นี่คงเป็น OPV และ FIC สุดท้ายแล้วTT
เจอกันใหม่ หลังวันที่ 26 มีนานะคะ แงๆ
เรารู้นะว่าวันนี้ทุกคน ฟิน คิคิ
ปล.มีช่วงนึงที่คลิปแอบมืดไป(ประมาณ 2-3 วิ) ผิดพลาดทางเทคนิคเล็กน้อย ต้องขอภัยด้วยนะคะ
มาๆ อ่านฟิคกันเถอะ
ห้องซ้อม
“จะทำ~ ให้รัก~เราเป็นตำนาน จะทำ~ให้รัก เราเป็นดั่งฝัน~”
น้ำเสียงแหบทรงเสน่ห์ของกรกฎดังลั่นแข่งกับวงดนตรีอย่างไม่มีใครยอมใคร ร่างสูงกระชับไมโครโฟนในมือแน่น
ตาทั้งสองข้างหลับลงและปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปกับเสียงเพลง
“ชีวิตที่รกร้างว่างเปล่า จะสร้างด้วยกัน จะยากสักเท่าไร ก็ไม่เป็นไร ก็ขอแค่เรามีเรา”
สิ้นสุดประโยคสุดท้าย ชายหนุ่มค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ อ้นกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
เพื่อเตรียมตัวรับคำติชมจากคุณครูสอนร้องเพลงซึ่งนั่งกอดอกมองดูการซ้อมของเขาตั้งแต่ต้นจนจบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ดูเหมือนว่า...เขาจะยังทำมันออกมาได้ไม่ดีนัก
“ไม่ถึง...ไม่พอ...ไม่มันส์”เป็นอย่างที่คาด ชายหนุ่มรู้สึกเสียกำลังใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำคอมเม้นจากครูแหม่ม
เขาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง
“เสียงไม่ออกนะ เสียงมันหลบเข้าไปข้างในอีกแล้ว...ทำไมล่ะอ้น”กรกฎไม่กล้าแม้กระทั่งจะสบตากับหญิงร่างท้วมตรงหน้า
เขากระแอมไอสองสามครั้ง ก่อนจะตอบไป
“ผมรู้สึกเหมือน จมูกมันตันๆ”ว่าพลางใช้นิ้วชี้วนรอบๆจมูกโด่งสวยของตน
“เอาล่ะ งั้นพอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกที เอ้า !คนต่อไป”ชายหนุ่มเดินคอตกออกมาจากห้องซ้อม ดิวที่มีคิวเรียนร้องเพลงต่อจากเขาเดินเข้ามาตบไหล่เบาๆเป็นเชิงปลอบใจ
ที่บ้าน
“เฮ้อ~!”อ้นทิ้งตัวลงบนโซฟาสีขาวก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง
ช่วงนี้ชายหนุ่มรู้สึกค่อนข้างเหนื่อยและท้อแท้มากเหลือเกิน
คะแนนกลางสัปดาห์ก็กลางๆอยู่นั่น
แถมวีคนี้ยังมีปัญหาเรื่องการร้องอีก
ทำไมถึงได้มีแต่อะไรแย่ๆนะ เขาล่ะไม่เข้าใจจริงๆ
ชายหนุ่มยกมือขึ้นก่ายหน้าผากอย่างคนอมทุกข์ เขารู้สึกคิดถึงบ้าน คิดถึงอ้อมกอดอันอบอุ่นของคุณพ่อคุณแม่
มันคงจะดีไม่น้อยหากมีพวกท่านทั้งสองคอยปลอบใจในเวลานี้
“ทุกวันที่ผ่านมา เจอแต่ความผิดพลั้ง เฮ้ย! ผิดหวัง พลาดพลั้ง ทุกครั้ง โอ๊ย~ เสียเวลา”เสียงแรพติดๆขัดๆเรียกความสนใจจากกรกฎได้เป็นอย่างดี ใบหน้าคมเข้มชะเง้อมองไปยังที่มาของเสียงที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขานัก
“ยังจำเนื้อไม่ได้อีกหรอ”เขาเอ่ยถาม
