สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 10
เคยดูสารคดีทางการแพทย์ เค้าจะวัดการใช้พลังงานจากการเต้นของหัวใจ ได้ข้อสรุปว่า
- ในระยะทางที่เท่ากัน จะเผาผลาญพลังงานเท่ากัน
- แต่การวิ่งจะทำให้อัตตราการเผาผลาญ ยังต่อเนื่องหลังจากที่หยุดแล้วไปนานกว่า (เพราะหัวใจถูกกระตุ้นมากกว่า)
อ่านข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ (ในหว้ากอนี่แหละ)
- การเผาผลาญ “ไขมัน” หรือ “น้ำตาล” จะผกผันกับ “ปริมาณอ็อกซิเจน”
- ยิ่งใช้ อ็อกซิเจนน้อย จะยิ่งใช้ ไขมัน (หอบน้อยใช้ไขมันเยอะ)
- ยิ่งใช้ อ็อกซิเจนมาก จะยิ่งใช้ น้ำตาล (หอบมากร่างกายจะดึงน้ำตาลมาใช้เพราะเร็วที่สุด)
- สรุปคือ เดินจะเผาผลาญ ไขมัน ได้ดีกว่า วิ่ง แต่ทำได้ยากและใช้เวลามากกว่า (ขึ้นอยู่กับว่าวิ่งเร็วแค่ไหน ยิ่งวิ่งเร็วจนหอบจะยิ่งใช้ไขมันน้อย)
- ในระยะทางที่เท่ากัน จะเผาผลาญพลังงานเท่ากัน
- แต่การวิ่งจะทำให้อัตตราการเผาผลาญ ยังต่อเนื่องหลังจากที่หยุดแล้วไปนานกว่า (เพราะหัวใจถูกกระตุ้นมากกว่า)
อ่านข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ (ในหว้ากอนี่แหละ)
- การเผาผลาญ “ไขมัน” หรือ “น้ำตาล” จะผกผันกับ “ปริมาณอ็อกซิเจน”
- ยิ่งใช้ อ็อกซิเจนน้อย จะยิ่งใช้ ไขมัน (หอบน้อยใช้ไขมันเยอะ)
- ยิ่งใช้ อ็อกซิเจนมาก จะยิ่งใช้ น้ำตาล (หอบมากร่างกายจะดึงน้ำตาลมาใช้เพราะเร็วที่สุด)
- สรุปคือ เดินจะเผาผลาญ ไขมัน ได้ดีกว่า วิ่ง แต่ทำได้ยากและใช้เวลามากกว่า (ขึ้นอยู่กับว่าวิ่งเร็วแค่ไหน ยิ่งวิ่งเร็วจนหอบจะยิ่งใช้ไขมันน้อย)
HaNingZ ถูกใจ, ChinBUU ถูกใจ, หมอกแห่งความว่างเปล่า ทึ่ง, ทำได้ดีกว่านี้อีก ถูกใจ, นายหลาน ถูกใจ, lin&bukky ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
วิ่งเพื่อสุขภาพ
สุขภาพกาย
เดิน 10 นาที กับ วิ่ง 10 นาที แน่นอนวิ่งใช่พลังงานมากกว่า แต่ เดิน 10 กิโล กับ วิ่ง 10 กิโล ละครับ ใช่พลังงานต่างกันไหม