สมชัย ชื่นชม ศาลฎีกา เดินหน้าไต่สวน ไม่สนกกต.ร้องค้าน พิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครส.ว.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5963075
.
.
สมชัย ชื่นชม ศาลฎีกา เดินหน้าไต่สวน ไม่สนกกต.ร้องค้าน พิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครส.ว.
.
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นาย
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ ศาลฎีกายกคำร้องกกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดีคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ว. หลังอ้างมติ 5 ต่อ 2 เสียงยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ตีความอำนาจศาลฎีกาว่า
.
ศาลฎีกา เดินหน้าไต่สวนพยาน
.
วันนี้ ศาลฎีกา ออกบัลลังก์คดีดำ ลต.สว.8 /2569 คดี กกต. รับสมัคร ส.ว. 3 ราย ในปัญหาเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ไม่สนใจว่า กกต.จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องคัดค้านการทำหน้าที่ของศาลฎีกาหรือไม่ เพราะมีแค่ข่าวว่าจะยื่น ไม่มีเลขรับ ไม่ทราบว่าจะรับหรือไม่รับ และยังไม่รู้ว่าจะพิจารณาเสร็จเมื่อไร
.
ดังนั้น กกต.จะมาอ้างว่ามีมติแล้ว ขอให้ศาลฎีกาเลื่อนๆไปก่อน รอศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน มันจะเป็นการเกินเลยไปไหม
.
ศาลฎีกา จึงขอเดินหน้า นัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องในวันที่ 21 ธันวาคม 2569 และไต่สวนพยานฝ่ายคัดค้านคือ กกต. และ ส.ว. 2 คน ในวันที่ 22 ธันวาคม 2569
.
ขอยืนขึ้นปรบมือยาวๆ ให้กับศาลฎีกา ครับ
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid02eBLxuDZurtDMERUngs9USczqGjCCSp2Stxt6WCf5hDuwRpCkhHY6ecAUtPmQ7Ywvl
.
.
กมธ.กฎหมายบังคับโทษ ‘อนุทิน’ ไม่กำกับผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าแจงข้อมูล
https://www.dailynews.co.th/news/6335443/
.
'โตโต้' เผย กมธ.กฎหมาย มีมติบังคับโทษ 'อนุทิน' นายกฯ คนแรก เหตุไม่กำกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้าแจงข้อมูลต่อคณะ กมธ. บี้เจ้าตัวตอบเองในสภาใหญ่
.
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นาย
ปิยรัฐ จงเทพ สส.พรรคประชาชน และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
วันนี้ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ถือว่าได้รับเกียรติจาก กมธ.กฎหมาย ที่ได้มีมติ 7-0 ให้บังคับโทษที่ไม่สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาชี้แจง กมธ. ตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียก ผลของการไม่มาคือ ต้องมาตอบในสภาผู้แทน (มาตอบในห้องใหญ่) ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย ที่ได้รับเกียรตินี้
.
ส่วนคุณนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ (อธิบดีกรมการปกครอง) ก็ถือเป็นข้าราชการคนแรกที่ได้รับเกียรตินี้เช่นกัน โดย กมธ.ได้มีมติ 7-0 ถือว่าการไม่มาชี้แจงต่อ กมธ. และไม่มีเหตุมาชี้แจง ถือว่าไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการถือเป็นความผิดทางวินัย
.
https://www.facebook.com/toto.piyarat/posts/pfbid02XHXWTFV16jWwCMFfQR7TQU71TdqvJmAsqP2ePZRoR1ZexyhLx5PV36sQdbW1rajVl
.
.
โรม แฉพิรุธ ปืนทร.ยิงกมลศักดิ์ เบอร์มือถือปริศนาถูกตัดตอน ดีเอสไอเลิกทำคดีหลังนายกฯลงพื้นที่
.
‘โรม’ แฉปืนที่ใช้ลอบยิง ‘กมลศักดิ์’ ยังไม่ถูกทำลาย ทร.อาจชี้แจงเท็จ เชื่อมีผู้มีอิทธิพลบงการ ทำกระบวนการยุติธรรมเป็นอัมพาต เหตุชุดสอบสวนภาค 9 เข้าไม่ถึงข้อมูลโทรศัพท์ หลังผู้การฯ เซ็นตั้งบุคคลนิรนาม ถือข้อมูลแทน สงสัย เหตุ DSI สั่งยุติการสอบสวน ทั้งที่ควรเป็นคดีพิเศษ
.