“จำได้ แต่พอเต้นไปร้องไปแล้ว...มันสับสนนิดหน่อย”คนถูกถามตอบก่อนจะยกมือขึ้นทึ้งผมตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์
วันเสาร์ก็ใกล้เข้ามาทุกที แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะยังซ้อมได้ไม่ถึงไหนเลย
อ้นแย้มรอยยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นท่าทางน่าเอ็นดูของหญิงสาวตรงหน้า ร่างสูงดันตัวลุกขึ้นจากโซฟา และเดินไปตบไหล่เชอรีนเบาๆ
“เอาน่า อย่าเครียดไปเลย ป่ะๆ หาอะไรกินกันดีกว่า”ว่าแล้วก็ดันหลังร่างบางตรงไปยังตู้เย็น
“เฮ้ย ไม่เอา ดึกแล้ว มันจะอ้วน”เชอรีนพยายามขัดขืน แน่นอนว่าเธอไม่สามารถสู้แรงของอ้นได้
“ไม่อ้วนหรอก ยัดอะไรใส่ท้องสักหน่อย จะได้หายเครียดไง”ร่างสูงว่าก่อนจะหยุดชะงักเมื่อถูกคนตัวเล็กกว่าตอกกลับมา
“ใครกันแน่...ที่เครียด”
กรกฎค่อยๆลดมือที่ดันหลังของหญิงสาวลง รอยยิ้มกวนๆที่ประดับบนใบหน้าค่อยๆจางหายไปทีละน้อย
นั่นสิ...เขาเองไม่ใช่หรอ...ที่เครียด
“รีนเห็นนะ ตอนพี่อ้นนั่งทำหน้าเบื่อโลกบนโซฟาน่ะ”เชอรีนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“พี่...พี่...”อ้นพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
เขาไม่ต้องการจะแสดงความวิตกกังวลให้ใครเห็น
ไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นห่วง
“ชู่ว~ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นแหละ”เชอรีนใช้นิ้วชี้แตะเบาๆที่ปากของร่างสูง ส่งผลให้ก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายของเขาบีบตัวอย่างรุนแรง
ตึก ตัก ตึก ตัก
“มาทำอะไรสนุกๆแก้เครียดกันดีกว่า

”
แค่คำพูดสั้นๆประโยคเดียว ก็ทำให้ใบหน้าของอ้นร้อนฉ่า
เขาพยายามจะไม่คิดลึกแล้วนะ...แต่คำพูดของเชอรีนนี่มันส่อจริง
“พี่รออยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวมา”ร่างบางผลักให้คนตัวสูงกว่าให้นั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะหายขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน
ปล่อยให้อ้นนั่งฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว
หวังว่า ไอ้อะไรสนุกๆเนี่ย มันคงจะไม่ใช่อะไรสิบแปดบวกอย่างที่เขาหวัง เอ้ย! คาดเอาไว้หรอกนะ
“มาแล้วๆ”ร่างบางวิ่งลงมาพร้อมกับกล่องสี่เหลี่ยมสีดำขนาดพกพา กรกฎขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันอย่างสงสัย
“มันคืออะไรน่ะ”
เชอรีนอมยิ้มจนแก้มป่อง หญิงสาวเลือกที่จะไม่ตอบคำถามและออกคำสั่งกับร่างสูงตรงหน้าแทน
“หลับตาสิ เร็วๆเข้า”
เมื่อโดนร่างบางเร่งเร้า เปลือกตาทั้งสองก็ค่อยๆปิดลงช้าๆ
สัมผัสนุ่มนวลค่อยๆแตะลงมาที่หัวคิ้วของเขาและไล้ลงมาที่จมูก
