมีน้องก็ต้องบำรุงกันยกใหญ่แฟนผมน่าจำบวกไปประมาณ20กว่าโลเห็นจะได้ ตอนคลอดลูกชายหนัก 3โล อ้าวแล้วอีก 17-18โลละอยู่กับใคร คงไม่ต้องถามนะครับ เขาว่าคลอดลูกแล้วเลี้ยงลูกเดี๋ยวเดียวก็ลด บังเอิญบ้านผมคุณย่า(แม่ผมเอง)ติดหลานมาก เอาไปเลี้ยงเองหมดแล้วใครจะลดละที่นี้ ก็คุณย่านะสิครับ ส่วน17-18 โลก็ยังอยู่ที่เดิมนับวันยิ่งสะสม ส่วนผมนะเมียกินเราก็ต้องกินด้วย อิอิตอนนี้ลูกชายผมโตแล้วครับเข้าโรงเรียนอนุบาลเรียบร้อย ทุกคนมาเห็นก็จะบอกว่า ทำไมลูกชายตัวนิดเดียวพ่อแม่แย่งลูกกินหมดใช่ไหม เราสองคนก็ได้แต่ยิ้มๆ แต่ก็ไม่คิดอะไร
จนมาเมื่อสองเดือนที่แล้วคุณยาย(แม่ของแฟน)บอกว่าทนไม่ได้แล้ว จะจ้างให้แฟนผมลดน้ำหนัก บอกว่าจะให้โลละ 1000บาท อั้ยยะ ใครจะไม่เอาละครับ แม่ลูกเขาตกลงกันเรียบร้อยเลยต้องชั่งนน.ตั้งต้นไว้ ปรกติแฟนผมจะไม่ยอมชั่งน้ำหนักเด็ดขาดใครถามว่าหนักเท่าไหร่แล้วก็จะบอกนน.เมื่อชาติปางก่อนเขาไปแต่ตอนนี้เพื่อตังครับตัง ชั่งออกมา XXX (บอกไม่ได้ครับดูว่ามี X 3ตัวแล้วกันละ) ภรรยาชั่งเรียบร้อยตัวเราไม่ไม่อยู่ในข้อตกลงอะไรทั้งนั้นโดนด้วยครับ คำสั่งเด็ดขาด "ถ้าเขาลดเตงต้องลดด้วย เตงชั่งเดี๊ยวนี้" ผลออกมา อยู่ที่ 98 กิโลโอ้วกางเกงตอนนี้ 38 แน่นๆแล้วครับผม เป็นจุดเริ่มการลดนน.ของผม อ้อลืมบอกไปแฟนผมทำงานโรงพยาบาล กิน นอน ไม่เป็นเวลา บางวันต่อเวร 16 ชม.
สัปดาห์แรกของการลดนน. เราสองคนไปที่สวนสาธารณะประจำจังหวัดอุดร(หนองประจักษ์)ที่นั้นเขามีรถจักรยานให้เช่าเป็นรถจักรยานแม่บ้าน 20บาท/ชม.ปั่นกัน 1รอบใช้เวลาประมาณครึ่งชม. หมดแรง(1รอบ 3.5 กิโลเมตร) จบกันการออกกำลังกายวันแรกหลังจากวันนั้นแฟนผมก็ไม่ว่างแต่เธอใช้วิธี งดกาแฟแย็น งดน้ำอัดลม งดเค้กเพราะปรกติต้องก่อนไปขึ้นเวร 1แก้ว+เค้ก 1ชิ้น กลางๆอีก1แก้ว บางวันก่อนกลับบ้านอีก1 ตอนนี้งดครับงด น้ำอัดลมไม่มีปัญหาเพราะปรกติก็ไม่ค่อยทาน ส่วนผมสิปวดใจ งดเบียร์อันเป็นที่รักอ้างในใจตัวเองว่าเข้าพรรษา
สองสามวันต่อมาผมเห็นร้านจักรยานมือสองเลยจัดจักรยานพับล้อ 20 นิ้วมาคันหนึ่งว่าจะเอาไปปั่นรอบหนองประจักษ์สักหน่อยก็ปั่นบ้าง ไม่ปั่นบ้างนะครับ
สองอาทิตย์หลังจากวันชั่งนน.วันแรกก็เป็นวันชั่งเพื่อรับตังแล้วสิแฟนผม 95 กิโลผมเองก็ 95 กิโล โอ้วคุณพระ!!! แค่งดกาแฟเย็น นอกจากไม่ต้องเสียค่ากาแฟวันละ 300แล้วยังได้เงินอีก5000++ สุดยอดมากๆๆ
