เอาแล้ว!! กกต.ยื่นศาลฎีกา เลื่อนคดีคุณสมบัติสว. อ้างรอคำวินิจฉัยศาลรธน. แต่ยกคำร้อง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5962790
.

.
เอาแล้ว!! กกต.ยื่นศาลฎีกา เลื่อนคดีคุณสมบัติสว. อ้างรอคำวินิจฉัยศาลรธน. แต่ยกคำร้อง
.
วันที่ 5 พฤศจิกายน ศาลคดีเลือกตั้ง ได้พิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ขอให้เลื่อนการพิจารณาคดี ที่นายดิเรก พรสีมา เป็นผู้ร้องขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครสว. 3 ราย
.
โดย 1 ในเหตุผลที่ขอเลื่อนพิจารณา เนื่องจาก กกต.หรือผู้คัดค้านมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าคำสั่งรับสมัครผู้สมัคร และประกาศรายชื่อผู้สมัครมีความเป็นที่สุดไม่อาจถูกตรวจสอบได้อีก
.
เว้นกรณีตาม มาตรา 63 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 และในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นที่สุด ไม่อาจมีการตรวจสอบหรือทบทวนคำวินิจฉัยได้ ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่สำคัญ
.
และเพื่อให้การพิจารณาและไต่สวนของศาลฎีกามีข้อมูลที่ครบถ้วนทั้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ขอให้เลื่อนการพิจารณาเพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะมีการตรวจพยานหลักฐานหรือไต่สวนต่อไป
.
ศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ร้องมีเพียงมติให้ยื่นปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยยังไม่ปรากฏว่า ได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
.
ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุให้เลื่อนคดีตามที่ผู้ร้องอ้างในคำร้อง ยกคำร้อง
.
ทั้งนี้ศาลฎีกา ให้นัดไต่สวนพยานผู้ร้องวันที่ 21 ธันวาคม 2569 เวลา 09.30 – 16.30 น. และให้นัดไต่สวนพยานผู้คัดค้านวันที่ 22 ธันวาคม 2569 เวลา 09.30 -16.30
.
.
อังคณา ยื่นค้านสำนักนายกฯ ขอฎีกาคดี IO จี้ยุติการคุกคาม-เร่งเยียวยา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5962784
.
อังคณา ยื่นค้านสำนักนายกฯ ขอฎีกาคดี IO จี้ยุติการคุกคาม-เร่งเยียวยา
.
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน องค์กรโพรเทคชั่นอินเตอร์เนชั่นแนล (PI) รายงานว่า วันนี้ เวลา 10.00 น. ณ ศาลแพ่ง (รัชดา) นาง
อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกสุฒิสภา ในฐานะโจทก์ที่1 พร้อมด้วยนาย
สัญญา เอียดจงดี ทนายความ และเจ้าหน้าที่องค์กรโพรเทคชั่นอินเตอร์เนชั่นแนล (PI) เดินทางเข้ายื่นคำคัดค้านคำร้องขออนุญาตฎีกาของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1ในคดีประวัติศาสตร์ฟ้องหน่วยงานรัฐทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ขณะที่
อัญชนา -ีมมิหน๊ะ โจทก์ที่ 2 ติดภารกิจได้มอบหมายให้ทนายความเข้ายื่นหนังสือแทน
.
การเข้ายื่นคัดค้านในวันนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล กอ.รมน. ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและขอทุเลาการบังคับคดีในคดีประวัติศาสตร์ที่โจทก์ทั้งสองยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐกรณีทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เผยแพร่ข้อความด้อยค่าและให้ร้ายนักปกป้องสิทธิมนุษยชนผ่านเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com โดยการยื่นฎีกาของจำเลยในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อล้มล้างคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่สั่งให้รัฐชดใช้ค่าเสียหายและลบโพสต์หมิ่นประมาท
.
เปิดรายละเอียดคำร้องฎีกาของรัฐ และการคัดค้านของโจทก์
.