“อืม...”ชายหนุ่มครางในลำคออย่างแผ่วเบา แม้จะรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธสิ่งแปลกปลอม
ที่อยู่บนผิวหน้าของตัวเองขณะนี้
“พี่น่ะ เป็นคนที่มีเสน่ห์มากนะ”เชอรีนพูด ขณะที่มือเรียวกำลังใช้แปรงปัดแก้มละเลงไปมาบนใบหน้าของพี่ชายคนสนิทอย่างเพลิดเพลิน
ดวงตาเรียวเล็กเพ่งมองไปยังใบหน้าคมเข้มซึ่งยอมหลับตาพริ้มให้เธอแต่งหน้าอย่างไม่ขัดขืน
เธอไม่เคยเห็นใบหน้าของเขา...ใกล้ขนาดนี้มาก่อนเลย
ตึก ตัก ตึก ตัก
หัวใจที่เคยปกติ บัดนี้มันเต้นแรงและรัวยิ่งกว่าเพลงร็อค
เชอรีนสูดลมหายใจเข้าก่อนจะพูดต่อ
“เวลาที่พี่อยู่บนเวทีน่ะ มันโคตรเท่เลย”คนถูกชมแย้มรอยยิ้มออกมาบางๆ
ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำที่สวยหรู
ไม่จำเป็นต้องสรรหาคำบรรยายอะไรมาให้ยืดยาว
แค่คำชมประโยคสั้นๆจากผู้หญิงคนนี้ มันก็สร้างความรู้สึกดีให้กับชายหนุ่มได้มากเหลือเกิน
“พี่ไม่ต้องกังวลไปหรอก...”เสียงหวานเอ่ยก่อนจะเงียบไปพักใหญ่ เชอรีนชั่งใจอยู่นาน แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะพูดมันออกไป
“แค่ยิ้ม...พี่ก็กินขาดแล้ว”
ตึก ตัก ตึก ตัก
หัวใจของทั้งคู่เต้นแรงขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย กรกฎค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะ…
ยิ้ม 
ใบหน้าขาวเนียนของเชอรีนค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม
ใช่แล้ว...รอยยิ้มนี้แหละ...แบบนี้เลย
รอยยิ้ม...ที่ทำให้...ใจของเธอสั่นไหว
ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไม ชายหนุ่มถึงสามารถขโมยหัวใจของแฟนคลับได้มากมาย
เพราะแม้แต่ตัวเธอเอง แค่เห็นรอยยิ้มนี้...จิตใจมันก็เตลิดไปไหนต่อไหน
โอ๊ย เห็นแล้วหวง เก็บเอาไว้ดูคนเดียวได้ไหม ไอ้รอยยิ้มละลายใจนี่น่ะ เชอรีนคิดในใจ
โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า...ก็คิดแบบเดียวกัน...
น่ารักแบบนี้ หอบกลับบ้านเลยได้ไหม หวงอ่ะ
กรกฎคิด ก่อนจะยื่นมือไปขยี้หัวของเชอรีนอย่างเอ็นดู
“เฮ้ย อย่าทำ เสียทรงหมด”หญิงสาวบ่นอุบ ก่อนจะพยายามสางผมให้เข้าที่
ช่วยไมไ่ได้อยากน่ารักเองทำไมหล่ะ
“ขอบใจมากนะน้องสาว”อ้นว่าก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมือไปสัมผัสที่ศีรษะของหญิงสาวอีกครั้ง
แต่คราวนี้ เขาค่อยๆลูบมันอย่างอ่อนโยน
“=//= ฉ่า...”เชอรีนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ นี่เธอหน้าแดงต่อหน้าเขามากี่รอบแล้วนะ
ให้ตายเถอะ น่าขายหน้าชะมัด
แต่เอาเถอะ...เห็นว่ากำลังเครียดอยู่เฉยๆหรอกนะ
จะยอมทำตัวน่ารักๆ...สักวันก็ได้ เอ้า!!