หลังจากวันนั้นแฟนผมเลยอยากได้จักรยานเป็นของตัวเองบ้าง เราไปกันที่ร้านจักรยานไปเจอคันถูกใจเป็น merida crossway 100 ตกลงค่าตัวกันที่ 15500 แต่กว่าจะออกจากร้านได้หมดไปกับอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกรวมเบ็ดเสร็จ 18000 แฟนบอกว่าเป็นการลงทุนครั้งสำคัญกับการลดนน.ดังนั้นต้องลดให้ได้น้อยที่สุด 18 กิโล
วันนี้เอาเท่านี้ก่อนละกันนะครับแล้วจะมาเล่าต่อ ^_^
จักรยาน ได้ลดน้ำหนัก ได้สังคม #1
มีคำคมหลายคำให้เรียนรู้เช่น "สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ" ในที่นี้หมายถึง รุ่นพี่จะเป็นคนเลี้ยงรุ่นน้องตลอด ไม่ว่าจะเจอกันที่ไหน เวลาใดถ้าเราจะจ่ายพี่เขาจะบอกว่า ให้เก็บเงินไปเลี้ยงน้องๆปีถัดไปไม่ต้องจ่ายเพราะพี่ของพี่เขาก็ทำมาแบบนี้(ดีไหมละครับคณะผม) แสดงว่าอะไรครับ ก็ต้องแสดงว่าเรามีเวลากินฟรีแค่ปีนี้ปีเดียว ปีหน้าเราต้องเริ่มจ่าย ปี2 ยังเบาหน่อยมีน้องปีเดียว ปี3-ปี4ละโดนเต็มๆ ตอนนั้นคิดได้แค่นี้จริงๆ ผมเลยจัดหมูกะทะฟรีทุกเย็นเลย เรียกได้ว่าเดินเข้าไปในร้านแล้วเจอใครที่เราจำหน้าได้ เข้าไปทัก"พี่ครับสวัสดีครับ" กินฟรีทันทีแถมยังไม่จบแต่หมูกะทะสิครับ ยังต่อเบียร์อีกไม่ต่ำกว่าวันละ3ขวด/คน ถ้าเจอสายแข็งยกกันที่เป็นกล่องๆ พอรู้ตัวอีกที่เพื่อนๆเรียกผมว่า บักอ้วนเสียแล้วตอนน้นจำได้ว่าหนัก 70 กิโล กางเกงเอว 29-30 ที่ทางบ้านซื้อให้ตอนต้นปีใส่ไม่ได้สักตัวแล้ว นั่นคือจุดเริ่มต้นของความอ้วนของผม
วันคืนผ่านไปผมจบการศึกษาที่นน.85 กิโลกรัม เอว 36 แน่นๆพุงไม่ต้องพูดถึงสุดๆ พอช่วงจะแต่งงานเลยลาออกมาสอนพิเศษอยู่ที่บ้านเพราะแฟนก็เป็นคนอุดรคือกัน ตอนนั้นก็ได้ยินข่าวว่าเพื่อนๆตอน ม.ปลายหลายคนก็ลาออกมาอยู่อุดรกันส่วนใหญ่แล้วแต่ไม่ได้เคยเจอกันเลยไม่รู้ทำไม แต่งงานสักพักแฟนก็มีน้องตอนแฟนมีน้องก็ต้องบำรุงกันยกใหญ่แฟนผมน่าจำบวกไปประมาณ20กว่าโลเห็นจะได้ ตอนคลอดลูกชายหนัก 3โล อ้าวแล้วอีก 17-18โลละอยู่กับใคร คงไม่ต้องถามนะครับ เขาว่าคลอดลูกแล้วเลี้ยงลูกเดี๋ยวเดียวก็ลด บังเอิญบ้านผมคุณย่า(แม่ผมเอง)ติดหลานมาก เอาไปเลี้ยงเองหมดแล้วใครจะลดละที่นี้ ก็คุณย่านะสิครับ ส่วน17-18 โลก็ยังอยู่ที่เดิมนับวันยิ่งสะสม ส่วนผมนะเมียกินเราก็ต้องกินด้วย อิอิตอนนี้ลูกชายผมโตแล้วครับเข้าโรงเรียนอนุบาลเรียบร้อย ทุกคนมาเห็นก็จะบอกว่า ทำไมลูกชายตัวนิดเดียวพ่อแม่แย่งลูกกินหมดใช่ไหม เราสองคนก็ได้แต่ยิ้มๆ แต่ก็ไม่คิดอะไร