ในคำร้องและคำฟ้องฎีกาของจำเลยที่ 1 (สำนักนายกรัฐมนตรี) ได้ยกเหตุผลเพื่อขอฎีกาในหลายประเด็น โดยอ้างว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีละเมิดหมิ่นประมาททั่วไป แต่เป็นปัญหาความมั่นคง ซึ่งหากศาลบังคับให้รัฐชดใช้ค่าเสียหาย จะเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของ กอ.รมน. กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และอาจส่งผลให้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้มีความรุนแรงยิ่งขึ้นจนนำไปสู่การเรียกร้องการปกครองตนเอง
.
นอกจากนี้ จำเลยยังพยายามลดทอนความน่าเชื่อถือของการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ โดยระบุว่า พยานปากสำคัญของโจทก์ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลหรือหลักฐานเส้นทางการเงิน (นิติวิทยาศาสตร์ทางบัญชี) มาพิสูจน์การเชื่อมโยงงบประมาณรัฐกับเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com รวมถึงกล่าวหาว่าพยานมีอคติและมักแสดงความเห็นใจกลุ่มผู้ก่อความสงบ ทั้งที่จำเลยมิได้ตั้งคำถามต่อพยานในการนำสืบในศาลชั้นต้น หรือแสดงเหตุผลและหลักฐานในชั้นอุทธรณ์ อีกทั้งจำเลยยังอ้างว่า กอ.รมน. ไม่สามารถลบข้อความได้เนื่องจากไม่ใช่เจ้าของเว็บไซต์
.
ทั้งนี้โจทก์ทั้งสองได้จัดทำร่างคำคัดค้านอย่างรัดกุมเพื่อชี้ให้ศาลเห็นว่า คำร้องของสำนักนายกฯ ไม่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ เพื่อขยายความคดีละเมิดสิทธิส่วนบุคคลให้กลายเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อย
.
ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาหลักฐานอย่างละเอียดแล้วว่า กระบวนการในการทำปฏิบัติการข่าวมีการทำงานอย่างเป็นระบบผ่านเว็บไซต์แฝดและเว็บท่าที่เชื่อมโยงกับอีเมลของหน่วยงานรัฐ การที่รัฐต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายจึงไม่ได้กระทบต่อความมั่นคง ในทางกลับกัน คำตัดสินของศาลอุทธรณ์ได้สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ได้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมสามารถเป็นที่พึ่งและคุ้มครองสิทธิประชาชนได้จริง
.
ซัดข้ออ้างฎีกาของสำนักนายกฯในฐานะผู้กำกับดูแล กอ.รมน. สุดเลยเถิด จี้นายกฯ ยุติคดีไอโอ คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
.
อังคณา นีละไพจิตร โจทก์ที่ 1 กล่าวถึงการมายื่นคัดค้านในวันนี้ว่า การที่ กอ.รมน. อ้างว่าหากต้องชดใช้ความเสียหายจะทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น และนำไปสู่การเรียกร้องในการปกครองตนเองของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็นการกล่าวอ้างที่เกินเลยมากเกินไป คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้รัฐรับผิดชอบต่อความเสียหายของประชาชนต่างหาก ที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมสามารถเป็นที่พึ่ง และให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง
.