-จบ-
[SF+OPV] อ้นเชอรีน
เจอกันใหม่ หลังวันที่ 26 มีนานะคะ แงๆ
เรารู้นะว่าวันนี้ทุกคน ฟิน คิคิ
ปล.มีช่วงนึงที่คลิปแอบมืดไป(ประมาณ 2-3 วิ) ผิดพลาดทางเทคนิคเล็กน้อย ต้องขอภัยด้วยนะคะ
มาๆ อ่านฟิคกันเถอะ
ห้องซ้อม
“จะทำ~ ให้รัก~เราเป็นตำนาน จะทำ~ให้รัก เราเป็นดั่งฝัน~”
น้ำเสียงแหบทรงเสน่ห์ของกรกฎดังลั่นแข่งกับวงดนตรีอย่างไม่มีใครยอมใคร ร่างสูงกระชับไมโครโฟนในมือแน่น
ตาทั้งสองข้างหลับลงและปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปกับเสียงเพลง
“ชีวิตที่รกร้างว่างเปล่า จะสร้างด้วยกัน จะยากสักเท่าไร ก็ไม่เป็นไร ก็ขอแค่เรามีเรา”
สิ้นสุดประโยคสุดท้าย ชายหนุ่มค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ อ้นกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
เพื่อเตรียมตัวรับคำติชมจากคุณครูสอนร้องเพลงซึ่งนั่งกอดอกมองดูการซ้อมของเขาตั้งแต่ต้นจนจบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ดูเหมือนว่า...เขาจะยังทำมันออกมาได้ไม่ดีนัก
“ไม่ถึง...ไม่พอ...ไม่มันส์”เป็นอย่างที่คาด ชายหนุ่มรู้สึกเสียกำลังใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำคอมเม้นจากครูแหม่ม
เขาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง
“เสียงไม่ออกนะ เสียงมันหลบเข้าไปข้างในอีกแล้ว...ทำไมล่ะอ้น”กรกฎไม่กล้าแม้กระทั่งจะสบตากับหญิงร่างท้วมตรงหน้า
เขากระแอมไอสองสามครั้ง ก่อนจะตอบไป
“ผมรู้สึกเหมือน จมูกมันตันๆ”ว่าพลางใช้นิ้วชี้วนรอบๆจมูกโด่งสวยของตน
“เอาล่ะ งั้นพอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกที เอ้า !คนต่อไป”ชายหนุ่มเดินคอตกออกมาจากห้องซ้อม ดิวที่มีคิวเรียนร้องเพลงต่อจากเขาเดินเข้ามาตบไหล่เบาๆเป็นเชิงปลอบใจ
ที่บ้าน
“เฮ้อ~!”อ้นทิ้งตัวลงบนโซฟาสีขาวก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง
ช่วงนี้ชายหนุ่มรู้สึกค่อนข้างเหนื่อยและท้อแท้มากเหลือเกิน
คะแนนกลางสัปดาห์ก็กลางๆอยู่นั่น
แถมวีคนี้ยังมีปัญหาเรื่องการร้องอีก
ทำไมถึงได้มีแต่อะไรแย่ๆนะ เขาล่ะไม่เข้าใจจริงๆ
ชายหนุ่มยกมือขึ้นก่ายหน้าผากอย่างคนอมทุกข์ เขารู้สึกคิดถึงบ้าน คิดถึงอ้อมกอดอันอบอุ่นของคุณพ่อคุณแม่
มันคงจะดีไม่น้อยหากมีพวกท่านทั้งสองคอยปลอบใจในเวลานี้
“ทุกวันที่ผ่านมา เจอแต่ความผิดพลั้ง เฮ้ย! ผิดหวัง พลาดพลั้ง ทุกครั้ง โอ๊ย~ เสียเวลา”เสียงแรพติดๆขัดๆเรียกความสนใจจากกรกฎได้เป็นอย่างดี ใบหน้าคมเข้มชะเง้อมองไปยังที่มาของเสียงที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขานัก
“ยังจำเนื้อไม่ได้อีกหรอ”เขาเอ่ยถาม