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม กมธ. พิจารณาศึกษาและการตรวจสอบการอำนวยความยุติธรรมกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นาย
กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า วันนี้ กมธ.มีมติเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส มาชี้แจง เนื่องจากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ในการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งที่ผ่านมาเราเชิญไปหลายครั้งแต่ไม่เคยให้ความร่วมมือเลย ดังนั้น การที่เรามีมติใช้อำนาจเรียกหวังว่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และสามารถขยายผลไปถึงผู้ที่บงการหรืออยู่เบื้องหลัง
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า กมธ.ยังมีมติเรียกคำพิพากษาของ นายสุนทร พรหมภักดี สำนวนการสอบสวนวินัยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส สั่งสอบกรณีการใช้รถทางราชการ รวมถึงเรียกรายงานสอบข้อเท็จจริงเรื่องอาวุธปืนของกองทัพเรือ เพราะวันนี้เราต้องการความร่วมมือจากกองทัพเรือว่า ปืนที่ใช้ยิงนายกมลศักดิ์ เป็นของกองทัพเรือ ซึ่งกองทัพเรืออ้างว่าทำลายและฝังกลบแล้ว แต่ข้อมูลที่เราได้มาปรากฏว่าปืนดังกล่าวดูเหมือนว่าจะยังไม่ถูกทำลาย
.
ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าอาวุธปืนดังกล่าวถูกใช้ในการลอบยิง ทำให้ถูกตั้งคำถามว่าการชี้แจงของกองทัพเรือต่อ กมธ.เป็นการชี้แจงเท็จหรือไม่ และอาจนำไปสู่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ ปืนบางส่วนที่อ้างว่าถูกทำลายได้เข้าสู่ระบบและได้นำไปใช้กระทำผิดหลายกรณี เพราะอาจไม่ใช่ปืนแค่กระบอกเดียว แต่มีคำถามว่ามีปืนอื่น ๆ อีกมากน้อยแค่ไหนที่ถูกใช้ในลักษณะเดียวกัน
.
ส่วนเบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลที่เรามีทางผู้ให้บริการเครือข่าย จะต้องส่งให้กับตำรวจภูธรภาค 9 ทุกวันอยู่แล้ว แต่ข้อมูลแวดล้อมเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ในการตามหาผู้กระทำความผิด ปรากฏว่าคณะสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 9 และตำรวจ สภ.บาเจาะ กลับไม่สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากที่ไม่มีการเปิดเผยว่า คนที่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้คือใคร เรารู้แค่ว่าผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นผู้เข้าถึงข้อมูลนี้ได้ แต่เราทราบมาว่ามีการแต่งตั้งให้บุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูลนี้ ขณะที่หัวหน้าคณะสอบสวนกลับไม่สามารถตอบคำถามต่อ กมธ.ได้ว่าบุคคลนั้นคือใคร กลายเป็นว่าคณะสอบสวนไปขอข้อมูลจากเอกชนได้ง่ายกว่าข้อมูลที่ตนเองมีอยู่แล้ว การขยายผลจึงล่าช้าและข้อมูลอาจจะหมดอายุ ทั้งที่ข้อมูลเหล่านี้ควรจะถูกจัดเก็บอย่างน้อย 5 ปี แต่ผู้ที่มาชี้แจงกลับไม่ทราบว่าข้อมูลต้องเก็บนานแค่ไหน เชื่อว่าต้องเก็บไม่น้อยกว่า 90 วัน ซึ่งถือว่าน้อยมาก ดังนั้นจึงเชื่อว่าคดีนี้มีตัวผู้บงการใหญ่แน่ ๆ ถึงขนาดที่ทำใหhกระบวนการยุติธรรมเป็นอัมพาตได้ขนาดนี้
.
นอกจากนี้ยังดูเป็นเรื่องที่แปลก พนักงานสอบสวนเลือกที่จะตัดเบอร์โทรบางส่วน หรือเลือกที่จะไม่พิจารณาเบอร์โทร เพราะเราเชื่อว่ามีไม่น้อยกว่า 30 เบอร์โทรที่ควรจะมีการขยายผลและสืบสวนสอบสวนต่อไป ซึ่งเท่าที่ตนทราบเบอร์โทรหลักมีเพียง 11 เบอร์โทรที่เป็นสาระสำคัญที่จะเอาผิด
.