ที่ผ่านมาคดีลักษณะนี้แม้ผู้เสียหายจะไปแจ้งความ แต่การสืบสวนสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมักล่าช้าต่างจากกรณีเมื่อผู้มีอำนาจถูกคุกคามด้วยข้อมูลเท็จ จึงเหมือนเป็นการเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย จนทำให้ผู้เสียหายต้องรับภาระในการฟ้องคดีเอง หาพยานหลักฐานเอง ในคดีนี้เรามีพยายามหาพยานหลักฐานมากที่สุด มีความเชื่อมโยงชัดเจน มีการตั้งคำถามในสภา รวมถึงมีข้อมูลว่ากระทั่งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ก็เคยลบแอคเคาท์ไอโอนับร้อยบัญชี เพราะมีข้อมูลว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพ จึงอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รับผิดชอบ กอ.รมน. ให้ถอนคำจอฎีกา เพื่อให้คดีสิ้นสุด เพื่อให้ผู้เสียหายเข้าถึงการชดใช้เยียวยา และการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ผู้เสียหาย เราไม่ได้ฟ้องคดีอาญา ไม่ได้ต้องการให้ใครติดคุก เพียงแต่ขอให้ยุติการกระทำ ลบโพสต์ และคืนความยุติธรรมให้เท่านั้น คดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่ผู้เสียหายสามารถหาพยานหลักฐานได้มากที่สุดเพื่อฟ้องคดี หากคดีที่มีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ยังไม่สามารถเข้าถึงการเยียวยาได้ ประชาชนธรรมดาทั่วไปจะเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างไร
.
อัด กอ.รมน. อ้างความมั่นคงปัดความรับผิดชอบ ชี้ตรรกะน่าตกใจ “ไม่มีประชาชนเป็นเหยื่อในความคิด”
.
ขณะที่
อัญชนา -ีมมิหน๊ะ โจทก์ที่ 2 กล่าวเสริมถึงเนื้อหาในคำร้องขอฎีกาของจำเลยว่า โดยปกติในคดีแพ่ง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถือว่าเป็นอันสิ้นสุดแล้ว แต่ก็ยังมีความพยายามของ กอ.รมน. ในการปฏิเสธความรับผิดชอบ การยื่นฎีกาของ กอ.รมน. เมื่อได้อ่านถ้อยคำแล้วสตนค่อนข้างตกใจต่อมุมมองของ กอ.รมน. มาก ทั้งในการพยายามด้อยค่าพยาน และการอ้างความมั่นคงของชาติโดยปราศจากการรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง และไม่มีคำว่าประชาชนที่เป็นเหยื่อจากการกระทำของ กอ.รมน. อยู่ในความคิดของเขาเลยในมุมมองของเหยื่อที่ยังถูกกระทำอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน การที่รัฐยอมรับผิดและแสดงความรับผิดชอบ จะเป็นการเยียวยาและช่วยให้ผู้เสียหายหลุดพ้นจากการทรมานทางด้านจิตใจ
.
ทนายความ ชี้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่ปัญหาความมั่นคง ศาลฎีกาไม่ควรรับพิจารณา
.
ขณะที่สัญญา เอียดจงดี ทนายความของโจทก์ทั้งสอง กล่าวว่าขั้นตอนในวันนี้เป็นการคัดค้านคำร้องขออนุญาตฎีกาของสำนักนายกฯ ซึ่งเหตุผลที่จำเลยฎีกาสำคัญเลยคือมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความมั่นคง เป็นประโยชน์สาธารณะ และโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของคุณ
รอมฎอน ปันจอร์ ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่าเว็บไซต์ Pulony เกี่ยวข้องกับ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า มีการจัดทำเป็นขั้นเป็นตอน ใช้งบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรรัฐมาดิสเครดิตนักเคลื่อนไหวในสามจังหวัดชายแดนใต้
.
ทางเรามองว่าประเด็นนี้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่ประเด็นความมั่นคงที่ศาลฎีกาควรรับไว้วินิจฉัย จึงมายื่นคัดค้านเพื่อให้คดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์ และขอฝากถึงกองทัพบกว่า ปัญหาการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อย่าเอาความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือแปลความว่าเมื่อศาลตัดสินว่ามีการด้อยค่านักสิทธิฯ แล้วจะนำไปสู่การปกครองตนเองหรือการแบ่งแยกดินแดนตามที่ปรากฏในเอกสาร
.
โพรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จี้รัฐแสดงความรับผิดชอบ หยุดเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิ
.