“จำได้ แต่พอเต้นไปร้องไปแล้ว...มันสับสนนิดหน่อย”คนถูกถามตอบก่อนจะยกมือขึ้นทึ้งผมตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์
วันเสาร์ก็ใกล้เข้ามาทุกที แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะยังซ้อมได้ไม่ถึงไหนเลย
อ้นแย้มรอยยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นท่าทางน่าเอ็นดูของหญิงสาวตรงหน้า ร่างสูงดันตัวลุกขึ้นจากโซฟา และเดินไปตบไหล่เชอรีนเบาๆ
“เอาน่า อย่าเครียดไปเลย ป่ะๆ หาอะไรกินกันดีกว่า”ว่าแล้วก็ดันหลังร่างบางตรงไปยังตู้เย็น
“เฮ้ย ไม่เอา ดึกแล้ว มันจะอ้วน”เชอรีนพยายามขัดขืน แน่นอนว่าเธอไม่สามารถสู้แรงของอ้นได้
“ไม่อ้วนหรอก ยัดอะไรใส่ท้องสักหน่อย จะได้หายเครียดไง”ร่างสูงว่าก่อนจะหยุดชะงักเมื่อถูกคนตัวเล็กกว่าตอกกลับมา
“ใครกันแน่...ที่เครียด”
กรกฎค่อยๆลดมือที่ดันหลังของหญิงสาวลง รอยยิ้มกวนๆที่ประดับบนใบหน้าค่อยๆจางหายไปทีละน้อย
นั่นสิ...เขาเองไม่ใช่หรอ...ที่เครียด
“รีนเห็นนะ ตอนพี่อ้นนั่งทำหน้าเบื่อโลกบนโซฟาน่ะ”เชอรีนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“พี่...พี่...”อ้นพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
เขาไม่ต้องการจะแสดงความวิตกกังวลให้ใครเห็น
ไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นห่วง
“ชู่ว~ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นแหละ”เชอรีนใช้นิ้วชี้แตะเบาๆที่ปากของร่างสูง ส่งผลให้ก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายของเขาบีบตัวอย่างรุนแรง
ตึก ตัก ตึก ตัก
“มาทำอะไรสนุกๆแก้เครียดกันดีกว่า
แค่คำพูดสั้นๆประโยคเดียว ก็ทำให้ใบหน้าของอ้นร้อนฉ่า
เขาพยายามจะไม่คิดลึกแล้วนะ...แต่คำพูดของเชอรีนนี่มันส่อจริง
“พี่รออยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวมา”ร่างบางผลักให้คนตัวสูงกว่าให้นั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะหายขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน
ปล่อยให้อ้นนั่งฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว
หวังว่า ไอ้อะไรสนุกๆเนี่ย มันคงจะไม่ใช่อะไรสิบแปดบวกอย่างที่เขาหวัง เอ้ย! คาดเอาไว้หรอกนะ
“มาแล้วๆ”ร่างบางวิ่งลงมาพร้อมกับกล่องสี่เหลี่ยมสีดำขนาดพกพา กรกฎขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันอย่างสงสัย
“มันคืออะไรน่ะ”
เชอรีนอมยิ้มจนแก้มป่อง หญิงสาวเลือกที่จะไม่ตอบคำถามและออกคำสั่งกับร่างสูงตรงหน้าแทน
“หลับตาสิ เร็วๆเข้า”
เมื่อโดนร่างบางเร่งเร้า เปลือกตาทั้งสองก็ค่อยๆปิดลงช้าๆ
สัมผัสนุ่มนวลค่อยๆแตะลงมาที่หัวคิ้วของเขาและไล้ลงมาที่จมูก
“อืม...”ชายหนุ่มครางในลำคออย่างแผ่วเบา แม้จะรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธสิ่งแปลกปลอม
ที่อยู่บนผิวหน้าของตัวเองขณะนี้
“พี่น่ะ เป็นคนที่มีเสน่ห์มากนะ”เชอรีนพูด ขณะที่มือเรียวกำลังใช้แปรงปัดแก้มละเลงไปมาบนใบหน้าของพี่ชายคนสนิทอย่างเพลิดเพลิน
ดวงตาเรียวเล็กเพ่งมองไปยังใบหน้าคมเข้มซึ่งยอมหลับตาพริ้มให้เธอแต่งหน้าอย่างไม่ขัดขืน
เธอไม่เคยเห็นใบหน้าของเขา...ใกล้ขนาดนี้มาก่อนเลย
ตึก ตัก ตึก ตัก
หัวใจที่เคยปกติ บัดนี้มันเต้นแรงและรัวยิ่งกว่าเพลงร็อค
เชอรีนสูดลมหายใจเข้าก่อนจะพูดต่อ
“เวลาที่พี่อยู่บนเวทีน่ะ มันโคตรเท่เลย”คนถูกชมแย้มรอยยิ้มออกมาบางๆ
ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำที่สวยหรู
ไม่จำเป็นต้องสรรหาคำบรรยายอะไรมาให้ยืดยาว
แค่คำชมประโยคสั้นๆจากผู้หญิงคนนี้ มันก็สร้างความรู้สึกดีให้กับชายหนุ่มได้มากเหลือเกิน
“พี่ไม่ต้องกังวลไปหรอก...”เสียงหวานเอ่ยก่อนจะเงียบไปพักใหญ่ เชอรีนชั่งใจอยู่นาน แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะพูดมันออกไป
“แค่ยิ้ม...พี่ก็กินขาดแล้ว”
ตึก ตัก ตึก ตัก
หัวใจของทั้งคู่เต้นแรงขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย กรกฎค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะ…
ยิ้ม
ใบหน้าขาวเนียนของเชอรีนค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม
ใช่แล้ว...รอยยิ้มนี้แหละ...แบบนี้เลย
รอยยิ้ม...ที่ทำให้...ใจของเธอสั่นไหว
ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไม ชายหนุ่มถึงสามารถขโมยหัวใจของแฟนคลับได้มากมาย
เพราะแม้แต่ตัวเธอเอง แค่เห็นรอยยิ้มนี้...จิตใจมันก็เตลิดไปไหนต่อไหน
โอ๊ย เห็นแล้วหวง เก็บเอาไว้ดูคนเดียวได้ไหม ไอ้รอยยิ้มละลายใจนี่น่ะ เชอรีนคิดในใจ
โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า...ก็คิดแบบเดียวกัน...
น่ารักแบบนี้ หอบกลับบ้านเลยได้ไหม หวงอ่ะ
กรกฎคิด ก่อนจะยื่นมือไปขยี้หัวของเชอรีนอย่างเอ็นดู
“เฮ้ย อย่าทำ เสียทรงหมด”หญิงสาวบ่นอุบ ก่อนจะพยายามสางผมให้เข้าที่
ช่วยไมไ่ได้อยากน่ารักเองทำไมหล่ะ
“ขอบใจมากนะน้องสาว”อ้นว่าก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมือไปสัมผัสที่ศีรษะของหญิงสาวอีกครั้ง
แต่คราวนี้ เขาค่อยๆลูบมันอย่างอ่อนโยน
“=//= ฉ่า...”เชอรีนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ นี่เธอหน้าแดงต่อหน้าเขามากี่รอบแล้วนะ
ให้ตายเถอะ น่าขายหน้าชะมัด
แต่เอาเถอะ...เห็นว่ากำลังเครียดอยู่เฉยๆหรอกนะ
จะยอมทำตัวน่ารักๆ...สักวันก็ได้ เอ้า!!
-จบ-