ส่วนกรณีปลอกกระสุนและที่ทราบกันว่ามีการสั่งไม่ฟ้อง นาวาตรี
เดโช รัตนพันธุ์ ผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งเราก็หวังว่าจะต้องสั่งฟ้อง แต่ไม่ว่าอย่างไรสิ่งที่เป็นพิรุธในเรื่องนี้คือสำนวนที่ส่งไปถือว่าอ่อน ทำให้เกิดความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างพนักงานสอบสวนกับอัยการ จึงเป็นอีกหนึ่งพิรุธว่ามีความพยายามในการตัดตอนให้ผู้ที่รับผิดคือ ผู้ที่ถูกจับกุมไปแล้ว แต่คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อาจจะไม่มีการขยายผล
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีธรรมดา แต่ใหญ่กว่าที่คิด คำถามคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือใคร วันนี้ขนาดระดับนายพลตำรวจยังตอบไม่ได้ว่า คนที่ถือกุญแจการเข้าถึงข้อมูลเบอร์โทรคือใคร ดังนั้นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้มีอิทธิพลแน่นอน
.
นาย
รังสิมันต์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดี (DSI) มีการตั้งองค์คณะเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงว่าจะเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยมีการตั้งชุดองค์คณะเมื่อวันที่ 16 เม.ย.69 และวันที่ 17 เม.ย.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ไปพบนายกมลศักดิ์ ที่บ้านของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และมีการพูดคุยในภายหลัง จนวันที่ 21 เม.ย.69 กลับมีการสั่งยุติการสืบสวนของ DSI และหนึ่งในข้อมูลที่ปรากฏต่อ กมธ.ในวันนี้ มีการอ้างถึงข้อเท็จจริงว่า นายกฯ ได้ลงพื้นที่ และกำชับให้หน่วยงานต่างๆ ปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง คำถามคือภายใต้การกำชับของนายกฯ ไฉน จึงนำไปสู่การสั่งยุติการสืบสวนของ DSI ทั้งที่จริงๆ คดีนี้ควรถือเป็นคดีพิเศษ เพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องและมีความซับซ้อน และเป็นคดีความมั่นคง ดังนั้นจึงมีความพยายามตัดตอนทำให้เรื่องนี้จบ โดยที่ความรับผิดอยู่ที่ไม่กี่คนเท่านั้น
.
.
“ธนเดช”แฉ อผศ. รวบสลากกินแบ่งรัฐบาล ขายเอกชนราคาทุน ทำเงินสวัสดิการหายปีละ 250 ล้าน
https://www.thairath.co.th/news/politic/2970631
.
“ธนเดช” จี้กลาโหมแก้ปัญหาโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลสัดส่วนทหารผ่านศึก ก่อนเซ็นสัญญารอบใหม่กลาง พ.ย. นี้ แฉ อผศ. รวบขายเอกชนราคาทุน ทำเงินสวัสดิการหายปีละ 250 ล้าน แต่ผู้บริหารรับโบนัสอู้ฟู่
.
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายธนเดช เพ็งสุข สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงปัญหาความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ซึ่งพบพฤติการณ์รวบรวมโควตาสลากไปจำหน่ายให้กลุ่มทุนเอกชนในราคาต้นทุน ส่งผลให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวต้องสูญเสียโอกาสในการได้รับเงินสวัสดิการปีละเกือบ 250 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาก่อนที่จะมีการทำสัญญาจัดสรรสลากรอบใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้
.
นายธนเดชระบุว่า ปัจจุบันสำนักงานจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งและบุหรี่ของ อผศ. ได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดละ 10,988 เล่ม หรือประมาณ 1 ล้านฉบับ รวมปีละประมาณ 26 ล้านฉบับ โดยมีต้นทุนเนื้อสลากฉบับละ 68.80 บาท เมื่อบวกค่าบริหารจัดการตามระเบียบอีก 2% จะมีต้นทุนรวมอยู่ที่ฉบับละประมาณ 70.40 บาท แต่ในทางปฏิบัติ อผศ. กลับนำโควตาสลากทั้งหมดไปรวบขายต่อให้แก่เอกชนในราคาต้นทุน แทนที่จะบริหารจัดการเพื่อนำผลกำไรเข้าองค์กร ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรที่ควรถูกนำไปจัดสรรเป็นสวัสดิการแก่พี่น้องทหารผ่านศึกสูญหายไปฉบับละ 9.60 บาท หรือคิดเป็นเม็ดเงินมหาศาลเกือบ 250 ล้านบาทต่อปี
.