สุธีรา เปงอิน เจ้าหน้าที่องค์กรโพรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (Protection International) กล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนในคดีนี้ว่ รัฐมีหน้าที่เคารพ คุ้มครอง และเยียวยาสิทธิมนุษยชน กรณีเว็บไซต์ Pulony เผยแพร่เนื้อหาละเมิดสิทธิและสร้างความเสียหายต่อ 2 ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ เป็นเรื่องที่รัฐไม่ควรเพิกเฉย โดยเฉพาะเมื่อสำนักนายกรัฐมนตรีมีการติดตามตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าว แต่กลับไม่มีการดำเนินการเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิหรือยุติผลกระทบ
.
เราหวังว่าศาลจะพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงหลักความรับผิดของรัฐและพันธกรณีตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รัฐต้องมีความรับผิดชอบ การละเมิดสิทธิต้องไม่เกิดขึ้นโดยปราศจากการตรวจสอบ คืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว เพราะความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว และรัฐต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดซ้ำกับนักปกป้องสิทธิฯ คนอื่นๆ อีกในอนาคต
.
ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์
.
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อโจทก์ทั้งสองคือ
อังคณา นีละไพจิตร และ
อัญชนา -ีมมิหน๊ะ ยื่นฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรีและกองทัพบก จากกรณีถูกโจมตีและด้อยค่าผ่านเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com ซึ่งกระทบต่อความปลอดภัยและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษา “
กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น” ชี้ว่ารัฐกระทำละเมิดจริง สั่งให้ กอ.รมน. ลบข้อความอันเป็นการละเมิดทั้งหมดภายใน 7 วัน และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นาง
อังคณา 120,000 บาท และนางสาว
อัญชนา 90,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
.
คดีนี้นับเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงบทบาทของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของรัฐ และเป็นบททดสอบสำคัญว่า ผู้เสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิโดยกลไกรัฐ จะสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด
JJNY : กกต.ยื่นเลื่อน แต่ยกคำร้อง│อังคณายื่นค้านสำนักนายกฯ│อรรถจักร์อัดโสภณ│สหัสวัตชี้ยกเลิก CI ได้│ปชน.ดักคออย่าเกณฑ์คน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5962790
.
.
เอาแล้ว!! กกต.ยื่นศาลฎีกา เลื่อนคดีคุณสมบัติสว. อ้างรอคำวินิจฉัยศาลรธน. แต่ยกคำร้อง
.
วันที่ 5 พฤศจิกายน ศาลคดีเลือกตั้ง ได้พิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ขอให้เลื่อนการพิจารณาคดี ที่นายดิเรก พรสีมา เป็นผู้ร้องขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครสว. 3 ราย
.
โดย 1 ในเหตุผลที่ขอเลื่อนพิจารณา เนื่องจาก กกต.หรือผู้คัดค้านมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าคำสั่งรับสมัครผู้สมัคร และประกาศรายชื่อผู้สมัครมีความเป็นที่สุดไม่อาจถูกตรวจสอบได้อีก
.
เว้นกรณีตาม มาตรา 63 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 และในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นที่สุด ไม่อาจมีการตรวจสอบหรือทบทวนคำวินิจฉัยได้ ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่สำคัญ
.
และเพื่อให้การพิจารณาและไต่สวนของศาลฎีกามีข้อมูลที่ครบถ้วนทั้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ขอให้เลื่อนการพิจารณาเพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะมีการตรวจพยานหลักฐานหรือไต่สวนต่อไป
.
ศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ร้องมีเพียงมติให้ยื่นปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยยังไม่ปรากฏว่า ได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
.
ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุให้เลื่อนคดีตามที่ผู้ร้องอ้างในคำร้อง ยกคำร้อง
.