จนมาเมื่อสองเดือนที่แล้วคุณยาย(แม่ของแฟน)บอกว่าทนไม่ได้แล้ว จะจ้างให้แฟนผมลดน้ำหนัก บอกว่าจะให้โลละ 1000บาท อั้ยยะ ใครจะไม่เอาละครับ แม่ลูกเขาตกลงกันเรียบร้อยเลยต้องชั่งนน.ตั้งต้นไว้ ปรกติแฟนผมจะไม่ยอมชั่งน้ำหนักเด็ดขาดใครถามว่าหนักเท่าไหร่แล้วก็จะบอกนน.เมื่อชาติปางก่อนเขาไปแต่ตอนนี้เพื่อตังครับตัง ชั่งออกมา XXX (บอกไม่ได้ครับดูว่ามี X 3ตัวแล้วกันละ) ภรรยาชั่งเรียบร้อยตัวเราไม่ไม่อยู่ในข้อตกลงอะไรทั้งนั้นโดนด้วยครับ คำสั่งเด็ดขาด "ถ้าเขาลดเตงต้องลดด้วย เตงชั่งเดี๊ยวนี้" ผลออกมา อยู่ที่ 98 กิโลโอ้วกางเกงตอนนี้ 38 แน่นๆแล้วครับผม เป็นจุดเริ่มการลดนน.ของผม อ้อลืมบอกไปแฟนผมทำงานโรงพยาบาล กิน นอน ไม่เป็นเวลา บางวันต่อเวร 16 ชม.
สัปดาห์แรกของการลดนน. เราสองคนไปที่สวนสาธารณะประจำจังหวัดอุดร(หนองประจักษ์)ที่นั้นเขามีรถจักรยานให้เช่าเป็นรถจักรยานแม่บ้าน 20บาท/ชม.ปั่นกัน 1รอบใช้เวลาประมาณครึ่งชม. หมดแรง(1รอบ 3.5 กิโลเมตร) จบกันการออกกำลังกายวันแรกหลังจากวันนั้นแฟนผมก็ไม่ว่างแต่เธอใช้วิธี งดกาแฟแย็น งดน้ำอัดลม งดเค้กเพราะปรกติต้องก่อนไปขึ้นเวร 1แก้ว+เค้ก 1ชิ้น กลางๆอีก1แก้ว บางวันก่อนกลับบ้านอีก1 ตอนนี้งดครับงด น้ำอัดลมไม่มีปัญหาเพราะปรกติก็ไม่ค่อยทาน ส่วนผมสิปวดใจ งดเบียร์อันเป็นที่รักอ้างในใจตัวเองว่าเข้าพรรษา
สองสามวันต่อมาผมเห็นร้านจักรยานมือสองเลยจัดจักรยานพับล้อ 20 นิ้วมาคันหนึ่งว่าจะเอาไปปั่นรอบหนองประจักษ์สักหน่อยก็ปั่นบ้าง ไม่ปั่นบ้างนะครับ
สองอาทิตย์หลังจากวันชั่งนน.วันแรกก็เป็นวันชั่งเพื่อรับตังแล้วสิแฟนผม 95 กิโลผมเองก็ 95 กิโล โอ้วคุณพระ!!! แค่งดกาแฟเย็น นอกจากไม่ต้องเสียค่ากาแฟวันละ 300แล้วยังได้เงินอีก5000++ สุดยอดมากๆๆ
หลังจากวันนั้นแฟนผมเลยอยากได้จักรยานเป็นของตัวเองบ้าง เราไปกันที่ร้านจักรยานไปเจอคันถูกใจเป็น merida crossway 100 ตกลงค่าตัวกันที่ 15500 แต่กว่าจะออกจากร้านได้หมดไปกับอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกรวมเบ็ดเสร็จ 18000 แฟนบอกว่าเป็นการลงทุนครั้งสำคัญกับการลดนน.ดังนั้นต้องลดให้ได้น้อยที่สุด 18 กิโล
วันนี้เอาเท่านี้ก่อนละกันนะครับแล้วจะมาเล่าต่อ ^_^