นายธนเดชกล่าวต่อไปว่า ตนเคยตั้งกระทู้ถามถึงประเด็นนี้มาแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และได้รับคำมั่นจากรัฐมนตรีว่าจะนำโควตาสลากเข้าสู่ระบบดิจิทัล เพื่อตัดวงจรคนกลางและกระจายผลประโยชน์ให้ถึงมือทหารผ่านศึกอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่จนถึงปัจจุบันกลับยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ตนจึงต้องติดตามทวงถามความรับผิดชอบ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเอาผิดขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
...
ด้าน พล.ท.อดุลย์ ชี้แจงว่า ตนเห็นด้วยกับหลักการนำสลากเข้าสู่ระบบดิจิทัล แต่ยังมีข้อกังวลเรื่องข้อกฎหมาย ข้อผูกพันตามสัญญาเดิม ตลอดจนความเสี่ยงกรณีจำหน่ายสลากไม่หมด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและรายได้ที่ต้องนำไปดูแลทหารผ่านศึกกว่า 680,000 คนทั่วประเทศ เนื่องจากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่าสลากดิจิทัลบางงวดยังมีสลากเหลือ จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนการเอาผิดในอดีต ตนพร้อมดำเนินการตามผลสอบของ ป.ป.ช., ป.ป.ท., สตง. และ DSI โดยไม่มีการปกป้องผู้กระทำความผิด
JJNY : 5in1 สมชัยชื่นชมศาล│กมธ.กม.บังคับโทษ‘อนุทิน’│โรมแฉพิรุธปืนทร.│“ธนเดช”แฉอผศ.รวบสลาก│ขวาจัดยุโรปตีตัวออกห่างทรัมป์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5963075
.
สมชัย ชื่นชม ศาลฎีกา เดินหน้าไต่สวน ไม่สนกกต.ร้องค้าน พิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครส.ว.
.
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ ศาลฎีกายกคำร้องกกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดีคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ว. หลังอ้างมติ 5 ต่อ 2 เสียงยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ตีความอำนาจศาลฎีกาว่า
.
ศาลฎีกา เดินหน้าไต่สวนพยาน
.
วันนี้ ศาลฎีกา ออกบัลลังก์คดีดำ ลต.สว.8 /2569 คดี กกต. รับสมัคร ส.ว. 3 ราย ในปัญหาเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ไม่สนใจว่า กกต.จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องคัดค้านการทำหน้าที่ของศาลฎีกาหรือไม่ เพราะมีแค่ข่าวว่าจะยื่น ไม่มีเลขรับ ไม่ทราบว่าจะรับหรือไม่รับ และยังไม่รู้ว่าจะพิจารณาเสร็จเมื่อไร
.
ดังนั้น กกต.จะมาอ้างว่ามีมติแล้ว ขอให้ศาลฎีกาเลื่อนๆไปก่อน รอศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน มันจะเป็นการเกินเลยไปไหม
.
ศาลฎีกา จึงขอเดินหน้า นัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องในวันที่ 21 ธันวาคม 2569 และไต่สวนพยานฝ่ายคัดค้านคือ กกต. และ ส.ว. 2 คน ในวันที่ 22 ธันวาคม 2569
.
ขอยืนขึ้นปรบมือยาวๆ ให้กับศาลฎีกา ครับ
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid02eBLxuDZurtDMERUngs9USczqGjCCSp2Stxt6WCf5hDuwRpCkhHY6ecAUtPmQ7Ywvl
.
.
กมธ.กฎหมายบังคับโทษ ‘อนุทิน’ ไม่กำกับผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าแจงข้อมูล
https://www.dailynews.co.th/news/6335443/
.
'โตโต้' เผย กมธ.กฎหมาย มีมติบังคับโทษ 'อนุทิน' นายกฯ คนแรก เหตุไม่กำกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้าแจงข้อมูลต่อคณะ กมธ. บี้เจ้าตัวตอบเองในสภาใหญ่
.