ทั้งนี้ศาลฎีกา ให้นัดไต่สวนพยานผู้ร้องวันที่ 21 ธันวาคม 2569 เวลา 09.30 – 16.30 น. และให้นัดไต่สวนพยานผู้คัดค้านวันที่ 22 ธันวาคม 2569 เวลา 09.30 -16.30
.
.
อังคณา ยื่นค้านสำนักนายกฯ ขอฎีกาคดี IO จี้ยุติการคุกคาม-เร่งเยียวยา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5962784
.
อังคณา ยื่นค้านสำนักนายกฯ ขอฎีกาคดี IO จี้ยุติการคุกคาม-เร่งเยียวยา
.
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน องค์กรโพรเทคชั่นอินเตอร์เนชั่นแนล (PI) รายงานว่า วันนี้ เวลา 10.00 น. ณ ศาลแพ่ง (รัชดา) นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกสุฒิสภา ในฐานะโจทก์ที่1 พร้อมด้วยนายสัญญา เอียดจงดี ทนายความ และเจ้าหน้าที่องค์กรโพรเทคชั่นอินเตอร์เนชั่นแนล (PI) เดินทางเข้ายื่นคำคัดค้านคำร้องขออนุญาตฎีกาของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1ในคดีประวัติศาสตร์ฟ้องหน่วยงานรัฐทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ขณะที่อัญชนา -ีมมิหน๊ะ โจทก์ที่ 2 ติดภารกิจได้มอบหมายให้ทนายความเข้ายื่นหนังสือแทน
.
การเข้ายื่นคัดค้านในวันนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล กอ.รมน. ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและขอทุเลาการบังคับคดีในคดีประวัติศาสตร์ที่โจทก์ทั้งสองยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐกรณีทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เผยแพร่ข้อความด้อยค่าและให้ร้ายนักปกป้องสิทธิมนุษยชนผ่านเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com โดยการยื่นฎีกาของจำเลยในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อล้มล้างคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่สั่งให้รัฐชดใช้ค่าเสียหายและลบโพสต์หมิ่นประมาท
.
เปิดรายละเอียดคำร้องฎีกาของรัฐ และการคัดค้านของโจทก์
.
ในคำร้องและคำฟ้องฎีกาของจำเลยที่ 1 (สำนักนายกรัฐมนตรี) ได้ยกเหตุผลเพื่อขอฎีกาในหลายประเด็น โดยอ้างว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีละเมิดหมิ่นประมาททั่วไป แต่เป็นปัญหาความมั่นคง ซึ่งหากศาลบังคับให้รัฐชดใช้ค่าเสียหาย จะเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของ กอ.รมน. กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และอาจส่งผลให้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้มีความรุนแรงยิ่งขึ้นจนนำไปสู่การเรียกร้องการปกครองตนเอง
.
นอกจากนี้ จำเลยยังพยายามลดทอนความน่าเชื่อถือของการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ โดยระบุว่า พยานปากสำคัญของโจทก์ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลหรือหลักฐานเส้นทางการเงิน (นิติวิทยาศาสตร์ทางบัญชี) มาพิสูจน์การเชื่อมโยงงบประมาณรัฐกับเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com รวมถึงกล่าวหาว่าพยานมีอคติและมักแสดงความเห็นใจกลุ่มผู้ก่อความสงบ ทั้งที่จำเลยมิได้ตั้งคำถามต่อพยานในการนำสืบในศาลชั้นต้น หรือแสดงเหตุผลและหลักฐานในชั้นอุทธรณ์ อีกทั้งจำเลยยังอ้างว่า กอ.รมน. ไม่สามารถลบข้อความได้เนื่องจากไม่ใช่เจ้าของเว็บไซต์
.
ทั้งนี้โจทก์ทั้งสองได้จัดทำร่างคำคัดค้านอย่างรัดกุมเพื่อชี้ให้ศาลเห็นว่า คำร้องของสำนักนายกฯ ไม่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ เพื่อขยายความคดีละเมิดสิทธิส่วนบุคคลให้กลายเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อย
.
ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาหลักฐานอย่างละเอียดแล้วว่า กระบวนการในการทำปฏิบัติการข่าวมีการทำงานอย่างเป็นระบบผ่านเว็บไซต์แฝดและเว็บท่าที่เชื่อมโยงกับอีเมลของหน่วยงานรัฐ การที่รัฐต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายจึงไม่ได้กระทบต่อความมั่นคง ในทางกลับกัน คำตัดสินของศาลอุทธรณ์ได้สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ได้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมสามารถเป็นที่พึ่งและคุ้มครองสิทธิประชาชนได้จริง
.
ซัดข้ออ้างฎีกาของสำนักนายกฯในฐานะผู้กำกับดูแล กอ.รมน. สุดเลยเถิด จี้นายกฯ ยุติคดีไอโอ คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
.
อังคณา นีละไพจิตร โจทก์ที่ 1 กล่าวถึงการมายื่นคัดค้านในวันนี้ว่า การที่ กอ.รมน. อ้างว่าหากต้องชดใช้ความเสียหายจะทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น และนำไปสู่การเรียกร้องในการปกครองตนเองของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็นการกล่าวอ้างที่เกินเลยมากเกินไป คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้รัฐรับผิดชอบต่อความเสียหายของประชาชนต่างหาก ที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมสามารถเป็นที่พึ่ง และให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง
.
ที่ผ่านมาคดีลักษณะนี้แม้ผู้เสียหายจะไปแจ้งความ แต่การสืบสวนสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมักล่าช้าต่างจากกรณีเมื่อผู้มีอำนาจถูกคุกคามด้วยข้อมูลเท็จ จึงเหมือนเป็นการเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย จนทำให้ผู้เสียหายต้องรับภาระในการฟ้องคดีเอง หาพยานหลักฐานเอง ในคดีนี้เรามีพยายามหาพยานหลักฐานมากที่สุด มีความเชื่อมโยงชัดเจน มีการตั้งคำถามในสภา รวมถึงมีข้อมูลว่ากระทั่งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ก็เคยลบแอคเคาท์ไอโอนับร้อยบัญชี เพราะมีข้อมูลว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพ จึงอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รับผิดชอบ กอ.รมน. ให้ถอนคำจอฎีกา เพื่อให้คดีสิ้นสุด เพื่อให้ผู้เสียหายเข้าถึงการชดใช้เยียวยา และการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ผู้เสียหาย เราไม่ได้ฟ้องคดีอาญา ไม่ได้ต้องการให้ใครติดคุก เพียงแต่ขอให้ยุติการกระทำ ลบโพสต์ และคืนความยุติธรรมให้เท่านั้น คดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่ผู้เสียหายสามารถหาพยานหลักฐานได้มากที่สุดเพื่อฟ้องคดี หากคดีที่มีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ยังไม่สามารถเข้าถึงการเยียวยาได้ ประชาชนธรรมดาทั่วไปจะเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างไร
.
อัด กอ.รมน. อ้างความมั่นคงปัดความรับผิดชอบ ชี้ตรรกะน่าตกใจ “ไม่มีประชาชนเป็นเหยื่อในความคิด”
.
ขณะที่อัญชนา -ีมมิหน๊ะ โจทก์ที่ 2 กล่าวเสริมถึงเนื้อหาในคำร้องขอฎีกาของจำเลยว่า โดยปกติในคดีแพ่ง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถือว่าเป็นอันสิ้นสุดแล้ว แต่ก็ยังมีความพยายามของ กอ.รมน. ในการปฏิเสธความรับผิดชอบ การยื่นฎีกาของ กอ.รมน. เมื่อได้อ่านถ้อยคำแล้วสตนค่อนข้างตกใจต่อมุมมองของ กอ.รมน. มาก ทั้งในการพยายามด้อยค่าพยาน และการอ้างความมั่นคงของชาติโดยปราศจากการรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง และไม่มีคำว่าประชาชนที่เป็นเหยื่อจากการกระทำของ กอ.รมน. อยู่ในความคิดของเขาเลยในมุมมองของเหยื่อที่ยังถูกกระทำอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน การที่รัฐยอมรับผิดและแสดงความรับผิดชอบ จะเป็นการเยียวยาและช่วยให้ผู้เสียหายหลุดพ้นจากการทรมานทางด้านจิตใจ
.
