โพรไบโอติกส์ กินเวลาไหนถึงไม่เสียของ 👍🥛✨

โพรไบโอติกส์ กินเวลาไหนถึงไม่เสียของ 👍🥛✨

รู้ไหมว่าการกินโพรไบโอติกส์ ไม่ใช่แค่กินเวลาไหนก็ได้ เพราะถ้าเลือกกินผิดจังหวะ เชื้อดีที่เราหวังจะช่วยลำไส้ อาจโดนกรดในกระเพาะฆ่าตายก่อนถึงเป้าหมาย มาดูกันว่าช่วงเวลาทองของการกินโพรไบโอติกส์คือเมื่อไรกันแน่ เชื้อดีจะได้เดินทางถึงลำไส้อย่างปลอดภัย กินแล้วได้ผลดี ไม่เสียของ สุขภาพจะได้ดีจากภายใน

โพรไบโอติกส์ คืออะไร
คือ “จุลินทรีย์ดี” เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ช่วยดูแลสมดุลในลำไส้ จะช่วยเรื่องการขับถ่าย สร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยลดอาการท้องผูก ท้องเสีย และยังมีส่วนช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้นด้วย แต่จุลินทรีย์เหล่านี้บอบบางมาก ถ้าเจอกรดในกระเพาะแรงๆ ก็ไปไม่ถึงลำไส้แน่นอน

🕒 ช่วงเวลาที่ควรกินโพรไบโอติกส์
*กินตอนท้องว่างดีที่สุด (กินก่อนอาหาร 30 นาที หรือก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง)
เพราะช่วงนี้กรดในกระเพาะจะอ่อนที่สุด ทำให้แบคทีเรียชนิดดีมีโอกาสรอดไปถึงลำไส้ได้มากขึ้น สามารถเกาะผนังลำไส้ได้ดี ไม่มีอะไรมาขวาง และรอดจากกระบวนการย่อยอาหารได้

*กินหลังอาหาร (โดยเฉพาะมื้อใหญ่ที่มีไขมัน)
ถ้าเป็นโพรไบโอติกส์บางสูตรที่ระบุว่ากินพร้อมอาหารได้ อาจกินพร้อมอาหารที่มีไขมันเล็กน้อยหรือมีนมเปรี้ยว จะช่วยทำให้เชื้อดีอยู่รอดนานขึ้น เพราะอาหารจะช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารชั่วคราว ป้องกันโพรไบโอติกส์จากการถูกทำลายได้

❌ ข้อห้าม
อย่ากินพร้อมยาปฏิชีวนะเด็ดขาด เพราะยาฆ่าเชื้อจะฆ่าทั้งแบคทีเรียดีและไม่ดี
ควรเว้นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือกินหลังจบคอร์สยาประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้โพรไบโอติกส์เข้าไปฟื้นฟูระบบลำไส้ที่ถูกทำลาย

** “โพรไบโอติกส์” จะทำงานดีขึ้นเมื่อมีแหล่งอาหารอย่าง “พรีไบโอติกส์” อยู่ด้วย ถ้ากินคู่กันจะช่วยให้เชื้ออยู่รอดดีขึ้น เช่น กล้วยหอม กระเทียม หอมหัวใหญ่ ข้าวโอ๊ต หรือโยเกิร์ต ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพของโพรไบโอติกส์ทั้งนั้น
.
ที่มา : Maeban
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่