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นายปิยรัฐ จงเทพ สส.พรรคประชาชน และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
วันนี้ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ถือว่าได้รับเกียรติจาก กมธ.กฎหมาย ที่ได้มีมติ 7-0 ให้บังคับโทษที่ไม่สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาชี้แจง กมธ. ตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียก ผลของการไม่มาคือ ต้องมาตอบในสภาผู้แทน (มาตอบในห้องใหญ่) ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย ที่ได้รับเกียรตินี้
.
ส่วนคุณนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ (อธิบดีกรมการปกครอง) ก็ถือเป็นข้าราชการคนแรกที่ได้รับเกียรตินี้เช่นกัน โดย กมธ.ได้มีมติ 7-0 ถือว่าการไม่มาชี้แจงต่อ กมธ. และไม่มีเหตุมาชี้แจง ถือว่าไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการถือเป็นความผิดทางวินัย
.
https://www.facebook.com/toto.piyarat/posts/pfbid02XHXWTFV16jWwCMFfQR7TQU71TdqvJmAsqP2ePZRoR1ZexyhLx5PV36sQdbW1rajVl
.
.
‘โรม’ แฉปืนที่ใช้ลอบยิง ‘กมลศักดิ์’ ยังไม่ถูกทำลาย ทร.อาจชี้แจงเท็จ เชื่อมีผู้มีอิทธิพลบงการ ทำกระบวนการยุติธรรมเป็นอัมพาต เหตุชุดสอบสวนภาค 9 เข้าไม่ถึงข้อมูลโทรศัพท์ หลังผู้การฯ เซ็นตั้งบุคคลนิรนาม ถือข้อมูลแทน สงสัย เหตุ DSI สั่งยุติการสอบสวน ทั้งที่ควรเป็นคดีพิเศษ
.
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม กมธ. พิจารณาศึกษาและการตรวจสอบการอำนวยความยุติธรรมกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า วันนี้ กมธ.มีมติเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส มาชี้แจง เนื่องจากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ในการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งที่ผ่านมาเราเชิญไปหลายครั้งแต่ไม่เคยให้ความร่วมมือเลย ดังนั้น การที่เรามีมติใช้อำนาจเรียกหวังว่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และสามารถขยายผลไปถึงผู้ที่บงการหรืออยู่เบื้องหลัง
.
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กมธ.ยังมีมติเรียกคำพิพากษาของ นายสุนทร พรหมภักดี สำนวนการสอบสวนวินัยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส สั่งสอบกรณีการใช้รถทางราชการ รวมถึงเรียกรายงานสอบข้อเท็จจริงเรื่องอาวุธปืนของกองทัพเรือ เพราะวันนี้เราต้องการความร่วมมือจากกองทัพเรือว่า ปืนที่ใช้ยิงนายกมลศักดิ์ เป็นของกองทัพเรือ ซึ่งกองทัพเรืออ้างว่าทำลายและฝังกลบแล้ว แต่ข้อมูลที่เราได้มาปรากฏว่าปืนดังกล่าวดูเหมือนว่าจะยังไม่ถูกทำลาย
.
ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าอาวุธปืนดังกล่าวถูกใช้ในการลอบยิง ทำให้ถูกตั้งคำถามว่าการชี้แจงของกองทัพเรือต่อ กมธ.เป็นการชี้แจงเท็จหรือไม่ และอาจนำไปสู่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ ปืนบางส่วนที่อ้างว่าถูกทำลายได้เข้าสู่ระบบและได้นำไปใช้กระทำผิดหลายกรณี เพราะอาจไม่ใช่ปืนแค่กระบอกเดียว แต่มีคำถามว่ามีปืนอื่น ๆ อีกมากน้อยแค่ไหนที่ถูกใช้ในลักษณะเดียวกัน
.
ส่วนเบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลที่เรามีทางผู้ให้บริการเครือข่าย จะต้องส่งให้กับตำรวจภูธรภาค 9 ทุกวันอยู่แล้ว แต่ข้อมูลแวดล้อมเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ในการตามหาผู้กระทำความผิด ปรากฏว่าคณะสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 9 และตำรวจ สภ.บาเจาะ กลับไม่สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากที่ไม่มีการเปิดเผยว่า คนที่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้คือใคร เรารู้แค่ว่าผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นผู้เข้าถึงข้อมูลนี้ได้ แต่เราทราบมาว่ามีการแต่งตั้งให้บุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูลนี้ ขณะที่หัวหน้าคณะสอบสวนกลับไม่สามารถตอบคำถามต่อ กมธ.ได้ว่าบุคคลนั้นคือใคร กลายเป็นว่าคณะสอบสวนไปขอข้อมูลจากเอกชนได้ง่ายกว่าข้อมูลที่ตนเองมีอยู่แล้ว การขยายผลจึงล่าช้าและข้อมูลอาจจะหมดอายุ ทั้งที่ข้อมูลเหล่านี้ควรจะถูกจัดเก็บอย่างน้อย 5 ปี แต่ผู้ที่มาชี้แจงกลับไม่ทราบว่าข้อมูลต้องเก็บนานแค่ไหน เชื่อว่าต้องเก็บไม่น้อยกว่า 90 วัน ซึ่งถือว่าน้อยมาก ดังนั้นจึงเชื่อว่าคดีนี้มีตัวผู้บงการใหญ่แน่ ๆ ถึงขนาดที่ทำใหhกระบวนการยุติธรรมเป็นอัมพาตได้ขนาดนี้
.
นอกจากนี้ยังดูเป็นเรื่องที่แปลก พนักงานสอบสวนเลือกที่จะตัดเบอร์โทรบางส่วน หรือเลือกที่จะไม่พิจารณาเบอร์โทร เพราะเราเชื่อว่ามีไม่น้อยกว่า 30 เบอร์โทรที่ควรจะมีการขยายผลและสืบสวนสอบสวนต่อไป ซึ่งเท่าที่ตนทราบเบอร์โทรหลักมีเพียง 11 เบอร์โทรที่เป็นสาระสำคัญที่จะเอาผิด
.
ส่วนกรณีปลอกกระสุนและที่ทราบกันว่ามีการสั่งไม่ฟ้อง นาวาตรีเดโช รัตนพันธุ์ ผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งเราก็หวังว่าจะต้องสั่งฟ้อง แต่ไม่ว่าอย่างไรสิ่งที่เป็นพิรุธในเรื่องนี้คือสำนวนที่ส่งไปถือว่าอ่อน ทำให้เกิดความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างพนักงานสอบสวนกับอัยการ จึงเป็นอีกหนึ่งพิรุธว่ามีความพยายามในการตัดตอนให้ผู้ที่รับผิดคือ ผู้ที่ถูกจับกุมไปแล้ว แต่คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อาจจะไม่มีการขยายผล
.
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีธรรมดา แต่ใหญ่กว่าที่คิด คำถามคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือใคร วันนี้ขนาดระดับนายพลตำรวจยังตอบไม่ได้ว่า คนที่ถือกุญแจการเข้าถึงข้อมูลเบอร์โทรคือใคร ดังนั้นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้มีอิทธิพลแน่นอน
.
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดี (DSI) มีการตั้งองค์คณะเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงว่าจะเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยมีการตั้งชุดองค์คณะเมื่อวันที่ 16 เม.ย.69 และวันที่ 17 เม.ย.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ไปพบนายกมลศักดิ์ ที่บ้านของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และมีการพูดคุยในภายหลัง จนวันที่ 21 เม.ย.69 กลับมีการสั่งยุติการสืบสวนของ DSI และหนึ่งในข้อมูลที่ปรากฏต่อ กมธ.ในวันนี้ มีการอ้างถึงข้อเท็จจริงว่า นายกฯ ได้ลงพื้นที่ และกำชับให้หน่วยงานต่างๆ ปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง คำถามคือภายใต้การกำชับของนายกฯ ไฉน จึงนำไปสู่การสั่งยุติการสืบสวนของ DSI ทั้งที่จริงๆ คดีนี้ควรถือเป็นคดีพิเศษ เพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องและมีความซับซ้อน และเป็นคดีความมั่นคง ดังนั้นจึงมีความพยายามตัดตอนทำให้เรื่องนี้จบ โดยที่ความรับผิดอยู่ที่ไม่กี่คนเท่านั้น
.
.
“ธนเดช”แฉ อผศ. รวบสลากกินแบ่งรัฐบาล ขายเอกชนราคาทุน ทำเงินสวัสดิการหายปีละ 250 ล้าน
https://www.thairath.co.th/news/politic/2970631
.