ทนายความ ชี้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่ปัญหาความมั่นคง ศาลฎีกาไม่ควรรับพิจารณา
.
ขณะที่สัญญา เอียดจงดี ทนายความของโจทก์ทั้งสอง กล่าวว่าขั้นตอนในวันนี้เป็นการคัดค้านคำร้องขออนุญาตฎีกาของสำนักนายกฯ ซึ่งเหตุผลที่จำเลยฎีกาสำคัญเลยคือมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความมั่นคง เป็นประโยชน์สาธารณะ และโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของคุณรอมฎอน ปันจอร์ ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่าเว็บไซต์ Pulony เกี่ยวข้องกับ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า มีการจัดทำเป็นขั้นเป็นตอน ใช้งบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรรัฐมาดิสเครดิตนักเคลื่อนไหวในสามจังหวัดชายแดนใต้
.
ทางเรามองว่าประเด็นนี้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่ประเด็นความมั่นคงที่ศาลฎีกาควรรับไว้วินิจฉัย จึงมายื่นคัดค้านเพื่อให้คดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์ และขอฝากถึงกองทัพบกว่า ปัญหาการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อย่าเอาความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือแปลความว่าเมื่อศาลตัดสินว่ามีการด้อยค่านักสิทธิฯ แล้วจะนำไปสู่การปกครองตนเองหรือการแบ่งแยกดินแดนตามที่ปรากฏในเอกสาร
.
โพรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จี้รัฐแสดงความรับผิดชอบ หยุดเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิ
.
สุธีรา เปงอิน เจ้าหน้าที่องค์กรโพรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (Protection International) กล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนในคดีนี้ว่ รัฐมีหน้าที่เคารพ คุ้มครอง และเยียวยาสิทธิมนุษยชน กรณีเว็บไซต์ Pulony เผยแพร่เนื้อหาละเมิดสิทธิและสร้างความเสียหายต่อ 2 ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ เป็นเรื่องที่รัฐไม่ควรเพิกเฉย โดยเฉพาะเมื่อสำนักนายกรัฐมนตรีมีการติดตามตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าว แต่กลับไม่มีการดำเนินการเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิหรือยุติผลกระทบ
.
เราหวังว่าศาลจะพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงหลักความรับผิดของรัฐและพันธกรณีตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รัฐต้องมีความรับผิดชอบ การละเมิดสิทธิต้องไม่เกิดขึ้นโดยปราศจากการตรวจสอบ คืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว เพราะความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว และรัฐต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดซ้ำกับนักปกป้องสิทธิฯ คนอื่นๆ อีกในอนาคต
.
ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์
.
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อโจทก์ทั้งสองคือ อังคณา นีละไพจิตร และอัญชนา -ีมมิหน๊ะ ยื่นฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรีและกองทัพบก จากกรณีถูกโจมตีและด้อยค่าผ่านเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com ซึ่งกระทบต่อความปลอดภัยและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษา “กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น” ชี้ว่ารัฐกระทำละเมิดจริง สั่งให้ กอ.รมน. ลบข้อความอันเป็นการละเมิดทั้งหมดภายใน 7 วัน และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นางอังคณา 120,000 บาท และนางสาวอัญชนา 90,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
.
คดีนี้นับเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงบทบาทของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของรัฐ และเป็นบททดสอบสำคัญว่า ผู้เสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิโดยกลไกรัฐ จะสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด